Partager

บทที่ 5

Auteur: Karawek House
last update Date de publication: 2025-08-15 11:44:09

เวลาสี่ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ยามนี้เฉินเซียงหรงอายุเท่าๆ กันกับพี่ชายใหญ่เมื่อสมัยมารดาตายจาก กำลังน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด

ครั้งนั้น หลังจากท่านแม่จากไป ท่านย่าของนางก็คล้ายรังเกียจชิงชัง

อนุหาน หานชิงเยว่ อนุซู ซูเหมยเหนียง และอนุจาง จางเหม่ยเหมย ไม่ว่าสะใภ้ที่เหลือคนใดก็ล้วนเข้าหน้าท่านย่าของนางไม่ติดทั้งนั้น

ท่านย่าของนางไม่เคยปริปากบ่นระบายว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงได้ตั้งแง่รังเกียจสะใภ้รอง สะใภ้สาม และสะใภ้สี่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสตรีที่ตนคัดเลือกเข้าจวนมาด้วยตนเองทั้งนั้น ทำเพียงมักอบรมสั่งสอนให้เด็กน้อยอย่างนางคอยระมัดระวัง ไม่เข้าใกล้อนุหาน อนุซู อนุจาง รวมถึงคนจากเรือนของพวกนางทั้งสาม และไม่ดื่มกินใช้สอยสิ่งใดที่มาจากพวกนางทั้งนั้น

แม้จะสงสัย แต่เพราะเด็กน้อยอย่างนางสาบานเอาไว้แล้วว่าจะเป็นเด็กดี เด็กดีสมควรจะเชื่อฟังผู้ใหญ่ นางจึงไม่เคยปริปากถามอะไรให้ท่านย่าขุ่นเคืองหรือลำบากใจ ท่านย่าบอกอะไรนางก็ทำตามทุกอย่าง ท่านย่าสอนอะไรให้ นางก็ใส่ใจทำตาม ตั้งแต่เมื่อสองสามปีก่อนจนถึงตอนนี้ ท่านย่าบอกให้ไปซ้าย นางก็ไปซ้าย ท่านย่ากล่าวว่าครั้งนี้ต้องไปทางขวา นางก็ขยับตัวไปทางขวาอย่างไม่อิดเอื้อน ทั้งยังยึดหลักสี่คุณธรรมสามคล้อยตามเป็นที่ตั้ง

สี่คุณธรรมก็คือการมีคุณธรรมที่ดี ดำรงตนอยู่ในกรอบของศีลธรรมจรรยา กิริยาล้วนงดงามจำเริญตา มีมธุรสวาจา พูดหวานขานเพราะ นอบน้อม อ่อนหวาน ซื่อสัตย์เชื่อถือได้ ไม่กลิ้งกลอก เล่นลิ้น ทั้งยังรู้จักระวังรักษารูปร่างหน้าตารวมไปถึงการแต่งกายให้งดงามเหมาะสมอยู่เสมอ การบ้านการเรือน เย็บปักถักร้อย พิณ ภาพ หมาก อักษร ล้วนชำนาญสิ้นทุกสิ่ง

สามคล้อยตามก็คือ ยามยังไม่ออกเรือนเชื่อฟังบิดา ออกเรือนแล้วเชื่อฟังสามี สิ้นสามีเชื่อฟังบุตรชาย...

สำหรับนางที่ยังเล็กนัก และต่อให้เติบใหญ่ถึงวัยออกเรือนก็ไม่มีความคิดที่จะแต่งให้ผู้ใดทั้งนั้น จึงไม่ต้องคิดพะวงเรื่องเชื่อฟังสามีเชื่อฟังบุตร ที่นางใส่ใจที่สุดมีเพียงการเชื่อฟังบิดา กระทำตนเป็นบุตรสาวที่ดีที่บิดาจะรักและภาคภูมิใจเท่านั้น แน่นอนว่าความรักและเชื่อฟังนี้ยังเผื่อแผ่ไปถึงพี่ชายใหญ่ของนาง หากพี่ชายใหญ่กล่าวว่าให้นางไปซ้าย นางจะไม่มีทางก้าวขาไปทางขวาแน่ๆ

