Beranda / LGBTQ+ / ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง / 6.คำบอกใบ้ของนางมารน้อย

Share

6.คำบอกใบ้ของนางมารน้อย

last update Tanggal publikasi: 2026-06-03 06:24:47

“รังแกหรือ? ข้ายังทำไม่ได้ครึ่งหนึ่งที่เจ้าทำกับชาวบ้านที่ตลาดเลยด้วยซ้ำ” อวี้หาญวางกิ่งไม้ลงแล้วหยิบม้วนคัมภีร์ไม้ไผ่ออกมา “ฟังให้ดี เฟิงหลิงฉี หากเจ้าอยากอยู่ที่นี่รอดโดยไม่โดนข้าฟาดจนหลังลาย เจ้าต้องจำกฎอีกสองข้อให้ขึ้นใจ”

อวี้หาญเริ่มร่ายกฎที่ทำให้คุณชายน้อยแทบอยากจะมุดดินหนีเสียให้ได้

“กฎข้อที่สอง คำสั่งของข้าคือเด็ดขาด หากข้าสั่งให้ขุดดิน ห้ามปลูกดอกไม้ หากข้าสั่งให้นั่งสมาธิ ห้ามขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว หากขัดคำสั่ง... โบยสิบไม้ต่อหนึ่งความผิด”

“สิบไม้!” หลิงฉีอุทาน เสียงหลง “ผิวข้าบางขนาดนี้ เจ้าจะโบยข้าให้ตายเลยหรือ!”

“และ กฎข้อที่สาม ห้ามใช้ชื่อเสียงตระกูลเฟิงมาโอ้อวดหรือข่มขู่ผู้อื่น” อวี้หาญยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าขาวนวล “ที่นี่เจ้าคือคนธรรมดา หากข้าได้ยินเจ้าพูดว่า รู้หรือไม่ข้าเป็นใคร หรือพ่อข้าคือเฟิงโหวอีกแม้แต่คำเดียว.. ข้าจะจับเจ้ามัดแขวนไว้กับต้นไม้ใหญ่กลางป่าให้มดแดงรุมทึ้งทั้งวันทั้งคืน”

หลิงฉีตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธผสมความหวาดกลัว เขาอยากจะตบหน้าชายผู้นี้สักฉาด แต่เขารู้ดีว่าความเร็วของเขากับอวี้หาญนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว แล้วอย่างนี้เขาจะเอาอะไรไปสู้ได้เล่า

“เอาล่ะวันนี้พอเท่านี้ก่อน ข้าจะให้คนพาเจ้าไปที่พำนักของเจ้า”

พูดจบอวี้หาญก็เดินจากไป จากนั้นก็มีศิษย์ในสำนักสองคนเดินเข้ามาหาเฟิงหลิงฉีแทนที่ และพาศิษย์สายนอกอย่างเขาไปพักที่พำนักตามคำสั่งของท่านอาจารย์

“ไปเถอะคุณชาย”

ความเงียบเชียบของหุบเขายามนี้ช่างบาดลึกเข้าไปในใจของเฟิงหลิงฉียิ่งนัก หลังจากที่เขาถูกอวี้หาญปฏิบัติราวกับไม่ใช่คน ทั้งการบังคับให้ไต่บันไดหมื่นขั้นจนเท้าพอง และการปัดชามโจ๊กทิ้งลงสระน้ำต่อหน้าต่อตาเพียงเพราะเขาเผลอทำกิริยาเอาแต่ใจใส่

“ข้าจะจำไว้ ไอ้คนใจยักษ์ ใจดำอำมหิต!”

