مشاركة

บทที่ 14

مؤلف: Karawek House
last update تاريخ النشر: 2025-08-15 11:50:42

เซียงหรงพยายามกวาดตามองหาพี่หญิงรอง น้องสี่ ท่านพ่อ และพี่ชายใหญ่ ทว่ากลับมองไม่เห็นใครสักคนแม้เงา

“เป็นอะไรไป” เจ้าของร้านพลันรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

หรือเด็กสาวคนนี้จะพลัดหลงกับสาวใช้?

ประเดี๋ยวนะ...เด็กสาวผู้นี้มีเงินติดตัวมาหรือไม่ ได้ยินมาว่าพวกคุณหนูตัวน้อยเช่นนี้มักไม่ค่อยพกถุงเงิน เป็นหญิงรับใช้ต่างหากที่คอยดูแลชำระค่าสินค้าต่างๆ ให้พวกนาง...หากนางพลัดหลงกับสาวใช้และครอบครัวจริง เช่นนั้นความหวังที่จะได้เงินห้าตำลึงของตนคงหมดลงแล้ว! ไม่ถูก อย่าว่าแต่ห้าตำลึงเลย กับแค่เงินห้าอีแปะนางจะมีจ่ายให้หรือไม่ก็ยังไม่รู้!

เจ้าของร้านพลันหงุดหงิดขึ้นมา วันนี้ค้าขายไม่ดียังไม่พอ ยังถูกคุณหนูตัวน้อยไม่รู้ความจากเรือนใดก็ไม่รู้มาก่อกวนเช่นนี้อีก!

เขารีบเอ่ยเสียงแข็ง “คุณหนู จะไม่เอาถังหูลู่ทั้งหมดนี้แล้วก็ไม่เป็นไร ทว่าถังหูลู่ที่ท่านทำตกพื้นไม้นั้นเป็นของซื้อของขาย ท่านจะเก็บขึ้นมากินหรือไม่ล้วนไม่สำคัญ ทว่าท่านสมควรจ่ายค่าถังหูลู่ไม้นั้นมา” เจ้าของร้านแบมือ กระดิกนิ้ว เอ่ยเสียงขรึม “ข้าคิดค่าเสียหายกับค่าเสียเวลารวมทั้งหมดห้าอีแปะก็แล้วกัน! กับแค่เงินห้าอีแปะ อย่าบอกเชียวนะว่าคุณหนูเช่นเจ้าก็ยังไม่มี!”

เห็นเซียงหรงน้ำตาคลอเต็มนัยน์ตา เจ้าของร้านก็แน่ใจแล้วว่าตนเองคิดถูก

เจ้าของร้านสบถบ่นเสียงดัง “มารดามันเถอะ! หากไม่มีเงินติดตัวก็ไม่สมควรมาก่อกวนที่หน้าร้านของผู้อื่น หลอกล่อเอาถังหูลู่ที่เป็นของซื้อของขายจากคนยากจนหาเช้ากินค่ำเช่นข้า!”

ถูกเจ้าของร้านตวาดเสียงดัง เซียงหรงก็เสียขวัญ หลั่งน้ำตาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เหนือกว่าความกลัว นาง...นางรู้สึกว่าตนเองก่อเรื่องเข้าแล้ว นาง...นางอาจทำให้จวนเฉินกั๋วกงต้องเสียชื่อ ทำให้ท่านพ่อของตนเองต้องอับอายขายหน้า!

จู่ๆ เจ้าของร้านขายถังหูลู่ทำเด็กสาวตัวน้อยร้องไห้ ใบหน้างดงามจิ้มลิ้มของนางมีน้ำตาสีใสหลั่งเป็นสาย ทั้งดูน่าสงสารเห็นใจและงดงามราวกับภาพวาด

ธรรมดาแล้ว คนเรามักชมชอบสิ่งงดงาม และมีจิตใจเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายที่ดูอ่อนแอน่าสงสาร ยามนี้ต้องมาเห็นคุณหนูตัวน้อยที่งดงามถูกเจ้าของร้านร่างยักษ์ ใจจืดใจดำ ดุด่าว่ากล่าว พวกเขาต่างสงสารเห็นใจคุณหนูตัวน้อยเป็นอย่างยิ่ง

