เข้าสู่ระบบเหวี่ยงร่างเดือนแรมเข้าไปในพุ่มไม้ ที่มีต้นกล้วยขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงเพื่อไม่ให้เธอดิ้นหนี มือหนาหยาบกร้านข้างหนึ่งใช้อุดปาก เดือนแรมไม่สามารถร้องไห้ใครได้ยินได้
"อื้อ อ้าย"
"หยุดดิ้น แล้วก็หยุดแหกปากของเจ้าได้แล้ว" เขากดเสียงต่ำให้ดูน่ากลัว ก้มหน้าลงซุกไซร้ซอกคอขาว กลิ่นกายหอมต่างจากขี้ข้าทั่วไป ผิวเนื้อเนียนนุ่มไม่หยาบกระด้างอย่างที่ควรจะเป็น เขาชอบและปรารถนาเหลือเกิน ดึงรั้งผ้าถุงกระโจมอกของเธอให้เลื่อนลง ตกไปอยู่ที่หน้าท้องแบนราบ
"ผอมไปนะ" เธอผอมแห้งจนเห็นซี่โครง มันดูไม่มีน้ำมีนวลเอาเสียเลย เขาชอบอวบอึ๋มจับแล้วเต็มไม้เต็มมือ ทรวงอกเธอก็น้อยนิดเหมือนเพิ่งแตกเนื้อสาว
หมื่นพรรธน์ยศแม้นจะไม่ชอบใจเท่าไรนัก แต่เจ้าตัวก็ก้มลงไปครอบงับปลายถันเม็ดเล็ก ดูดกินปานว่ามันมีรสชาติ ลิ้นร้อนสะกิดรัวเร็วที่ปลายยอดให้คนใต้ร่างสะท้าน เสียงสะอื้นที่ได้ยินค่อย ๆ เบาลง กิริยาที่ขัดขืนดิ้นหนีในคราแรกก็สงบลง แต่สายตาอาฆาตที่จ้องมองไม่ลดละ ดวงตาแดงก่ำคลอไปด้วยน้ำตา
"เป็นของข้า แล้ววันพรุ่งข้าจะขอซื้อเอ็งไปเป็นทาสที่เรือนข้า" หมื่นพรรธน์ยศเลื่อนตัวขึ้นมาจ้องใบหน้านวลที่เปื้อนคราบน้ำตาและขี้ดิน เขาใช้นิ้วเช็ดเขี่ยออกให้อย่างเบามือ
แต่เดือนแรมไม่ปรารถนาต่อการกระทำของโจรชั่ว สะบัดหน้าหนีปฏิเสธเขากลาย ๆ
หึ
"ไม่ ปล่อยข้าไอ้โจรชั่ว เอ็งใช่ไหมที่เป็นคนลักตัวพี่ของข้า" เดือนแรมโวยวายพร้อมยกมือยกไม้ขึ้นตบตีประทุษร้ายบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรชั่วลักพาตัวพี่สาวไป หมื่นพรรธน์ยศงุนงงกับคำพูดของสาวน้อยใต้ร่างแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
"เก็บปากน้อย ๆ ของเอ็งไว้เรียกชื่อข้าดีกว่ากระมัง" หมื่นพรรธน์ยศชังคำพูดและสายตาหยิ่งยโสนั้น บวกกับอาการเมาทำให้เขาหน้ามืดตามัวไม่ฟังเสียงอะไรทั้งสิ้น
มือหนาลูบต้นขาเนียนถกผ้าถุงขึ้นไปกองที่หน้าท้อง เขายิ้มอย่างผู้ชนะ มองดูดอกไม้แรกแย้มอย่างหลงใหลมันสวยงามยิ่งนัก ผิวกายสาวเมื่อโดนแสงไฟสาดส่องยิ่งช่วยขับผิวขาวสะอาดให้ดูผุดผ่องเป็นประกาย