ผู้กระทำดี สวรรค์ย่อมมองเห็น ดูเหมือนจะเป็นเพราะนางประพฤติตนดีเช่นนี้ ท่านพ่อจึงยังไม่ยอมตกลงปลงใจให้นางหมั้นหมายกับบุตรชายของท่านลุงของนางที่เป็นถึงอนาคตจวิ้นหวัง สามารถรับสืบทอดบรรดาศักดิ์จวิ้นหวังต่อจากบิดาได้ แตกต่างจากทายาทของจวิ้นหวังทั่วๆ ไป หนำซ้ำบุตรชายของพี่ชายท่านนั้นยังสามารถรับสืบทอดบรรดาศักดิ์จวิ้นหวังต่อจากพี่ชายท่านนั้นได้อีกทอด ผู้คนข้างนอกจวนกล่าวกันว่าท่านพ่อของนางหวังสูง กระทั่งจวิ้นหวังจ๋างจื่อ[1]ก็ยังไม่อยู่ในสายตา ลอบพูดกันว่าบิดาคิดจะให้นางแต่งกับองค์ชายที่ได้รับความโปรดปรานสักองค์ กลายเป็นสะใภ้หลวงที่สูงส่ง และไม่แน่ว่าอาจได้เป็นถึงพระชายาในองค์รัชทายาท

ชายารัชทายาทที่ใดกัน? ผู้อื่นไม่รู้ความจริงจึงกล่าวกันไปเช่นนั้น ความจริงทั้งหมดก็เพียงแค่เด็กน้อยอย่างนางกระทำตนเป็นเด็กดีมาเสมอ สวรรค์จึงตอบรับคำขอของนาง ดลใจให้ท่านพ่อผู้แสนดีเลือกบอกปัด ไม่ยอมรับการหมั้นหมายกับตระกูลของท่านลุงของนางเสียที...นึกถึงอนาคตที่ปลอดภัยไร้สามีของตนเองแล้ว นางสุขใจนัก!

เสี่ยวเซียงหรงปักลายดอกเหมยลงบนผ้าผืนไม่ใหญ่ไม่เล็กอย่างเป็นสุขใจ ใบหน้างดงามเกินวัยมีรอยยิ้มพริ้มเพราเฉิดฉันประดับอยู่บนนั้น

เฉินเซียงหรง แม้เพิ่งจะอายุได้เจ็ดขวบครึ่ง แต่รูปโฉมที่ได้มาจากบิดาและมารดาอย่างละส่วน ปั้นแต่งให้เครื่องหน้าของนางงดงามราวกับจิตรกรบรรจงแต้ม ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าเรียวเล็ก ตาหงส์คู่งาม จมูกจิ้มลิ้มน่ารักที่ถูกเสกสรรเอาไว้อย่างพอเหมาะพอดี ขนตาที่งอนยาวเป็นแพ ริมฝีปากหยักได้รูป และฟันที่ทั้งขาวราวกับมุกน้ำดีซ้ำยังเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ทุกส่วนบนใบหน้าของนาง แยกมองก็งดงาม ยามมองรวมๆ กันแล้วก็ยิ่งงดงามไปกันใหญ่ ท่านย่าที่ไม่เคยพูดปดของนางยังกล่าวชมนางบ่อยๆ ว่ารูปโฉมเช่นนี้ นับว่าล่มบ้านล่มเมืองได้ทีเดียว

ล่มบ้านล่มเมืองอะไรกัน นางเป็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อยๆ ในเรือนหลัง ไม่ใช่ท่านเซียนหรือขุนศึกทหารหาญอย่างท่านลุงจวิ้นหวังของนางเสียเมื่อไหร่ สองมือของนางก็น้อยๆ เท่านี้ จะเอาปัญญาที่ใดไปล่มบ้านล่มเมือง?

แน่นอนว่านางย่อมต้องถามเรื่องนี้กับท่านย่า ผลที่ได้ก็คือ ท่านย่าของนางกลับหัวเราะ แล้วกล่าวว่า “หลานรักของย่าช่างจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์ น่ารักน่าเอ็นดูมากจริงๆ!”

โธ่...ท่านย่าเจ้าขา นั่นไม่ใช่คำตอบเสียหน่อย!

แม้จะรู้สึกว่านั่นไม่ใช่คำตอบ ทว่าเสี่ยวเซียงหรงก็ไม่มีความคิดอยากเซ้าซี้ซักไซ้ให้ท่านย่าต้องวุ่นวายใจ...

