เข้าสู่ระบบช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยว
น้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ
“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”
ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจ
ถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง
“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอรชรลงบนโซฟาเบด เตรียมอุปกรณ์ทำแผลด้วยตัวคนเดียว แต่จะเข้าไปใกล้ก็ทำไม่ได้ เพราะศรันย์คว้าตัวพิยดาขึ้นกอด พึมพำเรียกชื่อหล่อนตลอดเวลา ซบหน้าร้องไห้กับเส้นผมขอร้องให้หล่อนฟื้น
“ฮือ... น้องเพชรช่วยลูกสาวลุงด้วยนะ ช่วยน้องพิมด้วยนะลุงขอร้อง ลุงขอร้องนะน้องเพชร ให้ลุงกราบก็ได้...”
ชายพิการมาถึงช้า เขาต้องใช้แขนสองข้างคลานตามพื้นเข้ามาถึงบริเวณนี้ ช่างน่าเวทนาจนน้ำเพชรมีแววตาที่อ่อนลง
คนสูงวัยร้องไห้เสียงดัง ตาศรันย์น้องชายก็เอาแต่กอดพิยดาไว้ไม่ยอมปล่อย แล้วหล่อนจะได้ทำแผลให้ตอนไหน
“ช่วยอุ้มพิมเข้าไปส่งในห้องนอนเล็กที พี่จะทำแผลให้ในนั้น”
“ทำไมไม่ทำตรงนี้เลยล่ะพี่เพชร พิมเจ็บ พิมไม่มีสติแล้ว ทำเลยได้ไหม ฮึก... ผมกลัวพิมตาย พี่เพชร ทำแผลให้พิมสิ ไม่ทำ ผมจะพาพิมไปโรงพยาบาล พิม...”
“หยุดร้องไห้ได้แล้วรัน พิมจะเจ็บหนักขึ้น ก็เพราะรันมัวแต่ฟูมฟาย ช่วยออกมาปลอดภัยก็พอแล้ว หน้าที่รักษาคนเจ็บให้หายดีเป็นหน้าที่หมอ หน้าที่พี่ เข้าใจไหม!”
เช็ดน้ำใสรอบกระบอกตา ตวัดวงแขนกว้างสอดเข้าใต้แผ่นหลังกับท่อนขา อุ้มพิยดาเข้าไปส่งถึงห้องนอนเล็กทิ้งตัวลงไปนอนกอด ถูไถใบหน้าเปียกไปบนกายอ้อนแอ้น มีแม่พัดตามมาทำเสียงฮือๆ อยู่ข้างๆ แม่ก็ร้องไห้หนักไม่ต่างกันเมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บ พิยดาแค่หมดสติ ไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษามันก็ไม่แน่
“พิม ไม่เป็นไรแล้วนะคะ พี่เพชรจะดูแลพิม...”
น้องชายหล่อนแค่คนเดียวนอนขวางเต็มเตียง ไม่เหลือพื้นที่ให้เข้าไปดูแผล
“รัน ออกไปรอข้างนอก”
“ไม่ไป ผมจะอยู่กับพิม พี่เพชรจะทำอะไรก็ทำไปสิ แต่อย่าไล่ผม”
“มาดื้ออะไรตอนนี้ ไม่เห็นเหรอว่าพิมเจ็บ”
“เพราะพิมเจ็บไง ถึงได้อยากให้รีบรักษา!”
“ที่แทรกไม่มีจะให้รักษายังไง จะออกไปดีๆ หรือจะไม่ออกไป ถ้าไม่ไป ก็ไปตามหมอคนอื่นมาดูแล เอาแต่ใจมากนัก พี่จะกลับตอนนี้!”
ตามันแดงเหมือนจะกินเลือดเนื้อ ทิ้งหยดน้ำตาสองสามหยดฝากไว้บนแก้มนวล อ้อยอิ่งหอมแก้มมอมแมมต่ออีกสี่ห้าหนกว่าจะยอมลงจากเตียงมายืนร้องไห้กระซิกๆ ทำหน้าตาเป็นเด็กเอาแต่ใจจ้องหล่อน แต่น้ำเพชรไม่ยอม
“ข้างนอกประตูนู้น ออกไป พี่ต้องการสมาธิ”
“ผมไปทำอะไรให้พี่เพชรโกรธเกลียด! จำไว้เลยนะ จำไว้!”
หญิงพิการหันหน้าหันหลังแสดงออกถึงพฤติกรรมกลัวคนแปลกหน้า น้ำเพชรใช้ภาษามือไม่เป็น ใช้เป็นแค่ภาษามั่ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น หญิงพิการไปนั่งคุดคู้มุมห้อง ไม่ได้ออกไปข้างนอกทว่าก็ไม่ได้เข้ามารบกวนการรักษา
น้ำเพชรสำรวจรอยช้ำและรอยแผลจากนอกร่มผ้าอย่างละเอียด รอยเหล่านั้นอยู่ลึกเข้าไปในร่มผ้า น้ำเพชรเกือบจะร้องไห้ ณ ขณะที่แหวกสาบเสื้อสูทน้องชายมาพบเจอรอยฉีกขาดของเสื้อ และร่องรอยการถูกทำร้ายจากชายฉกรรจ์
“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรแล้ว ฉันจะดูแลเธอเอง...” คลายอุ้งมือข้างที่เคยกำไว้แน่นวางลงบนหน้าผากบาง ปลอบโยนหญิงสาวที่ละเมอร้องไห้พึมพำว่า เจ็บ
สภาพแย่ได้ถึงขั้นนี้ไม่เจ็บสิถึงจะแปลก กับคนบางคนแค่เกิดผิดบ้านก็เจ็บปวดมากแล้ว ทำไมกันนะ คนรอบข้างต้องตั้งป้อมรังเกียจเดียดฉันท์เพียงเพราะเห็นหล่อนเป็นคนรับใช้
ศรันย์เดินไปมาหน้าห้อง เกือบจะเหยียบมือคุณไกรสรในบางครั้ง เพราะท่านก็คลานสะเปะสะปะตามพื้นอยากเข้าไปดูอาการบุตรสาว ชายต่างวัยเหลือบตามามองกันแวบเดียวเท่านั้นเป็นฝ่ายศรันย์ที่เมิน เขาแบมือข้าง อีกข้างกำมือทุบหลายครั้ง ทนรอเกินสิบนาทีได้ก็นับว่าเก่งมาก อยากเข้าไปข้างในให้นั่งเฝ้าเฉยๆ ไม่เข้าใกล้เตียงก็ยอม ยกหลังมือตั้งท่าจะเคาะประตูยังไม่มีโอกาสได้เหวี่ยงทุบกลับได้รับเสียงทักท้วง
“รัน หยุด พี่เพชรให้รอข้างนอก ก็ต้องรอข้างนอก”
“ผมรอเกินสิบนาทีแล้วนะครับ คุณพ่อจะให้ผมรอไปถึงเมื่อไหร่!”
