LOGIN“หม่อมฉันไม่รู้ว่าพระองค์ให้หม่อมฉันมาทำอะไรที่นี่ จึงยืนมองอยู่เช่นนี้เพคะ” อ๋องหนุ่มเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่มีผู้ใดกล้าต่อปากต่อคำกับเขามานานแล้ว พระชายานี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก
“และหม่อมฉันก็ยังมีเรื่องสงสัย เหตุใดเรื่องนี้ถึงกลายเป็นหม่อมฉันที่โดนทำโทษ” เฟยหลงถอนหายใจ “เราไม่ได้ทำโทษ” หญิงสาวยิ้มเยาะ “แต่ก็เข้าข้างชายารอง หม่อมฉันรู้ดีว่าตนเองมาทีหลัง แต่ว่าพระองค์จะไม่ลำเอียงไปหน่อยหรือเพคะ หรือต้องให้หม่อมฉันพูดออกไปว่า เรือนของพระชายานั้นแย่ยิ่งกว่าเรือนของชายารองหรือแม้แต่อนุภรรยาเสียอีก” ฟังมาถึงคำสุดท้าย เฉินอ๋องกลับรู้สึกคิดผิดที่ไม่สั่งทำโทษทั้งสองให้หมดเรื่องหมดราวไป เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็มองไปที่ชายาปากกล้า แม้จื่อหรานจะไม่ผิด แต่การที่นางเอ่ยวาจาเช่นนี้กับเขาก็เหมือนจะเข้าทางพอดี “คุกเข่า!” หลินเซียนที่อยู่ในร่างจื่อหรานมองหน้าอีกฝ่าย “พระองค์ทำโทษหม่อมฉันเพียงเพราะหม่อมฉันเอ่ยถึงชายารองหรือเพคะ” เฉินอ๋องยิ้ม เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายการกระทำอยู่แล้ว ทำเพียงกล่าวหน้าตายว่า “เรื่องเรือนของเจ้ากับอาหารการกิน ต่อไปเราจะให้คนของเราช่วยดูแล” เขารู้ดีเรื่องที่ซุนรั่วไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง จึงต้องลงมือจัดการด้วยตัวเอง และแน่นอนว่ามีคำตอบเตรียมไว้สำหรับนางแล้ว เพราะอย่างไรจูจื่อหรานก็เป็นพระชายาที่ฮ่องเต้ประทานให้ ซุนรั่วคงจะเข้าใจดี หลังจากให้นางคุกเข่าอยู่เกือบชั่วยาม เฉินอ๋องก็บอกให้พระชายาของตนไปนั่งอ่านตำราไม่ไกลจากเขา “ทุกเช้าเจ้ามากินข้าวกับเราที่นี่ และนั่งอ่านตำราหรือทำสิ่งใดก็ได้อยู่ในสายตาของเรา แต่หากเจ้าเอ่ยวาจาเช่นเมื่อเช้าอีก ข้าก็จะให้เจ้าคุกเข่าอีกหนึ่งชั่วยาม” “เพคะ” การกระทำของ ‘ท่านอ๋องเสเพล’ ทำให้ในสายตาของหลินเซียน เขากลายเป็นบุรุษที่ไร้ยางอาย รัก หลง ชายารองเสียจนต้องมาเฝ้าชายาเอกไม่ให้ไปหาเรื่องอีกฝ่าย แล้วหากเป็นเช่นนี้ต่อไป นางจะกลั่นแกล้งหลี่ซุนรั่วได้อย่างไรเล่า แน่นอนว่าหากทำได้ หลินเซียนก็อยากฆ่าคนตระกูลหลี่และคนตระกูลซูทุกคนทิ้งทันทีที่พบหน้า เป็นความจริงที่ว่า เมื่อแรกพบหลี่ซุนรั่ว นางก็อยากแกล้งบ้าแล้วคว้ามีดเสียบเข้าร่างสตรีนางนั้นให้ตายอนาถ เพื่อให้พวกคนชั่วรับรู้ว่า ความทรมานที่นางต้องเผชิญนั้นหนักหนาสาหัสเพียงใด แต่หากทำเช่นนั้น แม้จะได้กลับมาเกิดใหม่ คงไร้ประโยชน์ เมื่อคำนวณถึงผลประโยชน์ในภายหน้า ใบหน้าสวยราวเทพธิดาของแม่นางจื่อหรานจึงพลันยกยิ้มน้อย ๆ อย่างพอใจ อย่างไรที่นี่ก็เป็นห้องทรงงานของท่านอ๋อง ย่อมมีสิ่งใดที่จะทำให้นางพอสืบเสาะเรื่องราวเกี่ยวกับขุนนางหรือราชวงศ์ได้บ้าง แม้ชีวิตในจวนเฉินอ๋องจะสะดวกสบายหลายประการ แต่ก็เหมือนถูกปิดหูปิดตาไว้ ยิ่งเวลาผ่านมาถึงห้าปีแล้ว นอกจากเรื่องที่ได้รับรู้จากไป่ฮวาเมื่อไม่กี่วันก่อนก็คงไม่เพียงพอ หากต้องการจัดการคนตระกูลหลี่ นางก็ต้องหาหลักฐานชิ้นเดียวกันกับที่พวกมันตามหา ท่านพ่อของนางเต็มใจแลกชีวิตเพื่อซ่อนหลักฐานชิ้นนั้น นั่นหมายความว่า เขาต้องมั่นใจว่าสิ่งของนั้นอยู่ในมือของคนที่จะสามารถใช้มันทำให้คนที่มีความผิดได้รับโทษ เพียงแต่คนคนนั้นเป็นใครกัน เพียงเริ่มต้นสืบเรื่องราว นางก็ดูเหมือนจะมืดแปดด้านเสียแล้ว ทางฝั่งหลี่ซุนรั่วที่หลินเซียนคิดว่า นางกำลังอยู่อย่างสบายอกสบายใจก็กำลังหัวหมุน เมื่อคืนก่อนท่านอ๋องเสด็จมาหานาง แม้ว่านางจะใช้สารพัดมารยาเพื่อยื้อสมุดบัญชีเอาไว้ในมือ แต่กลับทำไม่ได้ เมื่อท่านอ๋องเอ่ยอ้างถึงองค์ฮ่องเต้ “เจ้าก็รู้ดีว่าเราย่อมปรารถนาให้เจ้าดูแลของของเรา ทว่า พระชายานั้นได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้ และเป็นเจ้าไม่ใช่หรือที่ไปหาเรื่องนางก่อน เรายังมิได้ลงโทษเจ้าในเรื่องนั้นเลยสักครา ดังนั้นจงถือว่านี่คือคำสั่งของเรา จัดการส่งสมุดบัญชีของจวนให้นางไปเสีย” การที่ได้พบหน้าหลายวันติดต่อกัน ทำให้เฉินอ๋องเริ่มแอบสังเกตพฤติกรรมของภรรยาที่แตกต่างจากภาพลักษณ์ที่ได้ยินมา บางครั้งก็พลอยให้เขาอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ทว่าหัวใจของเขานั้นกลับมีผู้จับจองอยู่แล้ว “พรุ่งนี้เราไม่อยู่เจ้าไม่ต้องมาที่นี่ อยู่ในเรือนของเจ้าอย่าออกไปหาเรื่องคนอื่น” นับวันหลินเซียนก็ยิ่งไม่พอใจเฉินอ๋อง นางได้ยินว่าอีกฝ่ายไปเรือนของซุนรั่ว แต่ถึงจะโดนนางกระแนะกระแหนก็ไม่เห็นว่าชายหนุ่มจะเลิกลำเอียง ถึงแม้เขาจะบอกว่าเร่งเรื่องอำนาจของพระชายาแล้ว แต่ผ่านมานับสิบวัน หลี่ซุนรั่วก็ยังคงผลัดวันเอาแต่ประวิงเวลา ส่วนท่านอ๋องก็ไม่แยแสสิ่งใด หากถามนาง สตรีน่าตายนั่นคงกำลังยุ่งอยู่กับการแต่งบัญชี ดูจากความเป็นอยู่ในเรือนของนางแล้ว อาจหรูหรากว่าเรือนท่านอ๋องเสียอีก แต่เรื่องเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่นางใคร่ใส่ใจ หลังจากอยู่ที่ห้องนี้มาหลายวัน ก็มีหลายอย่างที่นางอยากตรวจสอบแต่คงทำไม่ได้เมื่อมีท่านอ๋องอยู่ด้วยเขาไม่กล้านำเอาของต่างหน้าของ ‘คนที่เคยรัก’ ไปไว้ในเรือนชายา