ก็บอกแล้วว่านางเป็นเด็กดี...ดีมากๆ

เกี่ยวกับเรื่องความงามที่ท่านย่ากล่าวว่าถึงขั้นล่มบ้านล่มเมืองอะไรนี่ ผู้อื่นกล่าวกันว่า เด็กน้อยอย่างนาง เพิ่งจะเจ็ดขวบปี ไม่ได้แต่งหน้าทาปาก กลับงดงามสะกดสายตาผู้คนจนไม่รู้จะสรรหาคำใดมากล่าว กระทั่งคนผิวงามอย่างอนุหานยังยกย่องไม่ได้ขาด คอยกล่าวว่าผิวดีๆ ผมงามๆ และรูปหน้าเช่นนี้ นับแต่นี้ก็ไม่ต้องเสริมเติมแต่งหรือบำรุงรักษาประทินผิวอะไรให้วุ่นวาย ด้วยที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ดูงดงามตามธรรมชาติดีอยู่แล้ว เครื่องประดับ เสื้อผ้าแพรพรรณชั้นดีทั้งหลายก็เช่นกัน ของเช่นนั้นสวมใส่เข้าไปก็รังแต่จะแข่งความงามกับคนงามเช่นนาง ไม่สู้นางแบ่งปันข้าวของเหล่านั้นให้พี่หญิงน้องหญิงที่ไม่ได้งดงามเท่าตนเองยังดีกว่า ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือพี่หญิงน้องหญิงของตนให้ได้มีหน้ามีตา ยังนับได้ว่าเป็นการช่วยให้พี่หญิงน้องหญิงของตนได้มีโอกาสอยู่ในสายตาผู้คนเช่นคนงามอย่างนางบ้าง

เซียงหรงไม่ใช่คนเขลา นางรู้ดีว่าผู้เป็นมารดาย่อมรักถนอมบุตรธิดา ยามท่านแม่ของนางยังอยู่ก็เป็นเช่นนี้ มีของดีใดก็อยากให้นางได้ใช้สอยทั้งนั้น อีกทั้งตัวนางเองก็ไม่ได้เดือดร้อนขัดสนสิ่งใด ดังนั้นนางจึงไม่เคยคัดค้านใดใดเลยสักคำ

มิใช่ว่าการแบ่งปันเช่นนี้ก็นับเป็นการทำดีหรอกหรือ? นางไม่อยากแย่งชิงกับแค่สิ่งนอกกายเหล่านี้กับผู้ใดให้วุ่นวายทั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะมีเครื่องประดับ มีแพรพรรณ มีเสื้อผ้าชุดใหม่ๆ มีของดีใด เซียงหรงก็ล้วนยอมมอบให้พี่หญิงน้องหญิงตามความต้องการของพวกนางทั้งสิ้น มีสิ่งเดียวเท่านั้น ที่จะอย่างไรคุณหนูสามอย่างนางก็ไม่คิดมอบให้ใครทั้งนั้น สิ่งนั้นก็คือกำไลหยกขาวโลหิตวงใหญ่ ที่ท่านแม่ผู้ล่วงลับนำมาห้อยคอนางไว้นับตั้งแต่จำความได้

สำหรับนาง ของสิ่งนี้ก็คือตัวแทนของมารดาที่ตายจาก นางไม่อาจตัดใจนำของสำคัญเพียงชิ้นเดียวชิ้นนี้ไปมอบให้ผู้อื่นได้จริงๆ

พี่หญิงน้องหญิงของนาง รวมถึงอนุหาน อนุซู และอนุจาง ล้วนไม่มีผู้ใดรู้ว่านางมีของสิ่งนี้ ในเมื่อไม่มีใครรู้แต่แรกว่ามีของสิ่งนี้ และไม่เคยมีใครเอ่ยปากขอ นางที่ไม่ได้เอาของชิ้นนี้ออกมามอบให้คนอื่นๆ คงไม่ถึงกับกลายเป็นเด็กไม่ดีกระมัง ก็ของสิ่งนี้น่ะ เป็นของนางมาตั้งแต่แรก นางไม่ได้ไปลักขโมยหรือแย่งชิงเอาของของใครมาสักหน่อย...