หลิงฉีพึมพำขณะเดินตามร่างสองศิษย์สายในที่เดินนำเขาไปยังเรือนพัก ศิษย์ผู้นั้นไม่ได้เอ่ยปากทักทายหรือแสดงความเห็นใจแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่เปิดประตูไม้ผุๆ ของห้องพักขนาดเล็กเท่ารูหนูให้คุณชายน้อยดู

ภายในห้องมีเพียงเตียงไม้กระดานแข็งๆ ฟูกบางที่มองเห็นเส้นนุ่น และโต๊ะไม้ตัวหนึ่งที่มีคราบฝุ่นจับเขรอะ ของใช้สอยมีเพียงขันน้ำดินเผาและกิ่งไม้สำหรับขัดฟันเท่านั้น

“นี่คือที่พักของเจ้า” ศิษย์ผู้นั้นกล่าวเสียงเรียบ “พรุ่งนี้ยามเหม่า (05.00 – 06.59 น.) เจ้าต้องไปรวมตัวที่ลานฝึก หากช้า เจ้าก็รู้ว่าท่านอาจารย์จะลงโทษอย่างไร”

เมื่อประตูถูกปิดลง หลิงฉีก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงแข็งๆ น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนพื้นห้อง เขาเหนื่อยเกินกว่าจะโวยวาย ร่างกายที่บอบบางราวกับหยกสลักเสลาสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า เพียงแค่เอนหลังพิงหมอนที่แข็งราวกับหิน เขาก็ผล็อยหลับไปในทันทีด้วยความเพลีย ทว่าความง่วงไม่อาจเอาชนะความหิว เพียงสองชั่วยามผ่านไป หลิงฉีตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงท้องร้องจ๊อกๆ ที่ดังสนั่นปานฟ้าถล่ม ความหิวโหยที่ทวีคูณจากการไม่ได้กินอะไรเลยตลอดทั้งวันทำให้เขารู้สึกแสบไส้จนนอนต่อไม่ไหว เขาขยี้ตาแล้วลุกขึ้นมองดูเสื้อผ้าไหมราคาแพงที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงเศษผ้าขาดๆ

เขาตัดสินใจผลัดเปลี่ยนอาภรณ์หรูหราเหล่านั้นทิ้ง แล้วหยิบชุดศิษย์สายนอกสีเทาหยาบๆ ที่วางอยู่ปลายเตียงมาสวมใส่ แม้เนื้อผ้าจะระคายผิวขาวนวลจนเขาอยากจะร้องไห้อีกรอบ แต่เพื่อความอยู่รอด เขาต้องออกไปหาของกิน!

หลิงฉีแอบย่องออกจากห้องพัก ลมหนาวปะทะผิวกายจนสั่นสะท้าน เขาพยายามเดินหาโรงครัวท่ามกลางสำนักที่กว้างใหญ่ไพศาลและซับซ้อนราวกับค่ายกล ยิ่งเดินก็ยิ่งหลง ยิ่งหลงท้องก็ยิ่งร้อง

“โรงครัวอยู่ไหนกันนะ.. ท่านย่า.. หลิงเอ๋อร์หิวเหลือเกินขอรับ”

ในขณะที่เขากำลังจะถอดใจ แสงไฟจากโคมกระดาษและกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาตามลมก็ทำให้ดวงตาของเขาลุกวาว หลิงฉีรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทิศทางนั้น จนพบศิษย์สำนักสามสี่คนกำลังถือถาดอาหารรสเลิศมุ่งหน้าไปยังเรือนพักส่วนตัวของเจ้าสำนัก

มีทั้งไก่ตุ๋นโสมรสกล่อมเกลา หมูสามชั้นน้ำแดง และสุรารสดี กลิ่นหอมนั้นทำให้น้ำลายของคุณชายน้อยแทบจะสอออกมา

“พี่ชาย! พี่ชายทั้งหลาย!” หลิงฉีวิ่งเข้าไปขวางหน้าศิษย์เหล่านั้นทันที ใบหน้าที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้พยายามส่งยิ้มอ้อนวอน “ข้าขอแบ่งอาหารสักนิดได้หรือไม่? เพียงแค่ข้าวสวยคำเดียวก็ยังดี ข้าไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแล้วจริงๆ นะ”

ศิษย์เหล่านั้นหยุดชะงัก แต่มองคุณชายในชุดสีเทาด้วยสายตาเย็นชา

“ไม่ได้.. นี่คืออาหารของท่านอาจารย์อวี้หาญ” หนึ่งในศิษย์กล่าว “อาจารย์สั่งกำชับไว้เด็ดขาด ห้ามใครยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับการฝึกของเจ้า โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน หากใครขัดคำสั่ง จะต้องถูกไล่ออกจากสำนักทันที”

