공유

บทที่ 6

작가: Karawek House
last update 최신 업데이트: 2025-08-15 11:45:09

เสียงที่ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบของอุทยาน ทำเอาเซียงหรงตกใจจนเผลอทำเข็มปักผ้าปักมือตนเอง พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเฉินชิวเยว่ พี่หญิงใหญ่ จูงมือน้อยๆ ของน้องห้า เฉินหมิงเยว่ เดินตรงมา ทั้งคู่เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุหาน หานชิงเยว่ จึงสนิทสนมกันเหมือนๆ กับที่พี่หญิงรอง เฉินเหม่ยลี่ และน้องสี่ เฉินเหม่ยเซียง ที่เกิดจากอนุจาง จางเหม่ยเหมย

ที่จริงแล้วผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ นางตั้งใจปักให้ท่านย่าเป็นของขวัญวันเกิดที่กำลังจะมาถึงในอีกสามเดือนข้างหน้า ทว่า...

เอาเถิด ประเดี๋ยวนางค่อยปักเอาใหม่ก็ได้

“ได้สิเจ้าคะ” เซียงหรงยิ้มรับ “เอาไว้ข้าปักผ้าผืนนี้เสร็จเมื่อไหร่ จะให้คนนำไปส่งให้พี่หญิงใหญ่ทันที”

เฉินชิวเยว่แย้มรอยยิ้มงดงามราวบุปผา

“น้องสามช่างเป็นเด็กดีที่หนึ่ง เจ้าแสนดีเช่นนี้ สมควรแล้วที่ท่านพ่อและท่านย่าจะรักเอ็นดูน้องสามมากกว่าพวกเราพี่หญิงน้องหญิงมากสักหน่อย...”

เฉินหมิงเยว่เห็นว่าพี่สาวจะได้ผ้าเช็ดหน้าปักลวดลายงามระยับ ก็อยากได้บ้าง รีบออกปากขอทันที

“พี่สาม...หมิงเยว่ก็อยากได้ผ้าปักลายที่งดงามเช่นนี้บ้าง พี่สามปักให้หมิงเยว่อีกสักผืนได้หรือไม่!”

เซียงหรงไม่แปลกใจแม้แต่น้อย นางเคยชินกับเรื่องแบบนี้เสียแล้ว

“เอาสิ ปักผืนนี้เสร็จเมื่อไหร่ พี่สามจะปักผ้าลวดลายงดงามวิจิตรบรรจงให้เจ้าอีกผืนหนึ่ง”

เห็นน้องห้าท่าทางดีใจ เฉินเซียงหรงก็แย้มยิ้ม พลอยรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ

อา...วันนี้นางก็ได้กระทำสิ่งดีๆ เพื่อพี่หญิงน้องหญิงของตนอีกเรื่องแล้ว...

อาจเพราะรอยยิ้มที่มุมปากกับแววตารังเกียจดูแคลนของพี่หญิงใหญ่ เกิดขึ้นเพียงวูบเดียวราวกับภาพลวงตา เสี่ยวเซียงหรงจึงได้แต่คิดว่าตนเองตาฝาดไป

พี่หญิงใหญ่ของนางกิริยามารยาทงดงาม ยามติดตามอนุหานออกไปร่วมงานเลี้ยงที่ใด ได้ข่าวว่าผู้คนต่างพากันชื่นชมพี่หญิงใหญ่ไม่ขาดปาก พี่หญิงใหญ่เป็นสตรีที่ดีเช่นนี้ จะแสดงกิริยาที่ท่านย่าดูแคลนว่าเป็นกิริยาของพวกคนช่างริษยาน่ารังเกียจได้อย่างไร…

อื้ม! ถูกแล้ว ก็เพียงแต่ตาฝาดจึงมองผิดไปเท่านั้น

ขณะนางกำลังครุ่นคิดเงียบๆ อยู่นั้น จู่ๆ พี่หญิงใหญ่ของนางก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงน่าฟัง

“น้องสาม...ผ้าผืนนี้ ลายปักออกจะน้อยไปสักหน่อย ไม่สู้...ครั้งนี้เจ้าปักลายผีเสื้อเพิ่มให้พี่ใหญ่ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ เป็นอย่างไร?”

ปักเพิ่มหรือ?

