공유

บทที่ 7

작가: Karawek House
last update 게시일: 2025-08-15 11:45:45

“คุณหนู...น้ำชากับขนมมาแล้วเจ้าค่ะ” ซู่ซิน อดีตคนสนิทข้างกายมารดานาง ที่กล่าวได้ว่าเป็นสาวใช้จากเรือนเหลียนฮวาเพียงคนเดียวที่ไม่ถูกท่านย่าของนางขายออกไปจากจวน ถือถาดน้ำชาและขนมเดินตรงมาหาด้วยรอยยิ้ม

คล้ายกับซู่ซินจะสังเกตเห็นภาพร่างผีเสื้อบนผืนผ้า จึงอดออกปากชื่นชมออกมาไม่ได้ “คุณหนูจะปักผีเสื้อเพิ่มเช่นนั้นหรือ ช่างคิดยิ่งนัก คุณหนูของซู่ซินนับว่าเป็นยอดสตรีโดยแท้ อายุเพียงเจ็ดขวบปี กลับออกแบบลายปักผ้าได้ด้วยตนเอง ซ้ำฝีเข็มยังละเอียดลออ ลายปักทุกลายที่ปักออกมาก็ล้วนงดงามสมจริงจนยากจะเชื่อว่าเป็นเพียงลายปักบนผืนผ้าเท่านั้น”

เซียงหรงแย้มรอยยิ้มงดงามรับคำชมนั้น

ก็แน่ล่ะสิ ในเมื่อท่านย่ากล่าวว่าสมัยก่อนท่านแม่ของนางปักผ้าได้งดงามไร้ที่ติ เหตุที่ท่านพ่อกับท่านแม่ได้พบรักและครองคู่กันก็เป็นเพราะลายปักผ้าของท่านแม่ที่ทำให้ท่านพ่อผู้ไม่เคยชายตาแลสตรีใดถึงกับหลงใหลพร่ำเพ้อ กล่าวว่าผู้ที่ปักผ้าเช่นนั้นได้จะต้องเป็นยอดสตรีที่จิตใจดีทั้งยังเป็นคนละเอียดลออช่างเอาใจใส่เป็นแน่...

ท่านแม่ของนางเก่งกาจปานนั้น ซ้ำผ้าปักลายยังนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เชื่อมโยงบิดาและมารดาของนางเอาไว้ด้วยกัน นางที่เป็นบุตรสาวจะไม่หมั่นฝึกฝนปักผ้าให้เก่งกาจจนทำให้ท่านแม่ที่พักผ่อนอยู่บนสวรรค์ต้องเสียชื่อได้อย่างไร?

มองลายปักงดงามบนผืนผ้า เสี่ยวเซียงหรงก็ยิ่งสุขใจ

ทว่าสุขใจก็ส่วนสุขใจ นางไม่อาจรับคำชมเหล่านี้มาเป็นของตนเองทั้งหมดโดยไม่กล่าวถึงพี่หญิงใหญ่

“เป็นความคิดของพี่หญิงใหญ่น่ะ” เซียงหรงลูบลายผีเสื้อบนผืนผ้าเบาๆ “พี่หญิงใหญ่ช่างยอดเยี่ยมนัก มองปราดเดียวก็รู้ว่าหากเติมผีเสื้อลงไปสักเล็กน้อย ผ้าปักผืนนี้ก็จะยิ่งงดงามสมบูรณ์ยิ่งขึ้น...”

ซู่ซินมุ่นหัวคิ้วเข้าหากันทันที “คุณหนู...หรือว่าเมื่อครู่ตอนที่บ่าวไปเตรียมน้ำชาและขนมเหล่านี้มาให้ท่าน คุณหนูใหญ่ก็เข้ามากลั่นแกล้งรังแกท่านอีกแล้ว?”

