LOGIN
เพราะรู้ดีว่า…ถ้าเขาไม่ได้เมา เขาคงไม่ยอมให้เธอเข้าใกล้ถึงขนาดนี้
แสงไฟสลัวในห้องทำให้เงาของทั้งคู่ทอดยาวบนพื้นราวกับฉากดราม่าที่ไม่มีวันจบ เสียงลมหอบของเขา เสียงหัวใจของเธอ ทั้งหมดรวมกันเป็นภาพที่ทั้งเศร้าและเปราะบางจนแทบหายใจไม่ออก
หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามประคองเขาให้ดีที่สุด แม้มือของเธอจะสั่นน้อย ๆ ก็ตาม
“ไม่ต้องยุ่ง…” เขาพึมพำเหมือนจะผลักเธออีกครั้ง แต่แรงของเขามีน้อยเกินไป และมือของเธอก็กระชับเขาไว้แน่นเกินกว่าจะปล่อย
“เมยแค่อยากดูแลคุณค่ะ” เธอพูดแผ่วเบา ดวงตาสั่นระริกคล้ายจะร้องไห้แต่ก็อดทนไว้
เพราะอย่างน้อย…ในตอนที่เขาไม่มีสติแบบนี้ อย่างน้อยเธอก็ยังได้อยู่ใกล้เขา ได้สัมผัสเขา แม้จะรู้ดีว่าเมื่อตื่นเช้า เขาอาจจะไม่จำได้เลยว่าเธอคอยดูแลเขามาทั้งคืนแต่สำหรับเมย…มันก็ยังดีกว่าการที่เขาไม่มองเธอเลยในยามที่เขามีสติและคืนนี้ เธอก็พร้อมจะเป็นร่มเงาที่คอยประคองเขา แม้รู้ดีว่าเขาอาจจะไม่เคยเห็นคุณค่าความรักของเธอก็ตาม.
หญิงสาวประคองชายหนุ่มไปยังเตียงนอนด้วยสองแขนที่สั่นน้อยๆ จากความเหนื่อยและความกังวล น้ำหนักตัวของเขาที่โถมลงมาทำให้ทุกก้าวช้าลงและหนักขึ้น เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้ตัวเองล้มไปพร้อมกับเขา แม้หัวใจจะเต้นระส่ำเพราะกลิ่นแอลกอฮอล์ที่อบอวลรอบตัวเขานั้นบาดลึกจนแทบหายใจติดขัด
เมื่อถึงขอบเตียง เธอค่อยๆ พยุงให้เขานั่งลง ก่อนจะดันร่างหนาหนักให้เอนตัวลงนอนอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชายหนุ่มส่งเสียงอือเบาๆ คล้ายคนไม่รู้ตัว เธอรีบยอบตัวลงข้างเตียง มองเขาด้วยสายตาที่ปนทั้งความน้อยใจและห่วงใย ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกไหนกำลังกัดกินใจเธอมากกว่ากัน
มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมไปจับสาบเสื้อคลุมของเขาแล้วเริ่มถอดออกอย่างทุลักทุเล เนื้อผ้าที่หนาและแข็งทำให้เธอต้องออกแรงมากกว่าปกติ แถมร่างของเขาก็ไม่ให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย เขาแน่นิ่ง ร้อนผ่าว และหนักราวกับก้อนหิน เธอออกแรงดึงสาบเสื้อจนแขนสั่น แต่ก็พยายามอย่างสุดความสามารถ
“คุณกรณ์…ช่วยหน่อยสิคะ” เธอพึมพำเสียงเบา แม้จะรู้ดีว่าเขาไม่รู้สึกตัวพอจะช่วยเธอได้
ฝ่ามือเล็กของเธอสั่นน้อยๆ เมื่อเลื่อนเสื้อคลุมผ่านไหล่กว้าง เขาตัวใหญ่จนทำให้เธอต้องขยับตัวเข้าใกล้มากขึ้น ราวกับจะใช้ทั้งตัวประคองเขา เสื้อคลุมค่อยๆ หลุดออกทีละนิด ทว่าทุกจังหวะก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก เหงื่อผุดขึ้นตามขมับของเธอทั้งที่ห้องไม่ได้ร้อนเลยแม้แต่น้อยแต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเธอหนักที่สุด…ไม่ใช่น้ำหนักของเขามันคือความจริงที่ว่า เธอกำลังดูแลผู้ชายที่ไม่ได้เคยมองเธอเป็นอะไรเลย ทั้งที่หัวใจเธอ…มีเขาเต็มร้อย
สุดท้ายเมื่อเสื้อคลุมถูกถอดออกจนหมด เธอก็หอบหายใจเล็กน้อย ก่อนจะวางมันลงข้างเตียงอย่างเบามือ แล้วหันกลับมามองคนที่หลับสนิทเพราะฤทธิ์เมา พร้อมความรู้สึกที่ทั้งเจ็บ ทั้งห่วง และทั้งรัก…ในเวลาเดียวกัน.
เธอยืนมองชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง… สายตานั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงปนลังเลใจ เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่าควรทำอย่างไรกับสภาพของเขาที่ทั้งอ่อนล้าและมึนเมาเช่นนี้ สุดท้ายหญิงสาวก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเธอสะท้อนก้องในห้องที่เงียบเกินไป
ไม่กี่อึดใจ เธอก็กลับออกมาพร้อมกะละมังน้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็กในมือ ไอน้ำอุ่นจับตามปลายผมที่ปรกหน้าผากของเธอเล็กน้อย ยิ่งทำให้เธอดูอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม
หญิงสาววางกะละมังลงข้างเตียงช้าๆ แล้วทรุดตัวนั่งลงข้างเขา มือเรียวแตะหลังมือของชายหนุ่มเบาๆ เพื่อปลุกเขาจากความมึนเมาที่ทำให้ลมหายใจของเขาหนักและร้อนกว่าปกติ
“คุณกรณ์ค่ะ…” เธอเรียกเสียงนุ่ม ราวกับกลัวว่าจะทำให้เขาตกใจ
“เช็ดตัวก่อนนะคะ จะได้นอนสบาย” น้ำเสียงของเธอช่างนุ่มนวล อ่อนโยน และเก็บความเป็นห่วงไว้จนแน่น สายตาที่เธอมองเขาไม่ใช่เพียงความเอ็นดู แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกเกินกว่าจะพูดออกมา เธอบิดผ้าขนหนูเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อบนหน้าผากที่ชื้นของเขาอย่างระมัดระวัง เหมือนทุกการสัมผัสของเธอกำลังกลัวว่าจะแตะโดนความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยพูดให้ใครฟัง
ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มที่หลับตาพริ้มอยู่ก็ขยับตัวเล็กน้อย ราวกับรับรู้ถึงความอบอุ่นจากมือของเธอ แม้จะยังไม่ตื่นเต็มตา แต่เขาก็ปล่อยให้เธอดูแล โดยไม่มีคำปฏิเสธใดๆ ซึ่งสำหรับเธอแล้ว แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้หัวใจที่อ่อนแอของเธอสั่นไหวไปทั้งดวง
ผ่านไปสักพัก เมยก็เช็ดตัวให้ชายหนุ่มเสร็จเรียบร้อย ผ้าขนหนูผืนเล็กชุ่มอุ่นในมือเธอถูกพับอย่างเรียบร้อยก่อนหญิงสาวจะยกกะละมังน้ำกลับไปเก็บในห้องน้ำ เสียงน้ำกระเพื่อมเบาๆ ดังแผ่วในห้องเงียบสงบ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่นิ่งงันเหมือนเดิม
เมื่อปิดไฟในห้องน้ำลง เธอหันกลับมองเขาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ไฟหัวเตียงสีอุ่นทอดแสงลงบนใบหน้าของเขา ทำให้เขาดูอ่อนโยนขึ้นกว่าที่เคยเห็นในตอนมีสติหลายเท่า ราวกับความแข็งกร้าวทั้งหมดถูกละลายหายไปกับความมึนเมา ภาพนั้นทำให้หัวใจของเธอนุ่มนวลลงอย่างห้ามไม่อยู่เธอก้าวขึ้นเตียงช้า ๆ เหมือนกลัวว่าเสียงเบาเพียงนิดจะไปรบกวนความหลับของเขา เตียงนุ่มยวบลงน้อย ๆ เมื่อเธอล้มตัวลงนอนเคียงข้างชายหนุ่ม ปลายผ้าห่มถูกเธอสอดเข้าใต้ตัว ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เขาทีละนิดทีละนิด จนความอุ่นจากร่างของเขาโอบล้อมเธอไว้โดยไม่ต้องเอื้อมหา
