แชร์

ตอนที่ 2 ความหมางเมิน

ผู้เขียน: ท่านจอมยุทธ์1991
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-10 14:42:47

ฉิน เสี่ยวเฟิง นอนพักรักษาตัวอยู่ภายในเรือนนอนของเธอ บาดแผลจากการถูกเฆี่ยนตีนดูเหมือนจะดีขึ้นบ้าง แต่ยังคงมีอาการเจ็บปวดไม่น้อย ภาพความทรงจำที่เธอไม่อาจลืมเลือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงหลอกหลอนเธออยู่เสมอ การถูกเฆี่ยนตีอย่างโหดร้ายโดย ฮูหยินใหญ่ เนื่องจากเหตุการณ์เพียงเล็กน้อยการทำถ้วยน้ำชาแตกทำให้เธอต้องรับโทษที่ไม่สมควร

ฮูหยินใหญ่ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจภายในจวนที่เป็นรองเพียงแค่ท่านแม่ทัพสามีของเธอ เธอมักจะหาภาระใส่ความผิดให้กับฉิน เสี่ยวเฟิงอยู่เสมอ เพียงแค่ข้อหาเล็กๆ ก็อาจถูกกล่าวหาว่ามีความผิดร้ายแรง ซึ่งนั่นทำให้เธอต้องรับโทษอันหนักหน่วง

บาดแผลที่กรีดลงไปบนร่างกายของเธอนั้นไม่เท่ากับบาดแผลที่กรีดลงในหัวใจ นี่คือการบาดเจ็บที่ทรมานยิ่งกว่า

ฉิน เสี่ยวเฟิงส่งเสียงหัวเราะให้กับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความสนุกสนานที่ยากจะปิดบัง แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายและอันตรายที่สุด ร่างกายของเธอกำลังสั่นเทาจากความหวาดกลัว เพราะมันคือสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตที่แล้วของเธอ

"คิก คิก อะไรกันเนี่ย? ร่างกายของเรากำลังสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวอย่างนั้นเหรอ?" เสียงหัวเราะของเธอสะท้อนในความมืด ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยรู้จัก แต่กลับให้ความรู้สึกตื่นเต้นและแปลกใหม่สำหรับนักฆ่าสาวอย่างเธอ

เธอยิ้มไปกับความรู้สึกที่แปลกใหม่นี้

"สำหรับข้าแล้ว การได้สัมผัสกับความหวาดกลัวนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมาก" ฉิน เสี่ยวเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพอใจ

เธอมองไปที่สิ่งที่ทำให้เธอสั่นเทา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและความสนุกสนานที่มีแต่การประสบกับสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเท่านั้นที่จะให้ได้ ดูเหมือนว่าฮูหยินใหญ่ผู้นี้จะปลูกฝังสร้างความหวาดกลัวให้กับเจ้าของร่างเดิมไม่ใช่น้อยๆเลย เพราะร่างกายของเธอในตอนนี้นั้นมันกำลังสั่นเทาไม่ยอมหยุด

"คิกคิก เจ้าเนี้ยทำตัวเหมือนกระต่ายน้อยจังเลยนะ เป็นแค่เหยื่อ แต่ขอโทษที ข้าชอบเป็นผู้ล่ามากกว่า" ฉิน เสี่ยวเฟิง พูดกับตัวเองอย่างยิ้มแย้ม

เธอพูดอย่างมีอารมณ์ขันและยิ้มอย่างเย็นชา ขณะที่มองไปยังเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า การที่เขาพูดเช่นนี้สะท้อนถึงความมั่นใจและความเป็นผู้ล่าที่เขาเป็นอยู่ในขณะนี้ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความเบิกบานใจของเธอในการเล่นเกมของผู้ล่าและเหยื่อ

ช่วงสายของวัน อาการของเธอดีขึ้นมาก เธอจึงตัดสินใจออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์นอกเรือนรับใช้ ขณะเดินออกจากห้องของตน เธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่สดชื่นและเย็นสบายของเช้าวันใหม่ ขณะนั้น เธอเห็นภาพของจวนท่านแม่ทัพที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวและความมีชีวิตชีวา

ภายในจวนท่านแม่ทัพ เต็มไปด้วยเหล่าทหารและคนรับใช้ที่ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง การเดินไปมาของทหารและการจัดเตรียมสิ่งของแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญของท่านแม่ทัพอย่างชัดเจน ความยิ่งใหญ่ของจวนท่านแม่ทัพสะท้อนออกมาในทุกมุมมอง ตั้งแต่ขนาดของอาคารที่กว้างขวางและโอ่อ่า ไปจนถึงการตกแต่งที่หรูหรา