หมื่นพรรธน์ยศตัดสินใจดีแล้ว ว่าจะขอซื้อขี้ข้าสาวผู้นี้ไปไว้ที่เรือน เขาอยากเก็บเธอไว้ใกล้ตัว จับขาเรียวแยกออกจากกัน ขยับกายหนาเข้าแทรกกลางระหว่างขาทั้งสองข้าง เธอกระถดกายหนี เขาหรือจะยอมให้หนีคืนนี้เขาต้องได้เธอ
"ไม่นะ อย่านะท่าน ข้าขอร้อง ได้โปรดเถิดหนา ปล่อยข้าเถิดหนา" เธอไหว้ขอความเมตตาจากโจรชั่วเป็นครั้งที่สอง แต่เปล่าประโยชน์ ไอ้โจรชั่วปัดมือเธอทิ้ง
"เรามาสนุกกันเถิด ข้ารู้เอ็งชอบ"
"ไม่ ข้าไม่ชอบ ไม่ชอบอะไรทั้งนั้น ไม่ อย่าเอาเข้ามานะไอ้โจรชั่ว" เธอเริ่มโวยวายอีกครั้ง เธอทั้งจิก ข่วนตามร่างกายกำยำของเขา
"หยุด หากแหกปากเสียงดังอีกละก็ ข้าจะฆ่าทิ้งเสีย"
ฮึก ฮะ ฮื้อ
เดือนแรมสะอื้นไห้หนัก เมื่อได้ยินว่าจะถูกฆ่าหากส่งเสียงดังเธอจะโดนโจรชั่วย่ำยีแน่แล้วหรือ คิดอยากเก็บพรหมจรรย์ไว้ให้สามีในอนาคต บัดนี้คงสายไปเสียแล้ว
หมื่นพรรธน์ยศจับท่อนเนื้อเอ็นอุ่นส่วนหัวขยี้รู ขยับเข้าเพียงนิดแต่รู้สึกว่าช่องทางนั้นคับแคบแน่นตึง ขยับเข้าไปอ่างยากลำบาก หรือจะเป็นเพราะเธอไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับเขา ร่องสวาทของเธอจึงแห้ง หมื่นพรรธน์ยศจึงใช้น้ำลายตนเองเข้าช่วย
"ไม่ อย่าทำข้า ไอ้คนชั่ว ไอ้คนใจร้าย" เดือนแรมยังอยากรักษาชีวิตไว้ตอบแทนคุณบิดามารดา จึงได้แค่ก่นด่าไอ้โจรชั่วเบา ๆ
"โอ๊ย! ข้าเจ็บ เอาออกไปประเดี๋ยวนี้" เธอไม่สามารถที่จะทนต่อความเจ็บปวดนี้ได้ ยกสองตีนถีบอกด้วยแรงที่มีอันน้อยนิด
ร่างหนากำยำเจอแรงถีบไม่ทันรู้ตัวถึงกับเซหงายหลัง แต่ก็ใช้ความแข็งแรงของร่างกายที่ฝึกฝนด้านทหารมาหลายปีดึงตัวเองกลับมาได้อย่างมั่นคง หมื่นพรรธน์ยศรู้ได้ในทันทีว่าเยื่อพรหมจรรย์หรือที่เขาเรียกเส้นสองสลึงขาดผึงออกจากกันอย่างรวดเร็วทันทีทันใด เขาคือคนแรก ใช่ว่าจะไม่เคยเจอบ่าวไพร่ที่ที่ยังสดซิงขึ้นเตียงด้วย แต่เขากลับรู้สึกดีไม่น้อย
เดือนแรมยังคงดิ้นหนีกระเสือกกระสนเอาร่างกายอันโรยรินออก
จากความเจ็บปวดที่เผชิญอยู่ เขาจับยึดสะโพกบางแน่นถึงดิ้นให้ตายก็ไม่มีทางหลุด เขาไม่ห้ามปล่อยให้เธอดิ้นจนกว่าจะเหนื่อยและหยุดไปเอง หมื่นพรรธน์ยศใช้เวลาปรับร่างกายให้เข้ากับเธอชั่วครู่ก่อนจะขยับท่อนเนื้อเข้าไปในช่องแคบนั้นอีกครั้ง อาศัยจังหวะที่เธอไม่รู้ตัวแทงพรวดเข้าในคราเดียว