หญิงสาวซุกใบหน้าลงบนอกกว้างของเขาอย่างแผ่วเบาเสียงหัวใจของเขาดังก้องอยู่ใต้แก้มเธอ หนักแน่น อบอุ่น และสม่ำเสมอจนเธออยากร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้เหตุผลกลิ่นกายของเขายังคงปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ทว่าในความวุ่นวายเหล่านั้นกลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด เธอยกแขนเล็ก ๆ โอบเอวเขาไว้อย่างเบาที่สุด ราวกับกำลังโอบฝันบาง ๆ ที่ตัวเองไม่กล้าเรียกร้องให้เป็นจริง
“ฝันดีนะคะ…” ริมฝีปากเธอขยับเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบเบาเหมือนลมหายใจ
ลมหายใจนั้นเหมือนพยายามไล่ความเจ็บหน่วงในอกให้เบาลง แม้จะทำได้เพียงนิดเดียวก็ตามเธอรีบก้าวออกจากห้องไปที่ครัว ตั้งใจอุ่นอาหารทุกอย่างให้อยู่ในอุณหภูมิพอดีที่สุด เธอจัดจานใหม่ เพิ่มผักเคียงเล็กน้อย ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจไม่สังเกตด้วยซ้ำ แต่เธอก็ทำ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะดูแลเขาได้แกร๊ก~เสียงประตูห้องน้ำเปิดทำให้เมยที่กำลังนำจานอาหารไปวางบนโต๊ะเงยหน้าขึ้น เธอรีบยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ทั้งที่หัวใจยังหวั่นไม่หาย“เมยเตรียมอาหารให้เสร็จแล้วค่ะ คุณกรณ์ทานได้เลยค่ะ” เขาเดินมาที่โต๊ะ มองอาหารตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองเธอ“เธอกินรึยัง กินด้วยกันสิ” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ไม่แข็งจนเกินไป ทำให้เมยใจเต้นวูบหนึ่ง“เมยทานแล้วค่ะ” เธอค้อมศีรษะเล็กน้อย ก่อนถอยไปนั่งโซฟายาวแทน เธอไม่อยากรบกวนเวลาของเขา แม้เพียงนาทีเดียวที่ได้เห็นเขายังรู้สึกโชคดีนักเธอหยิบหนังสือสูตรเค้กเล่มโปรดขึ้นมาเปิดค้างไว้หน้าเดิม ตัวหนังสือพร่าเลือนเพราะสมาธิไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลยสักนิด สายตาแอบเหลือบไปทางโต๊ะอาหารทุก ๆ ครู่ชายหนุ่มนั่งกินเงียบ ๆ ท่าทางธรรมดาแต่สำหรับเธอ มันกลับน่ามองอย่างบอกไม่ถูก ปลายนิ้วที่จับช้อ
ตอนที่ 7 ผับใจกลางเมือง กรวิชญ์เดินเข้ามาภายในผับที่มีเสียงดังไปทั่วบริเวณสายตาสอดส่องหาเพื่อนสนิท “กรณ์ ทางนี้” เสียงของคินเพื่อนหนุ่มดังขึ้น เขาหันมองตามเสียงก็เห็นเพื่อนกำลังโบกมืออยู่ที่โต๊ะข้างหน้าเขาและมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคลอเคลียไม่ห่าง “ดื่มไม่รอกูเลยนะมึง” “เพิ่งดื่มก่อนมึงมาไม่นานเอง” คินพูดขึ้นจนาดซุกหน้าอยู่ในลำคอของผู้หญิง ชายหนุ่มส่ายหัวไปมากับความหื่นของเพื่อน มันทำอะไรก็ได้นอนะเพราะมันไม่มีพันธะเหมือนเขา