ログインตอนที่ 4
ด้าน กรวิชญ์ ชายหนุ่มกดวางสายของภรรยาในนามอย่างไม่ใยดี เสียงปลายสายดับวูบไปเหมือนหัวใจของเธอที่กำลังหรี่ลง เขายังคงนั่งอยู่ตรงหน้า ปริม ในร้านอาหารหรู รอยยิ้มหวานและแววตาอ่อนโยนของเธอกำลังสะกดเขาไว้ จนไม่เหลือที่ว่างให้ความรู้สึกผิดหรือความห่วงใยต่อภรรยาที่บ้าน เขาไม่สนใจเลยว่าเมื่อกี้เธอได้ยินเสียงของ ปริม หรือไม่ เพราะทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือเธอเท่านั้น “พี่กรณ์ยังจำร้านอาหารร้านโปรดของปริมได้ด้วยเหรอคะ” ปริมเอ่ยเสียงหวานราวกับน้ำผึ้งหยดใส และรอยยิ้มที่เธอส่งมาเหมือนมีเวทมนตร์ ทำให้ชายหนุ่มผ่อนคลายใบหน้าเหมือนเด็กชายที่ได้พบของเล่นชิ้นโปรด “จำได้สิ พี่จำได้ทุกอย่าง พี่ไม่เคยลืมมันเลย” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน จนอุณหภูมิหัวใจของเธอพุ่งสูง ต่างจากน้ำเสียงที่เขาใช้กับภรรยาอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของเขาอ่อนละมุน ราวกับโลกทั้งใบหายไปเหลือเพียงเธอ “ปริมไม่เชื่อหรอก พี่มีภรรยาแล้วคงจะลืมเรื่องระหว่างเราไปหมดแล้ว” ปริมแสร้งทำหน้าเศร้า ราวกับถูกทอดทิ้ง แต่ดวงตาเธอกลับเปล่งประกายด้วยความพอใจ “ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยได้จากพี่…หัวใจของพี่ด้วย” ชายหนุ่มตอบ พลางยิ้มเบาๆ รอยยิ้มที่ทำให้ปริมรู้สึกเหมือนชนะเกมอะไรบางอย่าง เธอยิ้มตอบกลับ แต่ก็ยังแสดงบทบาทผู้ถูกทอดทิ้งอยู่ในเวลาเดียวกัน โดยที่ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าการกระทำทั้งหมดของเธอคือเรื่องโกหก ทั้งเรื่องรถเสียและการขอความช่วยเหลือ ก่อนหน้านี้เธอแกล้งรถเสียข้างทาง เธอลองโทรหาเขาเพื่อเรียกความสนใจแต่ที่เธอไม่คาดคิดเขากดรับสายเธอทันทีโดยไม่ต้องนาน “ทานข้าวกันดีกว่า อย่าพูดถึงคนอื่นเลย” ชายหนุ่มพูดจบก็ตักอาหารใส่จานของเธออย่างใส่ใจ เขาไม่เคยทำแบบนี้กับภรรยาที่อยู่กันสามปีเลยสักครั้ง “ขอบคุณค่ะ” ปริมยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ชายหนุ่มยังคงเอาใจใส่เธอเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เธอก็เริ่มทานอาหารที่ชายหนุ่มเคยตักให้ไม่พัก ด้าน อลิษา หลังจากที่หญิงสาวเก็บกวาดในห้องครัวเสร็จสิ้น ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ทันที เหมือนเสียงของโลกทั้งใบถูกกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจบางเบาของเธอสะท้อนอยู่ในพื้นที่กว้างแต่ไร้ชีวิต อลิษาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา โทรทัศน์ตรงหน้าส่งแสงกระพริบไม่หยุด แต่ไม่มีสิ่งใดเข้าไปถึงดวงตาของเธอเลย เพราะในสมองมีเพียงความคิดวนซ้ำถึงคนเป็นสามี… ผู้ชายที่ตอนนี้คงใช้เวลาอยู่กับผู้หญิงที่เขารักจริง ๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องหันกลับมามองคนอย่างเธอเลยแม้สักเสี้ยววินาที “เขาคงไม่กลับมาแล้ว…” เธอพึมพำออกมาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าความจริงจะดังเกินไปกว่านี้จนทำร้ายตัวเองมากขึ้น อลิษาลุกขึ้นช้า ๆ ร่างบางเดินเข้าไปในห้องนอนด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง แสงไฟตามทางเดินดูหม่นลงราวกับสะท้อนอารมณ์ของเธอ เวลาบนผนังบอกว่าใกล้สี่ทุ่มแล้ว แต่ประตูห้องก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม ไร้วี่แววว่าเขาจะกลับมา แกร๊ก เสียงประตูห้องนอนดังขึ้นในเวลาสี่ทุ่มครึ่ง ทำให้หญิงสาวที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นสะดุ้งเฮือก ก่อนจะรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ดวงตาไหวระริกด้วยความโล่งใจปนเจ็บลึก เมื่อเห็นว่าเขากลับมาแล้ว…ในสภาพที่แทบไม่เหมือนเดิม กลิ่นแอลกอฮอล์แรงจนตีขึ้นจมูกตั้งแต่เขาก้าวเข้ามา ร่างสูงใหญ่ของกรณ์เดินเซ พิงกำแพงเป็นระยะ ไหล่หนาโน้มต่ำเหมือนคนที่ไม่ไหวเต็มที ชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ คนที่เธอกังวล คนที่เธอรอ…กลับมาในสภาพที่ไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย “คุณกรณ์…ไหวไหมคะ” เสียงของเธอเบา แผ่ว และสั่นด้วยทั้งความห่วงและความน้อยใจที่ไม่เคยกล้าพูดออกไป เธอเอื้อมมือไปประคองแขนของเขาอย่างเบามือ แต่กรณ์กลับสะบัดตัวออกเล็กน้อยอย่างไม่อยากให้ยุ่ง เขาหลุบตาลงต่ำ เสียงหายใจหนัก สองแก้มแดงจัดเพราะพิษสุรา “อื้ม…ไหว” เขาพูดเสียงอ้อแอ้ แต่ในจังหวะเดียวกันกลับผลักเธอออกให้ห่างอย่างไม่ตั้งใจ แรงนั้นไม่มาก แต่ก็พอทำให้หัวใจเธอสั่นไหวเหมือนถูกบีบ หญิงสาวถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ก็รีบเข้าไปหาทันทีอีกครั้ง เหมือนสัญชาตญาณของคนที่รักมากจนควบคุมตัวเองไม่ได้ “คุณกรณ์ ให้เมยช่วยเถอะค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มจนเจ็บ ราวกับกำลังกดกลั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้หลังรอยยิ้มบาง ๆ ที่ฝืนยกขึ้น มือเล็กเอื้อมไปแตะต้นแขนเขาอีกครั้งอย่างระมัดระวัง กลัวเขาจะผลักเธอแรงกว่าเดิม แต่ถึงจะกลัว เธอก็ยังเข้าไปหาเขาเหมือนทุกครั้งที่เขาไม่เคยต้องการเธอ แต่เธอก็ยังเลือกจะอยู่ตรงนี้ ชายหนุ่มพยายามยืนทรงตัวแต่ไม่สำเร็จ เขาโงนเงนจนเกือบล้ม ถ้าเมยไม่รีบสอดแขนโอบรับไว้ทันเวลา ร่างทั้งร่างของเขาคงล้มลงกับพื้น บริเวณหน้าอกของเขาแนบชิดกับไหล่เล็ก ๆ ของเธอ ทำให้เมยได้กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาปะปนกับกลิ่นเหล้าที่ฉุนจัด ใจของเธอไหววูบ เจ็บแปลบตรงกลางอกอย่างบอกไม่ถูกลมหายใจนั้นเหมือนพยายามไล่ความเจ็บหน่วงในอกให้เบาลง แม้จะทำได้เพียงนิดเดียวก็ตามเธอรีบก้าวออกจากห้องไปที่ครัว ตั้งใจอุ่นอาหารทุกอย่างให้อยู่ในอุณหภูมิพอดีที่สุด เธอจัดจานใหม่ เพิ่มผักเคียงเล็กน้อย ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจไม่สังเกตด้วยซ้ำ แต่เธอก็ทำ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะดูแลเขาได้แกร๊ก~เสียงประตูห้องน้ำเปิดทำให้เมยที่กำลังนำจานอาหารไปวางบนโต๊ะเงยหน้าขึ้น เธอรีบยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ทั้งที่หัวใจยังหวั่นไม่หาย“เมยเตรียมอาหารให้เสร็จแล้วค่ะ คุณกรณ์ทานได้เลยค่ะ” เขาเดินมาที่โต๊ะ มองอาหารตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองเธอ“เธอกินรึยัง