Masukรถแท็กซี่จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขับผ่านการจราจรแออัด จอดเทียบกำแพงหลังบ้านไม้เก่านานร่วมครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าจะเคลื่อนไปข้างหน้า เจ้าของรถออกอาการเบื่อหันมาโวยวาย
“ไปหรือยัง ที่บอกจะจ่ายเพิ่มน่ะเท่าไหร่ คุ้มค่าเสียเวลาข้าไหม” ผู้ว่าจ้างแสดงอารมณ์ไม่พอใจ แต่ไม่ได้ตอบโต้ เขาดึงแขนเสื้อขึ้นดูเวลาคำนวณค่าเสียโอกาสในการวิ่งรถรับผู้โดยสาร
“ทิปเยอะนะเนี่ย เหมาไหม ข้าจะนอนเงียบๆ ไม่บ่นให้เอ็งรำคาญ” ผิวปากเป็นทำนองเพลง นับเงินมีความสุข
“ไม่ครับ ผมพอแล้ว ช่วยไปส่งผมตามที่อยู่ที่เคยบอก”
“แต่ดูเหมือนเอ็งจะยังไม่อยากกลับเลยนะ อยู่ต่อชั่วโมงเดียว สองชั่วโมงก็ได้ ข้าคิดเพิ่มไม่แพงหรอก จะเอนเบาะนอนรอเงียบๆ”
“ถ้าไม่ออกรถก็คืนเงินส่วนหนึ่งให้ผม ผมเรียกรถคันอื่นได้”
“ไปก็ได้ ยังหนุ่มยังแน่น ขี้น้อยใจเป็นบ้าเลยนะหนุ่มนะ”
หน้าหล่อเข้มจัด เบือนจากคนขับรถวัยกลางคนกลับไปทางหน้าต่างบานเดิม ขอให้ไฟในห้องนอนส่องสว่างเพื่อจะได้มั่นใจอะไรบางอย่าง เขาเหนื่อยที่ต้องพลัดพรากจากคนรัก อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงหล่อนกลับมา สัญชาตญาณบางอย่างเตือนว่าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาคบกัน บ้านอัศวเมฆินทร์ถูกยึด หากหล่อนทิ้งการเรียนกลับเมืองไทยไม่แคล้วต้องพาแม่ย้ายไปหาที่อยู่ใหม่
แต่ที่ไหนล่ะที่หล่อนจะไป หล่อนไม่มีญาติพี่น้อง จะย้ายไปอยู่ไหนก็ย่อมได้ เขาตระหนักรู้ได้ว่าไม่มีทางตามหาหล่อนเจอง่ายเหมือนที่ผ่านมา ภาวนาขอให้จุดหมายปลายทางคือประเทศไทย จะได้ตามหาง่าย แต่ถ้าภายในวันสองวันนี้ไม่เจอกันเขาจะกลับไปอังกฤษ การไปครั้งนี้เขาจะเปิดเผยตัวเองไม่เก็บซ่อนตัวตนต่อไป
“คุณรัน ทำไมมาคนเดียวล่ะคะ พ่อไปไหน”
สกาวใจ แม่บ้านอายุใกล้เคียงกันออกมารอต้อนรับ เหลียวมองตามท้ายรถแท็กซี่จนกระทั่งลับหายไปจากประตูรั้วอัตโนมัติ พ่อสกาวใจทำงานเป็นคนขับรถประจำบ้านอรัญรัตนา โดยปกติแล้วหน้าที่ขับรถรับส่งเจ้านายทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นของพ่อสกาวใจ ทำไมถึงปล่อยให้เจ้านายเรียกรถแท็กซี่กลับบ้านตามลำพัง
“ให้ลุงไปส่งพิมพ์มาดา ขี้เกียจนั่งรถคันเดียวกัน”
รายนั้นพูดมากกว่าลุงแท็กซี่สองเท่า ให้ฟังนานๆ หูจะแตก นิสัยพื้นเพไม่ชอบคนแบบนั้นกลัวอดใจไม่ไหวด่าซ้ำสองจนร้องไห้ขี้มูกโป่ง
