登入สตรีแกร่ง ไม่ยอมคนจากศตวรรษที่ 20 ย้อนเวลามาอยู่ในร่างเฉินอี้เหนียง นางร้ายเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ ชอบพาลหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว ใช้อำนาจเงินกดขี่ข่มเหงผู้คน ลงโทษบ่าวไพร่ทุบตีเป็นว่าเล่น สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของนางคือวางแผนแอบซื้อตัวสาวใช้ในจวนสกุลซ่ง วางยาปลุกกำหนัด เพื่อหวังปีนเตียงแม่ทัพซ่ง ‘ซ่งหานซั่ว’ ที่มีนิสัยโหดเหี้ยม อำมหิต ได้รับสมญานามว่าแม่ทัพสีเลือด สร้างผลงานยิ่งใหญ่ให้กับแผ่นดินมากมาย โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ยอมทำตัวไร้ยางอายเพียงหวังว่าจะได้ขึ้นเป็นฮูหยินของสกุลซ่งตามที่หวัง นางปีนเตียงสำเร็จจนตั้งครรภ์อ่อนๆ หวังใช้เป็นข้ออ้างให้เขายินยอมรับนางเป็นภรรยาอย่างถูกต้อง แต่กลับผิดพลาดตาลปัตรถูกเขาหาว่าลูกในท้องนั้นไม่ใช่ลูกของเขา ครั้งนี้ความเลวร้ายเริ่มมาเยือน โชคชะตาเล่นตลกเสมือนถูกฟ้าผ่ากระหน่ำซ้ำเติมอีกครั้ง ครอบครัวที่เคยมีฐานะมั่งคัง แม้แต่เงินทองใช้หยิบจ่ายไม่เคยขัดสน กลับตกต่ำอับจนเพียงชั่วข้ามคืน เพราะบิดาถูกสหายคนสนิทโกงเงินไปจนสิ้นเนื้อประดาตัว จนจำใจต้องย้ายออกจากจวน ย้ายถิ่นฐานมาอยู่นอกเมืองสร้างบ้านเล็กๆ อยู่ในหมู่บ้านห่างออกมาจากตัวเมือง ใช้ชีวิตจากหน้ามือ กลายเป็นหลังมืออดมื้อกินมื้อไปวันๆ
查看更多นอกแคว้นหาน แถบชายป่าห่างออกไป 10 ลี้
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนผ่านเลาะหนาม ดงป่าไผ่อย่างยากลำบาก แววตาที่เคยร้ายกาจ กลับหวาดกลัวไม่เป็นตัวของตัวเอง ราวกับสตรีเสียสติที่กำลังเจอเรื่องกระทบต่อจิตใจรุนแรง นางวิ่งไปข้างหน้าไม่สนสิ่งใดกีดขวาง ตลอดระยะทางนางคอยหันไปมองระแวงทางด้านหลังตลอดเวลา ภาวนาในใจซ้ำๆ
“หนี….ข้าต้องหนี…ข้ายังไม่อยากตาย”
นางร้องไห้ วิ่งหนีสุดชีวิต ใบหน้าอาบน้ำตาหลั่งไหลตลอดทาง ท่ามกลางความมืด นางไม่อาจแยกออกว่าตอนนี้นางหนีมาอยู่ที่ใดแล้ว นางหวังเพียงขอให้ชีวิตนางรอดกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย และหนีพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชที่คอยไล่ล่าตามฆ่านางมาตลอดทาง
ร่างกายที่เคยนวลเนียนละเอียดยิบคุณหนูผู้สูงศักดิ์ สภาพนางในตอนนี้นับว่ามองไม่ออกว่าเคยเป็นผู้ดีตีนแดงมาก่อน ดูไม่ต่างจากสตรีเสียสติ วิปลาส เนื้อตัวสะบักสะบอม
ผิวหนังถูกหนามบาด ขีดข่วน ปักทิ่มแทงไปทั่ว นางไม่ต่างสุนัขที่กำลังหาทางรอดออกจากอุโมงค์มืดมิดที่รอเพียงความตายมาพรากชีวิต
