Share

บทที่ 14

Author: Karawek House
last update publish date: 2025-08-15 11:50:42

เซียงหรงพยายามกวาดตามองหาพี่หญิงรอง น้องสี่ ท่านพ่อ และพี่ชายใหญ่ ทว่ากลับมองไม่เห็นใครสักคนแม้เงา

“เป็นอะไรไป” เจ้าของร้านพลันรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

หรือเด็กสาวคนนี้จะพลัดหลงกับสาวใช้?

ประเดี๋ยวนะ...เด็กสาวผู้นี้มีเงินติดตัวมาหรือไม่ ได้ยินมาว่าพวกคุณหนูตัวน้อยเช่นนี้มักไม่ค่อยพกถุงเงิน เป็นหญิงรับใช้ต่างหากที่คอยดูแลชำระค่าสินค้าต่างๆ ให้พวกนาง...หากนางพลัดหลงกับสาวใช้และครอบครัวจริง เช่นนั้นความหวังที่จะได้เงินห้าตำลึงของตนคงหมดลงแล้ว! ไม่ถูก อย่าว่าแต่ห้าตำลึงเลย กับแค่เงินห้าอีแปะนางจะมีจ่ายให้หรือไม่ก็ยังไม่รู้!

เจ้าของร้านพลันหงุดหงิดขึ้นมา วันนี้ค้าขายไม่ดียังไม่พอ ยังถูกคุณหนูตัวน้อยไม่รู้ความจากเรือนใดก็ไม่รู้มาก่อกวนเช่นนี้อีก!

เขารีบเอ่ยเสียงแข็ง “คุณหนู จะไม่เอาถังหูลู่ทั้งหมดนี้แล้วก็ไม่เป็นไร ทว่าถังหูลู่ที่ท่านทำตกพื้นไม้นั้นเป็นของซื้อของขาย ท่านจะเก็บขึ้นมากินหรือไม่ล้วนไม่สำคัญ ทว่าท่านสมควรจ่ายค่าถังหูลู่ไม้นั้นมา” เจ้าของร้านแบมือ กระดิกนิ้ว เอ่ยเสียงขรึม “ข้าคิดค่าเสียหายกับค่าเสียเวลารวมทั้งหมดห้าอีแปะก็แล้วกัน! กับแค่เงินห้าอีแปะ อย่าบอกเชียวนะว่าคุณหนูเช่นเจ้าก็ยังไม่มี!”

เห็นเซียงหรงน้ำตาคลอเต็มนัยน์ตา เจ้าของร้านก็แน่ใจแล้วว่าตนเองคิดถูก

เจ้าของร้านสบถบ่นเสียงดัง “มารดามันเถอะ! หากไม่มีเงินติดตัวก็ไม่สมควรมาก่อกวนที่หน้าร้านของผู้อื่น หลอกล่อเอาถังหูลู่ที่เป็นของซื้อของขายจากคนยากจนหาเช้ากินค่ำเช่นข้า!”

ถูกเจ้าของร้านตวาดเสียงดัง เซียงหรงก็เสียขวัญ หลั่งน้ำตาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เหนือกว่าความกลัว นาง...นางรู้สึกว่าตนเองก่อเรื่องเข้าแล้ว นาง...นางอาจทำให้จวนเฉินกั๋วกงต้องเสียชื่อ ทำให้ท่านพ่อของตนเองต้องอับอายขายหน้า!

จู่ๆ เจ้าของร้านขายถังหูลู่ทำเด็กสาวตัวน้อยร้องไห้ ใบหน้างดงามจิ้มลิ้มของนางมีน้ำตาสีใสหลั่งเป็นสาย ทั้งดูน่าสงสารเห็นใจและงดงามราวกับภาพวาด

ธรรมดาแล้ว คนเรามักชมชอบสิ่งงดงาม และมีจิตใจเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายที่ดูอ่อนแอน่าสงสาร ยามนี้ต้องมาเห็นคุณหนูตัวน้อยที่งดงามถูกเจ้าของร้านร่างยักษ์ ใจจืดใจดำ ดุด่าว่ากล่าว พวกเขาต่างสงสารเห็นใจคุณหนูตัวน้อยเป็นอย่างยิ่ง