ไม่แคร์อยู่แล้วหากเป็นอย่างนั้น กลัวแต่หล่อนมาฟ้องแม่เขา ถอดรองเท้าเปลี่ยนเอารองเท้าในบ้านมาสวม ก้มนานชักจะปวดหลัง สาเหตุหลักมาจากทนนั่งหลังขดหลังแข็งในชั้นประหยัดนานกว่าสิบชั่วโมง ไปจนถึงแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง และเดินทางต่อมายังท่าอากาศยานปลายทาง
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะคุณหนูพิมถึงโทรมาฟ้องคุณนาย”
“ว่าไงนะ” กระโหย่งตัวขึ้นมามองหน้าแม่บ้านตาคม
“คุณหนูพิมโทรมาหาคุณนาย เพิ่งจะวางสายเมื่อกี้นี้เอง สกาวใจไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรกัน เงี่ยหูฟังแล้วก็ยังไม่ได้ยิน แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ สถานการณ์ในบ้านเรียบร้อยดีค่ะ คุณผู้ชายก็อยู่ด้วย”
“คุณพ่ออยู่แล้วช่วยอะไรได้ ตามใจคุณแม่หมดทุกเรื่อง”
“ถึงคุณผู้ชายจะตามใจคุณนาย แต่ท่านไม่ได้เห็นด้วยกับคุณนายหมดทุกเรื่องนะคะ เพียงแค่ท่านไม่กล้าขัดใจคุณนาย”
“ต่างกันตรงไหน” นิ่วหน้าใส่สกาวใจ ที่พอเห็นว่าไม่ใช่เรื่องตัวเองก็พูดสบายใจเฉิบ โทษเขาไม่ได้ ถ้าจะโทษควรโทษผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่บังคับยัดเยียดให้เขาทำตามใจ พิมพ์มาดาจะไปเรียนต่อประจวบเหมาะกับเขาเดินทางไปอังกฤษทุกเดือน มัดมือชกให้พาหล่อนไปด้วย
เป็นพ่อเป็นแม่ประสาอะไรยอมให้ลูกสาวเดินทางไปต่างประเทศกับผู้ชายสองต่อสอง เขายอมรับผลการกระทำที่ตามมาเสมอ เชื่อว่าครั้งนี้ก็จะถูกนินทาโดยแม่ๆ ที่เคยประเคนลูกสาวหลานสาวมาให้ดูตัว
พวกท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเข็ดขยาดนิสัยเขา บางคนปากร้ายหน่อยก็นินทาว่าเขาชอบเพศเดียวกันและเสพติดการซื้อบริการทางเพศ ไม่คู่ควรกับลูกสาวหลานสาวที่น่ารักของพวกท่าน
ความคิดที่อยู่ในใจเขาอยากตอบกลับเหลือเกิน ลูกหลานพวกท่านนิสัยดีตายแหละ หลุดแอ๊บแบ๊วก็ไม่ต่างจากนางกรี๊ดในละครหลังข่าว
“ต่างสิคะ มีคุณผู้ชายอยู่ด้วยจะได้คอยห้ามศึกระหว่างคุณรันกับคุณผู้หญิงไงคะ” หัวเราะเป็นม้า เพิ่งสังเกตสีหน้าท่าทางเจ้านายดูอิดโรยชอบกล หน้าตาก็ซีดไม่มีสี
“คุณรันไม่สบายหรือเปล่าคะ”
“นั่งเครื่องนาน เหนื่อยนิดหน่อย แต่ไม่ได้เป็นอะไร”
“เข้าบ้านเถอะค่ะ ท่านทั้งสองรอคุณรันอยู่ที่โถงรับแขก”
“รอเชือดล่ะสิ เฮ้อ เบื่อชะมัด กลับคอนโดน่าจะปลอดภัยกว่ามั้ง ไปเอากุญแจรถมาให้หน่อยสิ ของฝากเต็มกระเป๋าเลยนะจะยกให้ทั้งหมด”
