LOGINอาทิตย์อัสดงย้อมขอบฟ้าจนกลายเป็นสีแดง สาดส่องลงบนยอดไม้ ขับเน้นให้ไพรพนาเหลืองอร่าม ฟู่หยวนหยวนหมุนป้ายหยกรูปกิเลนวายุสีเขียวในมือเล่น นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่เธอช่วยชีวิตเจ้าสำนักหยกโลหิต เธอยากรู้ใจแทบขาดว่าตัวตนจริงๆ ของเขาเป็นใคร
แต่…รู้มากเกินไปรั้งแต่จะนำภัยมาหาตน แค่ทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างเธอก็พอแล้ว ฟู่หยวนหยวนมองหยกประจำตัวเจ้าสำนักหยกโลหิตในมือตนอย่างพึงพอใจ
ซินหนี่มองคุณหนูของตนที่เอาแต่มองป้ายหยกในมือมาครึ่งค่อนวัน นางจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงสัย “คุณหนูท่านนั่งมองป้ายหยกชิ้นนี้มาครึ่งค่อนวันแล้วนะเจ้าคะ ป้ายหยกนี่มีอะไรดีรึเจ้าคะ”
“เจ้าไม่รู้อะไร นี่น่ะของดี” ฟู่หยวนหยวนกล่าวยิ้มๆ ก่อนเก็บป้ายหยกชิ้นนั้นเข้าไปในมิติ เธอหันหน้าไปพูดกับซินมี่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “มี่เอ๋อเจ้าให้คนไปเตรียมรถม้าให้ข้าที ข้าจะไป ‘ตลาดไฉซี’ สักหน่อย”
“เจ้าค่ะ” ซินมี่รีบไปจัดการตามที่คุณหนูของตนสั่งทันที แม้ในใจจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติคุณหนูของพวกนางไม่ค่อยออกนอกจวนเท่าไหร่หากไม่จำเป็นจริงๆ ตลาดไฉซีจะเปิดเฉพาะตอนกลางคืน ตลอดสี่ปีที่นางรับใช้คุณหนูใหญ่ ไม่เคยมีสักครั้งที่คุณหนูใหญ่จะอยากไปเดินตลาด แต่วันนี้คุณหนูถึงกับบอกว่าจะไปเดินตลาดไฉซี!? ถึงภายในหัวจะมีคำถามแต่ซินมี่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน
ไม่นานซินมี่ก็เดินกลับมาบอกคุณหนูของตนว่ารถม้าพร้อมแล้ว ฟู่หยวนหยวนได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ พาสาวใช้ทั้งสองตรงไปยังประตู ทว่าเมื่อมาถึงประตูหน้าจวนก็พบกับฟู่หลิวเหว่ยที่เดินนำชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามา ชายหนุ่มชุดดำปักลวดลายเมฆมงคลที่เดินตามท่านพ่อเข้ามาหล่อเหลายิ่ง สีคิ้วประดุจน้ำหมึก รูปร่างสูงใหญ่กำยำสง่างาม ใบหน้าขาวสะอาด สันจมูกตรงโด่งแต่ไม่สูงลิ่ว ริมฝีปากบนล่างพอเหมาะพอเจาะ สีสันและความแวววาวก็กำลังดี ดูก็รู้เลยว่าเป็นลักษณะที่ม้ามและกระเพาะได้สัดส่วนเหมาะสม หัวใจและไตแข็งแรง
เอ๊ะ…นี่เธอประเมินผู้ชายหรือคนไข้กันแน่?