ตอนนั้นเอง จอมยุทธ์ที่ยังหนุ่มแน่นในชุดสีขาวพิสุทธ์ก็ร่อนลงมาจากระเบียงชั้นสองของหออี้หลวน ร้านอาหารชื่อดังของเมืองหลวง

จอมยุทธ์ท่านนั้นเดินเข้ามาบังร่างเซียงหรงไว้ ส่งผ้าเช็ดหน้าให้นางเช็ดน้ำตา ยื่นเงินห้าอีแปะให้เถ้าแก่

“นี่เงินห้าอีแปะของเจ้า” เขายังหยิบถังหูลู่ไม้ใหญ่ที่ดูสะอาดสะอี่ขึ้นมาอีกหนึ่งไม้ กล่าวเสียงดัง “ถังหูลู่ร้านเจ้าไม้เดียวก็ราคาห้าอีแปะแล้ว? นี่ไม่นับว่าขูดรีดกันเกินไปงั้นรึ? ข้าจะเอาถังหูลู่ไม้นี้ไปด้วย หากห้าอีแปะนั้นไม่พอจ่าย เจ้าก็ตามไปเก็บเงินข้า หลี่จือหลิน ที่ตำหนักจวิ้นหวังก็แล้วกัน!”

ที่นี่มีแสงโคมเพียงสลัวๆ แต่แรกผู้คนจึงไม่ใคร่จะแน่ใจนัก ทว่าเพียงได้ยินคำว่าตำหนักจวิ้นหวัง และนาม ‘หลี่จือหลิน’ แต่ละคนรวมถึงเจ้าของร้านก็ล้วนคาดเดาได้ทันที

เป็นผู้แซ่หลี่ ในชื่อมีสองคำว่าจือหลิน ทั่วทั้งร่างสวมชุดขาวพิสุทธิ์เช่นนี้...เป็นวรยุทธเช่นนี้...ทั้งยังกล้าอ้างถึงตำหนักจวิ้นหวังอย่างเต็มปากเต็มคำเช่นนี้...

ไม่ผิดแล้ว...นี่ก็คือจวิ้นหวังจ๋างจื่อ!

โอ้ยหยา!

เจ้าของร้านที่เมื่อครู่ยังวางก้ามใหญ่โตพลันไหล่ตกมือไม้สั่น

เขาฝืนยิ้ม กล่าวออกมาเสียงเบา “เงินตั้งห้าอีแปะที่ไหนจะไม่พอ...อย่าว่าแต่ถังหูลู่สองไม้เลย หากจ๋างจื่อต้องการ ข้ายินดีมอบถังหูลู่เหล่านี้ให้ท่านทั้งหมดก็ยังได้!”

ร้านค้าทั้งหมดในแถบนี้ ล้วนเป็นของตระกูลจวิ้นหวังจ๋างจื่อผู้นี้ทั้งสิ้น กระทั่งที่ทางที่พ่อค้าอย่างตนตั้งแผงอยู่ในตอนนี้ ก็ยังได้มาด้วยการขอแบ่งเช่าที่ทางหน้าร้านของผู้เช่าอาคารร้านค้าจากตระกูลจวิ้นหวังรายหนึ่ง หากวันนี้มีเรื่องกับจวิ้นหวังจ๋างจื่อ ต่อไปภายภาคหน้า คงไม่มีเจ้าของอาคารร้านรวงใด ให้คนหาเช้ากินค่ำอย่างตนเช่าที่ทางมายืนค้าขายเช่นนี้แล้ว!

หลี่จือหลินแย้มรอยยิ้มที่ไม่พาดผ่านไปถึงดวงตา กล่าวเสียงขรึม

“ข้าที่ไหนจะต้องการถังหูลู่มากมายถึงเพียงนั้น ล้วนเป็นของซื้อของขาย เถ้าแก่ก็อย่าได้เกรงอกเกรงใจผู้อ่อนอาวุโสเช่นข้าเกินไปนัก”

จวิ้นหวังจ๋างจื่อกล่าวว่าตนเองอ่อนอาวุโส เรียกตัวเขาว่าเถ้าแก่ คนหาเช้ากินค่ำเช่นเขาที่ไหนเลยจะกล้ารับ!

