เข้าสู่ระบบ“สัญญานะพิม ถ้าเคลียร์ปัญหาได้ แกจะกลับมาเรียนต่อให้จบ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ฉันจะขอแม่เป็นสปอนเซอร์ให้”
“อย่าเลย แค่นี้ฉันก็รบกวนแกกับแม่มากพอแล้ว คนอย่างฉันได้มาเรียนต่อต่างประเทศ ถึงจะเรียนไม่จบก็คุ้มค่าที่ได้เกิดมา”
“โอ๋... ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้ แกเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ไม่ว่าใครจะพูดถึงแกหรือดูถูกแกยังไง แต่ฉันเชื่อในตัวแก และอยากให้เพื่อนของฉันมีอนาคตที่ดีกว่านี้”
“ขอบใจมากนะที่เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันจะไม่ทิ้งอนาคตตัวเอง จะทำงานหาเงิน มุ่งมั่นสร้างตัวหักหน้าพวกคนที่เคยดูถูกฉัน”
“แกทำได้อยู่แล้ว เพื่อนฉันทั้งสวยทั้งเก่ง สู้เขานะ”
“สู้ตาย!” ตอบกลับหน้าตามุ่งมั่น “ลากันไปลากันมามีหวังฉันตกเครื่องเพราะแกนี่แหละ ฝากขอบคุณพี่ไรอันด้วยนะที่ขับรถมาส่ง เรียนจบแล้วชวนพี่เขาไปเที่ยวเมืองไทยด้วยล่ะ”
“ต้องชวนไปอยู่แล้ว รักนะ ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย”
“ได้เลย ฉันไปแล้วนะ”
โบกมือลากันอยู่นาน กว่าจะหันหลังให้เพื่อนตามผู้โดยสารท่านอื่นเข้าไปด้านใน ผ่านด่านตรวจเอกสารมาถึงโถงทางเดินขนานข้างด้วยร้านค้าปลอดภาษี ห้ามใจไม่ไหวแวะชมลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ เล็งไว้ว่าจะซื้อเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง เหลือเวลาหลายเดือนกว่าจะครบยี่สิบห้าปี เก็บหอมรอมริบเดือนละร้อยสองร้อยจะได้ไม่รู้สึกผิดเหมือนนำเงินมาซื้อทีเดียว
“เลาจ์อยู่ใกล้แค่นี้ไปเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ ตอนนี้ตามใจน้องพิมก่อนนะคะ น้องพิมอยากดูลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ของคริสเตียนดิออร์” สาวเสียงหวานอ้อนแฟนหนุ่ม ควงแขนกึ่งฉุดเข้ามาข้างในมองหาจนเจอเคาน์เตอร์ลิปสติกก็ตรงรี่เข้าไปกระแทกแขนพิยดาที่ใจจดจ่ออยู่กับลิปสติกสีที่ชอบ พิมพ์มาดานิสัยดีระดับหนึ่งรู้ตัวว่าผิดก็รีบขอโทษ ยื่นมือไปหยิบลิปสติกสีแดงสดมาทดลองบนหลังมือชายหนุ่ม เขาน่ารัก ปล่อยให้หล่อนปาดสีตามใจชอบ
“สีแดงสดสวยมาก น้องพิมทาแล้วต้องสวยแน่เลยค่ะ”
“อืม สวย ทาแล้วคงเหมือนปอบลืมเช็ดปาก”
ชายคนนั้นตอบเสียงเนิบนาบ สาวไทยอีกคนยืนอยู่ตรงนั้นมาแต่แรกได้ยินแล้วแอบขำ นึกภาพปอบจกตับสัตว์มากิน
“แล้วสีนี้ล่ะคะ ชมพูสดใสดีจังเลย น้องพิมก็ว่าเหมาะ”
เสียความมั่นใจแต่ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ พิมพ์มาดาวางกลับที่เดิมเบามือ ดึงสีชมพูมาปาดหลังมืออีกครั้ง วาดเป็นรูปหัวใจแทนความรู้สึก
“ดีขึ้น แต่อย่าทาไปลพบุรีล่ะ แยกยากอันไหนปากคนกับตูดลิง”
ภาพตูดลิงสีชมพูแวบเข้ามาในหัว พิยดากลั้นขำ ตลกน้ำเสียงเอื่อยๆ ไร้อารมณ์ที่เขาใช้ตอบโต้คุณหนูเสียงแหลม
“ใช่สิ น้องพิมทำอะไรก็ไม่ดี ไม่สวย งอนแล้ว!”