เซียงหรงกวาดตามองลายปักบนผ้าในมือด้วยความพึงพอใจ

พูดกันตามเนื้อผ้าแล้ว บุตรสาวสกุลเฉินอย่างนางปักลายดอกเหมยได้ยิ่งกว่างดงามวิจิตรบรรจง ทั้งยังให้ความรู้สึกว่าเหมือนของจริงราวกับมีผู้หยิบเอาดอกเหมยมาวางไว้บนผืนผ้า เพียงจ้องมองนานหน่อยก็รู้สึกราวกับว่าได้กลิ่นดอกเหมยหอมละมุน

ที่จริงแล้ว ภาพดอกไม้ที่งดงามเช่นนี้ ท่านแม่ของนางเป็นผู้ริเริ่มปักเอาไว้ เด็กน้อยอย่างนางเพียงชื่นชอบ ทั้งยังระลึกถึงมารดา จึงลอกเลียนวิธีการปักและลวดลายมาจากเสื้อผ้าที่ท่านแม่เคยปักเอาไว้เท่านั้น

หากท่านแม่ได้เห็นผ้าปักผืนนี้ ท่านแม่จะภูมิใจหรือไม่?

ท่านแม่จะกล่าวชื่นชมอย่างไรบ้างนะ?

เพียงคิดว่ามารดาจะภาคภูมิใจในตัวนางและชื่นชมนางอย่างไรบ้าง เซียงหรงก็สุขใจนัก

“โอ้โห...น้องสาม! ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ช่างปักได้งดงามนัก พี่ใหญ่ขอได้หรือไม่!

เสียงที่ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบของอุทยาน ทำเอาเซียงหรงตกใจจนเผลอทำเข็มปักผ้าปักมือตนเอง

[1] ทายาทผู้สืบทอดของจวิ้นหวังหมวกเหล็ก(จวิ้นหวังที่สามารถส่งต่อบรรดาศักดิ์จวิ้นหวังให้ทายาทของตนเองได้)

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
Piyapattra Samungkun
ตอนที่แม่เชียงหรงคลอดน้องชายแล้วตายนางแค่3ขวบทำไนางจะกลัวการแต่งงานกลัวการคลอดบุตรจนสาบานเด็ก3ขวบอาจตกใจที่เห็นแม่ตกเลอดพอไม่เห็นหน้าแม่ก็ร้องเรียกหาแมแต่จะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก7-8ขวบได้ไงไรท์เขียนเว่อร์ไปเปล่าไม่ใช่วิญญาณหญิงสาวมาสวมร่างเด็ก3ขวบซะหน่อยจะได้มีความคิดเกินตัวเฮ้อ
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 186

    ทว่า...ถึงขั้นมีบุตรชายบุตรสาวด้วยกันแล้ว บิดาก็ยังไม่มีใจรักใคร่ผูกพันต่อท่านแม่และอนุจาง อนุซู บ้างเลยหรือ? ไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม มารดาก็ขยับริมฝีปากเล่าต่อไป ไม่สนใจนางสักนิด คล้ายกำลังจ่อมจงลงในอดีต เฉินชิวเยว่จึงทำเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยขัด“หลี่เซียงเหลียนก็เหมือนเฉินเซียงหรงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เป็นโฉมงามยอดเมธีผู้บริสุทธิ์งดงาม จิตใจใสสะอาด...ครั้นเมื่อรับอนุภรรยาเข้ามาถึงสามคน ตนเองกลับตั้งครรภ์ นางไม่เพียงไม่ตีอกชกลม ยังเผื่อแผ่บิดาเจ้ามาให้ข้า ซูเหมยเหนียง จางเหม่ยเหมย ราวกับจะทำทาน บิดาเจ้าถูกหลี่เซียงเหลียนผลักไสมากเข้าก็ประชดด้วยการทำตามอย่างนางว่า สุดท้ายซูเหมยเหนียง ข้า กับจางเหม่ยเหมยก็ตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ข้ามีเจ้า ส่วนจางเหม่ยเหมยก็มีเฉินเหม่ยลี่...นังแพศยาสารเลวที่ยามนี้ยังตามไปรบกวนชีวิตเจ้าถึงในวัง”ฟังถึงตรงนี้ เฉินชิวเยว่ก็แค้นใจยิ่งนัก นางพึมพำเสียงเบา “ฟ้าส่งให้ข้ามาเกิดก็พอแล้ว เหตุใดยังต้องส่งเฉินเหม่ยลี่มาเกิดในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนั้นด้วย!”อนุหานแค่นหัวเราะ แต่ไม่รู้ว่าเยาะเย้ยผู้ใดกันแน่ นางเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม ทว่าในเนื้อเสียงแฝงความ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 185

    วันที่สาม เจ้าสาวต้องกลับบ้านเดิมเดิมองค์ชายสามควรกลับบ้านมาด้วยกันกับเฉินชิวเยว่ ทว่าเขากลับติดภารกิจ ต้องเดินทางออกนอกเมืองกะทันหัน จึงให้ชายาของตนเองกลับไปยังจวนเฉินกั๋วกงเพียงลำพังแม้ว่าเฉินชิวเยว่จะขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย ทว่านางไม่ได้แสดงออกมากนักอีกประการหนึ่ง การที่นางได้กลับบ้านเดิมเพียงลำพัง กลับสะดวกต่อนางนักสองวันที่ผ่านมาองค์ชายเอาแต่คลอเคลียอยู่กับเฉินเหม่ยลี่ไม่ยอมห่าง ด้วยเห่อบุตรคนโตที่เกิดจากท้องของนางคนชั้นต่ำนั่นยิ่งนัก แต่ละวันคอยพะเน้าพะนอเอาใจเฉินเหม่ยลี่ไม่ห่าง จนกระทั่งดึกดื่นจึงได้กลับมายังห้องหอ รสชาติของการถูกกระทำราวกับตนเป็นเพียงอนุเสียเองเช่นนี้ ทำให้เฉินชิวเยว่สุดจะทนนางทนไม่ได้ และจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วด้วย!สองวันมานี้สร้างความเคียดแค้นจนถึงขั้นหมายเอาชีวิตเฉินเหม่ยลี่เฉินชิวเยว่ตรึกตรองหาหนทาง ก่อนที่ใจจะคิดถึงการตายที่มีเงื่อนงำของฟูเหรินจวนสกุลเฉินนางไม่เคยกล้าคิดมาก่อน แต่เมื่อตอนที่มารดาพูดถึงเรื่องการตายของท่านย่า...หากท่านย่ายัง...แล้วมารดาของเฉินเซียงหรงเล่า...หานชิงเยว่ได้แต่ทอดถอนใจเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเองไม่ได้มีความสุขเท่าที่เคย ทั้ง

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 184

    ทว่าชั่วขณะนั้นเอง ทุกอย่างก็พลิกผันเฉินเหม่ยลี่สีหน้าเผือดซีดลงทันควัน มือที่ยื่นถ้วยชาออกไปตกลงกลางทาง น้ำชาร้อนๆ พลันหกรดแขนตนเองจนแดงก่ำทันตาสายตาของคนในห้องหันมาจับจ้องที่เฉินชิวเยว่เป็นตาเดียวเฉินชิวเยว่กัดฟันแน่น แม้จะขุ่นเคืองปานใด แต่ยามนี้นางไม่โง่พอที่จะแสดงออกมา นางรีบทรุดลงนั่งข้างน้องสาว ก่อนเขย่าร่างนั้นพลางเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ“น้องรอง! น้องรอง...เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้ ไปตามหมอมาเร็วเข้า ไม่รู้ว่าเหตุใด ในวันดีๆ ที่ทั่วทั้งตำหนักเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ซ้ำฝ่าบาทและหวงโฮ่วยังเสด็จมาเป็นมิ่งมงคลเช่นนี้ จู่ๆ น้องรองของข้ากลับเป็นลมล้มพับลงไปโดยไร้สาเหตุ!”ชายาจวิ้นหวังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ ขณะที่ชายารัชทายาทเอนตัวเข้าใกล้นางพลางเอ่ยเสียงเบา“ท่านน้า ท่านว่านี่เกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่นะ หวงตี้และหวงโฮ่วประทับอยู่เป็นมงคล แต่นางกลับล้มสลบไปเช่นนี้ หรือว่านางมีเงาอัปมงคลตามติด จึงได้ล้มสลบลงไปเช่นนั้น?”ชายาจวิ้นหวังฟังแล้วได้แต่ยิ้ม ทั้งที่ในใจสบถไปหลายครั้งสตรีโง่งม! มงคลอัปมงคลอะไรกัน มีแต่กลอุบายทั้งนั้น!หมอหลวงที่ตามขบวนเสด็จมารีบรี่มาตรวจอาการโดยพลัน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 183

