เข้าสู่ระบบ“สัญญานะพิม ถ้าเคลียร์ปัญหาได้ แกจะกลับมาเรียนต่อให้จบ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ฉันจะขอแม่เป็นสปอนเซอร์ให้”
“อย่าเลย แค่นี้ฉันก็รบกวนแกกับแม่มากพอแล้ว คนอย่างฉันได้มาเรียนต่อต่างประเทศ ถึงจะเรียนไม่จบก็คุ้มค่าที่ได้เกิดมา”
“โอ๋... ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้ แกเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ไม่ว่าใครจะพูดถึงแกหรือดูถูกแกยังไง แต่ฉันเชื่อในตัวแก และอยากให้เพื่อนของฉันมีอนาคตที่ดีกว่านี้”
“ขอบใจมากนะที่เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันจะไม่ทิ้งอนาคตตัวเอง จะทำงานหาเงิน มุ่งมั่นสร้างตัวหักหน้าพวกคนที่เคยดูถูกฉัน”
“แกทำได้อยู่แล้ว เพื่อนฉันทั้งสวยทั้งเก่ง สู้เขานะ”
“สู้ตาย!” ตอบกลับหน้าตามุ่งมั่น “ลากันไปลากันมามีหวังฉันตกเครื่องเพราะแกนี่แหละ ฝากขอบคุณพี่ไรอันด้วยนะที่ขับรถมาส่ง เรียนจบแล้วชวนพี่เขาไปเที่ยวเมืองไทยด้วยล่ะ”
“ต้องชวนไปอยู่แล้ว รักนะ ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย”
“ได้เลย ฉันไปแล้วนะ”
โบกมือลากันอยู่นาน กว่าจะหันหลังให้เพื่อนตามผู้โดยสารท่านอื่นเข้าไปด้านใน ผ่านด่านตรวจเอกสารมาถึงโถงทางเดินขนานข้างด้วยร้านค้าปลอดภาษี ห้ามใจไม่ไหวแวะชมลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ เล็งไว้ว่าจะซื้อเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง เหลือเวลาหลายเดือนกว่าจะครบยี่สิบห้าปี เก็บหอมรอมริบเดือนละร้อยสองร้อยจะได้ไม่รู้สึกผิดเหมือนนำเงินมาซื้อทีเดียว
“เลาจ์อยู่ใกล้แค่นี้ไปเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ ตอนนี้ตามใจน้องพิมก่อนนะคะ น้องพิมอยากดูลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ของคริสเตียนดิออร์” สาวเสียงหวานอ้อนแฟนหนุ่ม ควงแขนกึ่งฉุดเข้ามาข้างในมองหาจนเจอเคาน์เตอร์ลิปสติกก็ตรงรี่เข้าไปกระแทกแขนพิยดาที่ใจจดจ่ออยู่กับลิปสติกสีที่ชอบ พิมพ์มาดานิสัยดีระดับหนึ่งรู้ตัวว่าผิดก็รีบขอโทษ ยื่นมือไปหยิบลิปสติกสีแดงสดมาทดลองบนหลังมือชายหนุ่ม เขาน่ารัก ปล่อยให้หล่อนปาดสีตามใจชอบ
“สีแดงสดสวยมาก น้องพิมทาแล้วต้องสวยแน่เลยค่ะ”
“อืม สวย ทาแล้วคงเหมือนปอบลืมเช็ดปาก”
ชายคนนั้นตอบเสียงเนิบนาบ สาวไทยอีกคนยืนอยู่ตรงนั้นมาแต่แรกได้ยินแล้วแอบขำ นึกภาพปอบจกตับสัตว์มากิน
“แล้วสีนี้ล่ะคะ ชมพูสดใสดีจังเลย น้องพิมก็ว่าเหมาะ”
เสียความมั่นใจแต่ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ พิมพ์มาดาวางกลับที่เดิมเบามือ ดึงสีชมพูมาปาดหลังมืออีกครั้ง วาดเป็นรูปหัวใจแทนความรู้สึก
“ดีขึ้น แต่อย่าทาไปลพบุรีล่ะ แยกยากอันไหนปากคนกับตูดลิง”
ภาพตูดลิงสีชมพูแวบเข้ามาในหัว พิยดากลั้นขำ ตลกน้ำเสียงเอื่อยๆ ไร้อารมณ์ที่เขาใช้ตอบโต้คุณหนูเสียงแหลม
“ใช่สิ น้องพิมทำอะไรก็ไม่ดี ไม่สวย งอนแล้ว!”
“ไม่ง้อ ไปหาทิชชูมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพี่จะเอาเสื้อเธอเช็ด”
“ใจร้าย! กลับถึงบ้านน้องพิมจะฟ้องป้ามล!”
“เอาเลย อยากฟ้องพ่อฟ้องแม่ก็เชิญฟ้องตามสบาย!”
“สนใจสินค้าชิ้นไหนสอบถามได้นะคะ” พนักงานสาวเข้ามาสงบศึก ก่อนคู่รักจะสร้างความรำคาญให้ลูกค้าท่านอื่น
ชายหนุ่มระงับอารมณ์พลุกพล่าน เบียดสาวเอาแต่ใจหน้างอคอหงิกปานพระจันทร์เสี้ยวเข้ามากวาดลิปสติกจำนวนหลายแท่งมาไว้ในมือ ตั้งใจว่าจะซื้อให้จบๆ รวมถึงแท่งที่ผู้หญิงคนข้างๆ เพิ่งจะวางกลับที่เดิมหลังจากลูบๆ คลำๆ พิจารณาค่อนข้างนาน หล่อนเปลี่ยนใจหรือเปล่าไม่รู้ ถึงได้ยื่นมือกลับมา และบังเอิญสัมผัสเข้ากับมือ เขาเอียงหน้าไปทางขวามือพอดีกับหญิงสาวหันมาสบตา ประกายไฟส่งกระแสอ่อนๆ เข้ากลางใจคนทั้งคู่ หวนคิดถึงค่ำคืนเมื่อหลายปีก่อนที่พวกเขาสองคนเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
“พิม…” เสียงฟังคล้ายสายลมพัดผ่าน เบาหวิว ไร้น้ำหนัก หากวันนี้คือเช้าวันนั้นพิยดาคงจะเข้ามากอดเขาด้วยความรัก แต่จะหวังอะไรในเมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่านมากว่าเก้าปีที่พวกเขาเลิกกัน
“เรียกน้องพิมเหรอคะ”
พิมพ์มาดาถือสิทธิ์สอดมือมาคล้องแขนชายที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเขาและฝ่ายหล่อนอยากให้คบหาดูใจกัน หึงที่เขาจ้องผู้หญิงแปลกหน้าตาไม่กะพริบ พิยดาดึงมือข้างที่สั่นกลับมาแนบลำตัว ไม่อยากยอมรับว่าเจ็บปวดที่เห็นเขาสองคนควงแขน ขอบตาร้อนผ่าว แม้ไม่ได้บีบหรือกะพริบก็มีหยดน้ำกลมๆ ไหลลงมา ก้มหน้าหลบสายตาพวกเขาเดินออกจากร้าน
“พิม อย่าเพิ่งไป!” เขาส่งเสียงดัง ผวาจะตามไปคว้าท่อนแขนทว่าถูกฉุดรั้งไว้โดยพิมพ์มาดาที่ไม่ยอมให้เขาไปหาผู้หญิงคนอื่น
“พี่รัน น้องพิมอยู่ตรงนี้ หรือผู้หญิงคนนั้นก็ชื่อพิมเหมือนกัน” ละสายตาไปทางผู้หญิงคนนั้นที่กลืนหายไปกับนักเดินทางจากทั่วโลก
“ปล่อย บอกให้ปล่อยฟังไม่รู้เรื่องหรือไง!” สะบัดมือพิมพ์มาดาทิ้ง ออกตัววิ่งไปในทิศทางที่พิยดาจากไป หายใจไม่ทั่วท้องเหมือนกับว่าจะหน้ามืดลงตรงนี้ เคว้งคว้างไม่รู้ว่าจะตามหาพิยดาเจอได้อย่างไรในช่วงตารางบินหนาแน่นมีผู้โดยสารในอาคารจำนวนมาก
ก่อนขึ้นเครื่องเขาอ้อนวอนพนักงานภาคพื้นให้ช่วยประกาศตามหา “ขอร้อง ขอร้อง ครั้งเดียว ช่วยประกาศตามหาให้ที”
“ไม่ได้ค่ะ ผู้โดยสารอาจจะคลาดเคลื่อนเที่ยวบินที่จองไว้ หรือต่อให้ประกาศเสียงก็ส่งไปไม่ถึงข้างนอกค่ะ เว้นเสียแต่ว่าจะให้ประชาสัมพันธ์ส่วนกลางช่วยประกาศ แต่ดูจากเวลาแล้วยังไงก็ไม่ทัน อีกห้านาทีประตูขึ้นเครื่องจะปิดแล้ว” พนักงานปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง เกรงใจเขาในฐานะหลานชายคนโต ปีเตอร์ ชาน เจ้าของสายการบิน
“ตรวจในระบบได้ไหม ว่ามีคนชื่อนี้บนเที่ยวบินหรือเปล่า”
“เที่ยวบินไปประเทศไทยมีไม่รู้กี่สิบกี่ร้อย คุณผู้หญิงอาจจะไปกับเที่ยวบินอื่นแล้วก็ได้ ประตูใกล้ปิดแล้วไปขึ้นเครื่องเถอะนะคะ”