ไม่กล้าเข้าไปเอาเอง ขืนเข้าไปในบ้านตอนนี้อาจจะตายอย่างเขียด ท้องแตก ไส้ไหล คุณแม่เวลาโมโหปรานีลูกชายซะที่ไหน โดยเฉพาะกับเขาที่ดื้อรั้นท่านยิ่งโหดยกกำลังสอง เขาอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมเป็นหลักเพราะใกล้บริษัท ขับรถรวดเดียวถึงถ้ารถติดก็สิบนาทีถ้าถนนโล่งก็ห้านาที บ้านหลังนี้จะอยู่รอบนอก ใช้เวลาไม่ต่ำกว่ายี่สิบนาทีกว่าจะถึงที่ทำงาน
“ข่าวดี กุญแจรถอยู่ในตู้เก็บกุญแจ แต่ข่าวร้าย กุญแจล็อกตู้อยู่กับคุณนาย คุณรันจะทุบตู้หรือเข้าไปขอจากคุณนายดีคะ”
“โธ่เอ๊ย ไม่ได้เรื่องเลย จะเอาไหมของฝาก”
“เอาสิคะ”
“คุณผู้ชายยังไม่กล้าขัดใจคุณนาย สกาวจะกล้าได้ยังไง เข้าไปเถอะค่ะ คุณนายรักคุณรันจะตาย กอดนิด อ้อนหน่อยท่านก็ใจอ่อน ใช่ว่าคุณรันถูกคุณนายคาดโทษครั้งแรกซะเมื่อไหร่ คุณรันไล่ตะเพิดผู้หญิงที่ท่านหาให้คนที่เท่าไหร่แล้วคะ สิบนิ้วสกาวยังนับไม่พอ”
“พูดเกินไปแล้วสกาว ถึงสิบคนที่ไหน ก็แค่...”
คิดตามขยับปลายนิ้วนับจำนวนไปด้วย ข้างขวาไม่พอย้ายมาข้างซ้าย สักพักปลายเท้าก็กระดิก ถ้าพูดได้ก็คงร้องบอกพ่อๆ ใช้นิ้วพวกหนูนับด้วยก็ได้นะ โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเขาปากหมานิสัยเสีย แต่ก็แค่กับผู้หญิงที่ผู้ใหญ่บังคับจับคู่ให้ กับผู้หญิงคนอื่นเขาสุภาพบุรุษจะตาย
“บอกแล้วว่าเกินสิบ ผิดจากที่สกาวพูดเมื่อไหร่”
- Special -รักยาวนานตราบเท่ามีลมหายใจ“ป๊ะ ม๊ะ”เสียงเล็กใสมาจากเด็กชาย มือป้อมเล็กคู่นั้นยื่นออกมาเรียกให้แม่มาอุ้ม ย่ามลรู้งาน เบี่ยงเบนความสนใจพาหลานชายไปเล่นกับเอเดน สะบัดมือไล่ลูกๆ ให้ไปพักผ่อนกันตามสบาย ส่วนหลานชายท่านจะช่วยดูแลเอง ป๊ะ ม๊ะน้องภามส่งยิ้มให้กัน น่ากลัวเหลือเกินว่าคุณย่าจะอยากให้น้องริรินมาเกิดเร็วกว่าที่คุยกันไว้“ป่านนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวคงจะเข้าห้องหอกันแล้วนะคะ”พิยดาชวนสามีคุย ปลดต่างหูเพชรเม็ดน่ารักออกทีละข้างจัดเก็บใส่กล่องเรียบร้อย“ได้ยินบ่นว่าเหนื่อย ลุ้นตามคู่เราขาจะแข็ง เพิ่งจะขอตัวไปพัก”เขาอยู่ที่ริมระเบียง ชมพลุชุดสามที่จุดสว่างไสวทั่วทั้งท้องฟ้า ราวกับเจ้าภาพต้องการกระจายข่าวให้คนทั้งเกาะฮ่องกงรู้ว่ามีพิธีวิวาห์เกิดขึ้น ถึงแม้จะจัดงานเป็นการส่วนตัว แต่ทุกคนสามารถร่วมยินดีได้จากการออกมาดูความสวยงามของพลุหลากสี“คืนเข้าหอจะได้พักไหมเถอะ” ย่นจมูกให้สามีในทางทะเล้นถึงพี่สาวจะมีลูกชายโตจนเดินได้ แต่คืนแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีบ้าง“ถ้าเป็นคืนแต่งงานของเรา พิมจะอยากพักที่หมายความว่าพักจริงๆ หรือเปล่าคะ”พลุจบลง ศรันย์ดึงปิดผ้าม่านกลับมายืนซ้อนแผ่นหลังบอบบาง ช่