พอคิดๆ ตามดูแล้ว นางก็รู้สึกว่าจะทำให้ผ้าปักผืนนี้งดงามขึ้นมากจริงๆ

เอาเถิด...ต่อให้ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่หากทำออกมาแล้วถูกใจพี่หญิงใหญ่ เช่นนั้นก็นับว่าคุ้มกันแล้ว

“เจ้าค่ะ” เซียงหรงรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนเริ่มร่างลายผีเสื้อตัวเล็กตัวใหญ่ลงบนผืนผ้า แล้วส่งให้เฉินชิวเยว่ช่วยดู “พี่หญิง...ปักเช่นนี้ดีหรือไม่”

“ดี! ดีสิ งดงาม งดงามแปลกตามากเหลือเกิน!” เฉินชิวเยว่ไม่คิดว่าพอวาดลายออกมาแล้วจะสวยขึ้นมากจริงๆ ครั้งนี้ก็เหมือนเช่นครั้งก่อนๆ นางก็แค่ชี้มือชี้ไม้ส่งเดชไปเท่านั้นเองจริงๆ นะ!

พอเห็นว่าพี่ใหญ่ได้ผ้าปักที่มีลายผีเสื้อ น้องห้า หมิงเยว่ ก็เกิดอยากได้ขึ้นมาบ้าง นางขยับเข้ามาชะโงกหน้าดูผ้าปักในมือเซียงหรง

เฉินหมิงเยว่ชี้นิ้วไปที่ผีเสื้อทั้งสาม ออกปากขออย่างไม่เกรงใจ

“พี่สาม! ข้าก็จะเอาอย่างพี่ใหญ่ ข้าจะเอาแบบนี้ แบบนี้ แล้วก็แบบนี้! ทว่าข้าอยากได้ผีเสื้อให้มากๆ หน่อย เอาสัก...เอาสักฝูงนึง! เอาสักร้อยตัวเลย!”

ระ ร้อยตัว?!

“น้องห้า...มีที่ใดกัน ร้องขอลายปักผีเสื้อตั้งร้อยตัว พี่สามที่ไหนจะมีใจอยากปักผีเสื้อให้เจ้ามากมายถึงเพียงนั้น” เฉินชิวเยว่ปรามเสียงหวาน

“ข้า...” เซียงหรงหนักใจเล็กน้อย

นางก็ไม่อยากปักลวดลายเช่นนั้นจริงๆ นั่นแหละ

ทว่า...ทว่าน้องห้า...

เอาเถิด ถ้าเรื่องนี้จะทำให้น้องหญิงห้าของนางพอใจ...

“ข้าที่ไหนจะปฏิเสธคำขอน้องห้าของพวกเราได้...” เซียงหรงส่งยิ้มจางๆ ให้น้องห้า เพื่อให้น้องห้าของตนมั่นใจว่าจะได้รับผ้าปักลายตามที่ขอจากนางจริงๆ นางรีบกล่าวยืนยันเสียงใส “ในเมื่อน้องห้าชอบผีเสื้อถึงเพียงนี้ พี่สามก็จะปักลายผีเสื้อร้อยตัวให้เจ้า จะปักให้งดงามสมจริงราวกับผีเสื้อเหล่านั้นโบยบินได้เลยทีเดียว!”

เห็นรอยยิ้มใสๆ ไม่ทุกข์ไม่ร้อนของน้องสาวคนที่สามแล้ว เฉินชิวเยว่ก็เกิดหงุดหงิดขึ้นมา ทั้งยังหมดอารมณ์จะพูดจากับเด็กน้อยน่าโมโหที่ยอมเออออตามผู้คนไปหมด ยามกลั่นแกล้งสิ่งใด ฉกชิงสิ่งใด เด็กคนนี้ก็กลับยิ้มรับ คอยทำตัวเป็นคนดีอยู่ตลอดเวลา ดูราวกับคนเสียสติอย่างไรอย่างนั้น!

ประโยชน์ที่ควรได้ก็ได้แล้ว เฉินชิวเยว่ไม่อยากเสียเวลาตีฟูกชกลม

“น้องหญิงสามกำลังปักผ้า คงต้องใช้สมาธิ เช่นนั้นพี่ใหญ่กับน้องห้าคงไม่อยู่รบกวนเวลาพักผ่อนหย่อนใจของน้องสามแล้ว” กล่าวจบ เฉินชิวเยว่ก็จูงมือเฉินหมิงเยว่ น้องสาวร่วมมารดา จากไปด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง

เซียงหรงค้อมศีรษะน้อมส่งพี่หญิงของตน

น่าแปลกนัก เหตุใดจึงรู้สึกว่ารอยยิ้มของพี่หญิงใหญ่มักจะไม่พาดผ่านไปถึงดวงตา...

ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น…อย่าได้คิดอะไรที่ไม่ดี...

เฉินเซียงหรงบอกตัวเองในใจ พลางยกมือทั้งสองข้างของตนเองขึ้นตบหน้าตัวเองเบาๆ สองสามแปะ แล้วเริ่มปักผ้าในมือต่อไปด้วยรอยยิ้ม

“หึ...โง่เง่า...”

เสี่ยวเซียงหรงรู้สึกคล้ายได้ยินใครสักคนกล่าววาจาไม่น่าฟัง

นางรีบมองไปตามเสียง กลับพบเพียงอนุจาง จางเหม่ยเหมย ยืนส่งรอยยิ้มหวานล้ำให้อยู่ไม่ไกล

เซียงหรงค้อมศีรษะน้อยๆ แย้มยิ้มตอบ

อย่าได้คิดอะไรที่ไม่ดี...อย่าได้คิดอะไรที่ไม่ดี...เจ้าก็เพียงแต่หูแว่วไปเองเท่านั้น... เด็กน้อยอย่างนางไม่เคยกระทำสิ่งใดผิดต่อผู้อื่น แน่นอนว่าย่อมไม่เคยกระทำสิ่งใดผิดต่ออนุจาง เช่นนี้แล้วอนุจางจะเกลียดชังนางได้อย่างไร?

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 161

    “แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 160

    องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 159

    เซียงหรงถูกพาไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าคลุมสีแดงปักลายยวนยาง ตอนนั้นเองที่จวิ้นหวังเฟยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมบุตรชายที่ยามนี้ทุกคนในตำหนักได้เห็นแล้วว่าจ๋างจื่อของพวกตนช่างยิ้มได้งดงามนัก จวิ้นหวังเฟยรับจานเกี๊ยวมาจากแม่สื่อ ก่อนคีบป้อนสะใภ้หมาดๆ ของตนเองผ่านผ้าคลุมหน้า เซียงหรงได้แต่อ้าปากรับ ก่อนจะเคี้ยวแล้วเบิกตาโพลง …คายออกได้หรือไม่ มันยังดิบอยู่เลย... จวิ้นหวังเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนถาม “ดิบหรือไม่” เซียงหรงไม่กล้าเบ้ปาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ดิบเจ้าค่ะ” “ดีแล้ว ดิบก็ดีแล้ว” สตรีที่แต่งงานแล้วทุกคนในที่นั้นหัวเราะเสียงใส ก่อนที่พระชายาจะวางเกี๊ยวกลับไปให้กับแม่สื่อ “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด จือหลิน เจ้ายังคงต้องไปรับแขกอยู่นะ” “ขอรับท่านแม่” เขาพยักหน้า รอจนกระทั่งมารดาและคนอื่นๆ เดินออกไป หลี่จือหลินจึงหันกลับมาหาเจ้าสาวของตนเองอีกครั้ง พลางยกน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ “ค่อยๆ ดื่ม อาหารเหล่านี้เจ้ากินได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องรอข้ากลับมาหรอก หากง่วงก็นอนก่อนเสีย” “…เกี๊ยวเมื่อครู่ไม่เห็นอร่อยสักน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 158

    เฉินเหม่ยลี่กับเฉินชิวเยว่ ผู้หนึ่งเตรียมตัวก่อเรื่อง ผู้หนึ่งหวังชมเรื่องสนุก ต่างฝ่ายต่างแย้มยิ้มให้กันขณะนั่งร่วมเกี้ยวเล็กๆ ตามเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ดูรักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างมาก จนเฉินเหม่ยเซียงและเฉินหมิงเยว่อดตะขิดตะขวงใจแทนไม่ได้ขบวนแห่เจ้าสาวครั้งนี้ยาวเหยียด มีผู้คนมาโห่ร้องยินดีมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเห็นขบวนสินเดิมเจ้าสาวที่กล่าวกันว่ายาวหลายลี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อบ้านของตำหนักจวิ้นหวังช่างมือหนัก โปรยเหรียญมงคลให้กับผู้ที่อำนวยพรคู่บ่าวสาวไม่หยุดหย่อนเพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคำอวยพรยินดี มาถึงตรงนี้ เหล่าบุตรสาวสกุลเฉินในเกี้ยวต่างสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาฉายแววริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง แม้เฉินชิวเยว่เองจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยไปกว่าเฉินเซียงหรงที่ใด ซ้ำคู่ครองในอนาคตของนาง ก็ยังเป็นถึงผู้สูงศักดิ์ที่จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังอย่างหลี่จือหลินเทียบไม่ติด แต่นางกลับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าองค์ชายสามจะทุ่มเทให้กับนาง ดังเช่นที่จวิ้นหวังจ๋างจื่อทำให้น้องสามสารเลวสมควรตายหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเฉินเหม่ยลี่ ที่ยามนี้ผ้าเช็ดหน้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 157