“ทำแผลเสร็จพี่เพชรก็ออกมาเอง นานแค่ไหนรันก็ต้องรอ”
“แต่ผมอยากไปหาน้อง ผมไม่อยากรอ!”
“รันเป็นหมอเหรอ ถ้าไม่ใช่ ก็รออยู่เงียบๆ”
“เป็นน้องชายหมอไงครับ พิมอยู่ตรงนี้เอง ใกล้ๆ แค่นี้!”
“เงียบ!” เอ็ดลูกชายที่พูดจาไม่รู้เรื่อง
ประมุขของบ้านอรัญรัตนาเข้ามาช้าเพราะติดสายสำคัญ คุยกับผู้มีอำนาจเท่าที่เส้นสายของเขาจะมีให้ช่วยเก็บเรื่องบุกยิงกลางกรุงฯ ในวันนี้ให้เงียบที่สุด ทายาทคนเดียวของตระกูลยีหัวตัวเองคล้ายจะเป็นบ้า
“ไม่ต้องมาทำหน้าโมโหใส่พ่อ นี่พ่อ ไม่ใช่เพื่อนเล่น ถ้าอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ ออกไปซื้อข้าวต้ม ไปซื้อยาจำพวกยาลดไข้ ยาล้างแผล ยาทาแก้รอยฟกช้ำมาเก็บไว้ในบ้าน คงอีกสักพักกว่าพี่เขาจะทำแผลเสร็จ พ่อจะอยู่ดูทางนี้เอง”
“ต้องซื้อตอนนี้เลยเหรอครับ ของแค่นั้น ฝากเอ็มกับซีซื้อก็ได้!”
“เอ็มกับซีไม่ว่าง อีกสามวันข้างหน้าก็ไม่รู้จะว่างไหม ต้องวิ่งเต้นทำงานตามคำสั่งพ่อ เรื่องที่รันควงปืนบุกไปยิงคนกลางเมือง มีคนหนึ่งอาการสาหัสใกล้ตายเชียวนะรัน ตายมา เรื่องจะบานปลายแค่ไหน!”
“มีลูกน้องอีกมาก พวกเขายินดีรับผิดแทนเพื่อแลกกับเงินก้อนโต”
“พ่อพูดถึงขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจ ยังมีหน้ามาเถียงอีก! ถ้าไม่ยอมออกไปซื้อของมาไว้รอทายาให้น้อง ซื้อข้าวมาไว้ให้น้องกิน ก็ไปนั่งรออยู่ตรงนั้น ไป! ไม่ต้องมาเดินวนไปวนมาตรงนี้!”
ถูกพี่สาวไล่ บิดายังจะมาไล่ซ้ำอีก ศรันย์ฉุนเฉียวเพราะโกรธ คนเป็นพ่อก็โกรธเหมือนกัน ทั้งสองจ้องหน้า เป็นฝ่ายศรันย์ที่ทนไม่ไหว ก้าวอาดๆ ออกไปจากบ้าน
“ออกไปนอกรั้ว อย่าวกกลับมาแอบมองน้องจากหน้าต่าง!”
“โธ่ คุณพ่อ! จำไว้เลยนะ ทั้งคุณพ่อ ทั้งพี่เพชร!” โวยวายกลางสนามหญ้าหน้าบ้าน ก่อนเรือนร่างสูงโปร่งตีวงเลี้ยวกลับไปเส้นทางเดิม
หน้าห้องนอนเล็กที่พิยดารับการรักษาเหลือเพียงประมุขจากสองบ้านที่ในอดีตเคยเป็นเพื่อนรัก ไม่มีคำถามสบายดีไหม หรือคำทักทายใดๆ สองเพื่อนรักอยู่เงียบๆ คนละมุม ไกรสรละอายใจต่อเพื่อนเก่าเขาใช้แขนสองข้างคลานตามพื้นพาร่างกายน่าสมเพชหลบเข้าครัวไปร้องไห้
แม้จะไม่ได้พูดคุยกัน และท่าทีของเขมราชจะยังไม่ยกโทษให้ เพียงแค่เพื่อนเก่าเมตตาลูกสาวคนเล็กผู้อาภัพของเขา ไกรสรก็ดีใจมากที่สุด ถ้าหากไม่ได้เขมราชกับศรันย์ช่วยพามาส่งบ้าน ไกรสรไม่รู้เลยด้วยซ้ำลูกสาวกับพัดชาจะกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพไหน หรือร้ายแรงที่สุด อาจจะไม่ได้กลับมาเลยก็ได้
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช







