Mag-log inหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปเหมือนหมุนนาฬิกาเล่น โดยไม่มีความคืบหน้าอะไรใดๆ เลยก็ว่าได้ ชีวิตประจำวันวนเวียนทำอยู่แค่ไม่กี่อย่างนั้นก็คือ ต้องตื่นนอนให้ทันไปรับประทานอาหารทุกมื้อให้ตรงเวลาและไปทำงานพร้อมกระทิงทุกเช้าเย็น คอยนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปกลับชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว
ส่วนเรื่องที่กอหญ้าอยากรู้แล้วก็สงสัยในความใกล้ชิดของกระทิงกับสิงโตก็ได้แต่สงสัยเท่านั้น การกระทำของเขาทั้งสองคนก็ไม่มีอะไรเด่นชัดพอที่จะระบุได้ว่ากระทิงกับสิงโตมีความสัมพันธ์กันมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง การยกกาแฟให้เจ้านายทุกเช้าก็คงไม่มีอะไรพิเศษนอกจากเป็นหน้าที่ของลูกน้อง ตัวติดกันตลอดเวลาไปไหนไปด้วยกันก็คงเป็นวิถีที่ลูกน้องกับเจ้านายเขาทำกันเพราะคุณสิงโตเป็นเลขาที่ต้องคอยอยู่ใกล้ๆ เพื่อรับคำสั่งและกระจายคำสั่งของเจ้านายไปในส่วนงานต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ที่สงสัยคือการเช็ดเหงื่อให้กันถ้าเป็นเจ้านายคุณสิงโตก็น่าจะแค่ยื่นกระดาษซับเหงื่อให้กระทิงได้ซับเองแต่นี้ถึงกับซับให้ไม่ปกตินะเนี่ย กอหญ้าพยายามจดจำสิ่งที่ผิดสังเกตและความเป็นไปได้ระหว่างกระทิงกับสิงโต และในความคิดของกอหญ้าถ้าพี่กระทิงจะรักใครสักคนที่ไม่ใช่ผู้หญิงก็น่าจะเป็นสิงโตเท่านั้นและความรู้สึกที่เขาน่าจะรักกันได้ก็คือความใกล้ชิดกันเป็นเหตุและเป็นผลที่สุด “เอาละกอหญ้าหยุดมโนหยุดคิดได้แล้วก็ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เธอต้องพานนท์นี่กับกล้าหาญไปเที่ยว ตามคำสัญญา นอน” กอหญ้าเธอบอกกับตัวเองให้เลิกคิด เพราะพรุ่งนี้ต้องทำตามสัญญาที่ได้บอกกล้าหาญกับนนท์นี่เอาไว้ว่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แต่เธอสัญญาว่าจะพาเพื่อนทั้งสองคนไปเที่ยวเที่ยวชมธรรมชาติภูเขาและร้านกาแฟให้ได้เกือบทุกอาทิตย์เลยกล้าหาญจะได้ไม่น้อยใจว่าอยู่ใกล้กันก็เหมือนห่างกันอีก อันที่จริงทั้งสามคนตั้งแต่ได้มาเป็นเพื่อนตั้งแต่ปีหนึ่งก็ไม่เคยห่างกันเลยจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็คงน่าเศร้าเพราะหลังจากเรียนจบทุกคนก็คงต้องต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเติบโตและใช้ชีวิตของแต่ละคนอยู่ดี ไม่รู้ว่าเรียนจบแล้วจะมีโอกาสได้เจอกันบ่อยๆ ไม่ก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้กอหญ้าควรเลิกคิดเรื่องราวต่างๆ แล้วบอกกับตัวเองว่า “นอนได้แล้ว” ในขณะที่กอหญ้ากำลังล้มตัวนอน บนที่นอนขนาดใหญ่แต่หัวของเธอยังไม่ทันได้ถึงหมอนก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูเสียก่อน เสียงดังติดต่อกันหลายครั้ง “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะได้ยินเสียงเคาะประตูเสียงดังแค่ไหน