Share

สำนักหยกโลหิต

last update Tanggal publikasi: 2026-06-28 16:14:36

"ไร้ยางอาย!" โย่วซานชูกระบี่ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของตนขึ้น "เจ้าอย่าได้หมายจะทำร้ายเจ้าสำนักหยกโลหิตของพวกเรามิฉะนั้นแล้วกระบี่ของข้าจะไม่ละเว้นเจ้า"

สำนักหยกโลหิต!!!

บนใบหน้าของฟู่หยวนหยวนปรากฏแววปีติยินดี เธอรู้จักสำนักหยกโลหิตเพราะความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หากสามารถทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างน้ำใจเธอได้ล่ะก็ ชั่วชีวิตที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคนหนุนหลังแล้ว ในหัวของคุณหมอสาวเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็ว เธอเฝ้ามองสถานการณ์เงียบอย่างไม่ละสายตา

หย่วนอู่เสวียนให้สัญญาณมือ องครักษ์สิบกว่าคนพลันวิ่งออกมาจากที่ซุ่มด้านข้าง

คนของสำนักหยกโลหิตเห็นสภาพการณ์แล้วก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์เช่นนี้พวกตนยากจะตีฝ้าวงล้อมออกไปได้ ฮั่วกงเหวินรีบส่งสายตาบอกใบ้ให้ทุกคนใช้ยุทธวิธีสู้พลางถอยพลาง รอจังหวะเหมาะหาหนทางหนีเอาตัวรอด

การต่อสู้เปิดฉากขึ้น องครักษ์ฝ่ายบุ๋นและบู๊คอยคุ้มกันอยู่ร่างกายนายท่านของตนที่ถูกพิษอย่างเข้มแข็ง ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆ เข้าต่อกรกับศัตรูอย่างเหี้ยมหาญ พยายามช่วยแบ่งเบาภาระองครักษ์ทั้งสองให้มากที่สุด

ยิ่งต่อสู้จำนวนคนก็ยิ่งลดน้อยลง ในดวงตาของฮั่วกงเหวินฉายประกายเคร่งขรึมเยียบเย็นขึ้นทุกขณะ บนร่างของเจี้ยนตงและโย่วซานถูกดาบฟันใส่หลายแผล โลหิตไหลโซมกาย

ฮั่วกงเหวินไม่คำนึงถึงพิษร้ายที่ยังคงอยู่ในร่างกายรวบรวมพลัง ทันใดพลังสีแดงเข้มข้นราวกับจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งก็แผ่ออกมาล้อมรอบตัวชายหนุ่ม เพราะถูกพิษจึงสูนเสียพลังไปมากกว่าครึ่ง แต่กระนั้นสีของพลังที่แผ่ออกมาทำให้คนของจวนหย่วนโหวชะงักนิ่ง ฮั่วกงเหวินกระชับกระบี่หยกโลหิตในมือฟาดฟันใส่มือสังหารเลือดเย็นที่เคลื่อนกายเข้ามาใกล้เจี้ยนตงก่อนหมุนตัวกลับไป ครั้นแล้วจึงเลือกกระบี่แทงทะลุลำคอผู้ลอบเข้ามาจู่โจมอีกคนหนึ่งเพียงเวลาชั่วพริบตา คนของสำนักหยกโลหิตก็ล้มตายไปเกือบหมด

เหลือกันอยู่เพียงสามคนซึ่งต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทว่าฝ่ายตรงข้ามยังคงคุกคามบีบกระชับเข้ามาทุกที ฮั่วกงเหวินไม่อาจสะกดกลั้นโลหิตได้อีกต่อไปจึงกระอักออกมาเปรอะเปื้อนเต็มหน้าอก

“นายท่าน..."

แม้จะรู้ว่าเกินความสามารถของตน แต่องครักษ์ทั้งสองก็ยังคงฝืนประคับประคองตนเองด้วยกำลังที่เหลืออยู่ ขยับมาอยู่ข้างกายฮั่วกงเหวินพลางร้องเรียกด้วยความห่วงใย

"ไม่เป็นไร ข้าทำให้พวกเจ้าต้องมาพลอยเดือดร้อน" ฮั่วกงเหวินรู้สึกละอายใจที่ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้เป็นเหมือนสหายและพี่น้องต้องมาลำบากไปด้วยเช่นนี้