เสี่ยวเซียงหรงมุ่นหัวคิ้วตามทันที “พี่หญิงใหญ่ที่ไหนจะกลั่นแกล้งรังแกข้า พี่หญิงใหญ่เคยทำเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อใด พี่ซู่ซินกล่าวเช่นนี้ หากพี่หญิงใหญ่รู้เข้าจะต้องเสียใจมากแน่ๆ”

“คุณหนู...” ซู่ซินคับข้องใจเป็นอย่างมาก นางกัดริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่งก็สูดลมหายใจเข้าลึก ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก แย้มรอยยิ้มแข็งขืน เอ่ยเพียงสั้นๆ “คุณหนูกล่าวได้ถูกต้องแล้ว เป็นบ่าวที่คิดมากจนเกินไปทั้งนั้น คุณหนู...คุณหนูสามของบ่าวช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน...ดีมากๆ ดีมากจริงๆ”

“พี่ซู่ซินก็เห็นเป็นเช่นนั้นหรือ!” เสี่ยวเซียงหรงถาม น้ำเสียงยิ่งกว่ายินดี

“เจ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวเป็นเด็กดี...ดีเกินไปแล้ว...” ซู่ซินได้แต่ทอดถอนใจ

แม้นางจะชมชอบอุปนิสัยซื่อตรง เมตตาอารี น้ำใจงาม ใจกว้างยิ่งกว่ามหาสมุทร และความเป็นคนวางตัวเรียบง่าย จิตใจสงบผ่องใส ไม่เคยถือโทษโกรธผู้ใดของคุณหนูสามเป็นอย่างมาก จนไม่อยากทำลายความบริสุทธิ์ซื่อใสดีงามนั้นด้วยการยัดเยียดความคิดของตนเองให้คุณหนูสาม ทว่า...คุณหนูสามที่เป็นเช่นนี้ จะไม่นับว่าน่าสงสารจนเกินไปงั้นรึ? นี่นางกำลังร่วมด้วยช่วยคนเหล่านั้นกลั่นแกล้งรังแกคุณหนูสามของตนทางอ้อมหรือไม่?

มองดวงตากระจ่างใสของคุณหนูสามแล้ว ซู่ซินก็ได้แต่เก็บกลืนคำพูดมาก มายที่อัดแน่นอยู่ในใจลงท้อง

เอาเถิด...ต่อไปนางก็แค่ต้องระวังให้มากขึ้นอีกหน่อย และลอบบอกเรื่องนี้ให้นายหญิงชรารับรู้ นายหญิงชราจะได้ช่วยจัดหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยนางดูแลคุ้มครองคุณหนูอีกแรงหนึ่ง ระหว่างที่นางไปจัดเตรียมขนมและของว่างให้คุณหนูด้วยตนเองเช่นวันนี้จะได้มีคนคอยอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูสาม คอยปกป้องคุณหนูสามที่ทั้งไร้เดียงสาและมองโลกมองผู้คนในแง่ดีมากเกินไปสักเล็กน้อยเอาไว้ ทำเช่นนี้...ก็น่าจะได้กระมัง?

จะอย่างไรนางก็เป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่ง แม้ยามนี้จะมีนายหญิงชราคุ้มหัวคุ้มตัว ทว่าสาวใช้อย่างนางก็ไม่กล้าแข็งข้อต่ออนุทั้งสามที่แม้จะเป็นเพียงอนุ แต่ก็ล้วนมาจากตระกูลใหญ่อย่างสกุลหาน สกุลซู และสกุลจาง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตระกูลบัณฑิตเก่าแก่ที่สืบทอดชื่อเสียงและความมั่งคั่งมามากกว่าร้อยปีทั้งสิ้น

นางยังไม่อยากถูกหาเหตุกำจัดออกไปเช่นคนอื่นๆ รอบตัวคุณหนูสาม หลายครั้งจึงต้องคอยแกล้งเอาหูไปทางเอาตาไปทาง ไม่เช่นนั้นบ่าวที่ซื่อสัตย์อย่างนางก็คงถูกกำจัดออกไปจากข้างกายคุณหนูสามเช่นเดียวกับคนอื่นๆ นานแล้ว