ตอนนั้นเอง จอมยุทธ์ที่ยังหนุ่มแน่นในชุดสีขาวพิสุทธ์ก็ร่อนลงมาจากระเบียงชั้นสองของหออี้หลวน ร้านอาหารชื่อดังของเมืองหลวง

จอมยุทธ์ท่านนั้นเดินเข้ามาบังร่างเซียงหรงไว้ ส่งผ้าเช็ดหน้าให้นางเช็ดน้ำตา ยื่นเงินห้าอีแปะให้เถ้าแก่

“นี่เงินห้าอีแปะของเจ้า” เขายังหยิบถังหูลู่ไม้ใหญ่ที่ดูสะอาดสะอี่ขึ้นมาอีกหนึ่งไม้ กล่าวเสียงดัง “ถังหูลู่ร้านเจ้าไม้เดียวก็ราคาห้าอีแปะแล้ว? นี่ไม่นับว่าขูดรีดกันเกินไปงั้นรึ? ข้าจะเอาถังหูลู่ไม้นี้ไปด้วย หากห้าอีแปะนั้นไม่พอจ่าย เจ้าก็ตามไปเก็บเงินข้า หลี่จือหลิน ที่ตำหนักจวิ้นหวังก็แล้วกัน!”

ที่นี่มีแสงโคมเพียงสลัวๆ แต่แรกผู้คนจึงไม่ใคร่จะแน่ใจนัก ทว่าเพียงได้ยินคำว่าตำหนักจวิ้นหวัง และนาม ‘หลี่จือหลิน’ แต่ละคนรวมถึงเจ้าของร้านก็ล้วนคาดเดาได้ทันที

เป็นผู้แซ่หลี่ ในชื่อมีสองคำว่าจือหลิน ทั่วทั้งร่างสวมชุดขาวพิสุทธิ์เช่นนี้...เป็นวรยุทธเช่นนี้...ทั้งยังกล้าอ้างถึงตำหนักจวิ้นหวังอย่างเต็มปากเต็มคำเช่นนี้...

ไม่ผิดแล้ว...นี่ก็คือจวิ้นหวังจ๋างจื่อ!

โอ้ยหยา!

เจ้าของร้านที่เมื่อครู่ยังวางก้ามใหญ่โตพลันไหล่ตกมือไม้สั่น

เขาฝืนยิ้ม กล่าวออกมาเสียงเบา “เงินตั้งห้าอีแปะที่ไหนจะไม่พอ...อย่าว่าแต่ถังหูลู่สองไม้เลย หากจ๋างจื่อต้องการ ข้ายินดีมอบถังหูลู่เหล่านี้ให้ท่านทั้งหมดก็ยังได้!”

ร้านค้าทั้งหมดในแถบนี้ ล้วนเป็นของตระกูลจวิ้นหวังจ๋างจื่อผู้นี้ทั้งสิ้น กระทั่งที่ทางที่พ่อค้าอย่างตนตั้งแผงอยู่ในตอนนี้ ก็ยังได้มาด้วยการขอแบ่งเช่าที่ทางหน้าร้านของผู้เช่าอาคารร้านค้าจากตระกูลจวิ้นหวังรายหนึ่ง หากวันนี้มีเรื่องกับจวิ้นหวังจ๋างจื่อ ต่อไปภายภาคหน้า คงไม่มีเจ้าของอาคารร้านรวงใด ให้คนหาเช้ากินค่ำอย่างตนเช่าที่ทางมายืนค้าขายเช่นนี้แล้ว!