ฟู่หลิวเหว่ยเห็นบุตรสาวจ้องชินอ๋องไม่วางตาก็กระแอมออกมาเสียงดัง ก่อนแสร้งดุบุตรสาวเสียงเข้ม “หยวนหยวน อย่าเสียมารยาทยังไม่รีบคารวะชินอ๋องอีกรึเจ้าลูกคนนี้”
ด้านฟู่หยวนหยวนได้ยินเสียงกล่าวเตือนของบิดาก็ได้สติขึ้นมาทันที คุณหมอสาวประสานมือย่อกายคารวะชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสง่างามสมกับเป็นบุตรสาวตระกูลใหญ่ “หยวนหยวนคารวะชินอ๋องเพคะ”
ฮั่วกงเหวินเองก็มองหญิงสาวตรงหน้าตนด้วยสายตาพินิจเช่นกัน อกแกร่งสั่นไหวเล็กน้อยก่อนกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม หญิงสาวตรงหน้าสวมชุดสีน้ำเงินเข้ม คลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำปักดิ้นทองนางมีใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโตเปล่งประกายมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนยิ่ง จมูกเชิดรั้นรับกับริมฝีปากหยักสีชมพูสดได้อย่างพอเหมาะ ฮั่วกงเหวินดึงสายตาของตนกลับมา ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “คุณหนูฟู่ไม่ต้องมากพิธี”
“ขอบพระทัยชินอ๋อง หม่อมฉันทูลลาเพคะ”
ฟู่หยวนหยวนย่อกายคารวะฮั่วกงเหวินก่อนพาสาวใช้ทั้งสองของตนเดินจากมา ฟู่หลิวเหว่ยได้แต่มองตามหลังบุตรสาวของตน ก่อนส่ายหัวไปมาสายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู “เชิญท่านอ๋องไปที่เรือนของข้าเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านอาจารย์เชิญนำทาง”
ฮั่วกงเหวินเดินตามหลังฟู่หลิวเหว่ยเงียบๆ ภายในหัวมีแต่ใบหน้าของฟู่หยวนหยวนฉายซ้ำวนไปมา ท่านอ๋องหนุ่มขมวดคิ้วแน่น นี่เขาเป็นอันใดไป เหตุใดถึงได้นึกถึงแต่สตรีนางนั้น…หัวใจของเขายังเต้นแรงผิดจังหวะอีกด้วย หรือว่าอาการถูกพิษของเขาจะยังไม่หายดี ฮั่วกงเหวินพยายามหาเหตุผลมาลบล้างอาการของตน ทว่าสุดท้ายกลับหาข้อสรุปไม่ได้ เขาจึงเลือกจะปล่อยผ่านไปก่อนชั่วคราว...
ฟู่หยวนหยวนมองตลาดที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนตรงหน้า ตลาดไฉซีกินพื้นที่ถึงห้าลี้ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ผู้คนต่างเดินจับจ่ายกันอย่างคึกคัก คุณหมอสาวเดินนำสาวใช้ทั้งสองของตนเข้าไปในตลาดอย่างตื่นเต้น ตลาดเธอย่อมเคยไป แต่ตลาดแบบโบราณเธอยังไม่เคย!
“เร่เข้ามาๆ วันนี้ร้ายเฟยฉีของเรามีสัตว์อสูรมาใหม่ให้ลูกค้าทุกท่านเลือกมากมาย”
“ลูกค้าทุกท่าวันนี้ร้านหลิงเจิงของเรามีเครื่องประดับลวดลายใหญ่ให้เลือกซื้อ เชิญด้านในร้านได้เลยขอรับ”
“ร้านกวางไป๋ของเราก็มีอาวุธลงอักขระอาคมให้ทุกคนได้เลือกซื้อเช่นกันเจ้าค่ะ”
“ร้าน...”