ตอนพิเศษEP.6 สวนสนุกตันตันแลนด์“คุณเฟื่อง สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์คุณภพค่ะ” ยม พี่เลี้ยงใจดีของคุณหนูกัปตันคุณหนูกราฟนำมือถือที่แผดเสียงดังมาส่งให้เจ้านายถึงในห้องครัว ช่วงสายวันนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณเฟื่องเข้าครัวทำอาหารกลางวันให้สามี และลูกชายกินด้วยตัวเอง“เจ้าของเครื่องไปไหนคะ ไม่อยู่แถวนั้นเหรอ”“ไม่อยู่แถวนี้ค่ะ แต่ถึงเอาไปให้ ก็น่าจะไม่สะดวกรับเอง”พบพิรุธบางอย่างที่ทำให้เฟื่องลดาอยากหักก้านมะยมมารูดไว้รอตีพ่อของลูกฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน ไม่ใช่ว่าแอบพาลูกออกไปเกลือกดินกลิ้งโคลนเหมือนที่แล้วๆ มาหรอกนะ“มาม๊า”เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทสามี ลูกชายก็ยื่นหน้าข้ามกรอบหน้าต่างมาทักทาย“ไปทำอะไรตรงนั้นลูก ไม่เข้าบ้านมาหาคุณแม่”“น้องตันหิวน้ำค้าบ”ตาหนูน้อยวัยสามขวบครึ่งยิงฟันยิ้มน่ารัก“เอาน้ำเปล่าหรือน้ำส้มครับ คุณแม่คั้นส้มไว้สดๆ เลย”“น้ำอัดลมไม่ได้เหรอค้าบ”“ได้ค่ะ แต่บอกคุณแม่ก่อนนะ คุณพ่อพาเล่นอะไรครับ”“เล่นนี่ค้าบ...”เลิกซ่อนหลังหน้าต่าง ยกท่อนแขนเล็กสองข้างขึ้นอวดโคลนที่พอกเต็มแขนจนแห้ง“ป๊ะป๋า”“ป๊ะป๋าค้าบ”ตาหนูน้อยวิ่งเร็วกลับมาหาป๊ะป๋าภพ หุ้นส่วนรายใหญ่ของสวนส
ตอนพิเศษEP.3 จนกว่ารักจะผลิบานไม่ใช่แค่ครั้งเดียว พิยดาเจอเขาติดต่อกันถึงสามครั้งในรอบสามเดือนหล่อนบีบมือให้หยุดคิดเข้าข้างตัวเอง แค่ความบังเอิญเท่านั้น ไม่ใช่ความตั้งใจ เขาไม่ได้จะกลับมาหาตามคำสัญญาที่เคยพูดไว้แล้วก็จริงตามนั้น เมื่อรู้ข่าววงในมาว่าเขาลงทุนทำโรงเรียนสอนภาษาตามหัวเมืองใหญ่ที่บังเอิญเจอเขาในร้านกาแฟแห่งนั้นบ่อย ก็เพราะเขาพักโรงแรมละแวกนั้นอุตส่าห์เผื่อใจไว้ แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดีหลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ในร้านกาแฟหรือไม่ พิยดาไม่เคยมองเข้าไปในร้านเลยสักครั้งให้เขากับหล่อนไม่ได้พบเจอหรือพูดคุยกันแต่แรก อาจจะช่วยไม่อึดอัดเท่าบังเอิญสบตากันเบื้องหลังความจริงที่พิยดาไม่เคยรู้ การคุยโทรศัพท์ทุกครั้ง เขาแค่แกล้งเก๊กทำหน้าเข้มไปอย่างนั้น ในสายไม่ได้คุยกับใคร เขามักจะคอยแอบมองอยู่เสมอว่าหล่อนจะเดินผ่านหน้าร้านไปตอนไหนไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้าไปหา แต่เข้าไปครั้งไหนก็ถูกเมินเสมอ จึงไม่มีความกล้ามากพอจะเข้าไป เขาเต็มใจพาตัวเองมาวนเวียนอยู่ในกิจวัตรประจำวันของหล่อน เพื่อให้คนที่เขารักไม่ลืมว่ามีเขาอยู่ตรงนี้ ขอแค่หล่อนหันหลังกลับมาก็จะเจอเขาผ่านการใช้ชีวิตตามใจตัวเองมามาก เค