เจ้าของร้านขายถังหูลู่รีบค้อมกายคำนับ “จ๋างจื่อเกรงใจเกินไปแล้ว จ๋างจื่อเกรงใจเกินไปแล้ว...” ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับกลัวว่าถ้าพูดน้อยเกินไป จะดูไม่จริงใจมากพอ

จัดการปัญหาตรงหน้าแล้ว ผู้ที่ถูกทุกคนรู้แล้วว่าเป็นจวิ้นหวังจ๋างจื่อ นาม หลี่จือหลิน ก็จูงมือเซียงหรงที่พยายามกลั้นน้ำตาสุดกำลัง เดินแหวกฝูงชนจากไปทันที

เซียงหรงแม้รู้ดีว่าไม่ควรเดินตามคนแปลกหน้าไปง่ายๆ ทว่า ฟังจากที่คนเหล่านี้เรียกขาน ไม่แน่ว่าพี่ชายท่านนี้จะเป็นบุตรชายของท่านลุงของนางที่เป็นจวิ้นหวังเถี่ยเม่าจื่อ ในเมื่อเป็นบุตรชายของท่านลุงของนางก็เท่ากับว่าคนผู้นี้เป็นพี่ชายของนางคนหนึ่ง เช่นนั้นแล้ว...ตามเขาไปคงไม่ถึงกับเกิดเรื่องไม่ดีใด...

ที่จริงแล้วนางก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนักหรอก ว่าเรื่องไม่ดีที่ว่านั้นคืออะไร ทว่าพี่ซู่ซินเคยสอนนางไว้ว่าไม่ให้เดินตามคนแปลกหน้าไปง่ายๆ มิฉะนั้นอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้ นางจึงจดจำไว้ในใจและระมัดระวังมาตลอด ก็นางน่ะ...เป็นเด็กดีนี่นา...

อืม...เดาว่าพี่ชายใจดีท่านนี้คงคิดจะพานางกลับไปส่งให้ครอบครัวกระมัง? เสี่ยวเซียงหรงเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้กล่าวอะไรสักนิด การเดินผ่านผู้คนที่ล้วนหลีกทางให้อย่างใจดีจึงเป็นไปอย่างเงียบงัน

คาดไม่ถึงว่าเมื่อเดินมาถึงตีนสะพานที่ผู้คนไม่จอแจนัก พี่ชายท่านนี้จะหยุดเดิน ย่อตัวลงสบตานาง เขามองใบหูซ้ายของนางเล็กน้อย ไม่แน่ว่าจะมองแต้มไฝเม็ดเล็กสีชาดของนางที่น้อยคนนักจะสังเกตเห็น จากนั้นก็ไล้ปลายนิ้วสัมผัสกำไลหยกขาวโลหิตที่นางห้อยคอไว้ใต้เสื้อ ก่อนแย้มรอยยิ้มงดงามเจิดจ้า ส่งถังหูลู่มาให้ พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูยียวนกวนอารมณ์อย่างน่าประหลาด

“ในที่สุดก็ได้พบหน้ากันจนได้...น้องสาวตัวน้อย...”

เซียงหรงงุนงง ได้แต่กะพริบตาปริบๆ

พี่ชายท่านนี้...พี่ชายท่านนี้รู้ได้อย่างไรว่านางห้อยกำไลหยกขาวโลหิตไว้ใต้เสื้อ? หรือผู้เป็นวรยุทธก็ล้วนมีสายตาเฉียบคมเช่นนี้?

อา...คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง...?

ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ จู่ๆ นางก็รู้สึกว่ากำไลหยกขาวโลหิตที่ห้อยคอเอาไว้เกิดอุ่นวาบขึ้นมา...

ไม่ถูก ไม่ใช่กำไลหยกขาวโลหิตที่อยู่ใต้เสื้อ ที่อุ่นขึ้นคือหัวใจดวงน้อยในช่องอกนางต่างหาก

เอ...เพราะอะไรกันนะ?

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ...