หลี่จือหลินแย้มรอยยิ้มที่ไม่พาดผ่านไปถึงดวงตา กล่าวเสียงขรึม

“ข้าที่ไหนจะต้องการถังหูลู่มากมายถึงเพียงนั้น ล้วนเป็นของซื้อของขาย เถ้าแก่ก็อย่าได้เกรงอกเกรงใจผู้อ่อนอาวุโสเช่นข้าเกินไปนัก”

จวิ้นหวังจ๋างจื่อกล่าวว่าตนเองอ่อนอาวุโส เรียกตัวเขาว่าเถ้าแก่ คนหาเช้ากินค่ำเช่นเขาที่ไหนเลยจะกล้ารับ!

เจ้าของร้านขายถังหูลู่รีบค้อมกายคำนับ “จ๋างจื่อเกรงใจเกินไปแล้ว จ๋างจื่อเกรงใจเกินไปแล้ว...” ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับกลัวว่าถ้าพูดน้อยเกินไป จะดูไม่จริงใจมากพอ

จัดการปัญหาตรงหน้าแล้ว ผู้ที่ถูกทุกคนรู้แล้วว่าเป็นจวิ้นหวังจ๋างจื่อ นาม หลี่จือหลิน ก็จูงมือเซียงหรงที่พยายามกลั้นน้ำตาสุดกำลัง เดินแหวกฝูงชนจากไปทันที

เซียงหรงแม้รู้ดีว่าไม่ควรเดินตามคนแปลกหน้าไปง่ายๆ ทว่า ฟังจากที่คนเหล่านี้เรียกขาน ไม่แน่ว่าพี่ชายท่านนี้จะเป็นบุตรชายของท่านลุงของนางที่เป็นจวิ้นหวังเถี่ยเม่าจื่อ ในเมื่อเป็นบุตรชายของท่านลุงของนางก็เท่ากับว่าคนผู้นี้เป็นพี่ชายของนางคนหนึ่ง เช่นนั้นแล้ว...ตามเขาไปคงไม่ถึงกับเกิดเรื่องไม่ดีใด...

ที่จริงแล้วนางก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนักหรอก ว่าเรื่องไม่ดีที่ว่านั้นคืออะไร ทว่าพี่ซู่ซินเคยสอนนางไว้ว่าไม่ให้เดินตามคนแปลกหน้าไปง่ายๆ มิฉะนั้นอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้ นางจึงจดจำไว้ในใจและระมัดระวังมาตลอด ก็นางน่ะ...เป็นเด็กดีนี่นา...

อืม...เดาว่าพี่ชายใจดีท่านนี้คงคิดจะพานางกลับไปส่งให้ครอบครัวกระมัง? เสี่ยวเซียงหรงเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้กล่าวอะไรสักนิด การเดินผ่านผู้คนที่ล้วนหลีกทางให้อย่างใจดีจึงเป็นไปอย่างเงียบงัน

คาดไม่ถึงว่าเมื่อเดินมาถึงตีนสะพานที่ผู้คนไม่จอแจนัก พี่ชายท่านนี้จะหยุดเดิน ย่อตัวลงสบตานาง เขามองใบหูซ้ายของนางเล็กน้อย ไม่แน่ว่าจะมองแต้มไฝเม็ดเล็กสีชาดของนางที่น้อยคนนักจะสังเกตเห็น จากนั้นก็ไล้ปลายนิ้วสัมผัสกำไลหยกขาวโลหิตที่นางห้อยคอไว้ใต้เสื้อ ก่อนแย้มรอยยิ้มงดงามเจิดจ้า ส่งถังหูลู่มาให้ พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูยียวนกวนอารมณ์อย่างน่าประหลาด

“ในที่สุดก็ได้พบหน้ากันจนได้...น้องสาวตัวน้อย...”

เซียงหรงงุนงง ได้แต่กะพริบตาปริบๆ

พี่ชายท่านนี้...พี่ชายท่านนี้รู้ได้อย่างไรว่านางห้อยกำไลหยกขาวโลหิตไว้ใต้เสื้อ? หรือผู้เป็นวรยุทธก็ล้วนมีสายตาเฉียบคมเช่นนี้?

อา...คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง...?

ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ จู่ๆ นางก็รู้สึกว่ากำไลหยกขาวโลหิตที่ห้อยคอเอาไว้เกิดอุ่นวาบขึ้นมา...

