Share

บทที่ 132

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2026-02-18 16:12:01

คำกล่าวนั้น ทำให้นางตื้นตันทั้งยังรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เซียงหรงเริ่มเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าอะไรคือ ‘ความสุขไม่ได้มาจากทรัพย์สินหรือความมั่งคั่ง แต่อยู่ที่ความจริงใจและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน’ นางรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเปลี่ยนไปมาก หลังจากก้าวขาเข้ามาในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้

หลังจากแน่ใจว่ายังต้องพักอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้อีกพักใหญ่ เซียงหรงก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของชาวบ้านมากขึ้นไปอีก นางไม่ได้อยากเป็นเพียงแขกที่มารับความช่วยเหลือจากผู้คน แต่ต้องการช่วยเหลือและตอบแทนเท่าที่เรี่ยวแรงของตนพอจะทำได้ จึงเริ่มไปช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ขอรับสิ่งใดทั้งนั้น โดยมีซู่ซินคอยช่วยเหลือดูแลอยู่ข้างๆ

ในยามเช้า นางจะเดินไปที่ลานบ้านของครอบครัวหนึ่งที่มีเครื่องโม่แป้งขนาดใหญ่ ตั้งแต่ตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้านางได้เรียนรู้วิธีโม่แป้งจากข้าวสาลี โดยต้องหมุนเครื่องโม่ด้วยแรงจากสองมือ นางรู้สึกประหลาดใจที่แป้งที่ผ่านการโม่ใหม่ๆ มีกลิ่นหอมจางๆ และแม้จะเหนื่อยก็รู้สึกสุขใจเมื่อได้เห็นแป้งเหล่านั้นกลายเป็นหมั่นโถวร้อนๆ บนมือของใครหลายคนในหมู่บ้านเช่นนั้น

สายๆ หลังจากป้อนหมั่นโถวและข้าวต้มให้หลี่จือหลินจนอิ่ม นางจะเดินทางไปหาครอบครัวที่ทำงานสานตะกร้าหรือกระบุงสำหรับใช้ในไร่นา ที่นั่น นางได้เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกไม้ไผ่ ที่จะต้องเลือกใช้ไม้ซึ่งไม่แก่เกินไปจนเปราะและไม่อ่อนเกินไปจนงอไม่ได้ นางค่อยๆ ฝึกมือจากงานเล็กๆ เช่นการสานฝากระบุง แม้มือจะเจ็บจากขอบไม้ไผ่ที่ค่อนข้างคม แต่นางกลับรู้สึกภูมิใจที่ผลงานของนางใช้งานได้จริง และกระบุงซึ่งนางช่วยสานถูกนำไปวางขาย

นางยังได้ช่วยกลุ่มสตรีในหมู่บ้านทำเต้าหู้ขาย โดยเริ่มตั้งแต่การล้างถั่วเหลือง จากนั้นนำไปแช่น้ำจนพอง แล้วเอาไปบดในครกหินขนาดใหญ่ น้ำถั่วที่ได้จะถูกนำไปต้มและแยกกากออก แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็น นางก็ยังอดประทับใจไม่ได้ การทำเต้าหู้นั้นต้องใช้ความใส่ใจอย่างมาก น้ำที่ใช้ต้องสะอาด อุณหภูมิของไฟที่ใช้เองก็ต้องเหมาะสม เมื่อเต้าหู้สดถูกหั่นเป็นชิ้นส่งกลิ่นหอมอบอวล แม้เดิมทีตั้งใจว่าจะไม่รับอะไรเพิ่มเติม ครั้งนี้นางกลับอดไม่ได้ที่จะขอแบ่งเล็กน้อย เพื่อนำกลับไปทำอาหารดีๆ ให้หลี่จือหลินที่ดูเหมือนจะถูกใจอาหารที่นางปรุงขึ้นจากเต้าหู้สดใหม่เป็นอย่างยิ่ง

วันหนึ่ง นางถูกชักชวนไปช่วยงานในสวนผักของครอบครัวที่ปลูกผักกวางตุ้งและหัวไชเท้า พวกเขาเล่าว่าจะเก็บผักสดเหล่านี้ไปดองขาย นางจึงได้เรียนรู้วิธีดองผักแบบง่ายๆ แต่รสชาติกลับกลมกล่อม ตั้งแต่การล้างและหั่นผักกวางตุ้งกับหัวไชเท้าให้ได้ขนาดที่เหมาะสม คลุกเกลือจนผักคลายน้ำ และใส่ลงในไหดินเผาพร้อมเครื่องเทศ เมื่อถามว่าผักดองเหล่านี้จะถูกนำไปขายที่ไหน จึงได้รู้ว่าชาวบ้านบางคนต้องเดินเท้าหลายลี้เพื่อนำของป่า ของใช้ และอาหารที่ทำขึ้น เป็นต้นว่าผักดองเหล่านี้ ไปยังตลาดในตัวเมือง...นางอดทึ่งในความพยายามของพวกเขาไม่ได้

