Accueil / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 18 : ขาโจ๋ประจำหมู่บ้าน

Share

ตอนที่ 18 : ขาโจ๋ประจำหมู่บ้าน

Auteur: Chalam whale
last update Date de publication: 2026-02-10 11:26:04

แดดร่มลมตก แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงกำลังอาบทั่วทุ่งนาสีทองอย่างที่กริชเพิ่งจะสัมผัสได้ถึงความงามของมัน ทว่า บรรยากาศละมุนละไมกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดัดแปลงท่อดังแสบแก้วหู “แปร้นนนน... แปร้นนน!” เสียงมอเตอร์ไซค์วิบากคันเก่าพ่นควันดำโขมงพุ่งตรงมาตามคันนา ก่อนจะเบรกจนล้อหลังปัดฝุ่นตลบ คนขับคือ “บักรุ่ง” หนุ่มไทบ้านร่างล่ำ ผิวเข้มจัดจากการกรำแดด เขาสวมเสื้อกล้ามขาดๆ กับผ้าขาวม้าเคียนเอว ใบหน้าถมึงทึงประทับตราความเป็นเจ้าถิ่นไว้ชัดเจน เขาก้าวลงจากรถพร้อมจ้องมองกริชด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและรังสีอำมหิต

“เฮ้ย เฮ็ดหยังอยู่นี่วะปิ!” บักรุ่งตะโกนเสียงแข็ง สายตาจ้องเขม็งไปที่กริชเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

 “ปิ๊! ไอ้หน้าขาวนี่มันเป็นไผ๋!” บักรุ่งตะโกนถามเสียงแข็ง แววตาจ้องเขม็งไปที่กริชอย่างหาเรื่อง 

“กูบ่เคยเห็นหน้ามันในหมู่บ้าน มึงพามันมาเฮ็ดหยังกันในที่ของย่าบุญมาวะ”

“กะนี่หละอ้ายกริช หลานชายแม่ใหญ่บุญมานั่นล่ะบักรุ่ง เพิ่นมาจากกรุงเทพฯ สิมาทำนา” อิปิ๊ตอบเสียงเรียบพลางปาดเหงื่อ

“สถาปนิกเมืองกรุงเบาะ หึ... สภาพคือสิขุดดินบ่พ้นเซนเดียว” บักรุ่งเดินดุ่มๆ เข้ามาประชิดตัวกริช สายตาเหลือบไปเห็นแก้วกาแฟพลาสติกในมืออิปิ๊ที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว 

“แล้วนี่กินหยังกัน กลิ่นคือกะทิบูดแท้ มึงเอาของบูดให้ปิ๊กินเบาะไอ้หน้าหล่อ”

“กะทิบูดบ้านพ่อมึงสิบักรุ่ง นี่ลาเต้ กาแฟฝรั่งอ้ายกริชเพิ่นซื้อมาฝาก” อิปิ๊สวนกลับทันควันพลางชูแก้วกาแฟในมือ

 “แล้วมึงมาอีหยังแถวนี้ งานการบ่มีเฮ็ดเบาะ” บักรุ่งไม่ตอบอิปิ๊ แต่เดินดุ่มๆ เข้ามาหากริชใช้สายตามองประเมินกริชตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสายตาเหยียดหยาม

“สถาปนิกเมืองกรุงเบาะ มาเฮ็ดอีหยังแถวนี่... ขุดดินแค่นี่กะเหงื่อท่วมโตแล้ว ระวังเด้อดินบ้านเฮามันแข็ง... แข็งปานใจเจ้าของนาที่นี่ล่ะ มึงอย่ามาคึดสิมาเฮ็ดตัวอัจฉริยะแถวนี้เลย กลับไปนั่งห้องแอร์พู้นไป๊” กริชขมวดคิ้ว เขาพอจะดูออกตั้งแต่วินาทีแรกว่าไอ้หนุ่มขาโจ๋คนนี้ไม่ได้มาหาเรื่องร่องน้ำ แต่น่าจะเป็นเรื่อง “คนข้างๆ” เขามากกว่า

“ผมแค่มาสานต่อให้พ่อ ไม่ได้มาเล่นๆ” กริชตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น เขาจงใจสบตาบักรุ่งตรงๆ 