คอตกผ่านพนักงานภาคพื้นไปชั้นเฟิร์สคลาส เย้ยหยันตัวเองว่าต่อให้ไปเที่ยวบินเดียวกันก็ไม่มีทางได้พบกันจากเส้นแบ่งฐานะ พิยดาไม่มีวันนั่งชั้นหนึ่งหรือชั้นสองหล่อนเลือกชั้นประหยัดอยู่แล้ว
“พี่รัน ไปไหนมา น้องพิมรอตั้งนาน” พิมพ์มาดาตั้งตารอศรันย์แต่แรก ควงแขนพาเขากลับมาที่นั่งซึ่งอยู่ถัดจากหล่อน
“แชมเปญหน่อยไหมคะ น้องพิมหยิบมาเผื่อ” พิมพ์มาดารับแชมเปญจากพนักงานต้อนรับมาป้อนถึงปาก
“ไม่” ยกมือห้าม ทรมานหัวใจเจียนตายกับความคิดถึง
“ดื่มสักหน่อยนะคะ อ้าปากนะน้องพิมป้อน อ้า...” ช่างตื๊อตามประสาคนเอาแต่ใจจะบังคับป้อนให้ได้ ศรันย์หงุดหงิดปัดมือข้างนั้นทิ้ง แก้วแชมเปญร่วงจากมือหล่นลงพื้น น้ำบางส่วนกระเด็นมาโดนเสื้อหญิงสาว
“เลิกยุ่งกับพี่ แล้วไปทำตัวน่ารำคาญไกลๆ เลยไป! พี่ไม่ใช่สุภาพบุรุษ! ล้มงานหมั้นก็เคยทำมาแล้ว เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงจะเปลี่ยนนิสัยพี่ได้! ฝากไปบอกแม่เธอ! แม่พี่! ให้เข้าใจตรงกันว่าพี่ไม่ได้สนใจเธอ และไม่มีวันกลับคำพูดเด็ดขาด เลิกยัดเยียดเธอมาให้พี่ได้แล้ว ถึงขั้นบินตามมาอังกฤษ ไม่แรดจริงคงทำไม่ได้!”
“พี่รัน! กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
พิมพ์มาดาร้องเสียงแหลมใส่เขาที่หิ้วกระเป๋าไปหาพนักงานต้อนรับขอสลับที่นั่งกับผู้โดยสารคนอื่น แต่ไม่ว่าจะกรี๊ดดังแค่ไหนเขาก็มั่นคงในจังหวะการเดินไม่เหลียวหลังกลับมา เป็นหล่อนเองที่สู้หน้าผู้โดยสารคนอื่นไม่ได้นั่งสงบเสงี่ยม ฉีกยิ้มให้คนรอบข้างเห็นว่าไม่เป็นไร ก่อนยกกระเป๋าแอร์เมสขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้
น้ำเพชรดูแลเด็กสาวที่เห็นหน้าค่าตามาตั้งแต่เล็กๆ ดีไปตามมาตรฐาน บิดผ้าชุบน้ำลากเช็ดไปตามเรือนร่างงดงามล้างเอาคราบเหนียวเหนอะหนะออกไป รับชุดกระโปรงไซซ์ใกล้เคียงกันจากหญิงพิการที่เดินขาปัดไปหยิบมาให้มาสวมใส่ให้หญิงสาวอายุอ่อนกว่าถึงสิบปีนอนไม่ได้สติยังสวย สมแล้วที่ผู้ชายพวกนั้นจะกระหายในเรือนร่างนี้ แพทย์สาวคว่ำหลังมือดูการแจ้งเตือนผ่านแอปเปิลวอตช์ มีรายการโอนเงินเข้ามาหนึ่งแสนบาท แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ดูแลพิยดาเสร็จแล้วน้ำเพชรเข้ามาทำแผลให้น้าพัดชาซึ่งส่วนมากจะเป็นรอยฟกช้ำ ไม่ได้มีแผลสดเลือดตกยางออกหนักเท่าลูกสาวผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีประตูห้องถูกเคาะตามด้วยเสียงน่าสงสาร“พี่เพชร พี่เพชรครับ ขอผมเข้าไปได้ไหมครับ...”ทนรำคาญน้องชายไม่ไหว ผละออกจากน้าพัดชาไปปลดล็อกกลอนประตูให้น้องชายได้เข้ามา “พิมเป็นยังไงบ้าง ฟื้นหรือยัง”“ยังไม่ฟื้น” ไม่ถงไม่ถามสักคำพิยดาเจ็บมากไหม พี่สาวทำงานเหนื่อยหรือเปล่า มันเมินหล่อน พุ่งพรวดวิ่งเร็วเป็นลิงปีนขึ้นเตียงไปคว้ามือนิ่มของพิยดาขึ้นมาแนบข
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล







