Mag-log in"โอสถเพิ่มพลังปราณต้องสมบูรณ์แบบ ต้องหลอมให้ได้สมดุลทั้งหยินและหยาง"
เสียงของคุณหมอสาวเบาแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอเริ่มขั้นตอนการหลอมโดยใช้พลังปราณภายในควบคุมเปลวไฟสีเขียวใต้เตาหลอม เปลวไฟเริ่มลุกขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เธอค่อยๆ ใส่สมุนไพรทีละชนิดลงในเตาหลอม
หญ้าเซียนสวรรค์ เริ่มละลายและปล่อยพลังปราณสีเขียวอ่อนออกมา ขณะที่ผลไม้สุริยันจันทราก็ค่อยๆ ระเหิดกลายเป็นละอองพลังที่ผสมกับพลังของหญ้าเซียนสวรรค์ ฟู่หยวนหยวนควบคุมกระแสพลังวิญญาณอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหญิงสาวเต็มไปด้วยสมาธิ
คุณหมอสาวใช้พลังปราณควบคุมเปลวไฟอย่างละเอียด ปรับให้เปลวไฟมีความร้อนที่เหมาะสมเพื่อให้ส่วนผสมทั้งสองรวมตัวกันอย่างสมดุล ควันบางๆ สีทองเริ่มลอยออกมาจากเตาหลอม และความกดดันในอากาศรอบตัวเธอก็เริ่มเข้มข้นขึ้น
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งเม็ดโอสถสีขาวเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นภายในเตาหลอม โอสถที่สามารถเพิ่มพลังปราณได้สำเร็จเป็นรูปร่างสมบูรณ์ เงาสะท้อนของมันเปล่งประกายแสงสีม่วงอ่อน ๆ ราวกับเกลียวหมอกที่ล่องลอย
ดวงตาของฟู่หยวนหยวนเปล่งประกายด้วยความยินดี ใบหน้างามเผยรอยยิ้มขณะมองดูโอสถที่เธอหลอมสำเร็จด้วยความอุตสาหะ โอสถเพิ่มพลังปราณนี้ไม่ใช่เพียงแค่เม็ดโอสถธรรมดา แต่มันเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ผู้ที่ใช้สามารถทะลวงขั้นพลังและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับปราณของตนได้
ฟู่หยวนหยวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อย หยิบโอสถใส่ลงในขวดหยกอย่างประณีต เธอรู้ดีว่าพลังของโอสถนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มพลังให้ตนเองได้ แต่ยังเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนพลังในระดับที่สูงขึ้น นี่คือความสำเร็จที่เธอภาคภูมิใจ และจะช่วยให้เธอแข็งแกร่งขึ้นพร้อมสำหรับการเผชิญกับความท้าทายในอนาคต
สายลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นไม้สูงใหญ่ พลังปราณธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศลอยตัวหนาแน่นและสงบเงียบ ฟู่หยวนหยวนยังคงนั่งขัดสมาธิบนแท่นหินตรงกลางของลานกว้างที่รายล้อมด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ รอบตัวเธอถูกปกคลุมด้วยแสงจันทร์ส่องแสงเบาๆ
ในมือของเธอคือโอสถเพิ่มพลังปราณ เม็ดสีขาวที่เปล่งประกายด้วยพลังลึกล้ำสีม่วง เม็ดโอสถที่เธออุตสาหะหลอมขึ้นมาด้วยตนเอง คุณหมอสาวรู้ดีว่าโอสถนี้จะช่วยทะลวงพลังปราณของตนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดที่เป็นอยู่ และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายและจิตวิญญาณ
"ถึงเวลาแล้ว..."
ฟู่หยวนหยวนพึมพำเบาๆ ด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น เธอหยิบโอสถขึ้นมาแล้วนำมันเข้าสู่ปาก ทันทีที่โอสถเริ่มละลายพลังปราณเข้มข้นไหลเข้าสู่ร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว ความร้อนแรงที่เกิดจากพลังปราณปะทุขึ้นภายในร่าง ก่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนมีกระแสพลังไหลผ่านทั่วร่างกาย
พลังปราณเริ่มไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ภายในเส้นลมปราณของฟู่หยวนหยวน เธอรู้สึกถึงกระแสพลังที่ไหลเข้ามาในแต่ละส่วนของร่างกาย ราวกับน้ำตกที่ไหลเชี่ยว ร่างกายของเธอสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากแรงพลังที่มากขึ้นอย่างมหาศาล ฟู่หยวนหยวนขบฟันแน่นเพื่อควบคุมพลังปราณให้ไหลไปในทิศทางที่ถูกต้อง
‘เธอ-ต้อง-ควบคุม-พลัง-นี้-ให้-ได้!’