เสียงเรียกลูกค้าดังขึ้นตลอดสองข้างทางที่ฟู่หยวนหยวนเดินผ่าน คุณหมอสาวเลือกเดินเข้าไปในร้านขายสมุนไพร้านหนึ่ง ภายในร้านตกแต่งไว้อย่างสวยงามหรูหรา ฟู่หยวนหยวนมองชั้นสมุนไพรที่เรียงยาวเต็มร้านอย่างสนใจ ในร้านมีลูกค้าบ้างประปราย เธอเดินเข้าไปในร้านไม่นานเสี่ยวเอ้อก็ออกมาต้อนรับเธอทันที
“ลูกค้าต้องการโอสถหรือสมุนไพรชนิดไหนขอรับ”
ทว่ายังไม่ทันที่ฟู่หยวนหยวนจะได้ตอบเสี่ยวเอ้อ ด้านหลังคุณหมอสาวก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น “ฟู่หยวนหยวน...ไม่คิดว่าจะเจอเจ้าที่นี้”
คุณหมอสาวหันหลังกลับไปมองตามเสียงทักทาย หญิงสาวตรงหน้าเธอมีใบหน้างดงามปานล่มเมือง ผิวพรรณขาวกระจ่าง ยิ่งวันนี้นางสวมชุดสีแดงยิ่งขับเน้นให้ผิวของหญิงสาวนางนั้นขาวเกินจริงไปมาก ฟู่หยวนหยวนยกยิ้มมุมปากก่อนทักทายกลับไป “ที่แท้ก็คุณหนูตง”
ตงหนิงอ้ายสืบเท้าเดินมาข้างหน้าสามสี่ก้าว ก่อนหยุดอยู่ตรงหน้าฟู่หยวนหยวนไม่ไกล แววตาของตงหนิงอ้ายฉายแววดูแคลนแจ่มชัด ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามชัดเจน “สวะไร้ค่าเช่นเจ้า...กล้าเสนอหน้ามาที่ร้านขายสมุนไพรสำนักหยกโลหิต ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเสียจริง”
“ข้าจะไปที่ใดไม่รบกวนให้คุณหนูตงมากังวลแทน มีคนบอกท่านหรือไม่ว่า...ยุ่งเรื่องของผู้อื่นให้น้อยลงหน่อย” ฟู่หยวนหยวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
"โอสถเพิ่มพลังปราณต้องสมบูรณ์แบบ ต้องหลอมให้ได้สมดุลทั้งหยินและหยาง"เสียงของคุณหมอสาวเบาแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอเริ่มขั้นตอนการหลอมโดยใช้พลังปราณภายในควบคุมเปลวไฟสีเขียวใต้เตาหลอม เปลวไฟเริ่มลุกขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เธอค่อยๆ ใส่สมุนไพรทีละชนิดลงในเตาหลอมหญ้าเซียนสวรรค์ เริ่มละลายและปล่อยพลังปราณสีเขียวอ่อนออกมา ขณะที่ผลไม้สุริยันจันทราก็ค่อยๆ ระเหิดกลายเป็นละอองพลังที่ผสมกับพลังของหญ้าเซียนสวรรค์ ฟู่หยวนหยวนควบคุมกระแสพลังวิญญาณอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหญิงสาวเต็มไปด้วยสมาธิคุณหมอสาวใช้พลังปราณควบคุมเปลวไฟอย่างละเอียด ปรับให้เปลวไฟมีความร้อนที่เหมาะสมเพื่อให้ส่วนผสมทั้งสองรวมตัวกันอย่างสมดุล ควันบางๆ สีทองเริ่มลอยออกมาจากเตาหลอม และความกดดันในอากาศรอบตัวเธอก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งเม็ดโอสถสีขาวเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นภายในเตาหลอม โอสถที่สามารถเพิ่มพลังปราณได้สำเร็จเป็นรูปร่างสมบูรณ์ เงาสะท้อนของมันเปล่งประกายแสงสีม่วงอ่อน ๆ ราวกับเกลียวหมอกที่ล่องลอยดวงตาของฟู่หยวนหยวนเปล่งประกายด้วยความยินดี ใบหน้างามเผยรอยยิ้มขณะมองดูโอสถที่เธอหลอมสำเร็จด้วยความอุตสาห
กลางดึกที่เงียบสงัดในห้องนอนของฟู่หยวนหยวน แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่าง ส่องกระทบให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง เขาแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทราวกับกลืนไปกับความมืด เงานั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เตียงของคุณหมอสาวอย่างไร้เสียงฟู่หยวนหยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันเมื่อรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน