LOGIN...เบญรดาเดินออกจากห้องพักตัวเอง หลังจากไตร่ตรองแล้วว่าต้องคุยบางอย่างให้เขาเข้าใจในงานของเธอเพื่อลดความอึดอัดลงเธอก็ตรงไปยังห้องทำงานเขาทันที
...เธอเคาะประตูห้องทำงานเขา จนมีเสียงตอบรับกลับมาก็เปิดเข้าไป ...โอมจากที่กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คอยู่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นว่าเป็นใคร เขาก็ถึงกับยิ้ม แล้วรีบลุกไปหาถึงหน้าประตูพร้อมกับจับมือจูงเธอเข้ายังเก้าอี้ที่เขาใช้นั่งทำงาน ...โอมนั่งลงก่อนแล้วรั้งเธอให้นั่งลงบนตักเขาพร้อมกับโอบร่างนั้นไว้เต็มวงแขน “เป็นยังไงบ้างครับ!! สบายดีมั้ย!! ไม่เจอกันตั้งเกือบสองชั่วโมง คิดถึงจัง” ...โอมทักทายอย่างดีใจพร้อมทั้งพรมจูบต้นแขนเธอด้วยความคิดถึง “โอเวอร์น่า อยู่กันแค่ตรงนี้เอง” “ไม่เวอร์หรอก คิดถึงจริงๆ มีแต่เราแหละที่ปล่อยให้พี่คิดถึงตั้งแปดปี คิดถึงมาตลอด เพียงแต่ไม่รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ที่ไหนเท่านั้นเอง” ...เขาพูดไปยิ้มไปและยังคงไล่จูบต้นแขนหอมๆ นั้นไม่หยุด ...โอมเพิ่งมารู้ตัวเองชัดเจนว่าคนที่เขาแอบประทับใจและคิดถึงมาตลอดนั้น จริงๆ มันคือความรักนั่นเอง เพราะเมื่อเขาได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งแล้ว ทำให้ความรู้สึกต่างๆ ยิ่งมีการเรียกร้องมากขึ้น ไม่ว่าจะอยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา อยากให้เธอได้รับรู้ชีวิตทุกๆ มุมของเขา อยากให้เธออยู่กับเขาในทุกๆ ที่ ...แต่โอมก็ต้องยอมรับความจริงอยู่อย่างหนึ่งว่า คนที่เอาหัวใจเขาไปหมดแล้วในตอนนี้คือคนที่มีภาระหน้าที่ใหญ่หลวงมากเกินกว่าจะมานั่งสร้างแผนชีวิตหรือฝันหวานกับเขา “พี่รอฟังอยู่นะ” ...เขาพูดแล้วซบหน้าอิงไหล่ของเธอ ...ส่วนเบญรดาเมื่อมาเจอคนตัวใหญ่คลอเคลียอ้อนๆ เข้าก็เหมือนจะพูดไม่ออกบอกไม่ถูก แต่ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไป โดยเฉพาะภารกิจที่ต้องรับผิดชอบให้จบ แล้วเธอก็เอียงหน้ามองเจ้าของตักที่เธอนั่งอยู่ “ฉันคิดว่า เราเพิ่งเจอกันและยังไม่ได้ทำความรู้จักนิสัยใจคอกันเลย เลยอยากให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้มั้ยคะ!! และระหว่างนี้ฉันก็มีงานสำคัญอย่างที่คุณทราบนั่นแหละ เลยอยากให้..เอ่อ..อยากให้พี่โอมเข้าใจและให้อิสระเพื่อฉันจะได้ทำงานได้คล่องตัวขึ้นน่ะค่ะ” ...เบญรดาไม่ได้ตัดโอกาสทั้งตัวเองและเขา แต่พยายามเน้นให้เขายอมรับการทำงานของเธอ แต่เธอเห็นสีหน้านั้นหม่นลงแล้วกลับมาเป็นปกติ “พี่บอกแล้วไงว่าพี่เข้าใจทั้งหมด แต่ขอพี่ถามได้มั้ยว่าทำไมต้องเป็นเบล มีตำรวจอีกเยอะแยะแต่ทำไมพี่รู้สึกเหมือนเบลมาเสี่ยงอยู่คนเดียว ตำรวจฝีมือดีๆ ทำไมไม่มาช่วยบ้างล่ะ” ...คำถามเขาทำให้เธอนิ่งไปเล็กน้อย เขามองไม่เห็นความซับซ้อนของงานจริงๆ เขามองในมุมคนทั่วไปซึ่งดูเหมือนไช่ แต่เธอไม่สามารถอธิบายความจริงให้เขาฟังได้ว่าภารกิจครั้งนี้เป็นความลับแค่ไหน แต่ถ้าจะไม่พูดเสียเลยก็คงไม่ได้ “เรามีหน้าที่กันหมดล่ะค่ะ เพียงแต่แยกย้ายกันทำงาน แต่ละคนก็เสี่ยงพอๆ กันแหละค่ะ แค่ภารกิจนี้ฉันรับหน้าที่นี้แล้วมาเจอคุณต่างหาก เลยทำให้คุณเห็นว่าฉันทำงานคนเดียว ถ้าฉันเจอใครที่ไม่ใช่คุณ เขาก็คงไม่สงสัยขนาดนี้หรอก” ...