“แค่หมูชิ้นเดียวเองนะ! ท่านอาจารย์ของพวกเจ้าคงไม่รู้หรอก!” หลิงฉีพยายามจะเอื้อมมือไปคว้า

“อย่ามาทำให้พวกเราเดือดร้อนเลยคุณชายเฟิง” ศิษย์อีกคนเบี่ยงตัวหลบ “ท่านอาจารย์น่ะ.. หูตาว่องไวกว่าที่เจ้าคิดเยอะ เชิญเจ้าหิวต่อไปเถอะ”

พวกเขาก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หลิงฉียืนคว้างอยู่กลางลานหิน ความรู้สึกถูกทอดทิ้งและความหิวโหยทำให้ความผยองของคุณชายพังทลายลง เขาทรุดเข่าลงกับพื้นถนน ซบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน

“ท่านย่า.. หลิงเอ๋อร์อยากกลับบ้านแล้ว ไอ้คนใจยักษ์ใจมารนั่น เอาแต่รังแกข้า! เขาจะฆ่าหลิงเอ๋อร์ด้วยความหิว ฮือ..”

ฟึ่บ!

ทันใดนั้น วัตถุสีแดงกลมเกลี้ยงลูกหนึ่งก็ลอยมาจากเงามืดด้านบน ก่อนจะตกลงบนตักของเขาพอดี หลิงฉีชะงักเสียงร้องไห้ เขาคว้ามันขึ้นมาดู.. มันคือผลผิงกั่ว (แอปเปิ้ล) สีแดงสดที่ส่งกลิ่นหอมหวาน

“นั่นใครกัน!”

หลิงฉีหันมองไปรอบตัว ทันใดนั้นร่างอรชรในชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อนก็กระโดดลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่เหนือหัวเขา นางร่อนตัวลงพื้นอย่างนิ่มนวลราวกับขนนก ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตฉายแววซุกซนและเฉลียวฉลาด ริมฝีปากบางนั้นประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

“ร้องไห้เป็นเด็กสามขวบเชียวนะคุณชายน้อย” นางเอ่ยล้อเลียนพลางปัดมือที่เปื้อนฝุ่น “ผิงกั่วนั่นสะอาดดี กินเสียสิ ก่อนที่จะหิวตายไปจริงๆ”

หลิงฉีไม่รอช้า เขาฝังเขี้ยวลงบนผลผิงกั่วทันที รสหวานฉ่ำทำให้น้ำตาที่คลออยู่ไหลออกมาด้วยความซาบซึ้ง หลังจากเคี้ยวตุ้ยๆ จนเกือบหมดลูก เขาก็ปาดน้ำตาถาม “เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดถึงกล้าขัดคำสั่งท่านอาจารย์ปีศาจนั่น เอาของมาให้ข้ากิน?”

“ข้าชื่อ อวี้หาญเหยียน” นางตอบพลางเท้าสะเอว “ส่วนอาจารย์ปีศาจที่เจ้าว่าน่ะ.. คือพี่ชายร่วมอุทรของข้าเอง”

หลิงฉีถึงกับสำลักผิงกั่ว “เจ้า! เจ้าเป็นน้องสาวของอวี้หาญหรือ!”

“ชู่ววว! เบาเสียงหน่อยสิคุณชาย” เหยียนเหยียนทำนิ้วจุ๊ปาก “ข้าน่ะรำคาญใจเหลือเกินที่เห็นพี่ชายตัวดีเอาแต่เคร่งครัดกฎระเบียบจนลืมความเมตตา เห็นเจ้าถูกรังแกขนาดนี้ ข้าที่เป็นน้องสาวก็อดเห็นใจไม่ได้”

หลิงฉีลดท่าทีลง เขาขยับเข้าไปใกล้เหยียนเหยียน “ในเมื่อเจ้าเป็นน้องสาวเขา เจ้าต้องช่วยข้าแก้แค้นนะ! เจ้าดูสิ มือข้าถลอกหมดแล้ว ก้นข้าก็โดนเขาฟาดจนเขียวไปหมด ชายผู้นี้มีหัวใจบ้างหรือไม่!”