“นายท่านโปรดอย่าได้กล่าวเช่นนั้น พวกผู้น้อยไม่กล้ารับ เพียงมีเจ้านายเช่นท่านถือเป็นบุญวาสนาของพวกเราแล้ว" โย่วซานชูกล่าวอย่างอ่อนแรง

"ใช่แล้ว นายท่าน ข้าเจี้ยนตงคนหยาบกระด้างขอสาบานจะร่วมเป็นร่วมตายกับท่าน"

ฮั่วกงเหวินเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ในใจบังเกิดความปลื้มปีติ ชูกระบี่หยกโลหิตในมือขึ้นอีกครั้ง "หย่วนอู่เสวียนหนทางสู่ปรโลก เจ้ากับข้าต้องร่วมทางไปด้วยกัน"

หย่วนอู่เสวียนไม่เห็นคำข่มขู่ของฮั่วกงเหวินอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เห็นว่าตนเองอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบก็เงื้อดาบบุกตะลุยเข้ามาจนองครักษ์ทั้งสองถอยร่นไม่เป็นขบวน เตรียมจะจู่โจมเอาชีวิตฮั่วกงเหวินผู้สูญเสียกำลังภายใน

มือที่เงื้อดาบขึ้นยังไม่ทันได้ฟาดฟันลงมา ฉับพลันนั้นเองก็มีคนชุดดำผู้หนึ่งทะยานลงมาร่วมวงการต่อสู้ ฟู่หยวนหยวนแย่งกระบี่หยกโลหิตในมือชายหนุ่มที่คิดว่าน่าจะเป็นเจ้าสำนักหยกโลหิตมา ก่อนหมุนตัวแทงกระบี่ไปทางหย่วนอู่เสวียนโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว

ฉึก!—

ปลายกระบี่แทงเข้าหน้าท้องอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ คุณหมอสาวดึงกระบี่ออกจากร่างหย่วนอู่เสวียน ก่อนซัดเข็มที่อาบยาสลบไปออกไปราวกับห่าฝน ทันทีที่เข็มถูกซัดออกไปโดนเป้าหมาย องครักษ์ของหย่วนอู่เสวียนก็ร่วงลงพื้นราวกับใบไม้แห้งต้องลมทันควัน รวมถึงหย่วนอู่เสวียนที่ถูกแทงก็ล้มลงบนพื้นไม่ได้สติเช่นกัน ทุกกระบวนท่ากินเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ ฟู่หยวนหยวนลอบพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับผลงานของตน

ฟู่หยวนหยวนหันหลังกลับมามองชายหนุ่มสามคนที่บาดเจ็บสาหัส ก่อนเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ถ้าไม่อยากถูกฝังอยู่ที่นี้ก็รีบตามข้ามา!”

ทันทีที่สิ้นเสียงของฟู่หยวนหยวนทั้งสามคนก็รีบทะยานตามหญิงสาวนางนั้นไปทันที ทว่าฮั่วกงเหวินเดิมก็ถูกพิษบาดเจ็บสาหัส การเดินพลังจึงทำให้เขารู้สึกวิงเวียนอยู่บ้าง ฟู่หยวนหยวนเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปประคลงเขาแล้วทะยานจากไปทันที ด้านเจี้ยนตงกับโย่วซานชูได้แต่ขอบคุณหญิงสาวในใจ น้ำใจครั้งนี้พวกเขาจะต้องตอบแทนนางอย่างแน่นอน…

ตอนนี้ฟู่หยวนหยวนกำลังประสบปัญหาอย่างหนึ่ง…เธอลืมคิดไปว่าช่วยมาแล้วจะเอาตัวปัญหาทั้งสามคนนี้ไปรักษาที่ไหนดี!

ราวกับว่าฮั่วกงเหวินจะมองความลำบากใจของหญิงสาวที่พยุงตนออก เขาจึงพูดขึ้นว่า “แม่นางไปยังเรือนตากอากาศของข้าเถิด อยู่ห่างจากที่นี้ไปไม่มาก เจี้ยนตงนำทาง”

“ขอรับ”

ฮั่วกงเหวินมองกระบี่หยกโลหิตของตนที่อยู่ในกำมือของหญิงสาวนางนั้นอย่างครุ่นคิด นัยน์ตาภายใต้หน้ากากหนังมนุษย์ของเข้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว กระบี่หยกโลหิตเป็นกระบี่ที่เขาได้รับสืบทอดมาจากท่านอาจารย์เมื่อหลายปีก่อน