เธอค่อย ๆ หลับตาและทำสมาธิอย่างรวดเร็ว จิตใจของฟู่หยวนหยวนจดจ่อกับการไหลเวียนของพลังปราณ ทันใดนั้นพลังปราณที่ไหลเวียนในร่างกายเริ่มหลอมรวมกับจิตวิญญาณของเธอ เสียงระเบิดพลังเบาๆ ดังขึ้นรอบตัวขณะที่พลังปราณภายในร่างของเธอกำลังทะลวงผ่านขีดจำกัด
พลังลมปราณของฟู่หยวนหยวนเริ่มก่อตัวเป็นเกลียวหมุนรอบตัว ปกคลุมร่างกายของคุณหมอสาวด้วยแสงสีทองจาง ๆ เส้นปราณภายในร่างกายของเธอเปิดออกทีละจุด เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นในทุกขณะ ทุกครั้งที่เธอหายใจเข้า พลังปราณที่บริสุทธิ์จากธรรมชาติก็ถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของเธอ
วันเวลาภายในมิติผ่านอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งกระแสพลังในร่างกายของเธอเริ่มสงบลง ฟู่หยวนหยวนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของคุณหมอสาวดูสดใสราวกับมีประกายแสงส่องจากภายใน พลังปราณที่ไหลเวียนรอบตัวเธอนั้นสงบมั่นคง เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอเบาและแข็งแกร่งขึ้น ความเหมื่อยล้าหรืออ่อนแอจากการหลอมโอสถที่เคยรู้สึกก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น
ฟู่หยวนหยวนยืนขึ้น เธอรู้สึกว่าทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเต็มไปด้วยพลังและความมั่นคง เธอสัมผัสถึงพลังวิญญาณที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งรอบตัวเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังนี้ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วออกไปด้านนอกมิติ
ฟู่หยวนหยวนออกจากมิติส่วนตัวด้วยความรู้สึกมั่นใจ หลังจากที่หลอมโอสถสำเร็จและทะลวงพลังปราณเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง ขณะที่เธอเดินออกมาจากห้องด้วยรอยยิ้ม ทันทีที่ฟู่หยวนหยวนเปิดประตูซินหนี่ก็วิ่งมาหาด้วยท่าทีร้อนรน
"คุณหนู! ท่านต้องรีบไปที่ห้องโถงกลางเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ" ซินหนี่กล่าวด้วยความร้อนใจ นางนั่งรอคุณหนูอยู่หน้าห้องมาหนึ่งชั่วยามแล้ว เพราะคุณหนูเคยสั่งไว้ว่าหากกลอนประตูถูกลงอักขระอาคมเอาไว้ ห้ามรบกวนเป็นอันขาด เพราะเหตุนี้ซินหนี่จึงไม่กล้ารบกวน
ฟู่หยวนหยวนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ขณะถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความอยากรู้ "เกิดอะไรขึ้นหรือ?"
"มีราชโองการมาจากวังหลวงเจ้าค่ะ...เกี่ยวกับท่าน!"