ใบหน้าของเธอซีดเผือด สายตาหวาดระแวงมองไปยังบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจนคุณหมอสาวก็อดสงสัยไม่ได้ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากตะโกนเรียกใคร ชินอ๋องก็พูดขึ้นเบา ๆ"ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายเจ้า"เสียงของเขานุ่มลึกแต่หนักแน่น คุณหมอสาวมองดูเขาด้วยความระแวดระวัง แม้ว่าชินอ๋องผู้นี้จะมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด แต่การที่เขาปรากฏตัวในห้องเธอเช่นนี้ทำให้เธอยากจะไว้วางใจได้"ท่านเข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร ชินอ๋องเช่นท่านไม่ควรทำเรื่องเช่นนี้" ฟู่หยวนหยวนพยายามควบคุมเสียงของตนเองไม่ให้สั่นเครือ ทว่าสายตาของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความระมัดระวังฮั่วกงเหวินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ "ข้าจะมาหาเจ้าด้วยวิธีใดก็ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ...ข้าอยากรู้จักเจ้ามากขึ้น"น้ำเส
เมื่อตงหนิงอ้ายได้ยินเช่นนั้น ก็เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายอยากจะสื่อ นังสวะนี่ว่านางชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านงั้นรึ ใบหน้างามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ตงหนิงอ้ายกัดฟันแน่น ก่อนเหยียดยิ้มตอบกลับไป “ข้าเพียงอยากเตือนสติเจ้าเท่านั้น …น้ำหน้าอย่างเจ้าซื้อสมุนไพรไปก็เสียดายสมุนไพรเปล่าๆ”“ผู้ใดบอกว่าข้ามาซื้อสมุนไพร? คุณหนูตงช่างสู่รู้ยิ่ง”ทันใดนั้น เสียง "เพล้ง!" ของขวดสมุนไพรที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ก็ดังกึกก้องในห้องโถง ตงหนิงอ้ายปล่อยพลังปราณสีส้มระดับก่อกำเนิดขั้นเจ็ดของตนออกมา ก่อนซัดควันพิษที่แฝงอยู่ในขวดสมุนไพรพุ่งตรงเข้าไปหาฟู่หยวนหยวน กลิ่นสมุนไพรที่เคยหอมอบอวลกลับกลายเป็นกลิ่นควันพิษที่น่าหวาดกลัว ฟู่หยวนหยวนดึงแขนซินมี่และซินหนี่พุ่งตัวหลบอย่างรวดเร็ว"อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้ง่ายๆ แบบครั้งก่อน!" ตงหนิงอ้ายตะโกนเสียงกร้าว พร้อมกับสร้างลูกพลังสีส้มขนาดใหญ่ในมือ แล้วปล่อยมันพุ่งไปหาฟู่หยวนหยวนทันใดนั้นเสี่ยวเอ้อที่ยืนมองอยู่ด้านข้างก็ปล่อยพลังของตนออกมาสลายพลังของตงหนิงอ้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้พลังดึงควันพิษกลับเข้าไปในขวดที่เตรียมไว้ เสี่ยวเอ้อมองไปยังตงหนิงอ้ายแล้วกล่าวเสียงเรียบ “หากคุณหน
อาทิตย์อัสดงย้อมขอบฟ้าจนกลายเป็นสีแดง สาดส่องลงบนยอดไม้ ขับเน้นให้ไพรพนาเหลืองอร่าม ฟู่หยวนหยวนหมุนป้ายหยกรูปกิเลนวายุสีเขียวในมือเล่น นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่เธอช่วยชีวิตเจ้าสำนักหยกโลหิต เธอยากรู้ใจแทบขาดว่าตัวตนจริงๆ ของเขาเป็นใครแต่…รู้มากเกินไปรั้งแต่จะนำภัยมาหาตน แค่ทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างเธอก็พอแล้ว ฟู่หยวนหยวนมองหยกประจำตัวเจ้าสำนักหยกโลหิตในมือตนอย่างพึงพอใจซินหนี่มองคุณหนูของตนที่เอาแต่มองป้ายหยกในมือมาครึ่งค่อนวัน นางจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงสัย “คุณหนูท่านนั่งมองป้ายหยกชิ้นนี้มาครึ่งค่อนวันแล้วนะเจ้าคะ ป้ายหยกนี่มีอะไรดีรึเจ้าคะ”“เจ้าไม่รู้อะไร