ถึงจะรู้สึกผิด แต่เขาก็ทราบดีว่านี่คือรักข้างเดียว มิหนำซ้ำอีกฝ่ายก็ไม่อยู่แล้ว หากยังยื้อเวลา เสด็จพี่ชายของเขาก็จะสงสัยที่เขาไม่ยอมรับชายาที่พระองค์เลือกให้“อย่างไรใจของข้าก็ยังเป็นของเจ้า” ชายหนุ่มหันหลังกลับ พลันเดินไปยังเรือนซิ่งฮวา นี่ไม่ใช่เรื่องที่ฝืนใจ หากเป็นหลี่ซูรั่วนั่นก็อีกเรื่อง แต่สำหรับจูจื่อหรานมันต่างออกไป“ท่านอ๋อง…จะเสด็จมาทั้งที เหตุใดถึงไม่ให้คนมาแจ้งเล่าเพคะ” หลินเซียนกำลังทำตัวไม่ถูก ยามนี้นางอยู่ในอาภรณ์ที่พร้อมจะเข้านอนแล้ว ไม่เหมาะจะรับแขกเป็นอย่างยิ่ง“เจ้าเป็นชายาข้ามิใช่หรือ ข้าก็เพียงแต่มาทำหน้าที่สวามีที่ดี” ข้าวของที่ชายหนุ่มเตรียมมาถูกนำเข้ามาในห้อง ไป่ฮวาถูกสายตาของท่านอ๋องไล่ทางอ้อมให้ออกไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใด“ที่นี่...มันเกินไปจริง ๆ เอาเถิด ไว้เราจะให้คนมาจัดการ หรือจริง ๆ แล้ว เจ้าจะจัดการเองเมื่อได้ถือบัญชีของจวนมาแล้วก็ย่อมได้ คงอีกไม่กี่วันหรอก”หลินเซียนรับฟังอย่างเป็นกังวล นางไม่เคยรู้สึกกังวลเช่นนี้มาก่อน แต่ยังไม่ทันได้คิดหรือทำอะไรให้มากความ ผ้าคลุมสีแดงก็ถูกคลุมลงมาบนใบหน้าสวยอี
วันถัดมาหลินเซียนในร่างของจูจื่อหรานเดินตรงไปยังเรือนหลักของเฉินอ๋องพร้อมน้ำแกงในมือ ไม่มีผู้ใดห้ามหญิงสาว หนึ่งนั่นเพราะนางคือพระชายาอ๋อง สองคือเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นทุกเช้า มิใช่ว่านางกำนัลทุกคนจะรู้ว่าในยามนี้ท่านอ๋องมิได้ประทับอยู่ในเรือน การที่หลินเซียนทำเช่นนี้เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางสังเกตเห็นรูปภาพสำคัญรูปหนึ่งที่มันเคยเป็นของบิดานาง หญิงสาวก้าวเข้ามาในเรือนหลักที่มิได้มีคนเดินกันพลุกพล่านเหมือนเรือนอื่น ๆ นั่นก็เพราะท่านอ๋องมิชอบให้ผู้ใดเข้ามายุ่งวุ่นวายมากนัก หลินเซียนเดินประคองถ้วยน้ำแกงไปไว้ที่โต๊ะของท่านอ๋องก่อนจะเดินผ่านโต๊ะทรงงานไปยังด้านหลัง...ที่มีรูปของบิดานางอยู่ หญิงสาวมองซ้ายแลขวาอย่างกังวล นางกลัวว่าผู้ใดจะมาพบเข้า น้ำแกงนั้นใช้เป็นข้ออ้างได้รวมถึงนางจะแสร้งทำเป็นลืมว่า วันนี้ท่านอ๋องมิได้เรียกให้เข้าพบ ทุกอย่างก็เพื่อสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในช่องซ่อนหลังรูปนี้ก็เท่านั้น แม้จะคาดหวังว่ามันอาจเป็นหลักฐานที่ทำให้ทั้งครอบครัวของนางต้องตาย แต่เพียงเอื้อมมือไปหมายจะแตะรูป เสียงทุ้มทรงอำนาจก็ตะโกนลั่นจนหญิงสาวเข่าแทบทรุด “เจ้าคิดจะทำอะไร!” “ท่านอ๋อง...หม่อมฉันมิไ