ทุกครั้งที่ได้ช่วยงานและได้เห็นรอยยิ้มของเหล่าชาวบ้าน เซียงหรงจะรู้สึกดีใจที่สามารถแบ่งเบาภาระและตอบแทนน้ำใจที่พวกเขามีต่อนางกับหลี่ จือหลินและผู้ติดตาม

แม้ความลำบากจะทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่หัวใจนางกลับรู้สึกอบอุ่น เซียงหรงเริ่มเข้าใจว่าการค้าขายหรือการทำงานหนักนั้นไม่ใช่เพียงเพื่อผลกำไร แต่ยังเป็นวิถีชีวิตที่สะท้อนถึงความอดทนและความเอื้อเฟื้อที่คนในชุมชนมีต่อกัน

หลี่จือหลินที่พักฟื้นอยู่ในกระท่อมมักจะยิ้มบางๆ ทุกครั้งที่เห็นนางกลับมาพร้อมอาหารใหม่ๆ เขาชมว่านางเหมือนภรรยาชาวบ้านที่อุทิศตัวเพื่อครอบครัว แต่เซียงหรงกลับบอกว่า “ข้าก็แค่ทำเพราะท่านยอมเจ็บหนักเพื่อช่วยข้า” ทว่าความจริงข้างในใจของนางกลับค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความรู้สึกที่นางมีต่อหลี่จือหลินและผู้คนในหมู่บ้านนี้ลึกซึ้งขึ้นทุกขณะ จากการตระหนักว่าความสุขแท้จริงนั้นอยู่ที่การแบ่งปันและช่วยเหลือกันและกันในยามลำบาก...นางได้แต่หวังว่าหลี่จือหลินจะไม่รู้

หากเขารู้ อย่างปีศาจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ร้ายกาจนั่นมีหรือจะพลาดโอกาสโจมตีจุดอ่อนในใจนาง ชักจูงทั้งโดยอ้อมและโดยตรง ตู่ว่า ในเมื่อในใจนางมีเขา เช่นนั้นก็สมควรเลิกดื้อรั้น และยอมแต่งให้เขาแต่โดยดีเสียที...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 161

    “แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 160

    องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 159

    เซียงหรงถูกพาไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าคลุมสีแดงปักลายยวนยาง ตอนนั้นเองที่จวิ้นหวังเฟยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมบุตรชายที่ยามนี้ทุกคนในตำหนักได้เห็นแล้วว่าจ๋างจื่อของพวกตนช่างยิ้มได้งดงามนัก จวิ้นหวังเฟยรับจานเกี๊ยวมาจากแม่สื่อ ก่อนคีบป้อนสะใภ้หมาดๆ ของตนเองผ่านผ้าคลุมหน้า เซียงหรงได้แต่อ้าปากรับ ก่อนจะเคี้ยวแล้วเบิกตาโพลง …คายออกได้หรือไม่ มันยังดิบอยู่เลย... จวิ้นหวังเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนถาม “ดิบหรือไม่” เซียงหรงไม่กล้าเบ้ปาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ดิบเจ้าค่ะ” “ดีแล้ว ดิบก็ดีแล้ว” สตรีที่แต่งงานแล้วทุกคนในที่นั้นหัวเราะเสียงใส ก่อนที่พระชายาจะวางเกี๊ยวกลับไปให้กับแม่สื่อ “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด จือหลิน เจ้ายังคงต้องไปรับแขกอยู่นะ” “ขอรับท่านแม่” เขาพยักหน้า รอจนกระทั่งมารดาและคนอื่นๆ เดินออกไป หลี่จือหลินจึงหันกลับมาหาเจ้าสาวของตนเองอีกครั้ง พลางยกน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ “ค่อยๆ ดื่ม อาหารเหล่านี้เจ้ากินได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องรอข้ากลับมาหรอก หากง่วงก็นอนก่อนเสีย” “…เกี๊ยวเมื่อครู่ไม่เห็นอร่อยสักน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 158