เหยียนเหยียนหัวเราะคิกคัก แววตาของนางวาววับขึ้นมาทันที “หัวใจน่ะมี.. แต่เขากดมันไว้แน่นเชียวล่ะคุณชายเฟิง หากเจ้าอยากแก้แค้นพี่ชายข้าแบบเจ็บแสบที่สุด ข้าบอกเคล็ดลับให้ เจ้าอยากฟังหรือไม่?”

หลิงฉีหูผึ่ง “เคล็ดลับอะไรกัน? บอกข้ามาเร็วเข้า!”

เหยียนเหยียนเดินวนรอบตัวหลิงฉี สายตาของนางกวาดมองใบหน้าที่งดงามราวกับล่มเมืองของคุณชายน้อย แม้ตอนนี้จะเลอะเทอะไปบ้าง แต่ความงามล้ำเลิศนั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้

“พี่ชายข้าน่ะ ปีนี้อายุยี่สิบห้าแล้ว แต่เขาวันๆ เอาแต่ฝึกวิชาและจับดาบ เขาไม่เคยพบพานความรัก ไม่เคยรู้จักรสมธุรสของความอ่อนหวานแม้แต่น้อย ใครๆ ก็เรียกเขาว่าปีศาจไร้ใจ เพราะเขาไม่เคยเปิดใจให้ใครเข้าไปเหยียบแม้แต่คนเดียว”

นางโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของหลิงฉี น้ำเสียงดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด

“หากเจ้าอยากแก้แค้นปีศาจตนนี้.. เจ้าย่าใช้วรยุทธ์ที่เจ้ามีเพียงน้อยนิด หรือใช้อำนาจท่านโหวที่พี่ข้าไม่เห็นหัวเลยสิ แต่เจ้าจงใช้ความงาม และหัวใจของเจ้า เข้าไปสิงสถิตอยู่ในใจเขาให้ได้!”

หลิงฉีขมวดคิ้ว “เข้าไปอยู่ในใจ? หมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าหมายความว่า.. เจ้าต้องทำให้เขารู้สึกรักเจ้าจนหัวปักหัวปำนั่นอย่างไรเล่า!” เหยียนเหยียนระเบิดเสียงหัวเราะอย่างเป็นเอกลักษณ์ “คิดดูสิคุณชายเฟิง เมื่อวันใดที่พี่ชายผู้แข็งกร้าวของข้าตกหลุมรักเจ้าจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อนั้นแหละที่เจ้าคือผู้กุมชัยชนะที่แท้จริง เจ้าจะสั่งให้เขาทำอะไรก็ได้ จะให้เขาคุกเข่าอ้อนวอน หรือจะฟาดคืนเขาสักกี่ที เขาก็ย่อมยอมแต่โดยดี มิใช่หรือไง?”

หลิงฉีนิ่งค้างไป ความคิดของนางมารน้อยคนนี้ช่างบรรเจิดและบ้าบิ่นดีแท้

“แต่เขาดุขนาดนั้น เขาจะมารักข้าได้อย่างไรกัน!”

“เจ้าก็แค่ต้องเลิกพยศแบบโง่ๆ แล้วเปลี่ยนมาเป็นพยศแบบอ้อนๆ ดูสิ” เหยียนเหยียนตบไหล่เขาเบาๆ “ใช้หน้าตางดงาม ของเจ้าให้เป็นประโยชน์ พี่ชายข้าน่ะ.. ต่อให้แข็งดั่งเหล็กกล้า แต่ถ้าเจอไฟรักลามเลียเข้าไปบ่อยๆ มีหรือที่จะไม่ละลาย”

