Share

บทที่ 133

Penulis: Karawek House
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-18 16:12:29

ดวงตะวันลอยต่ำลงเหนือท้องฟ้าสีทองอบอุ่น แสงสุดท้ายสาดส่องทั่วลานหมู่บ้านที่คลาคล่ำไปด้วยสตรีหลายคนและชายชราอีกสามสี่คนซึ่งกำลังร่วมมือกันเตรียมอาหารเย็น บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมิตรไมตรี มีเสียงพูดคุยแผ่วเบาสลับเสียงหัวเราะประปราย ภาพเด็กเล็กวิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงสดใสผสานจังหวะการสับผักบนเขียงอย่างกลมกลืน ช่างงดงามและพาให้สุขใจยิ่งนัก

ใต้ร่มเงาของต้นหม่อนใหญ่ โต๊ะไม้กว้างแข็งแรงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของกิจกรรม หญิงสาวผู้มีรูปลักษณ์อ่อนช้อยละมุนละไมแต่แววตามุ่งมั่นกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าชาวบ้าน แขนเสื้อของนางถกขึ้นสูง  สองมือของนางเปื้อนแป้งสีขาว ดูโดดเด่น งดงาม แต่กลมกลืน

ตอนนี้เซียงหรงกำลังเรียนรู้การทำขนมข้าวเหนียวไส้พุทรา

“แม่หนู เจ้าต้องกดแป้งให้แน่นกว่านี้หน่อย” ป้าหวู่ หญิงร่างอวบที่มีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและรอยยิ้มอบอุ่น บอกพลางก้าวมายืนเคียงข้างนาง มือของป้าหวู่ช่วยประคองมือนางขณะนวดแป้งข้าวเหนียวที่เหนียวหนืดจนเริ่มอ่อนตัว “ขนมข้าวเหนียวต้องนุ่มแต่มั่นคงเหมือนเนื้อหนังที่ดี ไม่มีใครชอบขนมที่ทั้งเหลวทั้งยวบหรอกนะ!”

เสียงหัวเราะของผู้คนดังขึ้นทั่วบริเวณ เซียงหรงพยายามกลั้นยิ้มขณะกดแป้งด้วยแรงที่มากขึ้น

ป้าหวู่ยิ้มอย่างใจดี มือของนางปั้นแป้งเป็นก้อนกลมเล็กๆ อย่างชำนาญ “เมื่อแป้งเนียนดีแล้ว เราก็จะเติมสิ่งนี้ลงไป” นางกล่าวพลางยกถ้วยเล็กที่บรรจุไส้พุทราสีแดงเข้ม “รสหวานนี้ เพื่อเตือนใจว่า แม้จะเป็นวันที่หนักหนาเพียงใด ก็สามารถบรรเทาได้ด้วยความสุขเล็กๆ น้อยๆ”

เซียงหรงทำตามอย่างตั้งใจ นางหยิบแป้งเล็กน้อย ปั้นเป็นก้อนกลม แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกดเบาๆ ลงกลางก้อนแป้ง จากนั้นค่อยๆ ตักไส้พุทรากลิ่นหอมลงไป ก่อนจะปิดริมขอบแป้งให้สนิท ลูบไล้จนเรียบเนียน

“ไม่เลวเลย” ป้าหวู่พยักหน้าให้กำลังใจ “ทำถูกแล้ว อย่ากลัวที่จะใช้มือของเจ้า แป้งนี่มันไม่กัดเจ้าหรอก”

ขนมข้าวเหนียวถูกวางเรียงในซึ้งไม้ไผ่ ผิวสีขาวหม่นของมันแต่งแต้มด้วยคราบแป้งบางๆ หลังซึ้งถูกนำไปวางบนหม้อน้ำเดือด ไม่นานนัก กลิ่นข้าวเหนียวหอมอ่อนและไส้พุทราก็เริ่มโชยอบอวล

เมื่อขนมสุก ผิวมันเงาน่ากิน ป้าหวู่หยิบชิ้นหนึ่งยื่นให้เซียงหรง

“ลองชิมดูสิ ผลงานของเจ้าเอง”

“เจ้าค่ะ” เซียงหรงรับขนมมา ยกขึ้นกัดชิมอย่างแผ่วเบา

เนื้อแป้งหนึบเคี้ยวสนุก เข้ากันดีกับไส้พุทราหวานละมุน กลิ่นหอมหวานละไม...รสดียิ่ง! เซียงหรงยิ้มน้อยๆ อย่างสุขใจ

“อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงเบา

“มันไม่ใช่แค่รสชาติหรอกนะ” ป้าหวู่ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แต่เป็นความตั้งใจและความใส่ใจที่เจ้าใส่ลงไปต่างหาก ที่ทำให้อาหารนี้พิเศษ”

ยามนี้เซียงหรงไม่เพียงรู้สึกอุ่นที่กระเพราะ แต่ยังอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ

ที่อีกฟากของโต๊ะ ลุงหลิวกำลังสอนเด็กๆ กลุ่มหนึ่งทอดแผ่นแป้งต้นหอม เซียงหรงเห็นเด็กๆ มองดูท่านลุงหลิวด้วยสายตาเป็นประกายก็อดเดินเข้าไปร่วมวงด้วยอีกคนไม่ได้

“เคล็ดลับอยู่ที่การซ้อนชั้น” ลุงหลิวอธิบาย ขณะรีดแป้งเป็นแผ่นบางและโรยต้นหอมสับอย่างไม่หวง “เจ้าต้องพับ บีบ แล้วรีดซ้ำ นี่แหละทำให้แป้งกรอบเป็นชั้น ๆ”

เซียงหรงรีบถามด้วยความสนใจ “ท่านลุง ข้าขอลองทำด้วยคนได้ไหมเจ้าคะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 161

    “แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 160

    องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 159

    เซียงหรงถูกพาไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าคลุมสีแดงปักลายยวนยาง ตอนนั้นเองที่จวิ้นหวังเฟยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมบุตรชายที่ยามนี้ทุกคนในตำหนักได้เห็นแล้วว่าจ๋างจื่อของพวกตนช่างยิ้มได้งดงามนัก จวิ้นหวังเฟยรับจานเกี๊ยวมาจากแม่สื่อ ก่อนคีบป้อนสะใภ้หมาดๆ ของตนเองผ่านผ้าคลุมหน้า เซียงหรงได้แต่อ้าปากรับ ก่อนจะเคี้ยวแล้วเบิกตาโพลง …คายออกได้หรือไม่ มันยังดิบอยู่เลย... จวิ้นหวังเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนถาม “ดิบหรือไม่” เซียงหรงไม่กล้าเบ้ปาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ดิบเจ้าค่ะ” “ดีแล้ว ดิบก็ดีแล้ว” สตรีที่แต่งงานแล้วทุกคนในที่นั้นหัวเราะเสียงใส ก่อนที่พระชายาจะวางเกี๊ยวกลับไปให้กับแม่สื่อ “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด จือหลิน เจ้ายังคงต้องไปรับแขกอยู่นะ” “ขอรับท่านแม่” เขาพยักหน้า รอจนกระทั่งมารดาและคนอื่นๆ เดินออกไป หลี่จือหลินจึงหันกลับมาหาเจ้าสาวของตนเองอีกครั้ง พลางยกน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ “ค่อยๆ ดื่ม อาหารเหล่านี้เจ้ากินได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องรอข้ากลับมาหรอก หากง่วงก็นอนก่อนเสีย” “…เกี๊ยวเมื่อครู่ไม่เห็นอร่อยสักน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 158

    เฉินเหม่ยลี่กับเฉินชิวเยว่ ผู้หนึ่งเตรียมตัวก่อเรื่อง ผู้หนึ่งหวังชมเรื่องสนุก ต่างฝ่ายต่างแย้มยิ้มให้กันขณะนั่งร่วมเกี้ยวเล็กๆ ตามเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ดูรักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างมาก จนเฉินเหม่ยเซียงและเฉินหมิงเยว่อดตะขิดตะขวงใจแทนไม่ได้ขบวนแห่เจ้าสาวครั้งนี้ยาวเหยียด มีผู้คนมาโห่ร้องยินดีมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเห็นขบวนสินเดิมเจ้าสาวที่กล่าวกันว่ายาวหลายลี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อบ้านของตำหนักจวิ้นหวังช่างมือหนัก โปรยเหรียญมงคลให้กับผู้ที่อำนวยพรคู่บ่าวสาวไม่หยุดหย่อนเพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคำอวยพรยินดี มาถึงตรงนี้ เหล่าบุตรสาวสกุลเฉินในเกี้ยวต่างสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาฉายแววริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง แม้เฉินชิวเยว่เองจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยไปกว่าเฉินเซียงหรงที่ใด ซ้ำคู่ครองในอนาคตของนาง ก็ยังเป็นถึงผู้สูงศักดิ์ที่จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังอย่างหลี่จือหลินเทียบไม่ติด แต่นางกลับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าองค์ชายสามจะทุ่มเทให้กับนาง ดังเช่นที่จวิ้นหวังจ๋างจื่อทำให้น้องสามสารเลวสมควรตายหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเฉินเหม่ยลี่ ที่ยามนี้ผ้าเช็ดหน้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 157