    เซียงหรงเม้มปากแน่น แต่นางถอยหลังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นแม้ว่าเทียนจินในยามนี้จะมิได้เคร่งครัดในเรื่องการยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกเช่นรัชสมัยอื่นๆ แต่ว่านางก็หวังไม่ให้บิดาดำเนินไปในทางผิดมากกว่านี้...อนุหานไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนกั๋วกงได้จริงๆเซียงหรงตามองจมูก จมูกมองใจ [1]นางได้ยินเสียงบิดาพูดอวยพร ทว่ากลับฟังไม่รู้ความแล้วสักคำนางไร้มารดา จึงมีเพียงแต่ป้ายวิญญาณเท่านั้นที่นางเคารพกราบไหว้แม้ว่าอนุหานจะนั่งอยู่ด้านข้างเฉินกั๋วกง สวมชุดสีเดียวกับอาทิตย์อัสดงที่เกือบคล้ายสีแดงสด ทว่าอนุผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการคารวะจากคุณหนูสายตรงเช่นนางกว่าที่เซียงหรงจะรู้ตัวอีกที ก็ถูกพี่ชายใหญ่แบกขึ้นหลัง พาเดินออกจากจวนกั๋วกงทีละก้าวๆ ด้วยฝีเท้ามั่นคงชั่วอึดใจนั้น ร่างบอบบางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย นางจับเสื้อเขาเอาไว้แน่น น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาทีละหยดตกต้องบ่าของคุณชายใหญ่แห่งจวนเฉินกั๋วกง“จำไว้ หรงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาที่นี่ได้เสมอ” พี่ชายนาง เฉินจิ้งอี้ พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าได้กลัว อย่าได้กังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จวนเฉินกั๋วกงและพี่ใหญ่จะยืนเคียงข้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 156

    อนุหาน หานชิงเยว่ รีบฉวยโอกาสขณะเฉินกั๋วกงกำลังรับคำแสดงความยินดีจากอดีตเสนาบดีสวีผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของสวีหวงโฮ่ว ซึ่งกำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และท่านปู่กับท่านลุงของนาง มุ่งหน้าไปบอกกล่าวหว่านล้อมขออนุญาตให้ ‘บุตรสาว’ อีกสี่คนสามารถติดตามขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปส่งตัวพี่หญิงน้องหญิงของตนออกเรือนได้ ขณะที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะ เสียงหัวเราะเฮฮาประสมกันเมื่อพี่ชายน้องชายของเจ้าสาวทดสอบว่าที่ท่านเขยของตนเองด้วยปัญหาเชาว์เซียงหรงได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของหลี่จือหลินตอบคำถามแต่ละข้อจนครบ ร่ายบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ ต่อหน้าผู้ทดสอบและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานคนอื่นๆเสียงของผู้คนมากมายเริ่มย้ายไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อหลี่จือหลิน ต้องคำนับบรรพบุรุษในจวนกั๋วกงเพื่อบอกกล่าวว่าเขาได้มารับเจ้าสาวสกุลเฉินแล้ว แล้วจึงกลับมารอเจ้าสาวของตนที่หน้าห้องโถงพิธี รอให้นางออกไปกราบไหว้บิดามารดาอีกครั้งแล้วจึงออกขบวนเซียงหรงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหวไปตามการจับจูงของผู้คน เริ่มจากฟูเหรินมงคล จากนั้นก็เป็นมือใหญ่ของหลี่จือหลินที่รอรับอยู่อย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะพานางไปกราบไหว้บิ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status