แต่เขาไม่มีพันธะก็ไม่คิดจะทำพฤติกรรมแบบนั้นแน่นอน “มึงหยุดหื่นสักที ทึงเรียกกูมาดูมึงนัวเนียกับผู้หญิงสาว งั้นกูกลับดีกว่า” ชายหนุ่มพูดจบก็ทำท่าทางลุกขึ้นยืน คินผละอกจากลำคอขาวทันที “เฮ้ย เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งกลับสิว่ะ” เสียงของคินดังขึ้นกลบจังหวะดนตรีในผับ ชายหนุ่มรีบยกแก้วเหล้าที่เหลืออยู่ขึ้นกระดกจนหมด รสขมเผาแผดลงคอแต่ช่วยกลบความสับสนในหัวไม่ได้ ใบหน้าคมเครียดตึง สายตาเหม่อลอยเหมือนกำลังจมอยู่ในความคิดที่หนักอึ้ง คินเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งผิดปกติ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน เหมือนพยายามอ่านสีหน้าของเพื่อนที่กำลังแตกหักอยู่เงียบๆ “มีเรื่องอะไร บอ
“แม่กลับล่ะ ต้องไปช่วยหนูเมยขายของ ช่วงนี้คนเยอะมากด้วย” พิมลรัตน์พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของลูกชาย ทิ้งความเงียบไว้เพียงลำพัง เสียงส้นสูงก้องเบา ๆ ไปตามพื้นชายหนุ่มส่ายหัวเล็กน้อย ราวกับปล่อยให้ความหงุดหงิดไหลผ่านไป เขาเก็บปิ่นโตบนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนลุกขึ้น เดินไปยังโต๊ะทำงานอีกด้าน เสียงเอกสารกระทบกันเบา ๆ ในห้องสะท้อนความว่างเปล่า ความอารมณ์หดหู่และไร้อารมณ์อยากทานอาหารต่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก ก่อนเหลือบตามองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ‘คิน’ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียน เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย“ว่าไง” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนจัด‘โทรหาไม่ได้รึไงวะ…เมียขอหย่าเหรอ ถึงได้หงุดหงิดเสียงแบบนี้’ คินพูดแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้น เพราะถ้าเพื่อนตัวดีโดนเมียขอหย่าจริงๆ มันคงไม่หงุดหงิดหรอก คงดีใจด้วยซ้ำ“ตกลงโทรมามีอะไร” ชายหนุ่มถามกลับตรงๆ‘อยากชวนไปดื่มหน่อย ว่างมั้ย’“โอเค…เจอกันที่ผับมึงใช่ไหม”‘ใช่ สองทุ่มเจอกันนะเว้ย ห้ามเบี้ยวมา“เออ แค่นี้ล่ะ ฉันทำงานอยู่” เขาพูดจบก็กดวางสายไปทันที ไม่มีแม้แต่ความลังเล
ตอนที่ 6 บริษัท ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องทำงานกว้าง ชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าเซ็นเอกสารเงยขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอนุญาตเสียงเรียบ “เชิญครับ” ประตูถูกผลักเปิดช้าๆ เผยให้เห็นร่างอรชรของ ปริม ที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานจาง ๆ “พี่กรณ์ รอนานไหมคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของเธอทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที “ไม่ครับ พี่ยังทำงานไม่เสร็จเลย” เขาผ่อนลมหายใจออก พร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้ รอยยิ้มแบบที่ ภรรยาในนามของเขาไม่เคยได้รับ ปริมเดินเข้ามาใกล้ ทำหน้าละห้อยเล็กน้อย คล้ายคนที่เพิ่งผ่านอะไรมา “พี่รู้ไหม… ก่อนที่ปริมจะมาหาพี่ ปริมเจอภรรยาพี่กับคุณแม่พี่ค่ะ พวกเขาว่าปริมกันใหญ่เลย ปริมไม่รู้จริงๆ ว่าร้านขนมนั่นเป็นของภรรยาพี่” เธอเล่า ทั้งสีหน้าทั้งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าที่ตั้งใจให้เขาเห็น กรณ์ขมวดคิ้วบางๆ “เหรอครับ… พี่ขอโทษแทนแม่พี่ด้วยนะครับ” เขารู้ดีว่าแม่ของเขาไม่ชอบปริม แต่ก็ยังอดรู้สึกผิดไม่ได้ ปริมส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเหมือนกลั้นกลืนน้ำตา “ไม่เป็นไรค่ะ ปริมรู้สถานะตัวเองดี แค่ปริมเดินมาหาพี่ คนก็มองว่าปริมเป็นมือที่สามแล้ว…” ชายหน
“เมยวางไว้ตรงนี้นะคะ” เธอวางชุดไว้ปลายเตียงอย่างเป็นระเบียบ ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อผ้าแค่เสี้ยววินาที แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังแตะเข้ากับกำแพงที่กั้นเธอออกจากหัวใจเขากำแพงที่ต่อให้เธอพยายามสักแค่ไหน…ก็ไม่มีวันปีนข้ามไปได้หลังจากวางชุด เธอไม่กล้าหันไปมองเขาอีก กลัวจะเจอสายตารำคาญ กลัวจะเห็นความว่างเปล่าที่เขามีให้เธอเสมอ หญิงสาวหมุนตัวออกจากห้องนอน ประตูปิดลงช้า ๆ ตามแรงของเธอและในช่วงวินาทีที่แผ่นประตูแตะเข้ากับวงกบเสียงหัวใจตัวเองก็เหมือนดังขึ้นมาแทนที่ความเงียบในห้อง เสียงที่มีเพียงเธอ…ที่ได้ยินแกร๊ก~เสียงประตูห้องนอนเปิดออกอย่างไร้อารมณ์ ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนชงกาแฟอยู่ในครัวเล็ก ๆ ต้องชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นแทบจะทันที ก่อนจะรีบคว้าแก้วกาแฟร้อนที่เพิ่งชงเสร็จ เดินกึ่งวิ่งออกมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังจะผ่านเธอไป“คุณกรณ์ดื่มกาแฟก่อนค่ะ เมยชงให้ร้อนๆ เลยค่ะ”เสียงของเธอนุ่มนวลเหมือนเดิม ทั้งที่มือด้านล่างสั่นเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ใบหน้าหวานยิ้มบาง ยิ้มที่เธอพยายามยัดมันขึ้นมาทุกเช้า แม้ในใจเธอจะแตกสลายจนแทบประคองตัวเองไม่ไหวก็ตามชายหนุ่มกวาดตามองแก้วกาแฟเพียงเสี้ยว
ตอนที่ 5 รุ่งเช้า คอนโดมิเนียม แสงแดดอ่อนส่องทะลุกระจกเข้ามาในห้องอย่างไม่ปรานี ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงรู้สึกตัวขึ้นอย่างช้าๆ เขาลืมตาเพื่อปรับสายตากับความสว่างที่บาดตา ก่อนจะรู้สึกหนักอึ้งบริเวณขมับและความเจ็บปวดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืน เขายกมือขึ้นนวดเบาๆ เหมือนพยายามจะบอกตัวเองให้พร้อมรับวันใหม่ เมื่อคืนหลังจากแยกกับปริม