    “เจ้าว่าองค์ชายไปที่ใดนะ!”“เอ้อ...เรือนของ...เฉินอี๋เหนียงเจ้าค่ะ” หมัวมัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเดิมองค์ชายสามจะรับเฉินอี๋เหนียงเข้ามาโดยไม่สมัครใจนัก ทว่าเฉินอี๋เหนียงกลับอ่อนหวาน ช่างเอาใจ เพียรพยายามชดเชยความบกพร่องของตนด้วยการตามพระทัยองค์ชายไปหมดทุกอย่าง ทั้งยังพูดหวานขานเพราะ ช่างจำนรรจาราวกับนกน้อยก็ไม่ปาน องค์ชายสามที่แม้จะทรงเคยรังเกียจเรือนร่างแปดเปื้อนราคีของนาง เมื่อได้รับการเอาอกเอาใจ ได้รับการปลอบประโลมด้วยถ้อยคำหวานหู...รวมถึงเรื่องในห้องหอที่ถึงทรวงอย่างที่สตรีสูงศักดิ์อ่อนเดียงสาไม่อาจมอบให้ได้ เพียงเท่านั้นองค์ชายสามก็แทบจะเคล้าคลอนางทุกเมื่อเชื่อวันแล้วยามนี้บ่าวไพร่ในตำหนักองค์ชายสาม ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่า จะล่วงเกินอี๋เหนียงคนใดขององค์ชายสามก็ได้ แต่ห้ามทำให้เฉินอี๋เหนียงขุ่นเคืองใจแม้สักนิดเป็นอันขาด“เฉินเหม่ยลี่...” เฉินชิวเยว่พึมพำเสียงสั่น จิกเล็บลงกับฝ่ามือ อยากจะกรีดร้องออกมาเสียให้ดังๆ ทว่ารู้ดีว่าแม้ตนเองจะเข้าตำหนักมาในฐานะต้าหวังเฟย นางก็เพิ่งจะแต่งเข้ามาในตำหนัก ขายังไม่อาจ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 182

    ขบวนทัพเรียบง่ายใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ขณะที่ขบวนเจ้าสาวที่ออกจากจวนเฉินกั๋วกงในเวลาเดียวกันนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคลตระการตา ผู้คนสองข้างทางต่างพากันเฝ้าชมวาสนาของจวนเฉินกั๋วกงที่เลี้ยงบุตรสาวได้ดียิ่งนักคนหนึ่งได้กลายเป็นจ๋างจื่อฟูเหรินแห่งตำหนักจวิ้นหวัง อีกคนโผบินสู่กิ่งไม้ที่สูงและมั่นคงยิ่งกว่า ด้วยการแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสาม องค์ชายเพียงผู้เดียวที่ถือกำเนิดจากหวงโฮ่ว กลายเป็นต้าหวังเฟยอันทรงเกียรติของตำหนักนั้นเฉินชิวเยว่ยามนี้ไม่รู้สึกอิจฉาเฉินเซียงหรงสักนิดเป็นดังคำที่มารดากล่าวไม่มีผิด...อีกฝ่ายจะเป็นคุณหนูที่ถือกำเนิดจากฟูเหรินของจวนแล้วอย่างไร นางเป็นลูกอนุผู้หนึ่งของจวนแล้วอย่างไร ต่อให้เฉินเซียงหรงจะเป็นโฉมงามยอดเมธี แต่สุดท้ายแล้วต่อจากนี้เมื่อเฉินเซียงหรงเห็นนาง ก็ยังต้องน้อมกายคารวะ ต้องเรียกนางว่า ‘พระชายาสาม’ อย่างนอบน้อมมิใช่หรือ?ไหนจะเรื่องที่ตอนนี้หลี่จือหลินซึ่งเคยเป็นคุณชายอันดับหนึ่งที่สตรีทั้งหลายปรารถนาจะแต่งให้ กลับต้องไปออกศึก ฝ่าทะเลคมหอกคมดาบที่ไร้ตา ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาครบส่วนหรือไม่...หรือหากเคราะห์ไม่ดีก็อาจจะไม่ได้กลับมาด้วยซ้ำ นางจะยังสนใจคน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 181

    วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ หลังจากยืนยันได้แน่ชัดว่าเทียนเฉามีการเตรียมทัพ ทางเทียนจินเองก็ต้องจัดการป้องกันตนอย่างรวดเร็ว การเตรียมเสบียงทัพและการเกณฑ์ทหารใช้เวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น ทัพหลวงก็สามารถออกเดินทางไปยังชายแดนได้แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่จือหลินผู้เป็นนายทัพต้องยุ่งวุ่นวายสายตัวแทบขาด นอกจากจะต้องตรวจเสบียงทัพและเรื่องกองกำลังต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นเรื่องเครื่องนุ่งห่มของทหาร เรื่องอาวุธที่กำลังหลอม เขาก็ยังต้องตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสกินตามน้ำ หาเศษหาเลยกับการยกทัพไปชายแดนทว่าแม้จะยุ่งวุ่นวายปานใด เขาก็ยังหาเวลามาคลอเคลียกับภรรยาตัวน้อยไม่เว้นวาย แม้จะเป็นเพียงเวลาหนึ่งหรือครึ่งชั่วยามก็ไม่เคยปล่อยให้เสียเปล่าสองสามีภรรยายามนี้นับได้ว่ารักใคร่ปรองดองกันยิ่งนัก...อย่างน้อยก็ในสายตาของบ่าวไพร่ตำหนักจวิ้นหวังยามเมื่อถึงวันต้องนำทัพออกจากเมืองหลวง เซียงหรงค่อยๆ ส่งเกราะเหล็กให้กับหลี่จือหลินสวมพลางช่วยเขาผูกเกราะอย่างเบามือ“สนามรบคมดาบไร้ตา ท่านต้องระวังตัวให้มาก” นางพูดเบาๆ พลางผูกสายรัดเกราะด้านข้างให

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 44

    หลังการแข่งขันในรอบที่สองสิ้นสุดลง เหล่าสาวงามผู้เข้าประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธีก็ถูกตัดออกกึ่งหนึ่ง ทำให้ยามนี้เหลือสาวงามอยู่ราวยี่สิบกว่าคน...จำนวนยี่สิบกว่าคนที่ว่านี้ นับว่าเยอะกว่าปีก่อนๆ ไม่เบาโดยมากแล้ว เมื่อการแข่งขันรอบที่สองสิ้นสุดลง จะคงเหลือสาวงามเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น การที่

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 43

    อู๋ชิงชิงกุมมือเซียงหรงแน่นขึ้น กล่าวเสียงใส “น้ำใจของน้องเซียงหรงในครั้งนี้ พี่หญิงอย่างข้าจะไม่มีวันลืม” นางก็มีชื่อเสียงหน้าตาของทั้งตนเองและวงศ์ตระกูลให้ต้องรักษาเช่นกัน ผลการแข่งขันออกมาว่าเสมอ ไม่ต้องตกรอบไปตั้งแต่ในรอบที่สองเช่นนี้ นับว่าส่งผลดีต่อนางมาก มากจริงๆเซียงหร

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 42

    อู๋ชิงชิงถูกนัยน์ตาแวววาวของเซียงหรงทำให้ถึงกับตาพร่า ชั่วขณะนั้นรู้สึกคล้ายจะมองเห็นอีกฝ่ายมีหูและหางฟูๆ ดูนุ่มนิ่ม ทั้งน่ารัก ทั้งน่าถนอมอู๋ชิงชิงกะพริบตาเพียงครั้ง ภาพที่ว่านั้นก็จางหายไปแล้วนะ นี่มัน...แววตาเช่นนี้...นะ นางนึก

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 41

    หลังผลัดกันวางหมากอย่างรวดเร็ว ทั้งชิงพื้นที่ ทั้งกีดกัน ทั้งดักทางกันไปมาอยู่สองเค่อยาม ในที่สุดกระดานหมากที่คู่มือทั้งสองผลัดกันวางอย่างรวดเร็วราวกับบ้าคลั่งก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด ราชบัณฑิตอาวุโสที่เดินมาดูพวกนางประลองหมากอย่างใกล้ชิดกวาดตามองทั่วทั้งกระดานอยู่สองรอบ ก็ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง กล่าว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status