ไม่ถูก ไม่ใช่กำไลหยกขาวโลหิตที่อยู่ใต้เสื้อ ที่อุ่นขึ้นคือหัวใจดวงน้อยในช่องอกนางต่างหาก

เอ...เพราะอะไรกันนะ?

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ...

จู่ๆ เซียงหรงก็เกิดนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้

ไม่ใช่ว่าท่านลุงจวิ้นหวังของนางคิดหมั้นหมายนางให้บุตรชายเพียงคนเดียว...ซึ่งก็คือพี่ชายจวิ้นหวังจ๋างจื่อท่านนี้หรอกหรือ?

อั๋ยหยา!

“ข้าไม่แต่งให้ท่านนะ!!!” นางรีบร้องบอกทันที

เซียงหรงจะสลัดมือวิ่งหนี กลับถูกจับมือน้อยๆ ไว้แน่น

เห็นรอยยิ้มงดงามเจิดจ้าที่เปลี่ยนเป็นชวนขนลุกในชั่วอึดใจ นางก็เริ่มจะเสียใจแล้วที่ไม่กระทำตามคำสอนของพี่ซู่ซินอย่างเคร่งครัด

เดิน...เดินตามคนแปลกหน้ามาเช่นนี้ จะเกิดเรื่องไม่ดีตามมาจริงๆ ด้วย!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 186

    ทว่า...ถึงขั้นมีบุตรชายบุตรสาวด้วยกันแล้ว บิดาก็ยังไม่มีใจรักใคร่ผูกพันต่อท่านแม่และอนุจาง อนุซู บ้างเลยหรือ? ไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม มารดาก็ขยับริมฝีปากเล่าต่อไป ไม่สนใจนางสักนิด คล้ายกำลังจ่อมจงลงในอดีต เฉินชิวเยว่จึงทำเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยขัด“หลี่เซียงเหลียนก็เหมือนเฉินเซียงหรงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เป็นโฉมงามยอดเมธีผู้บริสุทธิ์งดงาม จิตใจใสสะอาด...ครั้นเมื่อรับอนุภรรยาเข้ามาถึงสามคน ตนเองกลับตั้งครรภ์ นางไม่เพียงไม่ตีอกชกลม ยังเผื่อแผ่บิดาเจ้ามาให้ข้า ซูเหมยเหนียง จางเหม่ยเหมย ราวกับจะทำทาน บิดาเจ้าถูกหลี่เซียงเหลียนผลักไสมากเข้าก็ประชดด้วยการทำตามอย่างนางว่า สุดท้ายซูเหมยเหนียง ข้า กับจางเหม่ยเหมยก็ตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ข้ามีเจ้า ส่วนจางเหม่ยเหมยก็มีเฉินเหม่ยลี่...นังแพศยาสารเลวที่ยามนี้ยังตามไปรบกวนชีวิตเจ้าถึงในวัง”ฟังถึงตรงนี้ เฉินชิวเยว่ก็แค้นใจยิ่งนัก นางพึมพำเสียงเบา “ฟ้าส่งให้ข้ามาเกิดก็พอแล้ว เหตุใดยังต้องส่งเฉินเหม่ยลี่มาเกิดในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนั้นด้วย!”อนุหานแค่นหัวเราะ แต่ไม่รู้ว่าเยาะเย้ยผู้ใดกันแน่ นางเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม ทว่าในเนื้อเสียงแฝงความ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 185