เธอก็ยังไม่ขยับตัวลุกขึ้นเพราะคิดว่าคนที่มาเคาะประตูไม่ได้มาหาเธอแน่ และเธอคิดว่าเดี๋ยวพี่กระทิงก็คงจะเดินไปเปิดประตูให้กับคนที่มาเคาะประตูเอง แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เสียงเคาะประตูดังต่อไป และเธอก็ยังไม่ได้ยินเสียงมีคนไปเปิดประตูเสียทีแล้วยังได้ยินเสียงเคาะประตูอย่างนั้นอย่างต่อเนื่อง จนเธอได้ยินเสียงเรียกชื่อของเธอขึ้นมา “คุณกอหญ้าครับ คุณกอหญ้าครับเปิดประตูให้ผมหน่อยครับ” “เดี๋ยวนะคนที่มาเคาะประตูไม่ได้มาหาพี่กระทิงเหรอทำไมถึงเรียกชื่อฉัน แต่เสียงก็คุ้นๆ อยู่นะ ออกไปดูหน่อยก็แล้วกัน” กอหญ้ารีบลุกออกจากเตียงแต่ก็ไม่ลืมหยิบเสื้อคลุมมาคลุมเสื้อตัวบางที่เธอใส่ในตอนนี้เอาไว้ และรีบก้าวเท้าออกไปดู “ใครคะ” เธอยังจะไม่ยอมเปิดประตูออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด มีคนมาเรียกเธอดึกดื่นแบบนี้เธอก็ต้องระวังตัวเอาไว้บ้าง ยิ่งเสียงผู้ชายก็ต้องยิ่งระวังตัวให้มากกว่าเดิม “ผมเองครับ” “ผะ ผมเองนั่นแหละเป็นใคร” “ผมสิงโตครับ”การที่เธอจำเสียงสิงโตไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเธอแทบจะไม่ได้คุยกับสิงโตเลยหากได้ยินเสียง ก็คงจะเป็นเสียงที่เขาคุยกับเจ้านายเขาเท่านั้น “คุณสิงโต มีอะไรหรือคะทำไมเรียกกอหญ้าทำไมไม่เรียกพี่กระทิงเปิดประตูให้ละคะ”หรือว่างอนกันแล้วมาง้อกันตอนดึกๆ ดื่นๆ ก็หญ้าไม่ได้ถามออกไปหรอกนะว่างอนกันหรือเปล่าได้แค่คิดในใจเท่านั้น “ก็คุณกระทิงอยู่กับผมตอนนี้แล้วก็กำลังเมามากครับ” “เมา”กอหญ้ารีบเปิดประตูออกไปดูทันที ก็พบว่าสิงโตกำลังประคองกระทิงอยู่ ส่วนกระทิงตอนนี้แทบจะไม่รู้สึกตัวและไม่เป็นตัวของตัวเองไปแล้ว ว่าแต่ว่าพี่กระทิงออกไปตอนไหนน่ะเพราะตอนหนึ่งทุ่ม เธอยังนั่นทานข้าวกับกระทิงอยู่เลยพอกลับมาอีกโทษน่ะพี่เมาอย่างหมาเลย (กอหญ้าคิดอยู่ในใจ) “ทำไมถึงเมาได้ขนาดนี้เนี่ยพี่กระทิง คุณสิงโตทำไมพี่กระทิงเมาอย่างนี้ค่ะ” “อืมไม่ต้องตกใจไปครับคุณกระทิงก็มักจะเมาแบบนี้ในคืนวันศุกร์เสมอละครับ เป็นเรื่องปกติ” “เมาแบบไม่รู้สึกตัวอย่างนี้ทุกคืนวันศุกร์เลยหรือคะ” “ครับ” “คุณกอหญ้าช่วยผมประคองคุณกระทิงเข้าไปในห้องหน่อยได้ไหมครับ” “ดะ ได้ ค่ะ”กอหญ้าเดินเข้าไปจับแขนอีกข้างหนึ่งของกระทิงมาพาดที่คอของเธอเอาไวทำให้น้ำหนักตัวของชายตัวโต แบ่งมาที่เธอครึ่งนึงถึงแม้จะเป็นครึ่งแต่มันก็หนักสำหรับคนตัวเล็กอย่างเธออยู่ดี “เดินดีดีสิคะพี่กระทิง” เธอพยายามประคับประคองให้กระทิงเดินตรงไปที่ห้องแต่มันไม่ง่ายเลยสำหรับ กอหญ้าเพราะกระทิง เดินเป๋ไปเป๋มาซ้ายขวาทีกว่าจะถึงห้องก็เล่นเอาทั้งสองเหนื่อย และการวางร่างของกระทิงอาจจะไม่ได้นุ่มนวลนัก “แค่หน้าประตูมาถึงห้องนอนยังลำบากเลยแล้วคุณ สิงโตเอาพี่กระทิงกลับมาได้ยังไงคะ” “มีคนงานอีกคนคอยช่วยนะ แต่ว่าวันนี้เขารีบกลับเห็นว่ามีธุระ” ผู้ชายสองคนประคองมาก็คงจะไหวกว่าที่เธอช่วยประคอง “คุณสิงโตที่บอกว่าพี่กระทิงเมาแบบนี้ทุกวันศุกร์เลยทำไมหรือ” “ก็น่าจะเป็นการกระชับมิตรกับคนงานมั้งครับ หรือไม่ก็เป็นการผ่อนคลายเมื่อรู้ว่าวันเสาร์สามารถตื่นสายได้ แต่อีกข้อหนึ่งที่อาจจะเป็นไปได้ก็คือเพื่อลืมใครสักคน หลายปีมานี้คุณกระทิงทำงานอย่างหนักเพื่อให้ไร่เติบโตไม่เคยจะอยู่เฉยๆ เลย แต่ถ้าว่างก็จะไปหาดื่มแบบนี้ประจำละครับ ผมก็ไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงเหมือนกันว่าทำไมต้องดื่มหนักแบบนี้ครับ” “แล้วปกติคุณสิงโตเป็นคนคอยตามเก็บ อุ้ยไม่ใช้เป็นคนคอยพาพี่กระทิงกลับบ้านแบบนี้ทุกคืนวันศุกร์ทุกครั้งเลยหรือคะ” “ครับ ขอโทษด้วยน่ะครับที่รบกวนปกติคุณกระทิงจะล็อกประตูจากด้านนอกเอาไว้แต่พอมีคุณกอหญ้าเข้ามาอยู่ด้วยคุณกระทิงน่าจะกดลูกบิดประตูเอาไว้ให้ล็อกจากด้านในน่ะครับ” “อืมเข้าใจละ” “คุณกอหญ้าครับ” สิงโตทำหน้าหนักใจและดูเหมือนว่าจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไม่กล้า แต่ก็เหมือนจะอยากพูด “มีอะไรก็พูดกับกอหญ้าได้นะคะ” “คือ คือผมฝากนายหน่อยได้ไหมครับผมต้องกลับไปที่บ้านด่วนฝากคุณกอหญ้าช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้นายผมด้วยน่ะครับ" “ฮะอะไรน่ะ” “ผมรู้ครับว่าหน้าที่ดูแลหลังจากที่นายเมาในคืนวันศุกร์คือหน้าที่ของผมแต่วันนี้ผมมีธุระด่วนจริงๆ ฝากคุณกอหญ้าดูแลนายให้ผมด้วยน่ะครับ” “เดี๋ยวก่อนแล้วฉันต้องทำอะไรบ้างละ” “เช็ดเนื้อเช็ดตัวแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นชุดนอนครับ” “ฮะเปลี่ยนชุด!!! o-o” “เดี๋ยวผมไปหยิบชุดนอนกับผ้าเช็ดตัวมาให้นะครับ”สิงโตเดินไปหยิบชุดนอนของเจ้านายและผ้าเช็ดตัวกับถังกระมังที่ใส่น้ำ ยกมาวางด้วยความเร่งรีบ และรีบบอกลากอหญ้าทันที ผมไปก่อนน่ะครับสู้ๆ น่ะครับ ไม่ต้องห่วงนะครับเดียวผมจะปิดประตูบ้านให้ “เดี๋ยวอย่าพึ่งไปมาเปลี่ยนชุดให้ก่อน ฉันทำไม่เป็น”สิงโตไม่ฟังคำขอร้องของกอหญ้าเลยเขาเดินออกไปไวอย่างกับจรวดทิ้งให้กอหญ้านั่งงงและไม่รู้จะทำอะไรหรือเริ่มที่จะทำอะไรก่อนหลังดีกับกระทิงที่นอนไม่รู้ตัวอยู่บนที่นอนในตอนนี้ดี กอหญ้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับทำใจก่อนจะเริ่ม “คงต้องเช็ดตัวก่อนสิน่ะ”อืมไม่ใช่ว่าจะไปเคยเก็บศพใครตอนเมาอย่างน้อยก็นนท์นี่คนหนึ่งแหละแต่ก็ไม่ได้ต้องเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อย่างมากสุดก็แค่เอามันไปคุยกับชักโครกในห้องน้ำปลดกระดุมเสื้อให้มันสบายไม่อึดอัดแล้วก็ปล่อยให้มันนอนตายอยู่แบบนั้นแต่นี่ต้องเช็ดตัวให้ด้วยเหรอ เอาก็เอาถ้าพี่กระทิงตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเดิมทั้งคืนมีหวังคุณสิงโตต้องโดนตำหนิเอาได้ หรือไม่อาจจะเกิดปัญหากันหรือผิดใจทะเลาะกันอีก “สู้โว้ย” กอหญ้าหันไปดูกะละมังที่มีผ้าคุณหนูผืนเล็กวางอยู่และเสื้อผ้าชุดนอนที่ สิงโตได้เตรียมไว้ให้ก่อนจะถอนหายใจเข้าออกเพื่อทำใจ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือของตัวเองไปจับชายเสื้อของกระทิงดึงขึ้นด้วยความทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้เสื้อยืดคอกลมสีขาวตัวนี้หลุดออกจากตัวชายหนุ่มร่างโตได้ ขยับตัวชายหนุ่มไปมายกตัวของชายหนุ่มบ้างผลักให้เขานอนตะแคงซ้ายทีขวาที จนแขนหลุดออกจากเสื้อทั้งสองข้าง “ขั้นตอนสุดท้ายของการถอดเสื้อแล้วนะพี่กระทิง กอหญ้าขอโทษน่ะ”กอหญ้าเธอยกมือไหว้ทีหนึ่งก่อนจะดึงเสื้อออกทางศีรษะรวดเดียว “โอ๊ยเจ็บน่ะ” “นั้นไงเริ่มมีปากเสียงแล้วเอาเป็นว่ารีบเช็ดตัวรีบเปลี่ยนผ้าเลยดีกว่าก่อนที่พี่กระทิงจะรู้สึกตื่นขึ้นมาเสียก่อน แต่ดูไปดูมาหน้าท้องก็ขาวแถมมีกล้ามไม่ใหญ่มากพอดูดี วันหลังใส่ครีมกันแดดที่หน้าบ้างนะ ตัวกับหน้าคนละสีเลย ต่อไปก็คงจะเป็นกางเกงสิน่ะ”กอหญ้าค่อยเอื้อมมือไปที่กางเกงของชายหนุ่มก่อนจะใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งปลดตะขอออกและรูดซิปลง “เอ๊ะเดี๋ยวนะ พี่กระทิงจะใส่ฉันในหรือเปล่า นี่ถ้าไม่ใส่แล้วก็เธอต้องเห็นหมด” พรุ่งนี้เช้าเธอยังไม่อยากตื่นมาเป็นตากุ้งยิง เธอเลยต้องพึ่ง ตัวช่วยนิดหน่อย นั่นก็คือผ้าห่มนั้นเอง เธอดึงผ้าห่มมาครุมร่างกายช่วงล่างของกระทิงเอาไว้ ก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้ผ้าหุ้ม จับซิป ที่กางเกงของชายหนุ่มแล้วรูดลง ก่อนจะไปดึงกางเกงออกจากทางเท้า กว่าจะออกได้เธอก็ทุลักทุเลไม่น้อยเช่นกันเล่นเอาเธอเหงื่อออกเป็นเม็ดๆ เลย “ตกลงว่าพี่กระทิงใส่กางเกงชั้นในไหมน่ะเอาเป็นว่าเช็ดตัวให้ก่อนละกันจะใส่หรือไม่ใส่ค่อยไปลุ้นเอาตอนเช็ดตัวไปที่ขาแล้วกัน” เมื่อเธอนำเช็ดที่หน้าอก “แต่จะว่าไปหน้าอกหน้าใจนี้ก็มีดีเหมือนกันน่ะซิกแพคเป็นชั้นๆ เลยนี้เราคิดอะไรอยู่นี้สงสัยอยู่กับนนท์นี่มากเกินไปจึงติดนิสัยบ้าๆ มาแน่เลย”กอหญ้าเช็ดหน้าแขนและลำตัวเช็ดหน้าท้องและค่อยๆ ขยับลงด้านล่าง “เอาว่ะสัมผัสแค่ด้านข้างลำตัว ก็น่าจะพอรู้แล้วว่าใส่อะไรหรือไม้”กอหญ้าเธอเอามือสอดเข้าไปในผ้าห่มช้าๆ และค่อยๆ ขยับมือแต่ไปที่ข้างลำตัว “อืม สิงโตรีบเช็ดตัวเร็วๆ ฉันเริ่มหนาวแล้ว”กระทิงเริ่มบ่นและในจังหวะที่หญิงสาวคิดว่าจะสัมผัสดูแค่ด้านข้างเท่านั้นแต่มือของเธอกับดันต้องไปสัมผัสใจกลางความเป็นชายแบบเต็มไม้เต็มมือ เพราะชายหนุ่มร่างโตดันหันตัวมาทางด้านเธอพอดี “ว้าย ไม่ใส่อะไรเลย”กอหญ้าทำตาโตและไม่รู้จะทำอย่างไงดีได้แต่วิ่งออกไปจากห้อง “ไม่ทงไม่ทำแล้วปล่อยให้นอนแบบนั้นไปก่อนแล้วกัน”กอหญ้ากลับมานอนที่ห้องของตัวเองโดยที่ไม่สนใจกระทิงปล่อยให้นอนแบบนั้นไปก่อนละกันส่วนก็หน้าเธอพยายามไม่คิดฟุ้งซ่านและข่มตาหลับลงให้ได้ แต่ใจของเธอก็ฟุ้งซ่านไปหมดทั้งหัวใจเต้นแรงหน้าแดงอย่างที่ไม่เคยเป็นและคิดฟุ้งซ่านตลอดอยู่ตลอดเวลา “เลิกคิดสักทีเถอะกอหญ้านอนได้แล้ว พรุ่งนี้ ต้องพานนท์นี่กับกล้าหาญไปเที่ยวอีก นอน นอน นอน”“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