เสียงสนทนาของทหารที่แลกเปลี่ยนคำสั่งและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของคนรับใช้ ทำให้เธอรู้สึกถึงพลังและความมีระเบียบในจวนแห่งนี้ เหล่าทหารที่ยืนเรียงรายอยู่รอบๆ ทำให้รู้สึกถึงความมั่นคงและความสง่างามของท่านแม่ทัพที่เป็นหัวหน้าของพวกเขา การที่เธอได้เห็นภาพดังกล่าว ทำให้เธอรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญของท่านแม่ทัพอย่างแท้จริง นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นในอนาคต จวนแห่งนี้และท่านแม่ทัพจะยังคงเป็นศูนย์กลางของความมั่นคงและอำนาจอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

แม้จะเป็นเช่นนั้น เธอและแม่ของเธอก็ยังคงต้องอาศัยอยู่ภายในเรือนของคนใช้ ซึ่งทั้งเล็กและสกปรก ทำให้ความรู้สึกของพวกเขายิ่งแย่ลงไปอีก ทุกมุมของเรือนนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นและคราบสกปรก ตัวบ้านมีขนาดเล็กจนแทบไม่มีที่ว่างสำหรับการเคลื่อนไหว อากาศที่ถ่ายเทได้ไม่ดีทำให้ภายในบ้านมีกลิ่นอับและความอบอ้าวอยู่เสมอ ทุกๆ วันพวกเธอจะต้องทนกับความลำบากเหล่านี้ในขณะที่เฝ้ารอวันแห่งการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะมาเยือนชีวิตของพวกเธอ

ในระหว่างที่ตัวของเธอกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองนั้นหัวหน้าแม่ครัวก็เดินเข้ามาหา

หัวหน้าแม่ครัวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "วันนี้หน้าที่ของเจ้าคือการไปจ่ายตลาด อาหารที่ขาดหายไปต้องไปหามาให้ครบ"

เสี่ยวเฟิงขานรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "เจ้าค่ะ ข้าจะไปจัดการให้เรียบร้อย" เธอลุกขึ้นแล้วก็รีบเดินออกไปในทันทีเพราะนี่ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่เธอจะได้พบเห็นที่โลกภายนอกบ้าง

ตลาดที่ฉิน เสี่ยวเฟิง เดินอยู่เต็มไปด้วยสีสันและเสียงรบกวนที่มีชีวิตชีวาแสดงถึงความคึกคักของเมืองหลวง ผู้คนสวมใส่ชุดเสื้อผ้าสีสันสดใส เดินไปมาในท่าทางรวดเร็วและมั่นใจ ชาวบ้านที่มาจากชนบท และผู้ค้าแผงลอยต่างๆ ล้วนแต่ดูยุ่งเหยิงและมีความเป็นตัวของตัวเอง

สินค้าที่ตลาดนั้นมี แผงลอยขายผักสดและผลไม้เรียงรายไปตลอดทาง มีผักใบเขียวสดๆ เช่น คะน้าและผักบุ้ง และผลไม้หลากหลายชนิดเช่น แอปเปิ้ล สาลี่ และผลไม้หายาก เช่น ลูกพีชสีทองและองุ่นเขียว

หลังจากที่ฉิน เสี่ยวเฟิงเสร็จสิ้นการซื้อของที่ตลาด นางก็กลับมายังจวนของท่านแม่ทัพเพื่อที่จะทำหน้าที่ในการจัดเตรียมอาหาร หน้าที่ของนางนั้นก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากสาวใช้คนอื่นๆ หลังจากที่นางทำอาหารเสร็จก็ต้องเอาอาหารไปส่งที่ห้องโถง

ห้องโถงอาหารภายในจวนท่านแม่ทัพ

ห้องโถงอาหารภายในจวนท่านแม่ทัพนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศของความยิ่งใหญ่และความหรูหรา ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่แกะสลักลวดลายอย่างประณีตและละเอียดอ่อน โต๊ะอาหารยาวที่ตั้งอยู่กลางห้องมีผ้าปูโต๊ะสีงาช้างและผ้าเช็ดปากที่ประดับด้วยลวดลายของดอกไม้สีทอง มีเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างดีจัดเรียงอยู่รอบโต๊ะ ทุกๆ ที่นั่งถูกปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาด

แสงไฟส่องสว่างจากโคมไฟระย้าที่แขวนอยู่เหนือโต๊ะอาหาร ให้แสงสว่างที่อบอุ่นและนุ่มนวล ด้านข้างของห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดให้เห็นวิวสวนภายนอก ซึ่งมีต้นไม้เขียวขจีและดอกไม้หลากสีเรียงรายอยู่ สร้างความรู้สึกสงบและเป็นธรรมชาติ

บนโต๊ะอาหารมีอาหารจานหรูหราหลายประเภท ซึ่งจัดเรียงอย่างเรียบร้อยและสวยงาม

บรรยากาศโดยรวมของห้องอาหารมีความเงียบสงบ แต่ก็สามารถรู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวาและความเป็นทางการที่เต็มไปด้วยความเคารพและศักดิ์ศรี

ท่านแม่ทัพและฮูหยินใหญ่และลูกๆคนอื่นที่ได้รับการยอมรับต่างพากันมาถึงโต๊ะอาหารเมื่อถูกจัดเตรียมเสร็จแล้ว

ฉิน เสี่ยวเฟิง จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความแค้นเคืองโดยเฉพาะกับชายที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยอำนาจศักดิ์ศรีนามของเขานั้นก็คือ ฉิน หย่งเทียน

แม่ทัพใหญ่ ฉิน หย่งเทียน อายุ 50 ปี เป็นบุคคลที่มีความสง่างามและน่าเกรงขาม รูปร่างสูงใหญ่และมีมาดที่สง่างาม ทำให้เขาโดดเด่นในทุกสถานที่ที่เขาปรากฏตัว ผมของเขายาวและมีสีดำขลับ แต่บางส่วนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวอย่างเป็นระเบียบตามวัย ความทุ้มลึกของดวงตาของเขาแสดงถึงประสบการณ์และความเฉียบแหลม

“เจ้ามองข้าแบบนี้หมายความว่าไง” แม่ทัพ ฉิน หย่งเทียน สังเกตเห็นบุตรสาวของเขาที่เกิดจากสาวใช้นางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่แสดงถึงความเย็นชา โดยที่ตัวของนางในยามนี้นั้นกำลังยืนรวมกับสาวใช้คนอื่นๆอยู่

สีหน้าและแววตาของ ฉิน เสี่ยวเฟิง นั้นนางยังคงเงียบสงบถึงแม้ว่าตัวของนางจะถูกกล่าวถามโดยชายผู้มีอำนาจที่สุดภายในตระกูลก็ตามนางยิ้มออกมาอย่างเย็นชาเล็กน้อยก่อนที่จะตอบคำถามของเขา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 34 สงบสุข (จบ)

    ในค่ำคืนที่สงบ ซู เจิ้งเหวินนอนอยู่บนเตียง โดยมีฉิน เสี่ยวเฟิง อยู่เคียงข้าง เขาโอบกอดนางอย่างอบอุ่นและถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและอ่อนโยน“ฉิน เสี่ยวเฟิง เจ้าอยากให้ข้าขึ้นเป็นฮ่องเต้ไหม? เจ้าอยากที่จะเป็นองค์ฮองเฮา หรือไม่?”คำถามของเขาสะท้อนถึงความรู้สึกของเขาที่ต้องการทราบความคิดเห็นและความปรารถนาของนางเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา ซู เจิ้งเหวินรู้ดีว่าการขึ้นเป็นฮ่องเต้หมายถึงการมีอำนาจและความรับผิดชอบที่มากมาย เขาต้องการให้ฉิน เสี่ยวเฟิงรู้สึกสบายใจและมีความสุขในชีวิตของพวกเขาฉิน เสี่ยวเฟิง มองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน นางตอบกลับด้วยความจริงใจ“ข้าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ข้าเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตกับท่านอย่างสงบเพียงแค่นี้ชีวิตของข้าก็มีความสุขมากแล้ว”คำตอบของนางสะท้อนถึงความเรียบง่ายและความพอใจในชีวิตที่มีอยู่แล้ว นางไม่ต้องการความยิ่งใหญ่หรืออำนาจใด ๆ แต่ต้องการแค่ความสงบสุขและความรักจากคนที่นางรัก ข้อความของนางเป็นการยืนยันถึงความรักที่แท้จริงและความสำคัญของความสงบในชีวิตของพวกเขาซู เจิ้งเหวินรู้สึกอบอุ่นและสงบใจเมื่อได้ยินคำพูดของนาง เขาหัวเราะเบา ๆ และยิ้มให้กั