เธออธิบายตามหลักการแบบกว้างๆ เพื่อไม่ให้เขาถามต่อ “อืมก็จริงสินะ ทุกคนกำลังทำหน้าที่กันอยู่ และถ้าเบลเจอคนที่ให้ความช่วยเหลือซึ่งเป็นคนอื่น เขาก็คงไม่รู้สึกมากเท่าพี่เพราะเขาไม่ได้มีความทรงจำมาก่อน ไม่เหมือนพี่ โอเคครับว่ากันตามนี้ เราจะค่อยเป็นค่อยไปกันนะ” ...โอมพยายามยอมรับในสิ่งที่เธอขอและอธิบายให้ฟัง แต่ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือเขาดังขึ้น เขาหยับมันขึ้นมาจากโต๊ะทำงานและกดรับสาย “ฮัลโหล ว่าไงอินตา” “ฮัลโหลคุณโอมคับ ผมหันคุณอัญชิกามาเพ้คับ เปิ้นจอดรถตี้โฮงจอดรถแล้วครับแล้ว เปิ้นมาโตยใผ๋บ่ฮู้ เป็นพ่อจายคับ กำลังย่างไปตี้บ้านแล้วนะคับ จะฮื้อผมไปจ่วยผ่อก่อคับ” ...อินตารีบโทรมารายงานเมื่อเห็นรถกระบะสีบรอนจอดลงที่โรงจอดรถซึ่งห่างจากตัวบ้านไปสามสิบกว่าเมตร นั่นทำให้โอมแปลกใจและสงสัยว่าอัญชิกามาทำไม “เอ้ะคุณกรรณิกาเหรอ!!! มาทำไมนะ!! โอเคไม่ต้องหรอกเดี๋ยวผมต้อนรับเอง พี่ช่วยเช็คกล้วยไม้ของล็อตเย็นนี้ให้เรียบร้อยนะ” ...โอมบอกอินตาแล้ววางสายลง คนที่นั่งอยู่บนตักรีบลุกขึ้นยืนทันทีเพราะพอจะได้ยินเสียงจากอินตาที่พูดในสายว่ามีคนมา โอมลุกตามแล้วมองเธอแต่ยังคงแปลกใจกับแขกที่มาโดยไม่บอกล่วงหน้า “คุณอัญชิกา คนดูแลตลาดดอกไม้น่ะครับ แต่พี่ก็ไม่รู้ว่าเขามาทำไมเพราะไม่ได้นัดแนะอะไรกันไว้ หรือคงมีงานพิเศษแล้วจะมาสั่งดอกไม้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เอ้ะ!! ถ้าสั่งดอกไม้ก็น่าจะโทรมาก็ได้ ไม่เห็นต้องขับรถมาไกลขนาดนี้เลย” ...โอมพูดอย่างแปลกใจ แต่สัญชาตญาณนักรบทำงานทันที เธอรีบนึกถึงผู้หญิงคนที่เธอเห็นและเป็นคนที่อาซือไปหาที่ตลาดดอกไม้ในวันนั้น เมื่อประมวลความคาดเดาต่างๆ ได้ภายในไม่ถึงสิบวินาที “ถ้าอย่างนั้นฉันกลับห้องดีกว่าค่ะ แล้วก็อยากจะรบกวนคุณว่าถ้าหากเขาถามหาบุคคลละก้ คุณช่วยเลี่ยงให้ฉันด้วยนะคะ คิดว่าน่าจะมาเพราะฉัน เพราะฉะนั้นคุณต้องช่วยฉันโดยการทำเป็นไม่รู้จักและอย่าให้เขารู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันกลับห้องล่ะค่ะ” ...เบญรดาพูดจบก็ทำท่าจะออกไป แต่โอมรีบจับมือเธอไว้ “เดี๋ยวสิ!! เกิดอะไรขึ้นเหรอ!! ทำไมดูเหมือนมีลับลมคมในแบบนี้ล่ะ” ...เขาถามอย่างสงสัย “ไว้ค่อยเล่าให้ฟังนะคะ น่าจะมาถึงประตูบ้านแล้วล่ะ คุณออกไปต้อนรับเถอะ อย่าลืมนะคะว่าอย่าให้เขารู้เด็ดขาดว่าฉันอยู่ที่นี่” ...พูดจบเบญรดาก็รีบเดินออกจากห้องไป ส่วนโอมก็ค่อยๆ เดินออกไปและยังไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด ......................สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...
“มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป
...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ
...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท
...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง
...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่