ตอนพิเศษEP.1 อดีตถึงปัจจุบันไม่ง่ายเลย กับการให้โอกาสชายคนที่ฝากรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้กลางใจ เก้าปีที่เลิกกัน ผ่านการเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนเขาไม่เคยรู้ ขณะที่หล่อนสูญเสียจิตวิญญาณ นอนเหมือนผีตายซากอยู่โรงพยาบาล เสียใจกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เขากลับสนุกสนานกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ โร้ดทริป กิน เที่ยวกับกลุ่มเพื่อนมีผู้หญิงแปลกๆ มาคอมเมนต์ กดหัวใจให้เขาทุกโพสต์ และเขาก็กดหัวใจให้ทางนั้นบอกตัวเองให้พอ เลิกส่องชีวิตเขาได้แล้ว แต่ยิ่งห้ามหัวใจก็ยิ่งทำในสิ่งตรงข้าม สืบส่องชีวิตเขาเก็บมาเจ็บอยู่คนเดียวออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ถูกเค้นถามว่าท้องกับใคร ไม่เคยคิดจะบอก ยอมเจ็บคนเดียว ให้เวลาเยียวยาหัวใจ จะท้องตอนไหน ท้องกับใคร ในเมื่อลูกไม่อยู่กับหล่อน ก็ไม่สำคัญอีกแล้วเป็นช่วงปิดเทอมที่บีบหัวใจ พิยดาไม่ออกจากอาณาเขตบ้านแม้แต่ก้าวเดียว ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากได้อะไร จากเด็กสาวหน้าตาน่ารัก หล่อนปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนมองหาความสดใสจากคนในกระจกไม่เจอ หายใจทิ้งให้ปฏิทินที่เปลี่ยนผ่านจากวันสู่อีกวัน ติดอยู่กึ่งกลางระหว่างความรู้สึกอยากและไม่อยากอยู่ต่อเงินน้อยนิดที่รวบรวมไว้เพื่อจะ
บทส่งท้ายบทสรุปความรัก“ผมต้นครับ ต้นตระกูล ธนโชติทรัพย์”“หนึ่งในชายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ซึ่งสร้างความเสียหายให้คุณพิยดา คุณศรันย์ และครอบครัวของทั้งสองฝ่าย” “ในวันนั้นผมทำไปเพราะความคึกคะนอง ไม่ได้มีวุฒิภาวะมากเท่าในปัจจุบัน ผมละอายในความผิด หนีไปเรียนเมืองนอก เรียนจบก็อาศัยอยู่ที่นั่นมาจนถึงเดือนที่แล้วที่กลับไทย เพราะคุณพ่อและน้องชายป่วย” “ผมอยากใช้พื้นที่นี้ กราบขอโทษน้องพิม ที่ทำให้น้องเสียหาย ได้รับผลกระทบทางใจจากเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนั้น...”