โคลนตมขังค้างน้ำฝนที่พึ่งหยุดตกหมาดๆ ถูกสตรีอาภรณ์แดงเหยียบย้ำไปตามระยะทาง ทิ้งรอยเท้าให้ผู้ที่ตามไล่ล่ามาตามหลังสังเกตเห็นชัดเจน
ชายชุดดำ ปกปิดใบหน้ามิดชิด มาพร้อมกระบี่คู่กายอาบย้อมไปด้วยโลหิตเปื้อนบนกระบี่ โผทะยานรวดเร็วกระโดดซ้ายที ขวาที ตามนางไม่รามือ ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มเข้าใกล้ตัวนางแล้ว
เฉินอี้เหนียงเบิกตากว้าง ตื่นกลัว ร่างกายสั่นเทิ้ม นางยังไม่อยากตาย นางมีหลายสิ่งที่ปรารถนาอยากทำ ดูเหมือนว่าโชคชะตาไม่เข้าข้างคนสารเลวชั่วช้าเช่นนาง นางวิ่งสะดุดกิ่งไม้ ร่างของนางล้มลงกับพื้น อาภรณ์เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน
ตอนนี้นางไม่แม้แต่จะขยับได้เต็มที่ ร่างกายนางได้รับบาดเจ็บเกินไปกว่าที่จะลุกวิ่งไหว นางร้องไห้พรั่งพรูคิดถึงเรื่องราวความร้ายกาจที่ผ่านมา ความอัปยศที่นางกำลังได้รับไม่ต่างจากสุนัขที่ไร้ค่าตัวหนึ่ง ที่จะถูกเหยียบย่ำฆ่าตายเป็นผัก
เป็นปลากลายเป็นซากศพไร้วิญญาณที่ถูกทิ้งเดียวดายให้สัตว์ป่าหิวกระหายเข้ามาแทะกิน
นางร้องทรมานอย่างเจ็บปวดยามที่ขยับขาทีละข้างทรงตัวลุกขึ้นยืน นางล้มลงไปที่พื้นเหมือนครั้งแรก ไม่มีทางอื่นนอกจากรอความตาย นางมองทางด้านหลัง ชายผู้นั้นยังคงตามมาหรือไม่ นางไม่เห็นแม้แต่เงานึกว่าตัวเองจะรอดพ้นเสียแล้ว กลับเห็นดวงตาเหี้ยมโหดน่ากลัวในความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
ไม่ทันนางได้คลานหนี ร่างของชายผู้นั้นโผทะยานมายืนอยู่ตรงหน้านาง ราวกับมัจจุราช นางประสานดวงตาคู่นั้นเข้า หญิงสาวมองกระบี่สีเลือดยกขึ้น แววตานางหวาดกลัว
“อย่า…อย่าฆ่าข้า…ข้ากลัวแล้ว”
นางส่ายศีรษะร่ำร้องขอชีวิตอีกครั้ง
ไร้ผล….เขาไม่แม้แต่จะฟังคำขอร้องชั่ววินาทีสุดท้ายของนาง ไร้สุ้มเสียงใดๆ ตอบกลับมา มีเพียงแววตาเยาะหยันที่ชายผู้นั้นกำลังมอบให้และของขวัญชิ้นพิเศษตวัดฟาดมาที่ลำตัวของนาง โลหิตกระเซ็นไปทั่วพสุธา
ร่างของนางล้มฟุบไปนอนราบอยู่ที่พื้น ความร้อนรุ่มกระจุกรวมตัวที่ลำคอ นางกระอักโลหิตออกมาจากปาก สายตานางตอนนี้สิ้นหวังอ่อนแรงโรยรา จดจ้องมองบุรุษที่เป็นผู้คร่าชีวิตนางเลือนราง
“แค่ก…แค่ก….ได้โปรด ข้ายังไม่อยากตาย….ข้ายัง…”
น้ำตาไหลหยดมาที่หางตา นางร้องขอชีวิตสุดท้ายเสียงแผ่วเบา
ดวงตาเย็นยะเยือกกลับไม่แยแสต่อคำขอร้องของนาง กระหน่ำกระบี่ลงไปซ้ำเติมอีกครั้งโดยไม่ลังเล จวบจนเสียงของหญิงสาวขาดหายไปในที่สุด