จู่ๆ เซียงหรงก็เกิดนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้

ไม่ใช่ว่าท่านลุงจวิ้นหวังของนางคิดหมั้นหมายนางให้บุตรชายเพียงคนเดียว...ซึ่งก็คือพี่ชายจวิ้นหวังจ๋างจื่อท่านนี้หรอกหรือ?

อั๋ยหยา!

“ข้าไม่แต่งให้ท่านนะ!!!” นางรีบร้องบอกทันที

เซียงหรงจะสลัดมือวิ่งหนี กลับถูกจับมือน้อยๆ ไว้แน่น

เห็นรอยยิ้มงดงามเจิดจ้าที่เปลี่ยนเป็นชวนขนลุกในชั่วอึดใจ นางก็เริ่มจะเสียใจแล้วที่ไม่กระทำตามคำสอนของพี่ซู่ซินอย่างเคร่งครัด

เดิน...เดินตามคนแปลกหน้ามาเช่นนี้ จะเกิดเรื่องไม่ดีตามมาจริงๆ ด้วย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (จบ)

    4.5 องค์ชายสาม หลี่หยางเหวินในยามเช้าที่แสงอรุณอ่อนละมุนลอดผ่านม่านมุกขาวนวลตา มีเสียงนกร้องพาให้รู้สึกได้ว่าแผ่นดินนี้ช่างสงบสุข กลับมีเสียงโวยวายดังกลบเสียงนกเหล่านั้น ทำเอาเหล่าข้ารับใช้ตกใจแตกตื่นกันไปหมด“พวกเจ้าอีกแล้ว! มาขโมยกินผลท้อของข้าอีกแล้ว!”เสียงตะโกนปานจะถล่มวังเป็นของเด็กชายร่างเล็กผู้หนึ่งมือข้างหนึ่งของเขาถือหน้าไม้อันเล็กที่พี่ชายฝาแฝดทำให้ อีกข้างกำสายหนังที่ใช้รัดกระบอกใส่ลูกดอกหน้าไม้ไว้แน่น ในยามที่เหล่าข้ารับใช้ช่วย กันเปิดหน้าต่างรับลมยามเช้า เขากลับปีนขึ้นต้นไม้ไปเรียบร้อยแล้วเด็กชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นองค์ชายสาม ‘หลี่หยางเหวิน’ ทายาทองค์ที่ห้าของหวงตี้ แฝดชายขององค์ชายหลี่อวี่เหวิน...หากแฝดชายผู้พี่อย่างหลี่อวี่เหวินเป็นหมึกที่ซึมลงบนกระดาษ หลี่หยางเหวินก็คือฝีพู่กันที่ถูกสะบัดสาดไร้ทิศทาง หากพี่ชายฝาแฝดอย่างหลี่อวี่เหวินเป็นแม่น้ำสงบนิ่ง หลี่หยางเหวินก็เป็นลำธารเชี่ยวกรากที่ไม่เคยหยุดนิ่งเขาไม่ได้สนใจตำราหรือกังวลยศศักดิ์ แต่กลับรู้ว่าต้นเหมยหลังตำ หนักต้องปีนขึ้นอย่างไรเปลือกไม้จึงจะไม่ถลอก รู้ว่าปลาตะเพียนในสระชอบกินไส้เดือนมากกว่าข้าวสุก และ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (2)