“หม่อมฉันไม่รู้ว่าพระองค์ให้หม่อมฉันมาทำอะไรที่นี่ จึงยืนมองอยู่เช่นนี้เพคะ” อ๋องหนุ่มเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่มีผู้ใดกล้าต่อปากต่อคำกับเขามานานแล้ว พระชายานี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก“และหม่อมฉันก็ยังมีเรื่องสงสัย เหตุใดเรื่องนี้ถึงกลายเป็นหม่อมฉันที่โดนทำโทษ”เฟยหลงถอนหายใจ “เราไม่ได้ทำโทษ”หญิงสาวยิ้มเยาะ “แต่ก็เข้าข้างชายารอง หม่อมฉันรู้ดีว่าตนเองมาทีหลัง แต่ว่าพระองค์จะไม่ลำเอียงไปหน่อยหรือเพคะ หรือต้องให้หม่อมฉันพูดออกไปว่า เรือนของพระชายานั้นแย่ยิ่งกว่าเรือนของชายารองหรือแม้แต่อนุภรรยาเสียอีก” ฟังมาถึงคำสุดท้าย เฉินอ๋องกลับรู้สึกคิดผิดที่ไม่สั่งทำโทษทั้งสองให้หมดเรื่องหมดราวไปเมื่อคิดได้อย่างนั้นก็มองไปที่ชายาปากกล้า แม้จื่อหรานจะไม่ผิด แต่การที่นางเอ่ยวาจาเช่นนี้กับเขาก็เหมือนจะเข้าทางพอดี “คุกเข่า!”หลินเซียนที่อยู่ในร่างจื่อหรานมองหน้าอีกฝ่าย “พระองค์ทำโทษหม่อมฉันเพียงเพราะหม่อมฉันเอ่ยถึงชายารองหรือเพคะ”เฉินอ๋องยิ้ม เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายการกระทำอยู่แล้ว ทำเพียงกล่าวหน้าตายว่า “เรื่องเรือนของเจ้ากับอาหารการกิน ต่อไปเราจะให้คนของเราช่วยดูแล” เขารู้ดีเรื่องที่ซุนรั่วไม่ยอมปฏิบัติตามค
หลังจากผ่านไปถึงสองชั่วยาม หลินเซียนในร่างของจื่อหรานก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยพูดกับซุนรั่วที่แทบจะเป็นลมไปแล้วว่า “อันที่จริงข้าก็ยังไม่ใคร่พอใจสักเท่าไร เพียงแต่เริ่มจะหิวขึ้นมาแล้ว เมื่อเช้ายังไม่ทันได้กินอะไรกลับเกิดเรื่องเสียก่อน เอาเถิด เจ้าก็พอเท่านี้ แต่หากพรุ่งนี้ยังไม่ไปคารวะข้าตอนเช้าอีก ข้าก็ไม่เหนื่อยหากจะต้องเดินมาที่นี่” ยังไม่ทันที่สตรีผู้ได้ชื่อว่า พระชายาแห่งจวนอ๋องจะก้าวออกจากเรือนหลันฮวา เสียงกรีดร้องของชายารองก็ดังกึกก้องขึ้นมาเสียก่อน ไป่ฮวาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ทว่าในใจหลินเซียนกลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย “พระชายาเพคะ หากนางนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านอ๋อง ท่านจะทำเช่นไรเพคะ” จริง ๆ แล้วนางก็ไม่แน่ใจนักว่าท่านอ๋องรักซุนรั่วมากเพียงใด ทว่าจากคำสั่งที่ราชองครักษ์ผู้นั้นถือมา ท่านอ๋องคงไม่ได้หลงใหลนางถึงขั้นมองผิดเป็นถูกหรือหลงสตรีจนไม่ลืมหูลืมตา อันที่จริงนางออกจะผิดหวังอยู่ไม่น้อยกับการวางเฉยของท่านอ๋อง พระองค์เป็นถึงพระอนุชาของฮ่องเต้ ทั้งยังเป็นองค์ชายที่อดีตฮ่องเต้ทรงโปรดมิใช่น้อย ถึงได้ประทานเมืองตงหยางให้เป็นศักดินา ทั้ง ๆ ที่เมืองนี