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 33 องค์ชายซู หย่งชิง

    เช้าวันต่อมา ซู เจิ้งเหวิน เดินทางไปหา องค์ชายซู หย่งชิง ที่ตำหนัก องค์ชายซู หย่งชิงเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยความถือดีและมีท่าทางที่สูงส่ง แม้ว่าเขาจะมีความสามารถไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แต่ความทะเยอทะยานในใจของเขากลับเต็มเปี่ยม การได้รับการสนับสนุนจากแม่ตั้งแต่เด็กช่วยหล่อหลอมความมั่นใจและความทะเยอทะยานในตัวเขาองค์ชายซู หย่งชิงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทใหม่ ๆ จึงมักแสดงท่าทางที่แสดงถึงศักดิ์ศรีและความสำคัญของตำแหน่ง เขาสวมเสื้อคลุมหรูหราและเดินด้วยท่าทีที่ดูแข็งแกร่งและมีอำนาจ ในการพบปะกับพี่ชายของเขา เขามักจะมีท่าทางที่แสดงถึงความเป็นผู้นำและความมั่นใจในตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างภาพลักษณ์ที่สูงส่งซู หย่งชิงมองด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความถือดี ขณะถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความอำนาจ “ท่านพี่มาหาน้องแต่เช้าไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องอะไร” ซู เจิ้งเหวินหลับตาในขณะที่คำพูดของเขาดังออกมาอย่างหนักแน่น “ตำแหน่งองค์รัชทายาทของเจ้าจะถูกปลดออก จากนี้ไปเจ้าจะต้องแข่งขันกับซู เฟยหลงเพื่อแสดงความสามารถของเจ้าอย่างตรงไปตรงมา”คำประกาศนี้ทำให้ซู หย่งชิงถึงกับเดือดดาลอย่างถึงที่สุด เขารู้ดีว่าตนได้ร

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 32 เบื้องหลังของความเจ็บปวด

    ในห้องขังที่เงียบสงัด มหาเสนาบดี หลี่ เฟิง นั่งอยู่บนพื้นเย็นยะเยือก มือของเขาผสานกันอยู่บนตัก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหม่นหมองและความขมขื่น ความรักที่เขาเคยมีต่อเหม่ยหย่ง องค์ฮองเฮา และความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญในช่วงท้ายของชีวิต ได้สะท้อนออกมาในบทพูดที่เขากำลังจะบรรยาย“นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้พบกัน ข้าและเหม่ยหย่งเคยเป็นคู่รักที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน แต่โชคชะตากลับบีบบังคับให้เราแยกจากกัน ท่านพ่อท่านแม่ของนางไม่เคยเห็นคุณค่าของเรา นางถูกส่งไปยังซู เจินเฉิง ฮ่องเต้ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นเพียงรัชทายาท พวกเขาทำลายความรักของเราด้วยการบังคับให้นางแต่งงานกับเขา”เหม่ยหย่งเคยร้องขอให้ ซู เจินเฉิง ปฏิเสธเธอ เพราะเธอมีคนรักอยู่แล้ว แต่การขอร้องของเธอกลับถูกเมินเฉยและไม่เป็นที่สนใจ ซู เจินเฉิงไม่เพียงแต่ไม่รับฟังคำขอของเหม่ยหย่งเท่านั้น แต่ยังทำร้ายและข่มขืนนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผลของการกระทำเหล่านี้ทำให้เหม่ยหย่งต้องสูญเสียความสุขในชีวิตและกลายเป็นเครื่องมือของโชคชะตาที่เธอไม่ต้องการเด็กชายที่เกิดจากการกระทำเหล่านี้ คือ องค์ชายใหญ่ ซู เจิ้งเหวิน และซู เฟยหลง เป็นที่มาของความเจ็บปวดแล

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 31 เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

    เมื่อเหม่ยหย่ง องค์ฮองเฮาและมหาเสนาบดีหลี่ เฟิง ฟื้นคืนจากสติ พวกเขาพบว่าตัวเองถูกคุมขังด้วยกุญแจมือและเครื่องพันธนาการที่แน่นหนามหาเสนาบดีหลี่ เฟิง แม้จะถูกจับและสวมกุญแจมือ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเงียบสงบ เขาดูเหมือนจะไม่แสดงความรู้สึกตื่นตกใจหรือหวาดกลัวใดๆ เขารู้สึกถึงความอึดอัดและไม่เชื่อว่าสถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่เขามีกำลังพลนับพันนับหมื่นและเคยมีอำนาจมากมาย แต่กลับถูกจับกุมในสภาพที่ไม่คาดคิดในทางกลับกัน เหม่ยหย่ง องค์ฮองเฮานั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและวิตกกังวล นางรู้สึกไม่เชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับตัวนาง นางถูกคุมด้วยเครื่องพันธนาการที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องประสบกับตัวเอง"ซู เจิ้งเหวิน ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ เจ้าทำร้ายแม่ของเจ้าได้อย่างไรกัน?" เสียงของเหม่ยหย่งสั่นไหวไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น นางไม่สามารถยอมรับได้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นเป็นผลจากการกระทำของบุตรชายของตนซู เจิ้งเหวินยืนอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง พร้อมกับฉิน เสี่ยวเฟิง เขามองไปที่เหม่ยหย่งด้วยความรู้สึกที่สับสนและไม่แน่ใจ แต่เขาตอบกลับด้วยความมุ่งมั