    4.3 องค์หญิงรอง หลี่ลี่ซินในยามย่ำรุ่ง เพียงแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าไหมเนื้อบางปักลายดอกเหมยสีครามอ่อนที่ห้อยอยู่เหนือหน้าต่าง ไม่ทันที่นกสักตัวจะส่งเสียงร้อง องค์หญิงรอง ‘หลี่ลี่ซิน’ ก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้วนางอายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น แต่ผิวพรรณผุดผ่องละมุนละไม จริตกิริยานิ่มนวลไม่ต่างจากหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกหลี รอยยิ้มของนางเปรียบได้ดั่งแสงอ่อนแรกของยามเช้า ยามข้ารับใช้พบเจอล้วนแล้วแต่รู้สึกว่าองค์หญิงรองช่างเติบโตมาได้ดียิ่งนักไม่ใช่ว่าองค์หญิงและองค์ชายองค์อื่นไม่ดี เพียงแต่องค์หญิงรองของพวกเขาเหล่าข้ารับใช้อ่อนโยนใจดีกับทุกคนเป็นที่หนึ่ง ราวกับเป็นพระโพธิสัตว์มาจุติก็ไม่ปานทุกเช้าลี่ซินมักจะเตรียมของใช้ ‘จำเป็น’ ของเหล่าพี่น้องให้เรียบร้อย ไม่เว้นแม้แต่ขององค์ชายหยางเหวินผู้นิยมแอบหนีไปปีนต้นไม้ บ้างก็ยิงนก บ้างก็ตกปลา มากกว่ามานั่งอ่านตำราหรือสนทนากับเหล่าพี่น้องลี่ซินไม่เพียงแต่รู้จักเตรียมพร้อม แต่ยังตาไวยิ่งนักทันทีที่เห็นหน้าน้องชายสาม หยางเหวิน นางก็ทอดถอนใจ ก่อนเอ่ย“เสื้อเจ้าขาดตรงชายอีกแล้ว...ยื่นมาเถอะ ข้าจะปะให้เจ้า”“ขาดอีกแล้วหรือ...” หยางเหวินหัวเราะแหะๆ พลางยื่นแขนเสื้

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 4 เรื่องวุ่นๆ ของทายาททั้งเจ็ด (1)

    4.1 องค์ชายใหญ่ หลี่หลงหานใต้ร่มอู่ถงต้นใหญ่โตหลังตำหนักคุนหนิงของหวงโฮ่ว องค์ชายใหญ่ ‘หลี่หลงหาน’ ในวัยสิบเอ็ดชันษา ประทับนิ่งอยู่กลางศาลา โบกพัดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆมงคลในมือเบาๆ ขณะกวาดสายตาที่ดูสงบไว้สง่าไปยังน้องๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างอลหม่าน"บุรุษพึงสงบเยี่ยงภูผา อารมณ์มั่นคงดุจสายน้ำ...ผู้นำสมควรวางตนเป็นเสาหลักของแผ่นดิน..." องค์ชายกล่าวกับถ้วยชาเบื้องหน้า ทว่าในมือกลับซ่อนหนังสือนิยายที่ลอบหยิบมาจากตำหนักคุนหนิงเอาไว้แฝดสี่ที่กำลังแย่งขนมดอกเหมยกันอยู่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ถกเถียงกันยืดยาวก็ไม่จบไม่สิ้น องค์ชายใหญ่ฟังจนปวดหัว สุดท้ายก็ทอดถอนใจออกมาเขาผินหน้ามองน้องๆ ทั้งสี่ เอ่ยเสียงขรึม “พวกเจ้า…รู้ฐานะตนเองหรือไม่ เป็นเพียงแค่ขนมไม่กี่ชิ้นเท่านั้น อย่าให้ขนมไม่กี่ชิ้นทำให้บรรยากาศเงียบสงบของวังหลวงต้องเสียไป”องค์ชายสามหลี่หยางเหวินยิ้มเผล่ทันที “ท่านพี่ เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินท่านหัวเราะตอนพลิกหน้านิยายของเสด็จแม่อ่านนะ!”องค์ชายใหญ่สะดุ้ง หน้าขาวผ่องขึ้นสีแดงจางๆ ทันทีพระองค์กระแอมสองครั้ง ก่อนกล่าวอย่างองอาจ “ข้าเพียงตรวจสอบการเล่าเรื่องเพื่อเตรียมสอนเจ้าทั้งหลาย นิ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 3 ครอบครัว (จบ)