    วันที่สาม เจ้าสาวต้องกลับบ้านเดิมเดิมองค์ชายสามควรกลับบ้านมาด้วยกันกับเฉินชิวเยว่ ทว่าเขากลับติดภารกิจ ต้องเดินทางออกนอกเมืองกะทันหัน จึงให้ชายาของตนเองกลับไปยังจวนเฉินกั๋วกงเพียงลำพังแม้ว่าเฉินชิวเยว่จะขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย ทว่านางไม่ได้แสดงออกมากนักอีกประการหนึ่ง การที่นางได้กลับบ้านเดิมเพียงลำพัง กลับสะดวกต่อนางนักสองวันที่ผ่านมาองค์ชายเอาแต่คลอเคลียอยู่กับเฉินเหม่ยลี่ไม่ยอมห่าง ด้วยเห่อบุตรคนโตที่เกิดจากท้องของนางคนชั้นต่ำนั่นยิ่งนัก แต่ละวันคอยพะเน้าพะนอเอาใจเฉินเหม่ยลี่ไม่ห่าง จนกระทั่งดึกดื่นจึงได้กลับมายังห้องหอ รสชาติของการถูกกระทำราวกับตนเป็นเพียงอนุเสียเองเช่นนี้ ทำให้เฉินชิวเยว่สุดจะทนนางทนไม่ได้ และจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วด้วย!สองวันมานี้สร้างความเคียดแค้นจนถึงขั้นหมายเอาชีวิตเฉินเหม่ยลี่เฉินชิวเยว่ตรึกตรองหาหนทาง ก่อนที่ใจจะคิดถึงการตายที่มีเงื่อนงำของฟูเหรินจวนสกุลเฉินนางไม่เคยกล้าคิดมาก่อน แต่เมื่อตอนที่มารดาพูดถึงเรื่องการตายของท่านย่า...หากท่านย่ายัง...แล้วมารดาของเฉินเซียงหรงเล่า...หานชิงเยว่ได้แต่ทอดถอนใจเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเองไม่ได้มีความสุขเท่าที่เคย ทั้ง

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 184

    ทว่าชั่วขณะนั้นเอง ทุกอย่างก็พลิกผันเฉินเหม่ยลี่สีหน้าเผือดซีดลงทันควัน มือที่ยื่นถ้วยชาออกไปตกลงกลางทาง น้ำชาร้อนๆ พลันหกรดแขนตนเองจนแดงก่ำทันตาสายตาของคนในห้องหันมาจับจ้องที่เฉินชิวเยว่เป็นตาเดียวเฉินชิวเยว่กัดฟันแน่น แม้จะขุ่นเคืองปานใด แต่ยามนี้นางไม่โง่พอที่จะแสดงออกมา นางรีบทรุดลงนั่งข้างน้องสาว ก่อนเขย่าร่างนั้นพลางเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ“น้องรอง! น้องรอง...เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้ ไปตามหมอมาเร็วเข้า ไม่รู้ว่าเหตุใด ในวันดีๆ ที่ทั่วทั้งตำหนักเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ซ้ำฝ่าบาทและหวงโฮ่วยังเสด็จมาเป็นมิ่งมงคลเช่นนี้ จู่ๆ น้องรองของข้ากลับเป็นลมล้มพับลงไปโดยไร้สาเหตุ!”ชายาจวิ้นหวังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ ขณะที่ชายารัชทายาทเอนตัวเข้าใกล้นางพลางเอ่ยเสียงเบา“ท่านน้า ท่านว่านี่เกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่นะ หวงตี้และหวงโฮ่วประทับอยู่เป็นมงคล แต่นางกลับล้มสลบไปเช่นนี้ หรือว่านางมีเงาอัปมงคลตามติด จึงได้ล้มสลบลงไปเช่นนั้น?”ชายาจวิ้นหวังฟังแล้วได้แต่ยิ้ม ทั้งที่ในใจสบถไปหลายครั้งสตรีโง่งม! มงคลอัปมงคลอะไรกัน มีแต่กลอุบายทั้งนั้น!หมอหลวงที่ตามขบวนเสด็จมารีบรี่มาตรวจอาการโดยพลัน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 183