กินด้วยกันสิ” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ไม่แข็งจนเกินไป ทำให้เมยใจเต้นวูบหนึ่ง“เมยทานแล้วค่ะ” เธอค้อมศีรษะเล็กน้อย ก่อนถอยไปนั่งโซฟายาวแทน เธอไม่อยากรบกวนเวลาของเขา แม้เพียงนาทีเดียวที่ได้เห็นเขายังรู้สึกโชคดีนักเธอหยิบหนังสือสูตรเค้กเล่มโปรดขึ้นมาเปิดค้างไว้หน้าเดิม ตัวหนังสือพร่าเลือนเพราะสมาธิไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลยสักนิด สายตาแอบเหลือบไปทางโต๊ะอาหารทุก ๆ ครู่ชายหนุ่มนั่งกินเงียบ ๆ ท่าทางธรรมดาแต่สำหรับเธอ มันกลับน่ามองอย่างบอกไม่ถูก ปลายนิ้วที่จับช้อ
ตอนที่ 7 ผับใจกลางเมือง กรวิชญ์เดินเข้ามาภายในผับที่มีเสียงดังไปทั่วบริเวณสายตาสอดส่องหาเพื่อนสนิท “กรณ์ ทางนี้” เสียงของคินเพื่อนหนุ่มดังขึ้น เขาหันมองตามเสียงก็เห็นเพื่อนกำลังโบกมืออยู่ที่โต๊ะข้างหน้าเขาและมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคลอเคลียไม่ห่าง “ดื่มไม่รอกูเลยนะมึง” “เพิ่งดื่มก่อนมึงมาไม่นานเอง” คินพูดขึ้นจนาดซุกหน้าอยู่ในลำคอของผู้หญิง ชายหนุ่มส่ายหัวไปมากับความหื่นของเพื่อน มันทำอะไรก็ได้นอนะเพราะมันไม่มีพันธะเหมือนเขา แต่เขาไม่มีพันธะก็ไม่คิดจะทำพฤติกรรมแบบนั้นแน่นอน “มึงหยุดหื่นสักที ทึงเรียกกูมาดูมึงนัวเนียกับผู้หญิงสาว งั้นกูกลับดีกว่า” ชายหนุ่มพูดจบก็ทำท่าทางลุกขึ้นยืน คินผละอกจากลำคอขาวทันที “เฮ้ย เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งกลับสิว่ะ” เสียงของคินดังขึ้นกลบจังหวะดนตรีในผับ ชายหนุ่มรีบยกแก้วเหล้าที่เหลืออยู่ขึ้นกระดกจนหมด รสขมเผาแผดลงคอแต่ช่วยกลบความสับสนในหัวไม่ได้ ใบหน้าคมเครียดตึง สายตาเหม่อลอยเหมือนกำลังจมอยู่ในความคิดที่หนักอึ้ง คินเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งผิดปกติ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน เหมือนพยายามอ่านสีหน้าของเพื่อนที่กำลังแตกหักอยู่เงียบๆ “มีเรื่องอะไร บอ
“แม่กลับล่ะ ต้องไปช่วยหนูเมยขายของ ช่วงนี้คนเยอะมากด้วย” พิมลรัตน์พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของลูกชาย ทิ้งความเงียบไว้เพียงลำพัง เสียงส้นสูงก้องเบา ๆ ไปตามพื้นชายหนุ่มส่ายหัวเล็กน้อย ราวกับปล่อยให้ความหงุดหงิดไหลผ่านไป เขาเก็บปิ่นโตบนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนลุกขึ้น เดินไปยังโต๊ะทำงานอีกด้าน เสียงเอกสารกระทบกันเบา ๆ ในห้องสะท้อนความว่างเปล่า ความอารมณ์หดหู่และไร้อารมณ์อยากทานอาหารต่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก ก่อนเหลือบตามองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ‘คิน’ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียน เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย“ว่าไง” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนจัด‘โทรหาไม่ได้รึไงวะ…เมียขอหย่าเหรอ ถึงได้หงุดหงิดเสียงแบบนี้’ คินพูดแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้น เพราะถ้าเพื่อนตัวดีโดนเมียขอหย่าจริงๆ มันคงไม่หงุดหงิดหรอก คงดีใจด้วยซ้ำ“ตกลงโทรมามีอะไร” ชายหนุ่มถามกลับตรงๆ‘อยากชวนไปดื่มหน่อย ว่างมั้ย’“โอเค…เจอกันที่ผับมึงใช่ไหม”‘ใช่ สองทุ่มเจอกันนะเว้ย ห้ามเบี้ยวมา“เออ แค่นี้ล่ะ ฉันทำงานอยู่” เขาพูดจบก็กดวางสายไปทันที ไม่มีแม้แต่ความลังเล