“ไม่ง้อ ไปหาทิชชูมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพี่จะเอาเสื้อเธอเช็ด”
“ใจร้าย! กลับถึงบ้านน้องพิมจะฟ้องป้ามล!”
“เอาเลย อยากฟ้องพ่อฟ้องแม่ก็เชิญฟ้องตามสบาย!”
“สนใจสินค้าชิ้นไหนสอบถามได้นะคะ” พนักงานสาวเข้ามาสงบศึก ก่อนคู่รักจะสร้างความรำคาญให้ลูกค้าท่านอื่น
ชายหนุ่มระงับอารมณ์พลุกพล่าน เบียดสาวเอาแต่ใจหน้างอคอหงิกปานพระจันทร์เสี้ยวเข้ามากวาดลิปสติกจำนวนหลายแท่งมาไว้ในมือ ตั้งใจว่าจะซื้อให้จบๆ รวมถึงแท่งที่ผู้หญิงคนข้างๆ เพิ่งจะวางกลับที่เดิมหลังจากลูบๆ คลำๆ พิจารณาค่อนข้างนาน หล่อนเปลี่ยนใจหรือเปล่าไม่รู้ ถึงได้ยื่นมือกลับมา และบังเอิญสัมผัสเข้ากับมือ เขาเอียงหน้าไปทางขวามือพอดีกับหญิงสาวหันมาสบตา ประกายไฟส่งกระแสอ่อนๆ เข้ากลางใจคนทั้งคู่ หวนคิดถึงค่ำคืนเมื่อหลายปีก่อนที่พวกเขาสองคนเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
“พิม…” เสียงฟังคล้ายสายลมพัดผ่าน เบาหวิว ไร้น้ำหนัก หากวันนี้คือเช้าวันนั้นพิยดาคงจะเข้ามากอดเขาด้วยความรัก แต่จะหวังอะไรในเมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่านมากว่าเก้าปีที่พวกเขาเลิกกัน
“เรียกน้องพิมเหรอคะ”
พิมพ์มาดาถือสิทธิ์สอดมือมาคล้องแขนชายที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเขาและฝ่ายหล่อนอยากให้คบหาดูใจกัน หึงที่เขาจ้องผู้หญิงแปลกหน้าตาไม่กะพริบ พิยดาดึงมือข้างที่สั่นกลับมาแนบลำตัว ไม่อยากยอมรับว่าเจ็บปวดที่เห็นเขาสองคนควงแขน ขอบตาร้อนผ่าว แม้ไม่ได้บีบหรือกะพริบก็มีหยดน้ำกลมๆ ไหลลงมา ก้มหน้าหลบสายตาพวกเขาเดินออกจากร้าน
“พิม อย่าเพิ่งไป!” เขาส่งเสียงดัง ผวาจะตามไปคว้าท่อนแขนทว่าถูกฉุดรั้งไว้โดยพิมพ์มาดาที่ไม่ยอมให้เขาไปหาผู้หญิงคนอื่น
“พี่รัน น้องพิมอยู่ตรงนี้ หรือผู้หญิงคนนั้นก็ชื่อพิมเหมือนกัน” ละสายตาไปทางผู้หญิงคนนั้นที่กลืนหายไปกับนักเดินทางจากทั่วโลก