    “เจ้าว่าองค์ชายไปที่ใดนะ!”“เอ้อ...เรือนของ...เฉินอี๋เหนียงเจ้าค่ะ” หมัวมัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเดิมองค์ชายสามจะรับเฉินอี๋เหนียงเข้ามาโดยไม่สมัครใจนัก ทว่าเฉินอี๋เหนียงกลับอ่อนหวาน ช่างเอาใจ เพียรพยายามชดเชยความบกพร่องของตนด้วยการตามพระทัยองค์ชายไปหมดทุกอย่าง ทั้งยังพูดหวานขานเพราะ ช่างจำนรรจาราวกับนกน้อยก็ไม่ปาน องค์ชายสามที่แม้จะทรงเคยรังเกียจเรือนร่างแปดเปื้อนราคีของนาง เมื่อได้รับการเอาอกเอาใจ ได้รับการปลอบประโลมด้วยถ้อยคำหวานหู...รวมถึงเรื่องในห้องหอที่ถึงทรวงอย่างที่สตรีสูงศักดิ์อ่อนเดียงสาไม่อาจมอบให้ได้ เพียงเท่านั้นองค์ชายสามก็แทบจะเคล้าคลอนางทุกเมื่อเชื่อวันแล้วยามนี้บ่าวไพร่ในตำหนักองค์ชายสาม ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่า จะล่วงเกินอี๋เหนียงคนใดขององค์ชายสามก็ได้ แต่ห้ามทำให้เฉินอี๋เหนียงขุ่นเคืองใจแม้สักนิดเป็นอันขาด“เฉินเหม่ยลี่...” เฉินชิวเยว่พึมพำเสียงสั่น จิกเล็บลงกับฝ่ามือ อยากจะกรีดร้องออกมาเสียให้ดังๆ ทว่ารู้ดีว่าแม้ตนเองจะเข้าตำหนักมาในฐานะต้าหวังเฟย นางก็เพิ่งจะแต่งเข้ามาในตำหนัก ขายังไม่อาจ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 182

    ขบวนทัพเรียบง่ายใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ขณะที่ขบวนเจ้าสาวที่ออกจากจวนเฉินกั๋วกงในเวลาเดียวกันนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคลตระการตา ผู้คนสองข้างทางต่างพากันเฝ้าชมวาสนาของจวนเฉินกั๋วกงที่เลี้ยงบุตรสาวได้ดียิ่งนักคนหนึ่งได้กลายเป็นจ๋างจื่อฟูเหรินแห่งตำหนักจวิ้นหวัง อีกคนโผบินสู่กิ่งไม้ที่สูงและมั่นคงยิ่งกว่า ด้วยการแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสาม องค์ชายเพียงผู้เดียวที่ถือกำเนิดจากหวงโฮ่ว กลายเป็นต้าหวังเฟยอันทรงเกียรติของตำหนักนั้นเฉินชิวเยว่ยามนี้ไม่รู้สึกอิจฉาเฉินเซียงหรงสักนิดเป็นดังคำที่มารดากล่าวไม่มีผิด...อีกฝ่ายจะเป็นคุณหนูที่ถือกำเนิดจากฟูเหรินของจวนแล้วอย่างไร นางเป็นลูกอนุผู้หนึ่งของจวนแล้วอย่างไร ต่อให้เฉินเซียงหรงจะเป็นโฉมงามยอดเมธี แต่สุดท้ายแล้วต่อจากนี้เมื่อเฉินเซียงหรงเห็นนาง ก็ยังต้องน้อมกายคารวะ ต้องเรียกนางว่า ‘พระชายาสาม’ อย่างนอบน้อมมิใช่หรือ?ไหนจะเรื่องที่ตอนนี้หลี่จือหลินซึ่งเคยเป็นคุณชายอันดับหนึ่งที่สตรีทั้งหลายปรารถนาจะแต่งให้ กลับต้องไปออกศึก ฝ่าทะเลคมหอกคมดาบที่ไร้ตา ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาครบส่วนหรือไม่...หรือหากเคราะห์ไม่ดีก็อาจจะไม่ได้กลับมาด้วยซ้ำ นางจะยังสนใจคน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 181

    วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ หลังจากยืนยันได้แน่ชัดว่าเทียนเฉามีการเตรียมทัพ ทางเทียนจินเองก็ต้องจัดการป้องกันตนอย่างรวดเร็ว การเตรียมเสบียงทัพและการเกณฑ์ทหารใช้เวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น ทัพหลวงก็สามารถออกเดินทางไปยังชายแดนได้แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่จือหลินผู้เป็นนายทัพต้องยุ่งวุ่นวายสายตัวแทบขาด นอกจากจะต้องตรวจเสบียงทัพและเรื่องกองกำลังต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นเรื่องเครื่องนุ่งห่มของทหาร เรื่องอาวุธที่กำลังหลอม เขาก็ยังต้องตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสกินตามน้ำ หาเศษหาเลยกับการยกทัพไปชายแดนทว่าแม้จะยุ่งวุ่นวายปานใด เขาก็ยังหาเวลามาคลอเคลียกับภรรยาตัวน้อยไม่เว้นวาย แม้จะเป็นเพียงเวลาหนึ่งหรือครึ่งชั่วยามก็ไม่เคยปล่อยให้เสียเปล่าสองสามีภรรยายามนี้นับได้ว่ารักใคร่ปรองดองกันยิ่งนัก...อย่างน้อยก็ในสายตาของบ่าวไพร่ตำหนักจวิ้นหวังยามเมื่อถึงวันต้องนำทัพออกจากเมืองหลวง เซียงหรงค่อยๆ ส่งเกราะเหล็กให้กับหลี่จือหลินสวมพลางช่วยเขาผูกเกราะอย่างเบามือ“สนามรบคมดาบไร้ตา ท่านต้องระวังตัวให้มาก” นางพูดเบาๆ พลางผูกสายรัดเกราะด้านข้างให

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 38

    “เช่นนั้นมาเดิมพันกันหรือไม่” บุรุษต่างถิ่นหนวดเครารกครึ้มกล่าวพลางควงถุงเงินในมือเล่น “ข้าเดิมพันข้างคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง เฉินเซียงหรง ด้วยเงินถุงนี้ทั้งถุง”เหล่าบุรุษตรงหน้าเขาได้ยินแล้วกลับหัวเราะออกมา ผู้ที่คล้ายร่ำรวยที่สุดในกลุ่มกล่าวอย่างใจกว้าง “พี่

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 37

    ผู้ออกปากปรามเห็นเช่นนี้แล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ บ่นพลางเบือนหน้าหนี “...ปากพวกเจ้านี่นะ...เอา เอา เชิญพวกเจ้าสนทนากันตามสบาย อีกไม่ถึงครึ่งเค่อยามก็จะเริ่มประลองหมากแล้วกระมัง ดูสิ เหล่านางกำนัลจากในวังเริ่มยกเบาะรองนั่ง โถใส่หมาก และกระดาน ออกมากันแล้ว ป้ายไม้ที่ใช้จับคู่ประชันฝีมือก็ถูกนำมาว

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 36

    “หรงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์!” ผู้เป็นป้าสะใภ้พยายามบีบมือนางเรียกสติเซียงหรงพลันรู้ตัวว่าเผลอนึกถึงเรื่องฝังใจในอดีตอีกครั้งแล้ว นางรีบปรับสีหน้า แย้มยิ้ม กล่าวเสียงนุ่ม “ดูสิ...หลายปีมานี้หรงเอ๋อร์ไม่ได้ก้าวขาออกนอกจวนเลยสักก้าว เพียงเห็นผู้คนมากหน่อยก็หวาดกลัวจนตัวสั่น หรงเอ๋

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 35

    “ถูกแล้ว...”จวิ้นหวังเฟยแย้มยิ้มก่อนค่อยๆ อธิบาย “เนื่องจากระยะนี้ไท่โฮ่วบรรทมไม่เป็นสุข มักทรงพระสุบินถึงก็แต่เรื่องร้ายๆ หวงโฮ่วซึ่งถูกเหล่าราชบัณฑิตกราบบังคมทูลเชิญให้เสด็จเป็นองค์ประธานในงานเทศกาลชมบุปผาเป็นผู้มีความกตัญญูเป็นอย่างยิ่ง ทรงคิดเผื่อไท่โฮ่ว ปรารถนาจะนำเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status