"ม่าย!!! อื้อ" หมื่นพรรธน์ยศใช้มือหยาบกร้านปิดปากของคนใต้ร่างไว้ก่อนที่ใครผ่านมาจะได้ยินเข้า แช่ค้างในร่องรักอยู่นานจนเห็นว่าเธอสงบ เขาช้อนตามองใบหน้านวลที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา แม้จะมองเห็นไม่ชัดเจนเพราะอยู่ในที่มืดแต่ก็รับรู้ได้ ฝุ่นดิน เศษใบไม้แห้ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรังดูไม่เป็นทรง ถึงแม้จะสงสารเวทนาเท่าใดก็ไม่สามารถหยุดได้ จำต้องเดินหน้าต่อ
"ทนหน่อยนะ อีกนิดทูนหัวของข้า" เขาซอยท่อนเนื้อร้อนเข้าออก เร่งจังหวะให้เร็วขึ้น สาวหน้านวลของเขาจะได้ไม่เจ็บนาน เธอเจ็บเขารู้ ใบหน้านวลแสดงสีหน้าถึงความเจ็บปวด
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื
เมฆนำพาหญิงคนรักถึงฝั่งฝันก่อนที่ตนเองจะตามไป เขาทิ้งตัวนอนทาบทับร่างบาง เสียงหอบกระเส่าของทั้งคู่ดังสนั่นกระท่อมน้อยปลายนา เมฆเพิ่งคำนึงนึกขึ้นมาได้เมื่อเขาตั้งใจฟังเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายจึงนึกกังวลว่าเสียงบรรเลงบทรักเมื่อครู่จะสร้างความแตกตื่นให้คนอื่นที่เดินผ่านไปมาหรือไม่"ลุกขึ้นเถิด แล้วรีบจั
"เรื่องมันเกิดตอนที่พี่มาตามหาตัวเจ้าแลอยู่กินเหล้ากับพ่อแปดที่เรือน ระหว่างทางพี่กำลังจักกลับแล้วจึงสังเกตเห็นเงาตะคุ่มคิดว่าโจรที่ลักพาตัวเจ้าไป พี่จึงเข้าประชิดตัวจึงรู้ว่าเป็นแม่หญิง พี่เมาพี่เลย…" ปรางตั้งใจฟังแล้วผงะตกใจที่ได้รู้ความจริงว่าหมื่นพรรธน์ยศกับเดือนแรมมีสัมพันธ์สวาทต่อกันแล้ว"แล้
"เมื่อกี้คุณหมอเรียกหนูหรือคะ" นางพยาบาลสาวเปิดประตูห้องเข้ามาถาม เพราะเธอคงได้ยินเสียงเขาเรียกคนรักเมื่อครู่"เปล่าครับ ทุกคนพร้อมกันหรือยังครับ""พร้อมแล้วค่ะ รวมตัวกันอยู่ที่ห้องประชุมชั้นสองค่ะ" นางพยาบาลสาวตอบ"ครับ เดี๋ยวผมตามลงไป" เมื่อร่างเล็กของนางพยาบาลสาวเดินออกจากห้องไปแล้ว
วันแต่งงานพิธีสงฆ์เป็นพิธีที่คู่บ่าวสาวชาวพุทธนิยมปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเป็นพิธีดังเดิม ธาดากับปรางในชุดแต่งงานไทยโบราณสีทองอร่ามงามตายืนเคียงคู่ตักบาตร"ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน ต่อไปจะได้เกิดเป็นคู่กันทุกภพุกชาติ" คุณทิพย์บอกกล่าวกับคู่บ่าวสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นสุขใจ"ปรางจ๊ะ จับข้