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 30 ลักพาตัว

    เช้าวันถัดมา ข่าวเรื่องการบาดเจ็บสาหัสขององค์ชายซู เฟยหลง ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งวังหลวง ราวกับไฟลามทุ่ง ทว่าผู้คนกลับไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้ มีเพียงซู เจิ้งเหวิน เพียงผู้เดียวที่รับรู้เรื่องนี้อย่างละเอียดลออ เพราะในคืนก่อนหน้านั้น องค์ชายซู เฟยหลง ได้มาชักชวนเขาให้เข้าร่วมในแผนการที่ดูเสี่ยงและอันตรายเกินไปซู เจิ้งเหวิน ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอของน้องชายด้วยเหตุผลที่ชัดเจนว่า แผนการนั้นมีความเสี่ยงสูงเกินไปเกินกว่าที่จะยอมรับได้ แต่ถึงแม้จะทำตามเหตุผลที่เขาเลือก ความรู้สึกของเขากลับยังเต็มไปด้วยความรู้สึกกังวลและล่วงลึกถึงใจ องค์ชายซู เฟยหลงซึ่งมักจะมีความแข็งแกร่งและมั่นคงในสายตาของเขา กลับต้องเผชิญกับอันตรายที่ไม่คาดคิดแต่ทว่ามหาเสนาบดีหลี่ เฟิง นั้นเป็นบุรุษผู้ที่เก่งกาจทั้งด้านบุ๋นและบู้ การที่องค์ชายชายซู เฟยหลง รอดกับมาได้ก็นับว่าดีมากแล้ว ซู เจิ้งเหวิน ในฐานะพี่ชายคนโตเขาคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องชายคนนี้จะรู้จักใช้หัวคิดบ้างฉิน เสี่ยวเฟิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลและความเป็นห่วง "ต่อไปท่านต้องระวังตัวให้มากรู้ไหม”หลังข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 29 ปล่อยเป็นไปตามโชคชะตา

    ลานกว้างภายในตำหนักของมหาเสนาบดี หลี่ เฟิง ถูกทำให้สว่างไสวด้วยแสงจากตะเกียงที่ถูกจุดขึ้นทั่วทั้งพื้นที่ ขณะนี้ ความสว่างทำให้กลุ่มผู้บุกรุกที่สวมชุดดำรู้สึกถึงความไม่สบายใจ พวกเขายืนอึ้งอยู่กลางลานกว้าง ดูเหมือนว่าพวกตนนั้นจะหลงติดกับเข้าให้แล้ว กำลังพลของมหาเสนาบดี หลี่ เฟิง ที่ทำการปิดล้อมนั้นน่าจะมีอยู่ประมาณ 300 กว่าคน ส่วนขององค์ชายซู เฟยหลงมีเพียงแค่ 100 คนเท่านั้น"พวกเราจะเอาอย่างไรดีองค์ชาย ซู เฟยหลง?" เสียงของฉิน เจียงหลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้ใบหน้าของเขานั้นจะอยู่ภายใต้หน้ากากแต่ก็ไม่สามารถที่จะปิดบังความหวาดกลัวได้พ้นภายใต้แสงที่สว่างจ้า และบรรยากาศที่ตึงเครียดนั้น ทุกการเคลื่อนไหวและเสียงกระทบกระทั่งมีความสำคัญต่อชีวิตของพวกเขา องค์ชาย ซู เฟยหลง ยืนอยู่ตรงกลางกลุ่ม ปัญหาตอนนี้คือการหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่คับขันนี้ ในขณะที่ผู้บุกรุกมีแนวโน้มที่จะตกใจและไม่แน่ใจในทิศทางที่ควรไปการตัดสินใจขององค์ชายจะต้องรวดเร็วและเด็ดขาด หากไม่สามารถหาทางออกหรือหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงได้ อาจจะต้องพิจารณาใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เพื่อสร้างความสับสนให้กับศัตรูและหาทางออกที่ปลอดภัย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status