ร่างกายของนางถูกบุรุษลากผ่านป่า เศษหนามตามทาง จนกระทั่งมาหยุดที่แม่น้ำขนาดใหญ่จากนั้นโยนร่างไร้วิญญาณจมดิ่งสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำ จนแน่ใจแล้วว่านางไม่อาจมีชีวิตกลับมาได้อีก ร่างดำทะมึนใช้วิชาตัวเบาหลบหนีหายจากตรงนั้นไปในทันที
รัตติกาลกลืนกินทั่วแคว้นหาน ทั่วบริเวณจวนสกุลซ่งที่มีแต่ความเงียบสงบปกคลุมไปรอบด้าน ทหารเวรยามตรวจตราความปลอดภัยทั้งภายนอกจวน และภายในอย่างขยันขันแข็ง
ทว่าภายในเรือนที่ถูกจุดกำยานในยามค่ำคืน ยามลมหนาวพาดผ่านเกิดเสียงอู้ๆ บริเวณภายนอก
ปรากฎชายหนุ่มกระโดดผ่านหน้าต่างตรงเข้ามารายงาน
“ท่านแม่ทัพ…ข้าจัดการตามที่สั่งแล้วขอรับ…แต่ว่านาง”
“ไม่มีผู้ใดเห็นใช่หรือไม่…ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่มีข้อผิดพลาดทำให้ข้าผิดหวัง”
“ขอรับ”
“ท่านแม่ขอรับ ดูสิท่านปู่วิ่งตามข้าไม่ทัน ฮ่าฮ่าฮ่า” อี้เหนียงมองดูบุตรชายที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข นึกระอาในใจ จะวิ่งตามได้อย่างไร ในเมื่อผู้ที่กำลังวิ่งตามนั้นอายุถึง 70ปี มิใช่น้อยดั่งวัยหนุ่มสาว“แฮ่กๆ ข้าไม่ไหวแล้วขอรับ” ร่างหนึ่งเหนื่อยหอบหายใจ หากยังคงดื้อรั้นวิ่งต่อ คงได้สิ้นใจเสียตอนนี้“โถ่ ท่านปู่เพียงวิ่งแค่เล็กน้อยก็เหนื่อยเสียแล้วหรือ ดูข้าสิ ไม่เห็นเหนื่อยสักนิด ไยอ่อนแอเสียจริง” เสียวเป่ายกยิ้มระรื่นด้วยความดีใจ เขานั้นช่างแข็งแรงเสียจริง วิ่งเพียงเท่านี้ไม่เหนื่อยเลยสักนิด“ข้าอายุมิใช่น้อย วิ่งได้เท่านั้นนับว่าประเสริฐ”“อายุเป็นเพียงเลขหนึ่ง ท่านแม่ข้าเคยกล่าว ดังนั้นท่านปู่อย่าได้กล่าวอ้างอีกเลย” นางรู้สึกหางตากระตุก นับวันยิ่งเจ้าเล่ห์ คล้ายผู้ใดกัน นางนั้นไม่เคยนิสัยเช่นนี้“เจ้าอย่ารังแกเขาเลย ปล่อยให้แก่ตายเสียดีกว่าเล่นกับเจ้าจนตาย บาปหลวงยิ่งนัก” เสียงหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงแม้ดุดัน ทว่าแฝงความหยอกเย้าเสียครึ่งหนึ่ง“ท่านพ่อ กลับมาแล้วหรือขอรับ” เด็กชายตัวน้อยวัย 9 ปีวิ่งไปหาร่างสูง ฉีกยิ้มกว้าง“ข้าสั่งให้ดูแลแม่เจ้าไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงไปรังแกพ่อบ้านเสีย