“ปล่อย บอกให้ปล่อยฟังไม่รู้เรื่องหรือไง!” สะบัดมือพิมพ์มาดาทิ้ง ออกตัววิ่งไปในทิศทางที่พิยดาจากไป หายใจไม่ทั่วท้องเหมือนกับว่าจะหน้ามืดลงตรงนี้ เคว้งคว้างไม่รู้ว่าจะตามหาพิยดาเจอได้อย่างไรในช่วงตารางบินหนาแน่นมีผู้โดยสารในอาคารจำนวนมาก
ก่อนขึ้นเครื่องเขาอ้อนวอนพนักงานภาคพื้นให้ช่วยประกาศตามหา “ขอร้อง ขอร้อง ครั้งเดียว ช่วยประกาศตามหาให้ที”
“ไม่ได้ค่ะ ผู้โดยสารอาจจะคลาดเคลื่อนเที่ยวบินที่จองไว้ หรือต่อให้ประกาศเสียงก็ส่งไปไม่ถึงข้างนอกค่ะ เว้นเสียแต่ว่าจะให้ประชาสัมพันธ์ส่วนกลางช่วยประกาศ แต่ดูจากเวลาแล้วยังไงก็ไม่ทัน อีกห้านาทีประตูขึ้นเครื่องจะปิดแล้ว” พนักงานปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง เกรงใจเขาในฐานะหลานชายคนโต ปีเตอร์ ชาน เจ้าของสายการบิน
“ตรวจในระบบได้ไหม ว่ามีคนชื่อนี้บนเที่ยวบินหรือเปล่า”
“เที่ยวบินไปประเทศไทยมีไม่รู้กี่สิบกี่ร้อย คุณผู้หญิงอาจจะไปกับเที่ยวบินอื่นแล้วก็ได้ ประตูใกล้ปิดแล้วไปขึ้นเครื่องเถอะนะคะ”
คอตกผ่านพนักงานภาคพื้นไปชั้นเฟิร์สคลาส เย้ยหยันตัวเองว่าต่อให้ไปเที่ยวบินเดียวกันก็ไม่มีทางได้พบกันจากเส้นแบ่งฐานะ พิยดาไม่มีวันนั่งชั้นหนึ่งหรือชั้นสองหล่อนเลือกชั้นประหยัดอยู่แล้ว
“พี่รัน ไปไหนมา น้องพิมรอตั้งนาน” พิมพ์มาดาตั้งตารอศรันย์แต่แรก ควงแขนพาเขากลับมาที่นั่งซึ่งอยู่ถัดจากหล่อน
“แชมเปญหน่อยไหมคะ น้องพิมหยิบมาเผื่อ” พิมพ์มาดารับแชมเปญจากพนักงานต้อนรับมาป้อนถึงปาก
“ไม่” ยกมือห้าม ทรมานหัวใจเจียนตายกับความคิดถึง
“ดื่มสักหน่อยนะคะ อ้าปากนะน้องพิมป้อน อ้า...” ช่างตื๊อตามประสาคนเอาแต่ใจจะบังคับป้อนให้ได้ ศรันย์หงุดหงิดปัดมือข้างนั้นทิ้ง แก้วแชมเปญร่วงจากมือหล่นลงพื้น น้ำบางส่วนกระเด็นมาโดนเสื้อหญิงสาว
“เลิกยุ่งกับพี่ แล้วไปทำตัวน่ารำคาญไกลๆ เลยไป! พี่ไม่ใช่สุภาพบุรุษ! ล้มงานหมั้นก็เคยทำมาแล้ว เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงจะเปลี่ยนนิสัยพี่ได้! ฝากไปบอกแม่เธอ! แม่พี่! ให้เข้าใจตรงกันว่าพี่ไม่ได้สนใจเธอ และไม่มีวันกลับคำพูดเด็ดขาด เลิกยัดเยียดเธอมาให้พี่ได้แล้ว ถึงขั้นบินตามมาอังกฤษ ไม่แรดจริงคงทำไม่ได้!”