เขาไปดื่มสังสรรค์ต่อที่ผับของเพื่อนสนิท แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความว้าวุ่น แต่ร่างกายกลับอ่อนล้าและหมดแรง เขาพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่สัมผัสที่ไม่คาดคิดบริเวณเอวทำให้เขาตกใจ เขาก้มมองและเห็นเป็นต้นแขนของภรรยาที่กอดเอวเขาแน่นอยู่ ความรู้สึกขุ่นเคืองและรังเกียจแวบเข้ามา เขาสลัดออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะลุกขึ้นพรวด เสียงผ้าห่มและร่างกายที่เคลื่อนไหวทำให้เธอสะดุ้งตื่น “คุณกรณ์… ตื่นแล้วเหรอคะ” หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตางัวเงียและความตกใจปนความน้อยใจ แต่ชายหนุ่มเพียงเงียบ เขาหันหลังแล้วก้าวเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่สบตา ทิ้งให้เธอนั่งอยู่บนเตียง หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความเหงาและความเจ็บปนความสงสัย ‘คุณคงรังเกียจเมยมากเลยใช่ไหมคะ…’ เธอพึมพำออกมาเบาๆ เหมือนขอคำตอบจากตัวเอง คำพูดนั้นแ
ตอนที่ 4 ด้าน กรวิชญ์ ชายหนุ่มกดวางสายของภรรยาในนามอย่างไม่ใยดี เสียงปลายสายดับวูบไปเหมือนหัวใจของเธอที่กำลังหรี่ลง เขายังคงนั่งอยู่ตรงหน้า ปริม ในร้านอาหารหรู รอยยิ้มหวานและแววตาอ่อนโยนของเธอกำลังสะกดเขาไว้ จนไม่เหลือที่ว่างให้ความรู้สึกผิดหรือความห่วงใยต่อภรรยาที่บ้าน เขาไม่สนใจเลยว่าเมื่อกี้เธ
ตอนที่ 3ชายหนุ่มค่อยๆ หันตัวตามเสียงนั้น ใจเต้นแรงขึ้นทันที ทั้งความคุ้นเคยและความประหลาดใจปะปนกัน เขาพยายามกลั้นลมหายใจเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเอง… ใช่จริงๆ ปริม คนรักเก่าของเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า ยิ้มบางๆ ให้เขาอย่างใจดี รอยยิ้มนั้นเหมือนย้อนอดีตกลับมาหาเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวเขาลุกขึ้น
ตอนที่ 2 ร้านขนมเค้ก เวลา 10: 35 น.ภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนยสดและกลิ่นวานิลลาที่ลอยคลุ้งออกมาจากเตาอบใหม่ ๆ เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังกรุ๊งกริ๊งเป็นระยะ เมื่อมีลูกค้าเดินเข้าออกไม่ขาดสาย โต๊ะเกือบทุกตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่างให้เหลือแม้แต่ที่เดียว ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเที่ยงดีด้วยซ้ำ
ตอนที่ 1ร้านขนมเค้กภายในร้านตกแต่งออกสไตล์มินิมอลที่เข้ากันทุกมุมของร้าน เรียกความสนใจลูกค้าที่ชอบโทนสบายๆ เป็นอย่างมาก ร้านของเธอยังเป็นที่พูดถึงไปทั่ว เพราะความอร่อยของขนมและยังตกแต่งร้านได้สวยงาม เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อหญิงสาวผลักประตูเข้ามาภายในร้าน กลิ่นหอมของขนมอบจากเตาและ