ฟูเหรินที่ล่วงลับดีต่อนางกว่าใคร...คุณหนูสามจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ ซื่อใสไร้เดียงสาเกินไป ไม่เคยคิดหรือมองสิ่งใดในแง่ร้าย หากกระทั่งนางก็ยังโดนกำจัดออกไป ต่อไปข้างกายคุณหนูสามก็จะไม่เหลือใครสักคนที่ไว้ใจได้คอยปกป้องดูแลให้ปลอดภัยอีกแล้ว...นางไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนั้น

ยอมรับตามตรงว่านับตั้งแต่ฟูเหรินของนางจากไป นางก็กลายเป็นคนมองโลกและผู้คนในแง่ร้าย ยิ่งสังเกตยิ่งมองเห็นสันดานร้ายเร้นที่แฝงอยู่ในตัวอนุทั้งสามและบุตรสาวของพวกนาง บ่าวอย่างนางก็ยิ่งหวาดกลัวและไม่อาจวางใจให้ผู้อื่นดูแลคุณหนูของตน กระทั่งจัดเตรียมอาหาร น้ำชา และขนม ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้น นางล้วนต้องจัดเตรียมเองกับมือ จึงจะวางใจได้

“คุณหนูเจ้าคะ ขนมนี่บ่าวทำขึ้นเองกับมือ คุณหนูวางผ้าปักลงสักครู่ แล้วลองชิมให้บ่าวได้ชื่นใจสักนิดได้หรือไม่”

เซียงหรงแย้มยิ้ม วางผ้าในมือ เริ่มเลี้ยงดูปูเสื่อตนเองอย่างว่าง่าย

เรื่องทำให้ผู้อื่นดีใจ นางชอบทำอยู่แล้ว!

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 186

    ทว่า...ถึงขั้นมีบุตรชายบุตรสาวด้วยกันแล้ว บิดาก็ยังไม่มีใจรักใคร่ผูกพันต่อท่านแม่และอนุจาง อนุซู บ้างเลยหรือ? ไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม มารดาก็ขยับริมฝีปากเล่าต่อไป ไม่สนใจนางสักนิด คล้ายกำลังจ่อมจงลงในอดีต เฉินชิวเยว่จึงทำเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยขัด“หลี่เซียงเหลียนก็เหมือนเฉินเซียงหรงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เป็นโฉมงามยอดเมธีผู้บริสุทธิ์งดงาม จิตใจใสสะอาด...ครั้นเมื่อรับอนุภรรยาเข้ามาถึงสามคน ตนเองกลับตั้งครรภ์ นางไม่เพียงไม่ตีอกชกลม ยังเผื่อแผ่บิดาเจ้ามาให้ข้า ซูเหมยเหนียง จางเหม่ยเหมย ราวกับจะทำทาน บิดาเจ้าถูกหลี่เซียงเหลียนผลักไสมากเข้าก็ประชดด้วยการทำตามอย่างนางว่า สุดท้ายซูเหมยเหนียง ข้า กับจางเหม่ยเหมยก็ตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ข้ามีเจ้า ส่วนจางเหม่ยเหมยก็มีเฉินเหม่ยลี่...นังแพศยาสารเลวที่ยามนี้ยังตามไปรบกวนชีวิตเจ้าถึงในวัง”ฟังถึงตรงนี้ เฉินชิวเยว่ก็แค้นใจยิ่งนัก นางพึมพำเสียงเบา “ฟ้าส่งให้ข้ามาเกิดก็พอแล้ว เหตุใดยังต้องส่งเฉินเหม่ยลี่มาเกิดในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนั้นด้วย!”อนุหานแค่นหัวเราะ แต่ไม่รู้ว่าเยาะเย้ยผู้ใดกันแน่ นางเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม ทว่าในเนื้อเสียงแฝงความ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 185