    ณ ค่ำคืนหนึ่งก่อนวันประสูติไม่กี่เดือน เมื่อลมตะวันตกเย็นยะเยือกพัดผ่านกำแพงสูงของวังหลวงเข้าสู่ตำหนักคุนหนิง...ใต้แสงจันทร์สลัว รถม้าธรรมดาไร้ตราประจำตระกูลแล่นเข้าสู่เขตเมืองหลวงโดยสะดวก เนื่องด้วยเหล่าทหารรักษาเมืองล้วนจดจำคนบนรถม้าได้ดี จึงต่างพร้อมใจน้อมกายหลีกทางให้“หมอเทวดาสือกลับมาแล้ว!”เหล่าทหารรักษาประตูเมืองซึ่งเคยติดตามหวงตี้ไปผจญโรคระบาดในอดีตต่างยินดีเป็นอย่างมากชายชราในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบเรียบง่ายมีสายตาลุ่มลึกและเฉียบคมอย่างคนผ่านการเห็นความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน แม้จะไร้ยศตำแหน่ง แต่ชื่อของเขา ‘สือหมิน’ ก็โด่งดังไปทั่วหล้า ผู้คนต่างรู้ว่าคนผู้นี้คือหมอเทวดาที่ช่วยแก้โรคระบาดฝีเมล็ดถั่วให้หวงตี้ซึ่งยามนั้นยังเป็นจวิ้นหวังจ๋างจื่อ รวมถึงทหารและชาวต้าเทียนจำนวนมาก ก่อนหายตัวไปเมื่อราวสองสามปีก่อนบัดนี้ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อสตรีผู้หนึ่งณ ตำหนักคุนหนิง เฉินเซียงหรงหวงโฮ่วนั่งพิงหมอนหยกใหญ่โตที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ ใต้เสื้อคลุมผ้าแพรปักลายหงส์สีทอง หน้าท้องของพระนางใหญ่โตเป็นอย่างมาก แม้ใบหน้างดงามยังอิ่มเอิบแต่ดวงตากลับแฝงความเคร่งเครียด โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ใต้ผ้าห่ม

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 3 ครอบครัว (1)

    เสียงหัวเราะ เสียงร้องเรียก เสียงโต้เถียง และเสียงฝีเท้าซุกซน ไม่เคยขาดหายไปจากตำหนักใน…เหล่านี้คือบรรยากาศที่ไม่อาจพบในวังหลวงใดตั้งแต่ยามรุ่งสางที่ตะวันทอแสงจางๆ สาดเข้ามายังตำหนักคุนหนิง สรรพเสียงก็กึกก้องขึ้นทั่ววังหลังราวกับมีทัพม้าบุกเข้าวังทั้งเสียงนางกำนัลไล่จับองค์หญิงใหญ่ผู้พยายามทำเรื่องซุกซนในห้องเครื่องเสียงองค์ชายรองเถียงองค์ชายใหญ่เรื่องลำดับความฉลาดเสียงองค์ชายสามพยายามอ้อนวอนให้บิดาสอนฝึกยุทธเสียงร้องไห้ขององค์หญิงสาม องค์หญิงสี่ ที่ทะเลาะกันเพราะแบ่งขนมดอกเหมยที่มารดาทำให้ไม่ลงตัวและเสียงองค์หญิงรองคอยห้ามปราม คอยปลอบโยน ทั้งยังช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องระหว่างพวกเขาทั้งหกไม่มีวันใดเลยที่วังหลังจะเงียบสงบ นับแต่วันที่เฉินเซียงหรงให้กำเนิดองค์ชายและองค์หญิงถึงเจ็ดพระองค์!ใครเล่าจะคาดคิด ว่าหลี่จือหลินหวงตี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตั้งสัตย์ปฏิญาณแน่วแน่ ว่าจะไม่ปล่อยให้ภรรยารักต้องทรมานเพราะการคลอดบุตรเกินกว่า สี่คน จะกลายเป็นบิดาขององค์ชายและองค์หญิงน้อยทั้งเจ็ดใช่ว่าพระองค์ไม่ปรารถนาจะมีบุตร แต่เป็นเพราะรักภรรยามากเกิน ไป ทั้งยังรู้ดีว่ายามตั้งครรภ์ ภรรยามักแสร้งว่ายิ้ม