    เซียงหรงเม้มปากแน่น แต่นางถอยหลังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นแม้ว่าเทียนจินในยามนี้จะมิได้เคร่งครัดในเรื่องการยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกเช่นรัชสมัยอื่นๆ แต่ว่านางก็หวังไม่ให้บิดาดำเนินไปในทางผิดมากกว่านี้...อนุหานไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนกั๋วกงได้จริงๆเซียงหรงตามองจมูก จมูกมองใจ [1]นางได้ยินเสียงบิดาพูดอวยพร ทว่ากลับฟังไม่รู้ความแล้วสักคำนางไร้มารดา จึงมีเพียงแต่ป้ายวิญญาณเท่านั้นที่นางเคารพกราบไหว้แม้ว่าอนุหานจะนั่งอยู่ด้านข้างเฉินกั๋วกง สวมชุดสีเดียวกับอาทิตย์อัสดงที่เกือบคล้ายสีแดงสด ทว่าอนุผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการคารวะจากคุณหนูสายตรงเช่นนางกว่าที่เซียงหรงจะรู้ตัวอีกที ก็ถูกพี่ชายใหญ่แบกขึ้นหลัง พาเดินออกจากจวนกั๋วกงทีละก้าวๆ ด้วยฝีเท้ามั่นคงชั่วอึดใจนั้น ร่างบอบบางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย นางจับเสื้อเขาเอาไว้แน่น น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาทีละหยดตกต้องบ่าของคุณชายใหญ่แห่งจวนเฉินกั๋วกง“จำไว้ หรงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาที่นี่ได้เสมอ” พี่ชายนาง เฉินจิ้งอี้ พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าได้กลัว อย่าได้กังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จวนเฉินกั๋วกงและพี่ใหญ่จะยืนเคียงข้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 156

    อนุหาน หานชิงเยว่ รีบฉวยโอกาสขณะเฉินกั๋วกงกำลังรับคำแสดงความยินดีจากอดีตเสนาบดีสวีผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของสวีหวงโฮ่ว ซึ่งกำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และท่านปู่กับท่านลุงของนาง มุ่งหน้าไปบอกกล่าวหว่านล้อมขออนุญาตให้ ‘บุตรสาว’ อีกสี่คนสามารถติดตามขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปส่งตัวพี่หญิงน้องหญิงของตนออกเรือนได้ ขณะที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะ เสียงหัวเราะเฮฮาประสมกันเมื่อพี่ชายน้องชายของเจ้าสาวทดสอบว่าที่ท่านเขยของตนเองด้วยปัญหาเชาว์เซียงหรงได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของหลี่จือหลินตอบคำถามแต่ละข้อจนครบ ร่ายบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ ต่อหน้าผู้ทดสอบและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานคนอื่นๆเสียงของผู้คนมากมายเริ่มย้ายไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อหลี่จือหลิน ต้องคำนับบรรพบุรุษในจวนกั๋วกงเพื่อบอกกล่าวว่าเขาได้มารับเจ้าสาวสกุลเฉินแล้ว แล้วจึงกลับมารอเจ้าสาวของตนที่หน้าห้องโถงพิธี รอให้นางออกไปกราบไหว้บิดามารดาอีกครั้งแล้วจึงออกขบวนเซียงหรงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหวไปตามการจับจูงของผู้คน เริ่มจากฟูเหรินมงคล จากนั้นก็เป็นมือใหญ่ของหลี่จือหลินที่รอรับอยู่อย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะพานางไปกราบไหว้บิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status