“พี่รัน! กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
พิมพ์มาดาร้องเสียงแหลมใส่เขาที่หิ้วกระเป๋าไปหาพนักงานต้อนรับขอสลับที่นั่งกับผู้โดยสารคนอื่น แต่ไม่ว่าจะกรี๊ดดังแค่ไหนเขาก็มั่นคงในจังหวะการเดินไม่เหลียวหลังกลับมา เป็นหล่อนเองที่สู้หน้าผู้โดยสารคนอื่นไม่ได้นั่งสงบเสงี่ยม ฉีกยิ้มให้คนรอบข้างเห็นว่าไม่เป็นไร ก่อนยกกระเป๋าแอร์เมสขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้
คิดตามขยับปลายนิ้วนับจำนวนไปด้วย ข้างขวาไม่พอย้ายมาข้างซ้าย สักพักปลายเท้าก็กระดิก ถ้าพูดได้ก็คงร้องบอกพ่อๆ ใช้นิ้วพวกหนูนับด้วยก็ได้นะ โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเขาปากหมานิสัยเสีย แต่ก็แค่กับผู้หญิงที่ผู้ใหญ่บังคับจับคู่ให้ กับผู้หญิงคนอื่นเขาสุภาพบุรุษจะตาย“บอกแล้วว่าเกินสิบ ผิดจากที่สกาวพูดเมื่อไหร่”“จุ้น” ศรันย์จ้องหน้ายิ้มๆ ของแม่บ้าน อึดใจเดียวก็สะบัดคอเมินหน้าหนีไปทางอื่น เกลียดชะมัดคนรู้มาก รู้ทัน รู้ไปหมดสกาวใจกลั้นหัวเราะท้องแข็ง ร้องถามเจ้านายหนุ่มสุดหล่อที่เตรียมจะหนีเข้าบ้าน “สกาวยกกระเป๋าไปไว้บนห้องให้นะคะ”“ไม่ต้อง มันหนัก วางไว้หน้าบันไดก็พอฉันยกขึ้นไปเอง”“เป็นห่วงสกาวด้วย คิดอะไรหรือเปล่า”“เพ้อเจ้อ”ศรันย์ไม่ได้ใช้นามสกุล ชาน ของคุณปู่ แต่ใช้ อรัญรัตนา ของคุณย่า ท่านพบรักกันขณะที่คุณปู่ในวัยหนุ่มมาขยายธุรกิจในประเทศไทย คุณย่าทำงานเป็นล่ามและเลขานุการ อยู่ด้วยกันจนท่านตั้งท้องคุณพ่อศรันย์ เรื่องไปถึงหูผู้ใหญ่ที่ฮ่องกงทางนั้นกีดกันขั
รถแท็กซี่จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขับผ่านการจราจรแออัด จอดเทียบกำแพงหลังบ้านไม้เก่านานร่วมครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าจะเคลื่อนไปข้างหน้า เจ้าของรถออกอาการเบื่อหันมาโวยวาย“ไปหรือยัง ที่บอกจะจ่ายเพิ่มน่ะเท่าไหร่ คุ้มค่าเสียเวลาข้าไหม” ผู้ว่าจ้างแสดงอารมณ์ไม่พอใจ แต่ไม่ได้ตอบโต้ เขาดึงแขนเสื้อขึ้นดูเวลาคำนวณค่าเสียโอกาสในการวิ่งรถรับผู้โดยสาร“ทิปเยอะนะเนี่ย เหมาไหม ข้าจะนอนเงียบๆ ไม่บ่นให้เอ็งรำคาญ” ผิวปากเป็นทำนองเพลง นับเงินมีความสุข“ไม่ครับ ผมพอแล้ว ช่วยไปส่งผมตามที่อยู่ที่เคยบอก”“แต่ดูเหมือนเอ็งจะยังไม่อยากกลับเลยนะ อยู่ต่อชั่วโมงเดียว สองชั่วโมงก็ได้ ข้าคิดเพิ่มไม่แพงหรอก จะเอนเบาะนอนรอเงียบๆ”“ถ้าไม่ออกรถก็คืนเงินส่วนหนึ่งให้ผม ผมเรียกรถคันอื่นได้”“ไปก็ได้ ยังหนุ่มยังแน่น ขี้น้อยใจเป็นบ้าเลยนะหนุ่มนะ”หน้าหล่อเข้มจัด เบือนจากคนขับรถวัยกลางคนกลับไปทางหน้าต่างบานเดิม ขอให้ไฟในห้องนอนส่องสว่างเพื่อจะได้มั่นใจอะไรบางอย่าง เขาเหนื่อยที่ต้องพลัดพรากจากคนรัก อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงหล่อนกลับมา สัญชาตญาณบางอย่างเตือนว่าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาคบกัน บ้านอัศวเมฆินทร์ถูกยึด หากห
“สัญญานะพิม ถ้าเคลียร์ปัญหาได้ แกจะกลับมาเรียนต่อให้จบ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ฉันจะขอแม่เป็นสปอนเซอร์ให้”“อย่าเลย แค่นี้ฉันก็รบกวนแกกับแม่มากพอแล้ว คนอย่างฉันได้มาเรียนต่อต่างประเทศ ถึงจะเรียนไม่จบก็คุ้มค่าที่ได้เกิดมา”“โอ๋... ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้ แกเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ไม่ว่าใครจะพูดถึงแกหรือดูถูกแกยังไง แต่ฉันเชื่อในตัวแก และอยากให้เพื่อนของฉันมีอนาคตที่ดีกว่านี้”“ขอบใจมากนะที่เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันจะไม่ทิ้งอนาคตตัวเอง จะทำงานหาเงิน มุ่งมั่นสร้างตัวหักหน้าพวกคนที่เคยดูถูกฉัน”“แกทำได้อยู่แล้ว เพื่อนฉันทั้งสวยทั้งเก่ง สู้เขานะ”“สู้ตาย!” ตอบกลับหน้าตามุ่งมั่น “ลากันไปลากันมามีหวังฉันตกเครื่องเพราะแกนี่แหละ ฝากขอบคุณพี่ไรอันด้วยนะที่ขับรถมาส่ง เรียนจบแล้วชวนพี่เขาไปเที่ยวเมืองไทยด้วยล่ะ”“ต้องชวนไปอยู่แล้ว รักนะ ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย”“ได้เลย ฉันไปแล้วนะ”โบกมือลากันอยู่นาน กว่าจะหันหลังให้เพื่อนตามผู้โดยสารท่านอื่นเข้าไปด้านใน ผ่านด่านตรวจเอกสารมาถึงโถงทางเดินขนานข้างด้วยร้านค้าปลอดภาษี ห้ามใจไม่ไหวแวะชมลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ เล็งไว้ว่าจะซื้อเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง เหลือเวลาห
พิยดามีเขาอยู่เคียงข้างมานาน ยกให้เขาเป็นโลกทั้งใบ ยอมหมดทุกอย่างรั้งเขาให้อยู่ข้างกาย แต่เขาก็สอนบทเรียนบทใหม่ให้หล่อนเรียนรู้ว่าไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป ดังเช่นเขาที่ได้สมใจอยากก็ตัดขาดการติดต่อเหมือนไม่เคยรักกัน ช่วงนั้นแย่เอาการ แต่ก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น คุณไกรสรกลัวหล่อนใจแตกหนีออกจากบ้านรอบสอง ให้อิสระในการใช้ชีวิต ย้ายโรงเรียนไปเจอเพื่อนใหม่ที่ใจดีและคบหากันมาถึงปัจจุบันเรียนจบระดับมัธยมก็เข้ามหาวิทยาลัยไกลบ้าน เพื่อจะได้มีข้ออ้างในการพักหอ ไม่ต้องกลับมาอยู่ใกล้มือใกล้เท้าราเมศวร์ วุฒิการศึกษาแค่นั้นไม่พอให้หล่อนหลุดออกจากกะลาแคบที่คนบ้านอัศวเมฆินทร์นำมาครอบศีรษะ ทะเยอทะยานเก็บหอมรอมริบหาทุนไปเรียนต่อต่างประเทศตามฝัน หลังจากหลุดพ้นคนในบ้านอัศวเมฆินทร์และได้พบเจอโลกใหม่ๆ ก็ทำให้พิยดาเข้าใจ ทำไมศรันย์ถึงทิ้งหล่อนและเลือกเดินทางไปศึกษาต่อ อนาคตข้างหน้าสดใสมากกว่าจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่ไม่คู่ควร ผู้ชายระดับเขาคู่ควรกับผู้หญิงดีๆ ฐานะเท่าเทียมกัน คนที่สามารถควงแขนออกงานสังคมโดยไม่อายสายตาใคร และคนนั้นไม่มีทางเป็นหล่อน ดังนั้นพิยดาจึงไม่คาดหวังให้เขากลับมา หากบังเอิญเจอกันก็พร้อมจะแย
