LOGINก่อนร่างหนาจะกระตุก น้ำเชื้อพุ่งใส่ร่องรักจนเอ่อล้นออกมา เขาสุขสมอารมณ์หมายล้มตัวลงนอนแผ่หลาข้างกายเธอ เดือนแรมหอบหายใจถี่กระชั้นชิด พยุงร่างกายอันบอบช้ำให้ลุกขึ้นยืน เก็บผ้าผ่อนข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มพื้นขึ้นแนบออก
"เดี๋ยว นั่นจะไปไหน" หมื่นพรรธน์ยศร้องถาม แต่ไม่ได้รับคำตอบ เขามองร่างผอมบางเดินด้วยท่าแปลก ๆ เดี๋ยวเดินเดี๋ยวหยุด เธอคงเจ็บมาก ครั้งต่อไปเขาจะเบามือกว่านี้
หมื่นพรรธน์ยศจัดการกับตัวเอง ก่อนจะลุกเดินตามแม่หญิงของเขาไป ซุ่มแอบดูเธอเดินขึ้นเรือน แปลกที่เรือนเธอไม่เหมือนเรือนบ่าวไพร่ทั่วไป
"เดือนแรมหรือลูก"
"เจ้าค่ะ ลูกเอง ท่านแม่นอนเสียเถิดเจ้าค่ะ"
"เดือนแรม" หมื่นพรรธน์ยศพึมพำถึงชื่อของเธอคนนั้น คนที่ทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืน ป่านนี้เธอจะหลับลงหรือไม่
หมื่นพรรธน์ยศดึงปิ่นปักผมที่เธอทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ออกมาจากใต้หมอน บ่าวไพร่ในเรือนท่านพระยาคงมิมีผู้ใดมีปิ่นปักผมราคาแพงเป็นสมบัติดอกหนา
เธอเป็นใครกัน เดือนแรม
รุ่งเช้าหมื่นพรรธน์ยศรีบอาบน้ำล้างคราบไคล ผลัดเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับมารดา ก่อนจะให้บ่าวชายพายเรือไปยังเรือนท่านพระยาฯ
มีสองเรื่องที่ต้องจัดการ หนึ่งคือตามหาแม่หญิงปรางคู่หมั้นคู่หมาย สองคือพูดคุยขอซื้อตัวขี้ข้าสาวชื่อเดือนแรมกับท่านอาหญิงเทียน ดูเหมือนข้อหลังจะเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย หมื่นพรรธน์ยศรู้สึกถูกชะตาต้องใจกับบ่าวสาวคนนี้เหลือเกิน
"ไหว้ขอรับท่านอา" หมื่นพรรธน์ยศพนมมือไหว้ท่านหญิงเทียนกลางอก อาการป่วยของท่านพระยาฯ ดีขึ้นมากโข เดินเหินได้คล่องแต่ก็ยังต้องอยู่
แต่บนเรือน ท่านหญิงเกรงว่าหากออกไปเดินตากแดดตากลมข้างนอกจะทำให้อาการป่วยไข้กำเริบอีก
"มาเช้าเชียวพ่อเอ๋ย ประเดี๋ยวอาจักให้บ่าวไปตามพ่อขุนให้หนา"
"มิเป็นไรดอกขอรับ เมื่อคืนท่านพี่ขุนดื่มหนักคงไม่สร่างเมาดีขอรับ"
"แล้วนี่ กินข้าวกินปลามาหรือยังเล่าพ่อทิศ"
"กินแล้วขอรับ ว่าแต่อาการท่านอาเกรียงไกรดีขึ้นบ้างหรือยังขอรับ" สองสามวันมานี่เขาไม่เห็นหน้าคาตาท่านพระยาเกรียงไกร รู้จากปากท่านอาหญิงเทียนว่าป่วยหนัก นอนซมพิษไข้ไม่ได้ออกไปไหนเลย
ครอบครัวหมื่นพรรธน์ยศและท่านอาทั้งสองมีความสนิทชิดเชื้อกันมาแต่นานนม หลวงชยพลซึ่งเป็นบิดาของเขากับท่านพระยาเกรียงไกร เป็นคู่รบเคียงบ่าเคียงไหล่ยามออกศึกทำสงคราม ทั้งสองจึงเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน จนกระทั่งวันหนึ่งมีลูกมีหลานจึงอยากให้เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน
ลูกผู้ชายยึดมั่นในวาจา แม้นบิดาของหมื่นพรรธน์ยศจะด่วนจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม คนอยู่ยังสัตย์ต่อคำสัญญา เมื่อบุตรชายของสหายรักเข้าสู่วัยเบญจเพส จะต้องเข้าพิธีแต่งงานตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวกรุงศรีฯ ท่านพระยาฯ จึงให้คนที่เรือนพายเรือไปรับท่านหญิงไพรมณีมารดาของหมื่นพรรธน์ยศมายังเรือนเพื่อพูดคุยเรื่องสัญญาระหว่างท่านกับสหายสนิท
ในอีกสองเดือนเขาและแม่ปรางจะต้องแต่งงานกัน เขานั้นแม้นไม่ได้รักแม่ปรางอย่างคนรัก แต่กลับเอ็นดูนางเหมือนน้องเหมือนนุ่ง แม่ปรางเป็นแม่หญิงที่งดงามทั้งภายในภายนอก กิริยางดงามอ่อนหวาน หน้าตาผิวพรรณสะสวย หากได้ตบแต่งเป็นเมีย ไม่อายคนแน่นอน หมื่นพรรธน์ยศคิดว่าหากได้เป็นผัวเมียกันก็จะรักใคร่กันไปเอง ด้วยความที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กจึงไม่มีความรู้สึกรักใคร่เฉกเช่นชายหญิงทั่วไป