    วันที่สาม เจ้าสาวต้องกลับบ้านเดิมเดิมองค์ชายสามควรกลับบ้านมาด้วยกันกับเฉินชิวเยว่ ทว่าเขากลับติดภารกิจ ต้องเดินทางออกนอกเมืองกะทันหัน จึงให้ชายาของตนเองกลับไปยังจวนเฉินกั๋วกงเพียงลำพังแม้ว่าเฉินชิวเยว่จะขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย ทว่านางไม่ได้แสดงออกมากนักอีกประการหนึ่ง การที่นางได้กลับบ้านเดิมเพียงลำพัง กลับสะดวกต่อนางนักสองวันที่ผ่านมาองค์ชายเอาแต่คลอเคลียอยู่กับเฉินเหม่ยลี่ไม่ยอมห่าง ด้วยเห่อบุตรคนโตที่เกิดจากท้องของนางคนชั้นต่ำนั่นยิ่งนัก แต่ละวันคอยพะเน้าพะนอเอาใจเฉินเหม่ยลี่ไม่ห่าง จนกระทั่งดึกดื่นจึงได้กลับมายังห้องหอ รสชาติของการถูกกระทำราวกับตนเป็นเพียงอนุเสียเองเช่นนี้ ทำให้เฉินชิวเยว่สุดจะทนนางทนไม่ได้ และจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วด้วย!สองวันมานี้สร้างความเคียดแค้นจนถึงขั้นหมายเอาชีวิตเฉินเหม่ยลี่เฉินชิวเยว่ตรึกตรองหาหนทาง ก่อนที่ใจจะคิดถึงการตายที่มีเงื่อนงำของฟูเหรินจวนสกุลเฉินนางไม่เคยกล้าคิดมาก่อน แต่เมื่อตอนที่มารดาพูดถึงเรื่องการตายของท่านย่า...หากท่านย่ายัง...แล้วมารดาของเฉินเซียงหรงเล่า...หานชิงเยว่ได้แต่ทอดถอนใจเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเองไม่ได้มีความสุขเท่าที่เคย ทั้ง

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 184

    ทว่าชั่วขณะนั้นเอง ทุกอย่างก็พลิกผันเฉินเหม่ยลี่สีหน้าเผือดซีดลงทันควัน มือที่ยื่นถ้วยชาออกไปตกลงกลางทาง น้ำชาร้อนๆ พลันหกรดแขนตนเองจนแดงก่ำทันตาสายตาของคนในห้องหันมาจับจ้องที่เฉินชิวเยว่เป็นตาเดียวเฉินชิวเยว่กัดฟันแน่น แม้จะขุ่นเคืองปานใด แต่ยามนี้นางไม่โง่พอที่จะแสดงออกมา นางรีบทรุดลงนั่งข้างน้องสาว ก่อนเขย่าร่างนั้นพลางเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ“น้องรอง! น้องรอง...เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้ ไปตามหมอมาเร็วเข้า ไม่รู้ว่าเหตุใด ในวันดีๆ ที่ทั่วทั้งตำหนักเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ซ้ำฝ่าบาทและหวงโฮ่วยังเสด็จมาเป็นมิ่งมงคลเช่นนี้ จู่ๆ น้องรองของข้ากลับเป็นลมล้มพับลงไปโดยไร้สาเหตุ!”ชายาจวิ้นหวังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ ขณะที่ชายารัชทายาทเอนตัวเข้าใกล้นางพลางเอ่ยเสียงเบา“ท่านน้า ท่านว่านี่เกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่นะ หวงตี้และหวงโฮ่วประทับอยู่เป็นมงคล แต่นางกลับล้มสลบไปเช่นนี้ หรือว่านางมีเงาอัปมงคลตามติด จึงได้ล้มสลบลงไปเช่นนั้น?”ชายาจวิ้นหวังฟังแล้วได้แต่ยิ้ม ทั้งที่ในใจสบถไปหลายครั้งสตรีโง่งม! มงคลอัปมงคลอะไรกัน มีแต่กลอุบายทั้งนั้น!หมอหลวงที่ตามขบวนเสด็จมารีบรี่มาตรวจอาการโดยพลัน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 183