    เฉินเหม่ยลี่กับเฉินชิวเยว่ ผู้หนึ่งเตรียมตัวก่อเรื่อง ผู้หนึ่งหวังชมเรื่องสนุก ต่างฝ่ายต่างแย้มยิ้มให้กันขณะนั่งร่วมเกี้ยวเล็กๆ ตามเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ดูรักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างมาก จนเฉินเหม่ยเซียงและเฉินหมิงเยว่อดตะขิดตะขวงใจแทนไม่ได้ขบวนแห่เจ้าสาวครั้งนี้ยาวเหยียด มีผู้คนมาโห่ร้องยินดีมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเห็นขบวนสินเดิมเจ้าสาวที่กล่าวกันว่ายาวหลายลี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อบ้านของตำหนักจวิ้นหวังช่างมือหนัก โปรยเหรียญมงคลให้กับผู้ที่อำนวยพรคู่บ่าวสาวไม่หยุดหย่อนเพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคำอวยพรยินดี มาถึงตรงนี้ เหล่าบุตรสาวสกุลเฉินในเกี้ยวต่างสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาฉายแววริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง แม้เฉินชิวเยว่เองจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยไปกว่าเฉินเซียงหรงที่ใด ซ้ำคู่ครองในอนาคตของนาง ก็ยังเป็นถึงผู้สูงศักดิ์ที่จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังอย่างหลี่จือหลินเทียบไม่ติด แต่นางกลับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าองค์ชายสามจะทุ่มเทให้กับนาง ดังเช่นที่จวิ้นหวังจ๋างจื่อทำให้น้องสามสารเลวสมควรตายหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเฉินเหม่ยลี่ ที่ยามนี้ผ้าเช็ดหน้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 157

    เซียงหรงเม้มปากแน่น แต่นางถอยหลังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นแม้ว่าเทียนจินในยามนี้จะมิได้เคร่งครัดในเรื่องการยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกเช่นรัชสมัยอื่นๆ แต่ว่านางก็หวังไม่ให้บิดาดำเนินไปในทางผิดมากกว่านี้...อนุหานไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนกั๋วกงได้จริงๆเซียงหรงตามองจมูก จมูกมองใจ [1]นางได้ยินเสียงบิดาพูดอวยพร ทว่ากลับฟังไม่รู้ความแล้วสักคำนางไร้มารดา จึงมีเพียงแต่ป้ายวิญญาณเท่านั้นที่นางเคารพกราบไหว้แม้ว่าอนุหานจะนั่งอยู่ด้านข้างเฉินกั๋วกง สวมชุดสีเดียวกับอาทิตย์อัสดงที่เกือบคล้ายสีแดงสด ทว่าอนุผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการคารวะจากคุณหนูสายตรงเช่นนางกว่าที่เซียงหรงจะรู้ตัวอีกที ก็ถูกพี่ชายใหญ่แบกขึ้นหลัง พาเดินออกจากจวนกั๋วกงทีละก้าวๆ ด้วยฝีเท้ามั่นคงชั่วอึดใจนั้น ร่างบอบบางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย นางจับเสื้อเขาเอาไว้แน่น น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาทีละหยดตกต้องบ่าของคุณชายใหญ่แห่งจวนเฉินกั๋วกง“จำไว้ หรงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาที่นี่ได้เสมอ” พี่ชายนาง เฉินจิ้งอี้ พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าได้กลัว อย่าได้กังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จวนเฉินกั๋วกงและพี่ใหญ่จะยืนเคียงข้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 156

    อนุหาน หานชิงเยว่ รีบฉวยโอกาสขณะเฉินกั๋วกงกำลังรับคำแสดงความยินดีจากอดีตเสนาบดีสวีผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของสวีหวงโฮ่ว ซึ่งกำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และท่านปู่กับท่านลุงของนาง มุ่งหน้าไปบอกกล่าวหว่านล้อมขออนุญาตให้ ‘บุตรสาว’ อีกสี่คนสามารถติดตามขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปส่งตัวพี่หญิงน้องหญิงของตนออกเรือนได้ ขณะที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะ เสียงหัวเราะเฮฮาประสมกันเมื่อพี่ชายน้องชายของเจ้าสาวทดสอบว่าที่ท่านเขยของตนเองด้วยปัญหาเชาว์เซียงหรงได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของหลี่จือหลินตอบคำถามแต่ละข้อจนครบ ร่ายบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ ต่อหน้าผู้ทดสอบและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานคนอื่นๆเสียงของผู้คนมากมายเริ่มย้ายไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อหลี่จือหลิน ต้องคำนับบรรพบุรุษในจวนกั๋วกงเพื่อบอกกล่าวว่าเขาได้มารับเจ้าสาวสกุลเฉินแล้ว แล้วจึงกลับมารอเจ้าสาวของตนที่หน้าห้องโถงพิธี รอให้นางออกไปกราบไหว้บิดามารดาอีกครั้งแล้วจึงออกขบวนเซียงหรงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหวไปตามการจับจูงของผู้คน เริ่มจากฟูเหรินมงคล จากนั้นก็เป็นมือใหญ่ของหลี่จือหลินที่รอรับอยู่อย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะพานางไปกราบไหว้บิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status