กระบี่หยกโลหิตนอกจากจะเป็นยอดอาวุธแล้วยังมีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง…นอกจากเจ้าของที่ผูกพันธะอาคมกับมัน ผู้อื่นจะไม่สามารถแตะต้องมันได้! หากผู้ใดแตะต้องมันตัวกระบี่จะปล่อยพลังอันแข็งแกร่งออกมาเพื่อต่อต้านทันที และก็เป็นเช่นนั้นเสมอมา จนกระทั่งวันนี้…

อยู่มาสามสิบปี เป็นครั้งแรกฟู่หยวนหยวนมีความรู้สึกว่าเลือดกำเดาไหล เพราะได้เห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าของบุรุษ เรื่องผิดแผกไปจากปกติเช่นนี้ย่อมทำให้เธอวิตกกังวลเป็นธรรมดา หรือว่าเธอถูกพิษตอนลงไปช่วยพวกเขาโดยที่ไม่รู้ตัว? หรือว่าตอนกลางวันกินเนื้อย่างมากเกินไป? เธอรีบจับชีพจรของตนดูเล็กน้อย อืม ในร่างกายมีพลังร้อนผ่าวจริงๆ เสียด้วย...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   ราชโองการ

    "โอสถเพิ่มพลังปราณต้องสมบูรณ์แบบ ต้องหลอมให้ได้สมดุลทั้งหยินและหยาง"เสียงของคุณหมอสาวเบาแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอเริ่มขั้นตอนการหลอมโดยใช้พลังปราณภายในควบคุมเปลวไฟสีเขียวใต้เตาหลอม เปลวไฟเริ่มลุกขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เธอค่อยๆ ใส่สมุนไพรทีละชนิดลงในเตาหลอมหญ้าเซียนสวรรค์ เริ่มละลายและปล่อยพลังปราณสีเขียวอ่อนออกมา ขณะที่ผลไม้สุริยันจันทราก็ค่อยๆ ระเหิดกลายเป็นละอองพลังที่ผสมกับพลังของหญ้าเซียนสวรรค์ ฟู่หยวนหยวนควบคุมกระแสพลังวิญญาณอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหญิงสาวเต็มไปด้วยสมาธิคุณหมอสาวใช้พลังปราณควบคุมเปลวไฟอย่างละเอียด ปรับให้เปลวไฟมีความร้อนที่เหมาะสมเพื่อให้ส่วนผสมทั้งสองรวมตัวกันอย่างสมดุล ควันบางๆ สีทองเริ่มลอยออกมาจากเตาหลอม และความกดดันในอากาศรอบตัวเธอก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งเม็ดโอสถสีขาวเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นภายในเตาหลอม โอสถที่สามารถเพิ่มพลังปราณได้สำเร็จเป็นรูปร่างสมบูรณ์ เงาสะท้อนของมันเปล่งประกายแสงสีม่วงอ่อน ๆ ราวกับเกลียวหมอกที่ล่องลอยดวงตาของฟู่หยวนหยวนเปล่งประกายด้วยความยินดี ใบหน้างามเผยรอยยิ้มขณะมองดูโอสถที่เธอหลอมสำเร็จด้วยความอุตสาห

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   หลอมโอสถ

    กลางดึกที่เงียบสงัดในห้องนอนของฟู่หยวนหยวน แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่าง ส่องกระทบให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง เขาแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทราวกับกลืนไปกับความมืด เงานั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เตียงของคุณหมอสาวอย่างไร้เสียงฟู่หยวนหยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันเมื่อรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน ใบหน้าของเธอซีดเผือด สายตาหวาดระแวงมองไปยังบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจนคุณหมอสาวก็อดสงสัยไม่ได้ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากตะโกนเรียกใคร ชินอ๋องก็พูดขึ้นเบา ๆ"ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายเจ้า"เสียงของเขานุ่มลึกแต่หนักแน่น คุณหมอสาวมองดูเขาด้วยความระแวดระวัง แม้ว่าชินอ๋องผู้นี้จะมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด แต่การที่เขาปรากฏตัวในห้องเธอเช่นนี้ทำให้เธอยากจะไว้วางใจได้"ท่านเข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร ชินอ๋องเช่นท่านไม่ควรทำเรื่องเช่นนี้" ฟู่หยวนหยวนพยายามควบคุมเสียงของตนเองไม่ให้สั่นเครือ ทว่าสายตาของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความระมัดระวังฮั่วกงเหวินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ "ข้าจะมาหาเจ้าด้วยวิธีใดก็ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ...ข้าอยากรู้จักเจ้ามากขึ้น"น้ำเส