เหยียนเหยียนถอยหลังออกไป พร้อมกับเตรียมตัวจะกระโดดกลับขึ้นไปบนต้นไม้

“จำไว้นะคุณชายเฟิง.. วิธีล้างแค้นที่หอมหวานที่สุด คือการทำให้ศัตรูกลายเป็นทาสรักของเจ้าเอง”

ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะใสกระจายไปตามลม เหยียนเหยียนหายวับไปในเงามืด ทิ้งให้เฟิงหลิงฉียืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังลานกว้าง

ในมือของเขายังคงถือแกนผิงกั่วที่เหลืออยู่ ความคิดในหัวเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว ภาพใบหน้าเฉยเมยและแววตาดุดันของอวี้หาญลอยเด่นขึ้นมา

‘ทำให้เจ้ารักข้าอย่างนั้นหรือ.. อวี้หาญ?’ 

หลิงฉีกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาที่เคยหวาดกลัวและเจ็บปวดกลับกลายเป็นแววตาของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าขึ้นมาทันที

“ดี! ในเมื่อเจ้าอยากฟาดข้านัก ข้าก็จะทำให้เจ้าหลงรักข้าจนโงหัวไม่ขึ้น.. แล้ววันนั้นข้าจะฟาดเจ้าคืนให้สาสมใจข้าเลยทีเดียว!”

คืนนั้น.. แม้จะยังหิวโหยและต้องนอนบนเตียงแข็งๆ แต่เฟิงหลิงฉีกลับหลับลงได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับแผนการยั่วรักเจ้าปีศาจไร้ใจคนนั้น ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   35.เมื่อท่านพี่ของข้า ต้องยาปลุกกำหนัด (ตอนอวสาน)

    ท่ามกลางหุบเขาที่ปกคลุมด้วยไอหมอกนิรันดร์ สำนักวิถีวารีสงบที่เคยเงียบสงัดบัดนี้กลับตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าของอาชาหลายตัวที่ควบตะบึงเข้ามาหยุดหน้าประตูใหญ่พร้อมกับร่างสูงสง่าของอวี้หาญ ที่อุ้มเฟิงหลิงฉี ไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าศิษย์ในสำนักที่เห็นสภาพชุดมงคลสีแดงที่ขาดวิ่นและรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนอาภรณ์สีครามของเจ้าสำนักทว่าผู้ที่ยืนขวางอยู่กลางลานหินอ่อนด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยโทสะคืออวี้เทียนหรง อดีตเจ้าสำนักผู้เป็นบิดา“เจ้ากล้าดีอย่างไร! อวี้หาญ! ข้าสั่งห้ามเจ้าก้าวเท้าออกจากสำนักไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอัปยศที่ลั่วเฟิง แล้วนี่ยังกล้าพาของบรรณาการที่แปดเปื้อนผู้นี้กลับมาที่นี่อีกรึ!” อวี้หาญไม่ได้วางหลิงฉีลง แต่กลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นต่อหน้าบิดา นัยน์ตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว “ภรรยาข้า! มิใช่ของบรรณาการผู้ใด และมิใช่สิ่งที่ใครจะมาตราหน้าว่าแปดเปื้อนได้ตามใจชอบ”“สามหาว!” บิดาคำรามพลางชี้หน้า “เจ้าคือความหวังของตระกูลอวี้ เป็นเจ้าสำนักที่เป็นที่เคารพรัก แต่เจ้ากลับทิ้งหน้าที่ไปเพื่อเด็กแซ่เฟิงที่ทำเรื่องงามหน้า