  • ภรรยาห้าอีแปะ   ตอนพิเศษที่ 2 สตรีที่งดงามที่สุด

    หลังพิธีวิวาห์ที่ตำหนักจวิ้นหวังจัดให้อย่างอบอุ่น ตงหลินก็ไม่รอช้า พาซู่ซินออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วแผ่นดิน เพื่อชดเชยวันเวลาที่นางคล้ายเคยถูกจำกัดให้อยู่เพียงในเรือนหลังของจวนสกุลเฉินนับตั้งแต่รู้ความ ซู่ซินถูกขายเข้าจวนสกุลเฉิน ต่อมาเมื่อโตขึ้นได้รับความเมตตาจากเฉินฟูเหริน หลี่เซียงเหลียน กลายเป็นสาวใช้ข้างกายที่เฉินฟูเหรินรักถนอมที่สุด นั่นเป็นช่วงเวลาที่นางมีความสุขเป็นอย่างมากใครจะนึกว่าความสุขนั้นจะอยู่เพียงไม่นาน ฟูเหรินที่น่าสงสารต้องกลของอนุ ถูกวางยาสังหาร นับแต่นั้นนางจึงสาบานว่าจะปกป้องดูแล ‘คุณหนูสาม’ บุตรสาวเพียงคนเดียวที่ฟูเหรินเหลือทิ้งไว้ แม้ฟูเหรินจะเคยทำลายสัญญาขายตัวของนางทิ้งไปนานแล้วก็ตามเมื่อสิ้นฟูเหริน นางรับหน้าที่เป็นสาวใช้ข้างกายคุณหนูสามผู้มีชะตาอาภัพ ถูกอนุของบิดาใส่ร้ายจนถูกกักขังไว้ในจวน แต่ละวันต้องทนถูกผู้อื่นข่มเหงเอาเปรียบคุณหนูสามของนางไร้เดียงสาจิตใจงดงามยิ่งนัก แม้จะมีผู้มารังแก คุณหนูสามก็ไม่เคยโต้กลับ ทั้งยังยอมยกข้าวของดีๆ ของตนให้พี่หญิงน้องหญิงที่เกิดจากอนุภรรยา ทนใช้เสื้อผ้าเก่าๆ เรียบๆ โดยไม่ปริปากบ่น...เห็นคุณหนูสามเป็นเช่นนี้ แม้จะมีค

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 147

    หลี่จือหลินเหลือบมองน้องภรรยาผู้คำนึงถึงประโยชน์ของพี่หญิงของตนมาเป็นอันดับแรก ดวงตาฉายแววพอใจแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมานิ่งสงบเช่นเดิม “ท่านกั๋วกง หลี่จือหลินทำสิ่งใดไม่เคยไม่ยอมรับ ไม่เคยปัดความรับผิดชอบ ข้าเคยบอกคุณชายใหญ่แล้ว ว่าข้า หลี่จือหลิน จะรับผิดชอบทุกสิ่งที่ข้ากระทำ ข้ายืนยันตามนั้นขอรับ”เฉ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 145

    เมื่อเฉินกั๋วกงกลับถึงจวน บรรยากาศภายในจวนกั๋วกงดูตึงเครียดราวกับท้องฟ้ายามพายุลูกใหญ่ใกล้ถล่มเฉินกั๋วกงแผ่รัศมีความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างไม่ปิดบัง ไม่ใส่ใจรับคารวะอันอ่อนช้อยของอนุทั้งสามและบุตรสาวอย่างเฉินชิวเยว่ เฉินหมิงเยว่ เฉินเหม่ยเซียง รวมถึงเฉินเหม่ยลี่ที่ดูจะอาการดีขึ้นมากแล้วสักนิด“เฉินจ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 132

    คำกล่าวนั้น ทำให้นางตื้นตันทั้งยังรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเซียงหรงเริ่มเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าอะไรคือ ‘ความสุขไม่ได้มาจากทรัพย์สินหรือความมั่งคั่ง แต่อยู่ที่ความจริงใจและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน’ นางรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเปลี่ยนไปมาก หลังจากก้าวขาเข้ามาในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 128

    กระท่อมเก็บฟืนเล็กๆ ที่หลี่จือหลินพักรักษาตัวกลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้านยิ่งกว่าตอนที่ตงหลินและตงหยางพักรักษาตัวที่นี่เสียอีกทันทีที่มีข่าวว่า ‘สองสามีภรรยาตกระกำลำบากถูกโจรปล้นระหว่างทางและได้รับบาดเจ็บ คนหนึ่งเป็นชายหนุ่มรูปงาม อีกคนเป็นหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามอ่อนหวาน’ ชาวบ้านหลายคนก็พากันมาเยี่ยม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status