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   ตงหนิงอ้าย2

    เมื่อตงหนิงอ้ายได้ยินเช่นนั้น ก็เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายอยากจะสื่อ นังสวะนี่ว่านางชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านงั้นรึ ใบหน้างามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ตงหนิงอ้ายกัดฟันแน่น ก่อนเหยียดยิ้มตอบกลับไป “ข้าเพียงอยากเตือนสติเจ้าเท่านั้น …น้ำหน้าอย่างเจ้าซื้อสมุนไพรไปก็เสียดายสมุนไพรเปล่าๆ”“ผู้ใดบอกว่าข้ามาซื้อสมุนไพร? คุณหนูตงช่างสู่รู้ยิ่ง”ทันใดนั้น เสียง "เพล้ง!" ของขวดสมุนไพรที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ก็ดังกึกก้องในห้องโถง ตงหนิงอ้ายปล่อยพลังปราณสีส้มระดับก่อกำเนิดขั้นเจ็ดของตนออกมา ก่อนซัดควันพิษที่แฝงอยู่ในขวดสมุนไพรพุ่งตรงเข้าไปหาฟู่หยวนหยวน กลิ่นสมุนไพรที่เคยหอมอบอวลกลับกลายเป็นกลิ่นควันพิษที่น่าหวาดกลัว ฟู่หยวนหยวนดึงแขนซินมี่และซินหนี่พุ่งตัวหลบอย่างรวดเร็ว"อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้ง่ายๆ แบบครั้งก่อน!" ตงหนิงอ้ายตะโกนเสียงกร้าว พร้อมกับสร้างลูกพลังสีส้มขนาดใหญ่ในมือ แล้วปล่อยมันพุ่งไปหาฟู่หยวนหยวนทันใดนั้นเสี่ยวเอ้อที่ยืนมองอยู่ด้านข้างก็ปล่อยพลังของตนออกมาสลายพลังของตงหนิงอ้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้พลังดึงควันพิษกลับเข้าไปในขวดที่เตรียมไว้ เสี่ยวเอ้อมองไปยังตงหนิงอ้ายแล้วกล่าวเสียงเรียบ “หากคุณหน

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   ตงหนิงอ้าย

    อาทิตย์อัสดงย้อมขอบฟ้าจนกลายเป็นสีแดง สาดส่องลงบนยอดไม้ ขับเน้นให้ไพรพนาเหลืองอร่าม ฟู่หยวนหยวนหมุนป้ายหยกรูปกิเลนวายุสีเขียวในมือเล่น นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่เธอช่วยชีวิตเจ้าสำนักหยกโลหิต เธอยากรู้ใจแทบขาดว่าตัวตนจริงๆ ของเขาเป็นใครแต่…รู้มากเกินไปรั้งแต่จะนำภัยมาหาตน แค่ทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างเธอก็พอแล้ว ฟู่หยวนหยวนมองหยกประจำตัวเจ้าสำนักหยกโลหิตในมือตนอย่างพึงพอใจซินหนี่มองคุณหนูของตนที่เอาแต่มองป้ายหยกในมือมาครึ่งค่อนวัน นางจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงสัย “คุณหนูท่านนั่งมองป้ายหยกชิ้นนี้มาครึ่งค่อนวันแล้วนะเจ้าคะ ป้ายหยกนี่มีอะไรดีรึเจ้าคะ”“เจ้าไม่รู้อะไร นี่น่ะของดี” ฟู่หยวนหยวนกล่าวยิ้มๆ ก่อนเก็บป้ายหยกชิ้นนั้นเข้าไปในมิติ เธอหันหน้าไปพูดกับซินมี่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “มี่เอ๋อเจ้าให้คนไปเตรียมรถม้าให้ข้าที ข้าจะไป ‘ตลาดไฉซี’ สักหน่อย”“เจ้าค่ะ” ซินมี่รีบไปจัดการตามที่คุณหนูของตนสั่งทันที แม้ในใจจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติคุณหนูของพวกนางไม่ค่อยออกนอกจวนเท่าไหร่หากไม่จำเป็นจริงๆ ตลาดไฉซีจะเปิดเฉพาะตอนกลางคืน ตลอดสี่ปีที่นางรับใช้คุณหนูใหญ่ ไม่เคยมีสักครั้งที่คุณหนูใหญ่จะอยา