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   34.ปิดฉากรักอันโสมม

    ท่ามกลางเศษซากของความทระนงที่พังทลาย กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งกลับกลายเป็นยาปลุกเร้าชั้นดีที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายของกงลั่วหมิงให้พรึงเพริด เขาจ้องมองร่างของฉินเยว่ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กเส้นหนา ขึงแขนทั้งสองข้างไว้กับเสาเตียงมังกรในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน แสงโคมสลัวสะท้อนให้เห็นมัดกล้ามที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและเลือดของเจ้าเมืองโฉดกงลั่วหมิงแสยะยิ้มร้าย แววตาที่เคยสั่นไหวด้วยน้ำตา บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความกระหายอันวิปริต เขาคลานเข้าไปหาฉินเยว่ช้าๆ มือเรียวที่เปื้อนเลือดลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ ก่อนจะออกแรงจิกเล็บลงบนแผลสดจนฉินเยว่คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด“เจ้าชอบรุนแรงมิใช่หรือ.. ฉินเยว่ คืนนี้ข้าจะปรนนิบัติเจ้าให้สาแก่ใจ!”“ฮ่าๆๆๆ ..” ฉินเยว่หัวเราะออกมาได้ ทั้งที่เนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและของเหลวสีแดงฉาน“เจ้าหัวเราะไปเถอะ..”กงลั่วหมิงกระชากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของตนเองออกจนเปลือยเปล่า เขามิได้โถมเข้าหาด้วยความอ่อนหวาน แต่กลับใช้เข่ากระแทกเข้าที่กลางลำตัวของฉินเยว่เพื่อบังคับให้อีกฝ่ายอ้าปากรับจุมพิตที่ดุเดือด เขาบดขยี้ริมฝีปากของฉินเยว่อย่างบ้

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   33.ลงทัณฑ์คนบาป

    ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและเศษซากเครื่องเรือนที่พังทลายภายในห้องหออันวิจิตรนั้น อวี้หาญยืนปักกระบี่ลงบนพื้นไม้เคียงข้างเฟิงหลิงฉี ในขณะที่เฉินคุนบุกฝ่าบานประตูที่พังยับเยินเข้ามาสมทบพร้อมกระบี่ที่อาบไปด้วยเลือดทหารยาม เขาชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นสภาพภายในห้องที่ดูราวกับนรกบนดินกงลั่วหมิงผู้ซึ่งบัดนี้มีสภาพไม่ต่างจากวิญญาณที่แตกสลาย ค่อยๆ ขยับกายที่โชกไปด้วยรอยราคะและคาวเลือด เขาประสานมืออีกครั้ง “ข้าขอขอบคุณพวกท่านที่ให้โอกาสข้า ..ความแค้นที่มันฝากไว้ในกายและใจข้า... ต่อให้มันตายนับพันครั้งก็มิอาจลบล้างได้ ข้าต้องการให้มันมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย.. ข้าจะลงมือจัดการกับมันด้วยมือของข้าเอง!”เฉินคุนที่เพิ่งมาถึงขมวดคิ้วแน่นด้วยโทสะ “ท่านเจ้าสำนักกง! ท่านเสียสติไปแล้วรึ? คนโฉดเช่นฉินเยว่ หากปล่อยไว้ก็จะเป็นภัยต่อแผ่นดิน ทั้งต่อศิษย์น้องหลิงฉี และต่อพวกเราทุกคน! ท่านจะเก็บงูเห่าไว้ข้างกายเพื่ออะไรกัน!”เฟิงหลิงฉีมองเห็นสภาพอันน่าเวทนาของกงลั่วหมิงแล้วหัวใจพลันบีบคั้น เขาจำได้ถึงความหวาดกลัวยามที่กรงเล็บของฉินเยว่สัมผัสผิวกาย และเขารู้ดีว่าสิ่งที่กงลั่วหมิงได้รับนั้นหนักหนาสาหัสกว่าเขานับหม