นี่น่ะของดี” ฟู่หยวนหยวนกล่าวยิ้มๆ ก่อนเก็บป้ายหยกชิ้นนั้นเข้าไปในมิติ เธอหันหน้าไปพูดกับซินมี่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “มี่เอ๋อเจ้าให้คนไปเตรียมรถม้าให้ข้าที ข้าจะไป ‘ตลาดไฉซี’ สักหน่อย”“เจ้าค่ะ” ซินมี่รีบไปจัดการตามที่คุณหนูของตนสั่งทันที แม้ในใจจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติคุณหนูของพวกนางไม่ค่อยออกนอกจวนเท่าไหร่หากไม่จำเป็นจริงๆ ตลาดไฉซีจะเปิดเฉพาะตอนกลางคืน ตลอดสี่ปีที่นางรับใช้คุณหนูใหญ่ ไม่เคยมีสักครั้งที่คุณหนูใหญ่จะอยา
"ท่านหมอ" โย่วซานซึ่งยืนอยู่อีกด้านอึ้งตะลึงไปโดยพลัน "ไฉนท่านถึงจับชีพจรตนเองเล่า"ฮั่วกงเหวินที่เปลือยหลังหันกลับมาเพ่งมองหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นหมอแวบหนึ่ง ยามนี้ฟู่หยวนหยวนได้วางมือทั้งสองข้างลงแล้วกล่าวอย่างนิ่งสงบ "ท่านยังคงมองด้านหน้าเอาไว้ อย่าขยับไปขยับมา"ฮั่วกงเหวินเลิกคิ้วเล็กน้อย ย้ายสายตากลับมาเบื้องหน้า ฟู่หยวนหยวนหยิบยาขึ้นมาป้ายลงบนบาดแผลตรงไหล่ของเขา หลังจากนั้นจึงหยิบเข็มเงินขึ้นมาฝังลงไปตามจุดใหญ่ๆ สองสามจุดบนแผ่นหลังของเขา ฝีมือแน่วนิ่งไม่ติดขัด นัยน์ตาของฟู่หยวนหยวนเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง“พิษชนิดนี้ถึงแม้แปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต ใช้เวลาหนึ่งวันก็สามารถขจัดออกได้จนหมดสิ้น" ฟู่หยวนหยวนกล่าวขณะนำยาเก็บเข้าอกเสื้อของตนโย่วซานถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งใจ "เป็นเช่นนั้นก็ดี"ฟู่หยวนหยวนถือพู่กันเขียนใบสั่งยามอบให้โย่วซาน "หนึ่งเค่อให้หลังข้าค่อยมาถอนเข็มออก ใช่แล้ว ท้องข้าหิวนิดหน่อย ท่านให้สาวใช้ทำอาหารมาให้ข้าสักสองสามอย่างได้หรือไม่ ส่งให้ที่ศาลาด้านนอกก็ได้""ได้แน่นอน" โย่วซานยิ้ม "ขนมอื่นๆ ต้องการหรือไม่"“ถ้าได้ก็ขอบคุณมาก”โย่
"ไร้ยางอาย!" โย่วซานชูกระบี่ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของตนขึ้น "เจ้าอย่าได้หมายจะทำร้ายเจ้าสำนักหยกโลหิตของพวกเรามิฉะนั้นแล้วกระบี่ของข้าจะไม่ละเว้นเจ้า"สำนักหยกโลหิต!!!บนใบหน้าของฟู่หยวนหยวนปรากฏแววปีติยินดี เธอรู้จักสำนักหยกโลหิตเพราะความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หากสามารถทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างน้ำใจเธอได้ล่ะก็ ชั่วชีวิตที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคนหนุนหลังแล้ว ในหัวของคุณหมอสาวเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็ว เธอเฝ้ามองสถานการณ์เงียบอย่างไม่ละสายตาหย่วนอู่เสวียนให้สัญญาณมือ องครักษ์สิบกว่าคนพลันวิ่งออกมาจากที่ซุ่มด้านข้างคนของสำนักหยกโลหิตเห็นสภาพการณ์แล้วก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์เช่นนี้พวกตนยากจะตีฝ้าวงล้อมออกไปได้ ฮั่วกงเหวินรีบส่งสายตาบอกใบ้ให้ทุกคนใช้ยุทธวิธีสู้พลางถอยพลาง รอจังหวะเหมาะหาหนทางหนีเอาตัวรอดการต่อสู้เปิดฉากขึ้น องครักษ์ฝ่ายบุ๋นและบู๊คอยคุ้มกันอยู่ร่างกายนายท่านของตนที่ถูกพิษอย่างเข้มแข็ง ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆ เข้าต่อกรกับศัตรูอย่างเหี้ยมหาญ พยายามช่วยแบ่งเบาภาระองครักษ์ทั้งสองให้มากที่สุดยิ่งต่อสู้จำนวนคนก็ยิ่งลดน้อยลง ในดวงตาของฮั่วกงเหวินฉายประกายเคร่งขรึมเยียบเ