ตอนที่ 6 บริษัท ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องทำงานกว้าง ชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าเซ็นเอกสารเงยขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอนุญาตเสียงเรียบ “เชิญครับ” ประตูถูกผลักเปิดช้าๆ เผยให้เห็นร่างอรชรของ ปริม ที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานจาง ๆ “พี่กรณ์ รอนานไหมคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของเธอทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที “ไม่ครับ พี่ยังทำงานไม่เสร็จเลย” เขาผ่อนลมหายใจออก พร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้ รอยยิ้มแบบที่ ภรรยาในนามของเขาไม่เคยได้รับ ปริมเดินเข้ามาใกล้ ทำหน้าละห้อยเล็กน้อย คล้ายคนที่เพิ่งผ่านอะไรมา “พี่รู้ไหม… ก่อนที่ปริมจะมาหาพี่ ปริมเจอภรรยาพี่กับคุณแม่พี่ค่ะ พวกเขาว่าปริมกันใหญ่เลย ปริมไม่รู้จริงๆ ว่าร้านขนมนั่นเป็นของภรรยาพี่” เธอเล่า ทั้งสีหน้าทั้งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าที่ตั้งใจให้เขาเห็น กรณ์ขมวดคิ้วบางๆ “เหรอครับ… พี่ขอโทษแทนแม่พี่ด้วยนะครับ” เขารู้ดีว่าแม่ของเขาไม่ชอบปริม แต่ก็ยังอดรู้สึกผิดไม่ได้ ปริมส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเหมือนกลั้นกลืนน้ำตา “ไม่เป็นไรค่ะ ปริมรู้สถานะตัวเองดี แค่ปริมเดินมาหาพี่ คนก็มองว่าปริมเป็นมือที่สามแล้ว…” ชายหน
“เมยวางไว้ตรงนี้นะคะ” เธอวางชุดไว้ปลายเตียงอย่างเป็นระเบียบ ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อผ้าแค่เสี้ยววินาที แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังแตะเข้ากับกำแพงที่กั้นเธอออกจากหัวใจเขากำแพงที่ต่อให้เธอพยายามสักแค่ไหน…ก็ไม่มีวันปีนข้ามไปได้หลังจากวางชุด เธอไม่กล้าหันไปมองเขาอีก กลัวจะเจอสายตารำคาญ กลัวจะเห็นความว่างเปล่าที่เขามีให้เธอเสมอ หญิงสาวหมุนตัวออกจากห้องนอน ประตูปิดลงช้า ๆ ตามแรงของเธอและในช่วงวินาทีที่แผ่นประตูแตะเข้ากับวงกบเสียงหัวใจตัวเองก็เหมือนดังขึ้นมาแทนที่ความเงียบในห้อง เสียงที่มีเพียงเธอ…ที่ได้ยินแกร๊ก~เสียงประตูห้องนอนเปิดออกอย่างไร้อารมณ์ ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนชงกาแฟอยู่ในครัวเล็ก ๆ ต้องชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นแทบจะทันที ก่อนจะรีบคว้าแก้วกาแฟร้อนที่เพิ่งชงเสร็จ เดินกึ่งวิ่งออกมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังจะผ่านเธอไป“คุณกรณ์ดื่มกาแฟก่อนค่ะ เมยชงให้ร้อนๆ เลยค่ะ”เสียงของเธอนุ่มนวลเหมือนเดิม ทั้งที่มือด้านล่างสั่นเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ใบหน้าหวานยิ้มบาง ยิ้มที่เธอพยายามยัดมันขึ้นมาทุกเช้า แม้ในใจเธอจะแตกสลายจนแทบประคองตัวเองไม่ไหวก็ตามชายหนุ่มกวาดตามองแก้วกาแฟเพียงเสี้ยว