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   32.เพลิงวารีพิฆาตอัคคี

    บรรยากาศภายในห้องหอที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นหอมรัญจวนของกำยาน บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าและเสียงหอบหายใจอันสิ้นหวัง เฟิงหลิงฉีถูกบังคับให้นอนราบอยู่บนเตียงกว้าง ร่างกายที่เคยสง่างามถูกกดไว้ด้วยพละกำลังมหาศาลของฉินเยว่ เสื้อผ้าสีมงคลฉีกขาดเผยให้เห็นผิวขาวละเอียดที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแดงจากการบีบคั้น ดวงตาของหลิงฉีพร่าเลือนด้วยน้ำตาแห่งความคับแค้น มือเรียวพยายามปัดป้องทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานโรคกำหนัดที่บ้าคลั่งของเจ้าเมืองโฉดชั่ว“เฟิงหลิงฉี..ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก!” ฉินเยว่คำรามพลางโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาวอย่างหยาบโลนทว่าจังหวะนี้..ปัง!เสียงบานหน้าต่างไม้แกะสลักระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วห้อง พร้อมกับกระแสลมเย็นจัดที่พัดกรรโชกเข้ามาอย่างรุนแรง ไอเย็นสุดขั้วนั้นแผ่ซ่านจนหยดน้ำในแจกันกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในชั่วพริบตา เงาร่างสูงสง่าในชุดสีครามเข้มทะยานผ่านม่านหมอกเข้ามาดุจเทพแห่งความตาย“ฉินเยว่!! เอามือสกปรกของเจ้าออกจากเมียข้าเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นกังวานและทรงอำนาจดุจเสียงกัมปนาทจากสรวงสวรรค์ “อาจารย์.. ในที่สุดท่านก็มาแล้ว..” หลิงฉีดีใจจนสุดจะกล

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   31.ร่วมใจปะทะกองกำลังฉินเยว่

    ท่ามกลางความมืดมิดนอกกำแพงจวนอันสูงตระหง่าน เงาร่างสองสายทะยานขึ้นสู่ยอดกำแพงด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว อวี้หานเหยียนและเฉินคุน หมอบนิ่งอยู่บนสันกำแพง ลอบมองทหารยามที่เดินตรวจตราอย่างหนาแน่น“ข้าจะเข้าไปทางทิศตะวันออก เป็นตัวล่อให้เจ้า ส่วนเจ้าแฝงตัวไปทางห้องหอ หาหลิงฉีให้เจอ!” หานเหยียนกระซิบสั่ง แววตาคมกริบดุจเหยี่ยว“ไม่ได้! มันอันตรายเกินไปอาจารย์อา ข้าไปเอง!” เฉินคุนยังคงดื้อรั้นด้วยความห่วงใย“นี่คือคำสั่ง! อย่าให้ข้าต้องเสียเวลา!” หานเหยียนไม่รอฟังคำทัดทาน นางดีดตัวลงจากกำแพงพร้อมกับง้างคันธนูคู่กาย ในชั่วพริบตา ลูกธนูสามดอกก็พุ่งวาบออกไปพร้อมกัน ปักเข้าที่ลำคอของทหารยามสามนายอย่างแม่นยำและเงียบเชียบ“ผู้บุกรุก! มีผู้บุกรุก!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับกองกำลังทหารที่กรูกันเข้ามาหานเหยียนหาได้ตื่นตระหนกไม่ นางขยับกายพลิ้วไหวดุจปักษาสวรรค์ ใช้คันธนูแทนอาวุธระยะประชิด ฟาดกระแทกเข้าที่จุดตายของทหารที่พุ่งเข้ามา ท่วงท่าของนางงดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหารเฉินคุนเห็นดังนั้นจึงกัดฟันกรอด เขาชักกระบี่ออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่กองทหารอีกด้านเพื่อช่วยเปิดทาง “ใครบังอาจแตะต้องอาจารย์อาของข้า ข้

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   30.กงลั่วหมิงถูกขืนใจ(NC)