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ราชโองการ’ ฟู่หยวนหยวนก็รู้สึกแปลกใจและเริ่มสงสัยว่านี่คือเรื่องอะไร คุณหมอสาวเดินตามซินหนี่ไปยังห้องโถงกลางทันที ภายในห้องโถงมีข้าราชบริพารจากวังหลวงยืนรออยู่ ขณะที่บิดาของเธอฟู่หลิวเหว่ย ยืนประจำอยู่ใกล้กงกงที่ถือราชโองการด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อฟู่หยวนหยวนมาถึง ข้าราชบริพารที่ถือราชโองการจากวังหลวงเริ่มเปิดม้วนกระดาษทองคำออก และประกาศด้วยเสียงที่ดังกังวาน
"ด้วยราชโองการของฝ่าบาทแห่งแคว้นเว่ย ขอประกาศให้ คุณหนูฟู่ นามหยวนหยวนบุตรีของราชครูฟู่หลิวเหว่ย แห่งจวนราชครู ได้หมั้นหมายกับ ชินอ๋องบุตรแห่งเรา นามกงเหวิน ตามพระราชประสงค์ของฮ่องเต้จบราชโองการ…"
คำประกาศดังขึ้นในห้องโถง ฟู่หยวนหยวนชะงักไปในทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความไม่คาดคิด ขณะที่หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอหมั้นหมายกับฮั่วกงเหวิน ชินอ๋องแห่งแคว้นเว่ย ชายผู้ทรงอำนาจที่สุดคนหนึ่งในราชสำนัก! ถึงเขาจะทำตัวว่างงานก็เถอะ
"หมั้นกับ…ชินอ๋อง?"
คุณหมอสาวพึมพำกับตัวเอง ไม่ทันจะได้ตั้งตัว ข้าราชบริพารก้มคำนับส่งราชโองการให้ฟู่หลิวเหว่ย ก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้บรรยากาศในห้องโถงเงียบงัน
"โอสถเพิ่มพลังปราณต้องสมบูรณ์แบบ ต้องหลอมให้ได้สมดุลทั้งหยินและหยาง"เสียงของคุณหมอสาวเบาแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอเริ่มขั้นตอนการหลอมโดยใช้พลังปราณภายในควบคุมเปลวไฟสีเขียวใต้เตาหลอม เปลวไฟเริ่มลุกขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เธอค่อยๆ ใส่สมุนไพรทีละชนิดลงในเตาหลอมหญ้าเซียนสวรรค์ เริ่มละลายและปล่อยพลังปราณสีเขียวอ่อนออกมา ขณะที่ผลไม้สุริยันจันทราก็ค่อยๆ ระเหิดกลายเป็นละอองพลังที่ผสมกับพลังของหญ้าเซียนสวรรค์ ฟู่หยวนหยวนควบคุมกระแสพลังวิญญาณอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหญิงสาวเต็มไปด้วยสมาธิคุณหมอสาวใช้พลังปราณควบคุมเปลวไฟอย่างละเอียด ปรับให้เปลวไฟมีความร้อนที่เหมาะสมเพื่อให้ส่วนผสมทั้งสองรวมตัวกันอย่างสมดุล ควันบางๆ สีทองเริ่มลอยออกมาจากเตาหลอม และความกดดันในอากาศรอบตัวเธอก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งเม็ดโอสถสีขาวเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นภายในเตาหลอม โอสถที่สามารถเพิ่มพลังปราณได้สำเร็จเป็นรูปร่างสมบูรณ์ เงาสะท้อนของมันเปล่งประกายแสงสีม่วงอ่อน ๆ ราวกับเกลียวหมอกที่ล่องลอยดวงตาของฟู่หยวนหยวนเปล่งประกายด้วยความยินดี ใบหน้างามเผยรอยยิ้มขณะมองดูโอสถที่เธอหลอมสำเร็จด้วยความอุตสาห
กลางดึกที่เงียบสงัดในห้องนอนของฟู่หยวนหยวน แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่าง ส่องกระทบให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง เขาแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทราวกับกลืนไปกับความมืด เงานั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เตียงของคุณหมอสาวอย่างไร้เสียงฟู่หยวนหยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันเมื่อรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน ใบหน้าของเธอซีดเผือด สายตาหวาดระแวงมองไปยังบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจนคุณหมอสาวก็อดสงสัยไม่ได้ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากตะโกนเรียกใคร ชินอ๋องก็พูดขึ้นเบา ๆ"ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายเจ้า"เสียงของเขานุ่มลึกแต่หนักแน่น คุณหมอสาวมองดูเขาด้วยความระแวดระวัง แม้ว่าชินอ๋องผู้นี้จะมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด แต่การที่เขาปรากฏตัวในห้องเธอเช่นนี้ทำให้เธอยากจะไว้วางใจได้"ท่านเข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร ชินอ๋องเช่นท่านไม่ควรทำเรื่องเช่นนี้" ฟู่หยวนหยวนพยายามควบคุมเสียงของตนเองไม่ให้สั่นเครือ ทว่าสายตาของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความระมัดระวังฮั่วกงเหวินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ "ข้าจะมาหาเจ้าด้วยวิธีใดก็ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ...ข้าอยากรู้จักเจ้ามากขึ้น"น้ำเส
เมื่อตงหนิงอ้ายได้ยินเช่นนั้น ก็เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายอยากจะสื่อ นังสวะนี่ว่านางชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านงั้นรึ ใบหน้างามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ตงหนิงอ้ายกัดฟันแน่น ก่อนเหยียดยิ้มตอบกลับไป “ข้าเพียงอยากเตือนสติเจ้าเท่านั้น …น้ำหน้าอย่างเจ้าซื้อสมุนไพรไปก็เสียดายสมุนไพรเปล่าๆ”“ผู้ใดบอกว่าข้ามาซื้อสมุนไพร? คุณหนูตงช่างสู่รู้ยิ่ง”ทันใดนั้น เสียง "เพล้ง!" ของขวดสมุนไพรที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ก็ดังกึกก้องในห้องโถง ตงหนิงอ้ายปล่อยพลังปราณสีส้มระดับก่อกำเนิดขั้นเจ็ดของตนออกมา ก่อนซัดควันพิษที่แฝงอยู่ในขวดสมุนไพรพุ่งตรงเข้าไปหาฟู่หยวนหยวน กลิ่นสมุนไพรที่เคยหอมอบอวลกลับกลายเป็นกลิ่นควันพิษที่น่าหวาดกลัว ฟู่หยวนหยวนดึงแขนซินมี่และซินหนี่พุ่งตัวหลบอย่างรวดเร็ว"อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้ง่ายๆ แบบครั้งก่อน!" ตงหนิงอ้ายตะโกนเสียงกร้าว พร้อมกับสร้างลูกพลังสีส้มขนาดใหญ่ในมือ แล้วปล่อยมันพุ่งไปหาฟู่หยวนหยวนทันใดนั้นเสี่ยวเอ้อที่ยืนมองอยู่ด้านข้างก็ปล่อยพลังของตนออกมาสลายพลังของตงหนิงอ้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้พลังดึงควันพิษกลับเข้าไปในขวดที่เตรียมไว้ เสี่ยวเอ้อมองไปยังตงหนิงอ้ายแล้วกล่าวเสียงเรียบ “หากคุณหน
อาทิตย์อัสดงย้อมขอบฟ้าจนกลายเป็นสีแดง สาดส่องลงบนยอดไม้ ขับเน้นให้ไพรพนาเหลืองอร่าม ฟู่หยวนหยวนหมุนป้ายหยกรูปกิเลนวายุสีเขียวในมือเล่น นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่เธอช่วยชีวิตเจ้าสำนักหยกโลหิต เธอยากรู้ใจแทบขาดว่าตัวตนจริงๆ ของเขาเป็นใครแต่…รู้มากเกินไปรั้งแต่จะนำภัยมาหาตน แค่ทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างเธอก็พอแล้ว ฟู่หยวนหยวนมองหยกประจำตัวเจ้าสำนักหยกโลหิตในมือตนอย่างพึงพอใจซินหนี่มองคุณหนูของตนที่เอาแต่มองป้ายหยกในมือมาครึ่งค่อนวัน นางจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงสัย “คุณหนูท่านนั่งมองป้ายหยกชิ้นนี้มาครึ่งค่อนวันแล้วนะเจ้าคะ ป้ายหยกนี่มีอะไรดีรึเจ้าคะ”“เจ้าไม่รู้อะไร นี่น่ะของดี” ฟู่หยวนหยวนกล่าวยิ้มๆ ก่อนเก็บป้ายหยกชิ้นนั้นเข้าไปในมิติ เธอหันหน้าไปพูดกับซินมี่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “มี่เอ๋อเจ้าให้คนไปเตรียมรถม้าให้ข้าที ข้าจะไป ‘ตลาดไฉซี’ สักหน่อย”“เจ้าค่ะ” ซินมี่รีบไปจัดการตามที่คุณหนูของตนสั่งทันที แม้ในใจจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติคุณหนูของพวกนางไม่ค่อยออกนอกจวนเท่าไหร่หากไม่จำเป็นจริงๆ ตลาดไฉซีจะเปิดเฉพาะตอนกลางคืน ตลอดสี่ปีที่นางรับใช้คุณหนูใหญ่ ไม่เคยมีสักครั้งที่คุณหนูใหญ่จะอยา
"ท่านหมอ" โย่วซานซึ่งยืนอยู่อีกด้านอึ้งตะลึงไปโดยพลัน "ไฉนท่านถึงจับชีพจรตนเองเล่า"ฮั่วกงเหวินที่เปลือยหลังหันกลับมาเพ่งมองหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นหมอแวบหนึ่ง ยามนี้ฟู่หยวนหยวนได้วางมือทั้งสองข้างลงแล้วกล่าวอย่างนิ่งสงบ "ท่านยังคงมองด้านหน้าเอาไว้ อย่าขยับไปขยับมา"ฮั่วกงเหวินเลิกคิ้วเล็กน้อย ย้ายสายตากลับมาเบื้องหน้า ฟู่หยวนหยวนหยิบยาขึ้นมาป้ายลงบนบาดแผลตรงไหล่ของเขา หลังจากนั้นจึงหยิบเข็มเงินขึ้นมาฝังลงไปตามจุดใหญ่ๆ สองสามจุดบนแผ่นหลังของเขา ฝีมือแน่วนิ่งไม่ติดขัด นัยน์ตาของฟู่หยวนหยวนเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง“พิษชนิดนี้ถึงแม้แปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต ใช้เวลาหนึ่งวันก็สามารถขจัดออกได้จนหมดสิ้น" ฟู่หยวนหยวนกล่าวขณะนำยาเก็บเข้าอกเสื้อของตนโย่วซานถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งใจ "เป็นเช่นนั้นก็ดี"ฟู่หยวนหยวนถือพู่กันเขียนใบสั่งยามอบให้โย่วซาน "หนึ่งเค่อให้หลังข้าค่อยมาถอนเข็มออก ใช่แล้ว ท้องข้าหิวนิดหน่อย ท่านให้สาวใช้ทำอาหารมาให้ข้าสักสองสามอย่างได้หรือไม่ ส่งให้ที่ศาลาด้านนอกก็ได้""ได้แน่นอน" โย่วซานยิ้ม "ขนมอื่นๆ ต้องการหรือไม่"“ถ้าได้ก็ขอบคุณมาก”โย่
"ไร้ยางอาย!" โย่วซานชูกระบี่ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของตนขึ้น "เจ้าอย่าได้หมายจะทำร้ายเจ้าสำนักหยกโลหิตของพวกเรามิฉะนั้นแล้วกระบี่ของข้าจะไม่ละเว้นเจ้า"สำนักหยกโลหิต!!!บนใบหน้าของฟู่หยวนหยวนปรากฏแววปีติยินดี เธอรู้จักสำนักหยกโลหิตเพราะความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หากสามารถทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างน้ำใจเธอได้ล่ะก็ ชั่วชีวิตที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคนหนุนหลังแล้ว ในหัวของคุณหมอสาวเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็ว เธอเฝ้ามองสถานการณ์เงียบอย่างไม่ละสายตาหย่วนอู่เสวียนให้สัญญาณมือ องครักษ์สิบกว่าคนพลันวิ่งออกมาจากที่ซุ่มด้านข้างคนของสำนักหยกโลหิตเห็นสภาพการณ์แล้วก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์เช่นนี้พวกตนยากจะตีฝ้าวงล้อมออกไปได้ ฮั่วกงเหวินรีบส่งสายตาบอกใบ้ให้ทุกคนใช้ยุทธวิธีสู้พลางถอยพลาง รอจังหวะเหมาะหาหนทางหนีเอาตัวรอดการต่อสู้เปิดฉากขึ้น องครักษ์ฝ่ายบุ๋นและบู๊คอยคุ้มกันอยู่ร่างกายนายท่านของตนที่ถูกพิษอย่างเข้มแข็ง ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆ เข้าต่อกรกับศัตรูอย่างเหี้ยมหาญ พยายามช่วยแบ่งเบาภาระองครักษ์ทั้งสองให้มากที่สุดยิ่งต่อสู้จำนวนคนก็ยิ่งลดน้อยลง ในดวงตาของฮั่วกงเหวินฉายประกายเคร่งขรึมเยียบเ