"ดีขึ้นมากโข ตัวเริ่มทุเลาลงแล้วได้ยาผงจากหมอยาจีนในหมู่บ้านมาชงดื่มก็ดีขึ้นนักแล" ท่านหญิงเทียนกิริยาเรียบร้อย น้ำเสียงนุ่มลึกฟังแล้วไพเราะเสนาะหู ได้ข่าวจากท่านอาเกรียงไกรว่าท่านหญิงเทียนเจ้าบทเจ้ากลอน เมื่อยังเยาว์ แต่งกลอนถวายสมเด็จในวังหลวงไม่นานนักขุนปวรรัชดลก็เดินเข้ามาสมทบพร้อมเมียรัก แม่เกสรเดินตามหลังผู้เป็นสามีเข้ามานั่งพับเพียบเรียบร้อยข้างแม่ผัว หมื่นพรรธน์ยศยกมือไหว้ผู้มาใหม่ทั้งสอง เขาเองก็ลุ้นแทนขุนปวรรัชดลเมื่อไรแม่เกสรจะตั้งครรภ์เสียที หรือที่เขาลือกันว่าขุนปวรรัชดลไม่มีน้ำยา เห็นจะจริง
"โทษที ข้าตื่นสาย ก็แม่เกสรมิปลุกพี่เลยหนา" ขุนปวรรัชดลหันไปเอ็ดเมียรักอย่างไม่จริงจังนัก
"จักให้น้องปลุกได้เยี่ยงไรเล่า พี่ขุนเข้าเรือนนอนเมื่อรุ่งสาง" แม่เกสรได้ทีเหน็บสามีผู้มักมากในกาม แอบไปนอนกกนอนกอดกับเมียบ่าวอยู่กระมัง นางไม่ชอบใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกเสียจากจะคอยโอกาสได้พูดแทงใจดำ เสียดสีให้สามีเจ็บใจเล่น
"แหม ก็พี่เมา จำความหาได้ไม่" ขุนปวรรัชดลแก้ต่างให้ตนเอง
"เอาเถอะ ๆ จักทะเลาะให้ได้กระไร อายพ่อทิศเสียบ้าง พวกเจ้านี่" พอโดนแม่เอ็ด ทั้งสองจึงยอมสงบปากสงบคำ ขุนปวรรัชดลสังเกตอาการชวนหงุดหงิดของมารดา เหมือนกำลังมองหาอะไรอยู่จึงอยากอาสา
"ท่านแม่หากระไรฤๅขอรับ ให้ลูกช่วยหรือไม่"
"แม่เดือนแรมนี่กระไร สายจนตะวันเลียก้นยังไม่โผล่หัวมา"
"ถามหาน้องทำไมขอรับ"
เดือนแรม
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื
เขาถอดถอนใบหน้าหล่อออกจากซอกคอขาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้านวลที่เปื้อนน้ำตา ขนตางอนบัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเจ้าตัว ชายหนุ่มจึงใช้นิ้วเรียวเกลี่ยเช็ดออกให้อย่างเบามือ"ทำไม มากกว่านี้เราก็เคยไม่ใช่รึ หรือคุณลืม?""...." เธอไม่ได้ลืม แต่แค่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เธอรู้สึกผิดและละอายใจยิ่งนัก หากวันใดว
ร้องไห้อีกแล้ว"อ่ะ ๆ ไม่ต้องร้อง ผมช่วยหนูอยู่แล้ว แต่ผมไม่รู้บ้านหนูอยู่ไหน เท่าที่ผมรู้ก็มีแค่ที่นี่ จำได้ไหมว่าตนเองอยู่อำเภออะไร ตำบลอะไร หรือชื่อหมู่บ้านอะไร" ธาดาจับมือนุ่มนิ่มใช้นิ้วนวดคลึงหลังฝ่ามือเพื่อปลอบประโลม หญิงสาวสะอื้นไห้ยกมือบางเช็ดน้ำตาเบา ๆ "ข้ามิรู้ดอก แต่ชาวบ้านจะเรียกบ้านข้
การเสียบใส่พรวดในคราเดียวสร้างความเสียวกระสันจนแต้มร้องออกมาเสียงหลง เขาคลึงวนเป็นวงกลม ค่อย ๆ ชักเข้าชักออกช้า ๆ เนิบ ๆ "ไอ้เมฆมึงเห็นไหมวะ หน้าอีแต้มเหมือนขึ้นสวรรค์เลย ฮ่า ๆ" เมฆก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมเงยขึ้นมามอง การร่วมรักของทั้งคู่ เมฆต้องนั่งคุกเข่าก้มหน้าทนฟังเสียงร้องเสียงกระแทกกัน ดัง ตับ ๆ
ผู้ป่วยจิตเวชหนีออกจากโรงพยาบาล เขาหาดูจนทั่วทั้งในกรุงเทพฯ อยุธยา ก็ไม่มีเลย ปรางคุณเป็นใครมาจากไหนกันนะ ชื่อจริง นามสกุล บัตรประชาชน ไม่มีอะไรสักอย่าง! แล้วจะพากลับบ้านยังไงธาดาให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยสืบข้อมูลบุคคลสูญหาย ที่อายุไล่เลี่ยกับปราง เขาอยากรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน จะได้รู้ว่าควรจะจั