ตอนที่ 5 รุ่งเช้า คอนโดมิเนียม แสงแดดอ่อนส่องทะลุกระจกเข้ามาในห้องอย่างไม่ปรานี ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงรู้สึกตัวขึ้นอย่างช้าๆ เขาลืมตาเพื่อปรับสายตากับความสว่างที่บาดตา ก่อนจะรู้สึกหนักอึ้งบริเวณขมับและความเจ็บปวดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืน เขายกมือขึ้นนวดเบาๆ เหมือนพยายามจะบอกตัวเองให้พร้อมรับวันใหม่ เมื่อคืนหลังจากแยกกับปริม เขาไปดื่มสังสรรค์ต่อที่ผับของเพื่อนสนิท แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความว้าวุ่น แต่ร่างกายกลับอ่อนล้าและหมดแรง เขาพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่สัมผัสที่ไม่คาดคิดบริเวณเอวทำให้เขาตกใจ เขาก้มมองและเห็นเป็นต้นแขนของภรรยาที่กอดเอวเขาแน่นอยู่ ความรู้สึกขุ่นเคืองและรังเกียจแวบเข้ามา เขาสลัดออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะลุกขึ้นพรวด เสียงผ้าห่มและร่างกายที่เคลื่อนไหวทำให้เธอสะดุ้งตื่น “คุณกรณ์… ตื่นแล้วเหรอคะ” หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตางัวเงียและความตกใจปนความน้อยใจ แต่ชายหนุ่มเพียงเงียบ เขาหันหลังแล้วก้าวเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่สบตา ทิ้งให้เธอนั่งอยู่บนเตียง หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความเหงาและความเจ็บปนความสงสัย ‘คุณคงรังเกียจเมยมากเลยใช่ไหมคะ…’ เธอพึมพำออกมาเบาๆ เหมือนขอคำตอบจากตัวเอง คำพูดนั้นแ
เพราะรู้ดีว่า…ถ้าเขาไม่ได้เมา เขาคงไม่ยอมให้เธอเข้าใกล้ถึงขนาดนี้แสงไฟสลัวในห้องทำให้เงาของทั้งคู่ทอดยาวบนพื้นราวกับฉากดราม่าที่ไม่มีวันจบ เสียงลมหอบของเขา เสียงหัวใจของเธอ ทั้งหมดรวมกันเป็นภาพที่ทั้งเศร้าและเปราะบางจนแทบหายใจไม่ออกหญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามประคองเขาให้ดีที่สุด แม้มือของเธอ
ตอนที่ 3ชายหนุ่มค่อยๆ หันตัวตามเสียงนั้น ใจเต้นแรงขึ้นทันที ทั้งความคุ้นเคยและความประหลาดใจปะปนกัน เขาพยายามกลั้นลมหายใจเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเอง… ใช่จริงๆ ปริม คนรักเก่าของเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า ยิ้มบางๆ ให้เขาอย่างใจดี รอยยิ้มนั้นเหมือนย้อนอดีตกลับมาหาเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวเขาลุกขึ้น
ตอนที่ 2 ร้านขนมเค้ก เวลา 10: 35 น.ภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนยสดและกลิ่นวานิลลาที่ลอยคลุ้งออกมาจากเตาอบใหม่ ๆ เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังกรุ๊งกริ๊งเป็นระยะ เมื่อมีลูกค้าเดินเข้าออกไม่ขาดสาย โต๊ะเกือบทุกตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่างให้เหลือแม้แต่ที่เดียว ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเที่ยงดีด้วยซ้ำ
ตอนที่ 1ร้านขนมเค้กภายในร้านตกแต่งออกสไตล์มินิมอลที่เข้ากันทุกมุมของร้าน เรียกความสนใจลูกค้าที่ชอบโทนสบายๆ เป็นอย่างมาก ร้านของเธอยังเป็นที่พูดถึงไปทั่ว เพราะความอร่อยของขนมและยังตกแต่งร้านได้สวยงาม เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อหญิงสาวผลักประตูเข้ามาภายในร้าน กลิ่นหอมของขนมอบจากเตาและ