ไม่ว่าจะอนุภรรยาหรือนางกำนัล ล้วนไม่มีผู้ใดกล้าต่อกรกับนาง เพราะนางเป็นชายารองของเขา และยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่เขาลุ่มหลงและโปรดปรานเป็นที่สุด ตามหลักแล้ว เขาควรจะเรียกซุนรั่วมาสั่งสอนแต่เพราะมี ‘บางสิ่ง’ ที่เขาต้องการจากนางจึงต้องยอมหลับตาข้างเดียว “ตัดเบี้ยหวัดของคนครัวทั้งหมด และให้เรือนซิ่งฮวาเปิดครัวร้อนเองได้ เพิ่มเบี้ยหวัดให้นางด้วย” “แม้ท่านอ๋องจะสั่งการเช่นนี้ แต่ข้ากลับมองว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้พ่ะย่ะค่ะ บัญชีของจวนท่านอ๋องตอนนี้พระชายารองถือครองอยู่ แม้ตามหลักแล้ว ควรจะเป็นพระชายา...” เฉินอ๋องปรายตามองคนของตนตาขวาง แต่องครักษ์คู่ใจกลับเอ่ยต่อ “พระองค์ทำเช่นนี้ ผู้คนจะครหาเอาได้นะพ่ะย่ะค่ะ” นิ้วทั้งสองถูกยกขึ้นมานวดขมับ นางมาเพียงวันเดียวก็ทำให้เขาปวดหัวเสียแล้ว...จูจื่อหราน ไหนผู้คนบอกว่าเจ้าเป็นสตรียอมคนไม่มีปากไม่มีเสียงอย่างไรเล่า อีกด้านหนึ่ง หลินเซียนในร่างของจื่อหรานก็เฝ้ารอการกลับมาของไป่ฮวาอย่างใจจดใจจ่อ “เป็นอย่างไรบ้าง” หญิงสาวถามทันทีที่อีกฝ่ายเดินมาถึง “นำไปให้ท่านอ๋องแล้วเพคะ” จื่อหรานยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปเรือนของหลี่ซุนรั่วกับข้า” “วะ-ว่า
“หามิได้เพคะ ข้าคือนางในวังหลัง เพียงแต่เคยเห็นท่านอัครมหาเสนาบดีพร้อมคุณหนูซูและบุตรเขยอย่างใต้เท้าหลี่เข้าเฝ้าฮองเฮา ปกติขุนนางมิอาจย่างเท้าเข้าสู่วังหลัง แต่ใต้เท้าซูเป็นพี่ชายของฮองเฮา จึงได้พบกันหลายครั้ง” นางกำนัลไป่ยังพูดไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าเจ้านายเลยแม้แต่น้อย“สุขสบายกันยิ่งนัก พอ...ข้าอาบพอแล้ว” ไป่ฮวาสะดุ้งตกใจเพราะไม่รู้ว่าตัวนางทำอะไรผิดอีกหรือไม่“แต่ว่า...”“ไปเตรียมชุดมาเถิด ข้าจะเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก”ใช่ นางยังต้องมีอะไรให้ทำอีกมากในฐานะของจูจื่อหรานก่อนหน้านี้ หลินเซียนก็เป็นเพียงสตรีใสซื่อเช่นเดียวกับจูจื่อหราน เพราะเหตุนี้ ทั้งนางและอีกฝ่ายจึงล้วนตายอย่างง่ายดาย ไม่อาจทราบได้ว่าจูจื่อหรานตัวจริงไปอยู่ที่ใดแล้ว แต่คงสิ้นใจไปแล้วกระมัง มิฉะนั้นคงไม่อาจมีผู้ใดมาแทนที่ได้เช่นนี้ หลินเซียนครุ่นคิดวนเวียน ทั้งความทรงจำของตนเองและความทรงจำที่ได้รับรู้จากแม่นางจื่อหรานและสิ่งที่ทำให้หญิงสาวซึ่งเกือบจะเคลิ้มหลับเบิกตากว้างในความมืด คือความก้าวหน้าของพวกคนชั่วที่ทำร้ายและทำลายครอบครัวของนางบุรุษชั่วแซ่หลี่ได้เป็นบุตรเขยของอัครมหาเสนาบดี