“ผมยินดีชดใช้ความผิดทุกอย่าง จะจับผมเข้าคุกก็ได้ เพื่อแสดงเจตนาว่าผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ แต่หนึ่งสิ่งที่ผมสามารถยืนยันได้ คืนนั้น น้องพิมไม่ได้ถูกล่วงเกินจากผม หรือจากใครทั้งนั้น” “คลิปภาพถูกตัดออกไปเกือบครึ่ง เปิดไปไม่ถึงช่วงที่มีคนตามมาช่วยเหลือน้อง ก่อนจะพาน้องที่บาดเจ็บสาหัสไปส่งโรงพยาบาล...”“เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ ผมขออนุญาตเผยแพร่คลิปนั้นอีกครั้ง โดยไม่ตัดทอนใดๆ ออก ยกเว้นการเบลอภาพบางส่วนเพื่อปกป้องเกียรติลูกผู้หญิง” “การเปิดเผยคลิปครั้งนี้ได้รับการอนุญาตจากคุณศรันย์ สามีของผู้เสียหาย และตัวผู้เ
บทที่27จากไปไม่มีวันหวนคืนห้องเสื้ออารานีครึกครื้นมากกว่าทุกวัน แม่มลหน้าชื่นตาบานนำชุดแต่งงานที่ท่านภูมิใจนำเสนอ ไม่เคยวางขายที่ไหนมาก่อน ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบและตัดเย็บโดยท่านมาให้ลูกสะใภ้ได้ลองสวมการเตรียมงานแต่งดำเนินไปเรียบง่าย ไม่ได้ไปจัดในโรงแรม เจ้าสาวต้องการจัดงานเล็กๆ ในสวนหย่อมหน้าบ้าน เชิญแขกมาไม่มากจึงใช้เวลาไม่นาน ปัญหาใหญ่น่าจะเป็นชุดแต่งงาน ลองชุดไทยสำหรับงานหมั้นช่วงเช้าไปแล้ว แต่เพราะครรภ์เข้าสู่เดือนที่สามทำให้เจ้าสาวกังวลชุดจะรัดแน่นเกินไป จึงเปลี่ยนมาสวมชุดเจ้าสาวสีขาว ซึ่งจะใส่ชุดไหนแม่มลก็ทำตาหวานใส่เสมอ เอ็นดูลูกสะใภ้สุดหัวใจ“ไอ้หน้าเหม็นข้างนอกเห็นพิมใส่ชุดนี้ รับรองว่ากรี๊ดสลบ”คอนเฟิร์มโดยแม่มล แม่ถอดเฝือกขาออกแล้ว ยังเดินลงน้ำหนักเท้าไม่ได้ แต่แม่ก็ขยันเดินเหลือเกินถึงขั้นที่พิยดาไปเอาวีลแชร์มาให้นั่ง“วันงาน เกล้าผมไหมลูก คุณแม่หาแบบทรงผมมาเยอะมาก ส่งไปเม้าท์มอยกับน้องอีฟ น้องอีฟบอกเย็นวันนี้จะมาลองทำให้น้องพิมที่บ้าน หน้าน้องอีฟก็อาสาจะแต่งให้เอง คุณแม่ว่าน้องพิมแต่งแบบไหนก็สวย โทนเกาหลีน่ารักๆ ไม่ต้องแต่งเข้มมาก เผยผิวสดใส รับรองขึ้นกล้อง ส่วนช่างขอ
บทที่14ความลับที่ซ่อนไว้เสียงแก้วแตกดังขึ้นมาจากห้องนอนชายสูงวัยในช่วงหัวค่ำวันต่อมา พิยดาวางมือจากการคัดแยกเสื้อผ้าราเมศวร์กับดุจเดือนไว้ขาย ไปดูท่านถึงในห้องนอน เพื่อพบว่าสุดท้ายแล้ว ความดีก็เปลี่ยนแปลงทัศนคติของใครไม่ได้ เนื้อในของคุณไกรสรยังคงเป็นประมุขใหญ่ของคฤหาสน์อัศวเมฆินทร์ ผู้ปกครองอาณ
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแข
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮื
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่