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   พวกเขาเล่นละครไม่เก่ง

    "ท่านหมอ" โย่วซานซึ่งยืนอยู่อีกด้านอึ้งตะลึงไปโดยพลัน "ไฉนท่านถึงจับชีพจรตนเองเล่า"ฮั่วกงเหวินที่เปลือยหลังหันกลับมาเพ่งมองหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นหมอแวบหนึ่ง ยามนี้ฟู่หยวนหยวนได้วางมือทั้งสองข้างลงแล้วกล่าวอย่างนิ่งสงบ "ท่านยังคงมองด้านหน้าเอาไว้ อย่าขยับไปขยับมา"ฮั่วกงเหวินเลิกคิ้วเล็กน้อย ย้ายสายตากลับมาเบื้องหน้า ฟู่หยวนหยวนหยิบยาขึ้นมาป้ายลงบนบาดแผลตรงไหล่ของเขา หลังจากนั้นจึงหยิบเข็มเงินขึ้นมาฝังลงไปตามจุดใหญ่ๆ สองสามจุดบนแผ่นหลังของเขา ฝีมือแน่วนิ่งไม่ติดขัด นัยน์ตาของฟู่หยวนหยวนเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง“พิษชนิดนี้ถึงแม้แปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต ใช้เวลาหนึ่งวันก็สามารถขจัดออกได้จนหมดสิ้น" ฟู่หยวนหยวนกล่าวขณะนำยาเก็บเข้าอกเสื้อของตนโย่วซานถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งใจ "เป็นเช่นนั้นก็ดี"ฟู่หยวนหยวนถือพู่กันเขียนใบสั่งยามอบให้โย่วซาน "หนึ่งเค่อให้หลังข้าค่อยมาถอนเข็มออก ใช่แล้ว ท้องข้าหิวนิดหน่อย ท่านให้สาวใช้ทำอาหารมาให้ข้าสักสองสามอย่างได้หรือไม่ ส่งให้ที่ศาลาด้านนอกก็ได้""ได้แน่นอน" โย่วซานยิ้ม "ขนมอื่นๆ ต้องการหรือไม่"“ถ้าได้ก็ขอบคุณมาก”โย่

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   สำนักหยกโลหิต

    "ไร้ยางอาย!" โย่วซานชูกระบี่ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของตนขึ้น "เจ้าอย่าได้หมายจะทำร้ายเจ้าสำนักหยกโลหิตของพวกเรามิฉะนั้นแล้วกระบี่ของข้าจะไม่ละเว้นเจ้า"สำนักหยกโลหิต!!!บนใบหน้าของฟู่หยวนหยวนปรากฏแววปีติยินดี เธอรู้จักสำนักหยกโลหิตเพราะความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หากสามารถทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างน้ำใจเธอได้ล่ะก็ ชั่วชีวิตที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคนหนุนหลังแล้ว ในหัวของคุณหมอสาวเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็ว เธอเฝ้ามองสถานการณ์เงียบอย่างไม่ละสายตาหย่วนอู่เสวียนให้สัญญาณมือ องครักษ์สิบกว่าคนพลันวิ่งออกมาจากที่ซุ่มด้านข้างคนของสำนักหยกโลหิตเห็นสภาพการณ์แล้วก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์เช่นนี้พวกตนยากจะตีฝ้าวงล้อมออกไปได้ ฮั่วกงเหวินรีบส่งสายตาบอกใบ้ให้ทุกคนใช้ยุทธวิธีสู้พลางถอยพลาง รอจังหวะเหมาะหาหนทางหนีเอาตัวรอดการต่อสู้เปิดฉากขึ้น องครักษ์ฝ่ายบุ๋นและบู๊คอยคุ้มกันอยู่ร่างกายนายท่านของตนที่ถูกพิษอย่างเข้มแข็ง ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆ เข้าต่อกรกับศัตรูอย่างเหี้ยมหาญ พยายามช่วยแบ่งเบาภาระองครักษ์ทั้งสองให้มากที่สุดยิ่งต่อสู้จำนวนคนก็ยิ่งลดน้อยลง ในดวงตาของฮั่วกงเหวินฉายประกายเคร่งขรึมเยียบเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status