นางละล่ำละลักยกน้ำชาให้เขาดื่ม ทว่ามิสู้ดีนัก เพียงขยับกาย สีหน้าเหยเก คงเจ็บมิใช่น้อย"ท่านฟื้นแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง" มือหนาจับมือนางไปวางทาบทับบนแผล ริมฝีปากฝืนยิ้ม เหงื่อรินไหลราวกำลังอดทนต่อความเจ็บปวด"แค่ปกป้องข้ายังทำไม่ได้ คำเดียวที่แสนง่ายแม้เอ่ยปากสัญญาแต่กลับไม่อาจรักษา สุดท้ายการปกป้องของข้าก็ทำให้เจ้าและลูกต้องอยู่ในอันตรายมากกว่าอีก ข้าทำสิ่งที่โง่เขลาลงไป ไตร่ตรองว่าดีแล้วอย่างไรเจ้าก็เกือบถูกคร่าชีวิตไปอีกหน คนที่ผิดล้วนแต่เป็นเพียงข้าแค่คนเดียว"นางส่ายหน้า หากผู้ที่ผิด ไม่ใช่เขาเพียงผู้เดียว นางเองก็เช่นกัน"ข้าก็ทำผิดต่อท่าน ผิดตั้งแต่แรก" หากเจ้าของร่างไม่วางยาปลุกกำหนัด ทุกอย่างคงไม่เป็นเช่นนี้ ตอนนี้นางและเขาคงเป็นเพียงเส้นขนาน ที่ไม่มีทางบรรจบกัน"ท่านและข้า ต่างคนต่างผิด ครั้งนี้นับว่าไม่ติดค้าง"นางร่ำไห้ออกมา ถึงเวลาที่ต้องจัดการทุกสิ่ง"เจ้าไม่ผิด หากข้าไม่คิดทำร้ายเจ้า ยอมรับเจ้าและบุตรตั้งแต่ตอนนั้น ทุกอย่างย่อมไม่เป็นเช่นนี้"ยามนั้นตัวเขาช่างเลวร้ายเสียจนไม่น่าอภัย หากผ่อนปรนย่อมดีกว่า"เคยได้รักท่าน เคยถูกท่านรัก เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ไร้ซึ่งสิ่งใด
"นางฟื้นแล้วหรือไม่" แม้ถูกห้ามปราม แต่ไม่อาจหยุดยั้ง สุราถูกกรอกอย่างหนักหน่วง เพียงเพื่อลืมความเจ็บปวดทางใจ หากไม่รู้สึกสักเพียงสักนิดก็คงดี เหตุใดใจของเขาจึงไม่ด้านชาไปเสีย ท่านพ่อเคยกล่าวไว้ ยามใดที่มีรัก ก็จักอ่อนแอ ตัดสิ้นทุกสิ่งเสีย ทอดทิ้งหัวใจ อย่าได้เป็นเช่นตน ในยามนี้เขาก็ไม่อาจหลุดพ้น เฉกเช่นสิ่งที่ท่านพ่อพบเจอ หนทางยากยิ่ง มิอาจเดินต่อ ทว่ามิอาจถอยได้เช่นกัน" ฟื้นแล้วขอรับ จะไปพบนางสักหน่อย...""ไม่..." น้ำเสียงแผ่วเบา สูญสิ้นความหนักแน่น ราวกับสูญเสียตัวตน เพียงเป็นเรื่องของนาง ทุกอย่างล้วนหวาดหวั่นนางเกลียดชังเขายิ่งกว่าสิ่งใด มือใหญ่จิกลงที่บาดแผลหน้าท้อง เลือดสีแดงสดไหลรินราดรดฝ่ามือ ชายชราตกใจ ถลาเข้าห้ามปราม เหตุใดท่านแม่ทัพจึงทำเช่นนี้ บาดแผลนี้หากจำไม่ผิด บาดแผลที่เกิดจากมีดสั้น…“ท่านแม่ทัพ เหตุใดจึงทำร้ายตัวเอง บาดแผลฉีกขาด ท่านอาจจะเสียเลือดจน…”“บาดแผลนี้เป็นนางที่เกลียดชัง จนหมายปลิดชีวิตข้า”มือเหี่ยวย่นชะงักเขามองดูใบหน้าของบุรุษผู้ที่เคยแข็งแกร่งเหนือศัตรู รบราฆ่าฟันนับแสน ยามนี้ซูบซีด ไร้สีสัน ราวกับมีเพียงร่างที่ไร้วิญญาณเพียงไม่นานร่างทั้งร่าง…"ไปต
อี้เหนียงสะท้าน ตัวนางเองก็ไม่ต่างจากเขา สร้างร่องรอยบาดแผลของความเจ็บปวดไว้ในใจของบุตรชายเป็นตัวนางเองที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเขาเกินกว่าจะอภัย แล้วอย่างไรเล่า บุตรชายกับยอมอภัยให้นางเพียงแค่นางแย้มยิ้มและกอดเขาไว้ แตกต่างจากตัวนางที่ไม่ยอมอภัยให้พ่อของบุตร เพราะทิฐิในใจ“แม่ขอโทษ ต่อไปแม่จะระวัง อย่าร้องไห้อีกเลย คนดีของแม่” อ้อมแขนทั้งสองกอดด้วยความรักอันบริสุทธิ์ เพียงนางยอมละทิ้งความแค้น เกลียดชัง เสียวเป่าก็จะมีความสุข แม้จะรู้เช่นนั้น แต่นางก็ไม่อาจปล่อยวาง ภาพในอดีตหลอกหลอนให้นางจมอยู่ในห้วงฝันร้าย“ข้าอยากมีบิดา แต่หากทำให้ท่านแม่เสียใจ ข้าไม่มีก็ได้ขอรับ” น้ำเสียงเจือความเศร้า เป็นนางที่เห็นแก่ตัว เสียวเป่าใฝ่ฝันอยากมีพ่อเช่นเด็กคนอื่น แต่เป็นนางเอกที่ขัดขวาง ด้วยกลัวสูญเสีย ในยามนี้ตัวนางเอกก็รักเขาไม่ใช่หรือ หลอกผู้ใดได้ แต่ไม่อาจหลอกใจตัวเอง ภายในใจรักเขามาตลอด จนตัวนางเองก็รักเขา ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยต้องการชีวิตนาง ชายที่ส่งคนไปปลิดชีพนาง“คารวะฮูหยิน ข้าเป็นองครักษ์ของแม่ทัพซ่งขอรับ” เพียงเห็นใบหน้าของเขา เหงื่อของนางก็ผุดขึ้นเต็มใบหน้า คนผู้นี้คือคนร่วมอยู่ในเหตุการณ์คืน
“ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านแม่ ฮือๆๆ ท่านแม่อยู่ที่ใด” เสียวเป่าตะโกนสุดเสียง หวังเพียงมารดาจะได้ยิน ตอบกลับ หากทุกอย่างกับไม่ใช่ ไร้เสียงตอบรับ เงียบสงัด ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน มารดาไม่เคยทอดทิ้งเขา แต่ตอนนี้ไร้แม้แต่เงานางหายไปที่ใด หรือบิดาไม่ได้พามารดามาที่นี่ด้วยซ่งหานซั่วหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าล
"ท่านแม่ขอรับ ข้าเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงท่านลุงน่าเกลียดเรียกเลยขอรับ"เสียวเป่าสะบัดใบหน้าหนีอี้เหนียงนึกขบขำในใจ เสียวเป่าเป็นเพียงเด็กน้อยที่ขาดความรัก ยามนี้มารดาเช่นนางชดเชยให้เขาอย่างไร้ขอบเขต บิดาอย่างซ่งหานซั่วก็แลเห็นความสำคัญ ดึงรั้งเอาใจหยิบยื่นให้ทุกสิ่ง แต่มิอาจทดแทน แม้จะยังเยาว์วัย ก
เฉินอี้เหนียงเดินถือปลาตัวโตสามตัวมาล้างในน้ำสะอาด นางวางในถาดเดินไปหน้ากระท่อมกับมีด นางถลกแขนเสื้อตัวเองขึ้นพอถนัดมือ หยิบมีดขึ้นมาค่อยๆ เลาะเกล็ดปลาออกอย่างชำนาญ ผ่าใต้ท้องปลา นำสิ่งสกปรกออก หั่นเป็นแว่นๆ ใส่ในถาดนำมาล้างน้ำสะอาดอีกทุกการกระทำของนางถูกชายหนุ่มข้างบ้านสังเกตมองอยู่ตลอดเ
สายลมพาดผ่านหน้าประตูกระทบกันตึงตัง ปลุกให้นางตื่นในยามเช้ามืด เฉินอี้เหนียงมองบุตรชายตอนนี้ยังคงหลับสนิท นางไม่อยากส่งเสียงรบกวนปลุกให้เด็กคนนี้ตื่น นางลุกออกจากเตียงเดินออกไปจากห้อง มองมารดา บิดานางยังไม่ทันตื่น พวกเขาอาจจะเหนื่อยมากในหลายวันที่ผ่านมา นางเดินเข้าไปในห้องครัว มองไปรอบๆ หวังมองสิ