“พิม! เดินระวังหน่อยสิ รถเข็นจะชนคนอื่น” แพทริเซีย สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษพยุงรถเข็นไม่ให้เอียงไปชนนักเดินทางคนอื่น ในโถงกลางท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ประเทศอังกฤษ“โทษที มองหาห้องน้ำเพลินไปหน่อย”เจ้าของชื่อดึงตัวเองจากอดีตกลับสู่ปัจจุบัน ปรับสีหน้าแววตาจากเศร้าหมองกลับมาเป็นปกติ ดึงรถเข็นกระเป๋ากลับมาอยู่ในการควบคุมของตัวเองตามเดิม จะเข็นต่อไปทางเคาน์เตอร์เช็กอิน แต่แพทริเซียดึงแขนไว้เหล่ตามองไปอีกทาง“มองหาห้องน้ำหรือมองผู้ชายกันแน่ ร้ายไม่เบานะคุณเพื่อน”สาวลูกครึ่งกลอกสายตาขี้เล่นไปทางชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงสมส่วน ที่ยืนคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียดทางสองนาฬิกา ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรถึงนิ่วหน้าใส่อารมณ์กับคู่สนทนา ผู้ชายจริงจังสายดุแบบนี้ ถูกใจ ใช่เลย แต่สักพักรถแห้วแหกโค้งคว่ำลงตรงหน้าให้เลือกหยิบรับประทานได้ตามสบาย เพราะเมียเขาเข้ามาคล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าของความสุขของคนแอบมอง ทำไมต้องจบลงด้วยคำว่าเขามีเมียแล้วทุกทีเลยนะ แพทริเซียถอนหายใจตบมือลงบนบ่าเพื่อน“สวยๆ อย่างเราต้องมีศักดิ์ศรี อย่าแอบมองผัวคนอื่น”“เพื่อนสวย ผู้ชายต้องมองสิจ๊ะจะไปมองเขาทำไม รีบไปเถอะ ปวดจริง อีกนิดเด
“นี่สินะ เขาถึงเรียกว่าคนรู้ใจ โทรมาตอนกำลังเครียดพอดี แต่ไม่น่านัดมาไกล นัดแถวบ้านก็ไม่น่าจะมีใครผ่านมาเห็นเรา”ศรันย์ อรัญรัตนา ทายาทคนโตของอาณาจักรแกรนด์อรัญ มาในมาดนักธุรกิจหนุ่มสวมสูทผูกไท ทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าสวนสาธารณะข้างสาวนักเรียนมัธยมปลายที่ลักลอบคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากครอบครัวเขาสนิทกับครอบครัวคุณไกรสร ไปมาหาสู่กันบ่อย การที่ได้เจอหน้ากันทุกวันทำให้เขากับหล่อนชอบพอกัน“เป็นอะไรทำไมเงียบ” ถามต่อ เอียงหน้าเข้าไปชิดแก้มสาวน้อยของเขาอยากให้คบหากันโดยบริสุทธิ์ใจไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง สะดุ้งเล็กน้อยเผลอเงยหน้าขึ้นมามอง ทำให้ชายหนุ่มผู้มีแววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นรอยแผลบนหน้า เขาจับกรอบใบหน้างดงามทะนุถนอม สบสายตาคู่หวานซึ้งที่มีหยดน้ำไหลริน“หน้าไปโดนอะไรมา ถูกเพื่อนรุมแกล้งอีกแล้วเหรอ”หล่อนหลบสายตา ไม่ยอมตอบคำถาม“ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ ตายขึ้นมาจะว่ายังไง ดูแขนสิ มีแต่รอยเล็บ เสื้อผ้าก็ฉีกขาด” ห่วงใยถอดสูทตัวนอกมาวางบนหัวไหล่“ไม่เป็นไรค่ะ พิมไม่ได้เจ็บมากอีกหน่อยแผลก็หาย”“ไม่เป็นไรได้ยังไง ลงไม้ลงมือรุนแรงครั้งที่สองแล้ว