    “เจ้าว่าองค์ชายไปที่ใดนะ!”“เอ้อ...เรือนของ...เฉินอี๋เหนียงเจ้าค่ะ” หมัวมัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเดิมองค์ชายสามจะรับเฉินอี๋เหนียงเข้ามาโดยไม่สมัครใจนัก ทว่าเฉินอี๋เหนียงกลับอ่อนหวาน ช่างเอาใจ เพียรพยายามชดเชยความบกพร่องของตนด้วยการตามพระทัยองค์ชายไปหมดทุกอย่าง ทั้งยังพูดหวานขานเพราะ ช่างจำนรรจาราวกับนกน้อยก็ไม่ปาน องค์ชายสามที่แม้จะทรงเคยรังเกียจเรือนร่างแปดเปื้อนราคีของนาง เมื่อได้รับการเอาอกเอาใจ ได้รับการปลอบประโลมด้วยถ้อยคำหวานหู...รวมถึงเรื่องในห้องหอที่ถึงทรวงอย่างที่สตรีสูงศักดิ์อ่อนเดียงสาไม่อาจมอบให้ได้ เพียงเท่านั้นองค์ชายสามก็แทบจะเคล้าคลอนางทุกเมื่อเชื่อวันแล้วยามนี้บ่าวไพร่ในตำหนักองค์ชายสาม ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่า จะล่วงเกินอี๋เหนียงคนใดขององค์ชายสามก็ได้ แต่ห้ามทำให้เฉินอี๋เหนียงขุ่นเคืองใจแม้สักนิดเป็นอันขาด“เฉินเหม่ยลี่...” เฉินชิวเยว่พึมพำเสียงสั่น จิกเล็บลงกับฝ่ามือ อยากจะกรีดร้องออกมาเสียให้ดังๆ ทว่ารู้ดีว่าแม้ตนเองจะเข้าตำหนักมาในฐานะต้าหวังเฟย นางก็เพิ่งจะแต่งเข้ามาในตำหนัก ขายังไม่อาจ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 182

    ขบวนทัพเรียบง่ายใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ขณะที่ขบวนเจ้าสาวที่ออกจากจวนเฉินกั๋วกงในเวลาเดียวกันนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคลตระการตา ผู้คนสองข้างทางต่างพากันเฝ้าชมวาสนาของจวนเฉินกั๋วกงที่เลี้ยงบุตรสาวได้ดียิ่งนักคนหนึ่งได้กลายเป็นจ๋างจื่อฟูเหรินแห่งตำหนักจวิ้นหวัง อีกคนโผบินสู่กิ่งไม้ที่สูงและมั่นคงยิ่งกว่า ด้วยการแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสาม องค์ชายเพียงผู้เดียวที่ถือกำเนิดจากหวงโฮ่ว กลายเป็นต้าหวังเฟยอันทรงเกียรติของตำหนักนั้นเฉินชิวเยว่ยามนี้ไม่รู้สึกอิจฉาเฉินเซียงหรงสักนิดเป็นดังคำที่มารดากล่าวไม่มีผิด...อีกฝ่ายจะเป็นคุณหนูที่ถือกำเนิดจากฟูเหรินของจวนแล้วอย่างไร นางเป็นลูกอนุผู้หนึ่งของจวนแล้วอย่างไร ต่อให้เฉินเซียงหรงจะเป็นโฉมงามยอดเมธี แต่สุดท้ายแล้วต่อจากนี้เมื่อเฉินเซียงหรงเห็นนาง ก็ยังต้องน้อมกายคารวะ ต้องเรียกนางว่า ‘พระชายาสาม’ อย่างนอบน้อมมิใช่หรือ?ไหนจะเรื่องที่ตอนนี้หลี่จือหลินซึ่งเคยเป็นคุณชายอันดับหนึ่งที่สตรีทั้งหลายปรารถนาจะแต่งให้ กลับต้องไปออกศึก ฝ่าทะเลคมหอกคมดาบที่ไร้ตา ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาครบส่วนหรือไม่...หรือหากเคราะห์ไม่ดีก็อาจจะไม่ได้กลับมาด้วยซ้ำ นางจะยังสนใจคน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 181

    วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ หลังจากยืนยันได้แน่ชัดว่าเทียนเฉามีการเตรียมทัพ ทางเทียนจินเองก็ต้องจัดการป้องกันตนอย่างรวดเร็ว การเตรียมเสบียงทัพและการเกณฑ์ทหารใช้เวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น ทัพหลวงก็สามารถออกเดินทางไปยังชายแดนได้แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่จือหลินผู้เป็นนายทัพต้องยุ่งวุ่นวายสายตัวแทบขาด นอกจากจะต้องตรวจเสบียงทัพและเรื่องกองกำลังต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นเรื่องเครื่องนุ่งห่มของทหาร เรื่องอาวุธที่กำลังหลอม เขาก็ยังต้องตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสกินตามน้ำ หาเศษหาเลยกับการยกทัพไปชายแดนทว่าแม้จะยุ่งวุ่นวายปานใด เขาก็ยังหาเวลามาคลอเคลียกับภรรยาตัวน้อยไม่เว้นวาย แม้จะเป็นเพียงเวลาหนึ่งหรือครึ่งชั่วยามก็ไม่เคยปล่อยให้เสียเปล่าสองสามีภรรยายามนี้นับได้ว่ารักใคร่ปรองดองกันยิ่งนัก...อย่างน้อยก็ในสายตาของบ่าวไพร่ตำหนักจวิ้นหวังยามเมื่อถึงวันต้องนำทัพออกจากเมืองหลวง เซียงหรงค่อยๆ ส่งเกราะเหล็กให้กับหลี่จือหลินสวมพลางช่วยเขาผูกเกราะอย่างเบามือ“สนามรบคมดาบไร้ตา ท่านต้องระวังตัวให้มาก” นางพูดเบาๆ พลางผูกสายรัดเกราะด้านข้างให

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 114

    คืนนี้หลี่จือหลินล่าไก่ป่าได้หนึ่งตัว กำลังทำไก่ขอทานให้นางกิน แต่เหตุใดไม่รู้...นางจึงรู้สึกกระวนกระวายยิ่งนัก ต่างจากเขาที่ยังคงกล่าวกับนางอย่างสุขุมเยือกเย็น พอกไก่ด้วยโคลนอย่างสุขุมเยือกเย็น และสุมไฟ ก่อนจะโยนไก่ที่พอกโคลนทับไว้แล้วลงไปอย่างสุขุมเยือกเย็นเป็นที่สุด“ในเมื่อเจ้ากำลังจะแต่งเข้าตำ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 113

    "เจ้ารับปากในฝันไปแล้วนี่ ว่าจะให้พวกเขาอยู่ด้วย ฝันเช่นนี้คงได้ลูกแฝดหงส์มังกรกระมัง ท่านพ่อของข้ากับท่านแม่ของเจ้าเองก็เป็นแฝดหงส์มังกรเช่นกัน...ดียิ่ง"เซียงหรงกัดฟันแน่น เลือกที่จะไม่ตอบอะไรหลี่จือหลินกลับพอใจที่เห็นภรรยาตัวน้อยแสดงอาการขัดเขินออกมา แม้จะรู้ดีว่าในใจของนางยังคงว้าวุ่นอยู่ไม่คล

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 112

    ชั่วขณะนั้น เซียงหรงสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะแสงสว่างในรุ่งอรุณของวันใหม่ นางพบว่าตนยังคงอยู่ในอ้อมกอดของหลี่จือหลิน ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอนางเอียงศีรษะมองอย่างเงียบๆ ใบหน้าของเขาภายใต้แสงอ่อนๆ ยามเช้าดูสงบนิ่ง แต่นางกลับรู้สึกหนักอึ้งในอก"ฝันแปลกเสียจริง..." นางพึมพำ พลางนึ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 111

    ตลอดการเดินทางไปยังหมู่บ้านว่อหลงที่มีซู่ซินรออยู่ หลี่จือหลินซื้อรถม้าคันหนึ่งให้นางนั่งอยู่ด้านใน ส่วนตัวเขาขับรถม้าด้านนอก เขาให้เหตุผลว่าจะทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นนั่นก็จริงอยู่นับตั้งแต่มีรถม้า นางก็ไม่เคยต้องนอนบนพื้นหินพื้นหญ้าให้เจ็บหลังปวดเอว หรือคันเนื้อคันตัวเหมือนก่อนห

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status