    ภายในเรือนพักปีกตะวันตกของจวนเจ้าเมืองลั่วเฟิงที่เคยวางตนอย่างสงบสง่างาม บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งความพินาศ ข้าวของล้ำค่าแจกันลายครามจากยุคบรรพกาลแตกกระจายเกลื่อนพื้น ผ้าม่านไหมถูกกระชากขาดวิ่น ราวกับมีพายุคลั่งพัดผ่านห้องนอนของกงลั่วหมิงเจ้าสำนักอัคคีเพลิงผลาญผู้เคยทระนงบัดนี้ยืนอยู่กลางห้องกว้างใหญ่ ลมหายใจหอบถี่จนทรวงอกขยับขึ้นลงอย่างรุนแรง เส้นผมที่เคยรวบไว้อย่างประณีตหลุดลุ่ยระใบหน้าซูบซีดนั้น หยดเลือดซึมออกมาจากฝ่ามือที่กำเศษกระเบื้องแน่นจนแหลกละเอียด ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นไม่อาจเทียบได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของความรุ่มร้อนที่แผดเผาอยู่ในขั้วหัวใจเขามองดูเงาของตัวเองในกระจกเงาที่แตกเป็นเสี่ยง เห็นดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความอัปยศ‘เหตุใดต้องเป็นเฟิงหลิงฉี.. เหตุใดเจ้าถึงมองแต่มัน!’ กงลั่วหมิงคำรามแผ่วเบาในลำคอ ความร้อนรนบีบคั้นให้เขารู้สึกเหมือนจะเสียสติ เขาโกรธแค้น โกรธจนอยากจะเผาทั้งจวนนี้ให้กลายเป็นจุณ ทว่าในความโกรธแค้นนั้นกลับมีความรู้สึกหนึ่งที่แหลมคมดุจเข็มพิษทิ่มแทงหัวใจอย่างต่อเนื่อง มันคือความอิจฉาเขารู้ดีว่าตัวเองไร้ค่าไปแล้วในสายตาของฉินเยว่ เมื่อหงส์

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   9.หลิงฉีหลอกใช้ศิษย์พี่ใหญ่

    เฟิงหลิงฉีมาถึงลำธารตามที่คาดไว้ สายหมอกยามเช้ายังลอยอ้อยอิ่งเหนือผิวน้ำ เงาไม้ทอดยาวราวภาพวาด ทว่าคนที่ยืนรออยู่ริมสระกลับไม่ใช่อาจารย์อวี้หาญ หากเป็นศิษย์พี่ใหญ่เฉินคุนผู้มีสีหน้านิ่งขรึมราวศิลานั้นต่างหาก“บทเรียนขั้นสามของเจ้า เริ่มได้แล้ว” เฉินคุนเอ่ยเสียงเรียบ พลางชี้ไปยังถังไม้สองใบที่วางอยู

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   8.แผนพิชิตหัวใจปีศาจไร้ใจ

    ..วันต่อมาณ ลานฝึกที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาที่เดิม ศิษย์ผู้พี่ต่างมิได้มารวมตัวเช่นเมื่อวาน เพราะทั้งหมดได้รับอนุญาตให้พักหนึ่งวันในรอบหนึ่งเดือน เว้นเสียแต่ศิษย์มาใหม่อย่างเฟิงหลิงฉี ที่ต้องเร่งฝึกปรือฝีมือเพื่อตามให้ทันเหล่าศิษย์พี่ระหว่างรอเจ้าเด็กจอมเกียจคร้าน อวี้หาญยืนตระหง่านอยู่กลางสายหมอกยามเ

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   7.แผนหว่านเสน่ห์

    ณ ยอดเขาโชติช่วง ที่ตั้งของสำนักเทวะอัคคีผลาญ เปลวเพลิงในกระถางสำริดขนาดมหึมาโชติช่วงอยู่ตลอดทั้งวันคืน ราวกับจะประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ของวิชาปราณเพลิงให้โลกรู้ ทว่าในห้องโถงกลาง เจ้าสำนักกงลั่วหมิง กลับกำลังขว้างจอกสุราลงบนพื้นจนแตกกระจาย"อีกแล้วหรือ.. ผลการประลองคัดเลือกสิบยอดฝีมือฝ่ายธรรมะ สำนั

  • ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง   5.กฏเหล็กของสำนักวิถีวารีสงบ

    ห่างไกลออกไปทางทิศเหนือที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี ณ ที่ยอดเขาเทียนซาน เป็นที่ตั้งของสำนักวิถีวารีสงบ คฤหาสน์หลังมหึมาที่สร้างขึ้นจากหินหยกขาวสลักเสลาอย่างประณีต ที่นี่คือบ้านของตระกูลอวี้ ตระกูลที่ไม่เคยข้องแวะกับทางโลกหากไม่จำเป็น ทว่ากลับทรงอิทธิพลจนแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจภายในห้องโถงหลักที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status