“และถ้าดินมันแข็ง ผมกะต้องมีวิธีทำให้มันนิ่ม เหมือนที่ผมกำลังทำอยู่นี่ไง”

“ปากดีนักนะมึง!” บักรุ่งขยับเข้าหา เตรียมจะเอาเรื่อง

“มึงเห็นบักจ่อยเบาะ มันยังฮู้จักทางของมัน แต่มึงน่ะคนนอก อย่ามาสะเออะเดินข้ามเส้นเลย”

“บักรุ่ง! หยุด!” อิปิ๊เดินมาขวางกลางระหว่างคนทั้งคู่ 

“อ้ายกริชเพิ่นมาพัฒนาที่นาของเขา เจ้่านั่นหละบ่เกี่ยว มึงบ่ช่วยกะอย่ามาขวางทางสิ ป่ะอ้ายกริช... อย่าไปสนใจคนบ้า ฟ้าวเก็บของเมื่อบ้านเถอะ”

บักรุ่งยืนกำหมัดแน่น มองตามแผ่นหลังของกริชที่เดินตามอิปิ๊ไปอย่างไม่สบอารมณ์ เขารู้สึกเสียหน้าอย่างแรงที่เห็นอิปิ๊ออกโรงปกป้องหนุ่มเมืองกรุงหน้าขาวคนนี้

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง... อย่าเผลอก็แล้วกัน อัจฉริยะบ่ได้ช่วยให้มึงรอดตีนกูได้ทุกวันดอก!” บักรุ่งตะโกนไล่หลัง ก่อนจะเบิ้ลเครื่องมอเตอร์ไซค์เสียงดังลั่นทุ่งแล้วบิดหายไปในดงกล้วย

กริชลอบถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าภารกิจ “นาสีทอง” ต่อจากนี้ นอกจากจะต้องสู้กับดิน ฟ้า อากาศ และกลไกไม้ไผ่แล้ว ดูเหมือนเขาจะต้องสู้กับ “ขาโจ๋เจ้าถิ่น” ที่พร้อมจะขุดหลุมพรางให้เขาตลอดเวลาเสียแล้ว ความเงียบสงบกลับคืนสู่ทุ่งนาสีทองอีกครั้ง แต่มันเป็นความเงียบที่มีกระแสความตึงเครียดบางอย่างหลงเหลืออยู่

กริชหันไปมองอิปิ๊ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บแก้วกาแฟลาเต้ที่ละลายจนเกือบหมด แววตาของเธอหม่นลงเล็กน้อย ไม่ได้ร่าเริงเหมือนตอนที่กำลังขุดดินด้วยกันเมื่อครู่ เขาขยับหมวกปีกกว้างให้เข้าที่ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจออกไป

“ปิ๊...” กริชเว้นจังหวะครู่หนึ่งขณะเดินเคียงข้างเธอไปตามคันนาเพื่อกลับไปยังเถียงนา 

“หมอนั่น... แฟนปิ๊เหรอ”

อิปิ๊ชะงักฝีเท้า หันมามองกริชด้วยสายตาเบิกกว้างครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะพรวดออกมาจนไหล่สั่น 

“โอ๊ยอ้ายกริช ช่างคึดไปทั่วแท้ แฟนอิหยังล่ะ หน้าคือจั่งโจรปล้นควายปานนั้น ข่อยบ่เอาทำพันธุ์ดอกจ้า”

“อ้าว ก็เห็นเขาแสดงอาการหวงซะขนาดนั้น แถมยังเรียกปิ๊ว่า 'ปิ๊' เฉยๆ ดูสนิทกันมากเลยนะ” กริชถามต่อพลางสังเกตปฏิกิริยา

“มันชื่อบักรุ่ง เป็นลูกชายกำนันพงษ์หมู่บ้านข้างๆ พู้น” อิปิ๊อธิบายพลางเดินจูงบักจ่อยไปพลาง 

“มันน่ะตามตื้อข่อยมาตั้งแต่สมัยเฮียน(เรียน)มัธยมพู้นล่ะอ้าย แต่มันนิสัยบ่ดี มักอวดเบ่ง เป็นขาโจ๋ประจำตำบล ไปใสคนกะย่าน (กลัว) มัน แต่มันย่านข่อยคนเดียว เพราะข่อยเคยเอาไม้คานตีหัวมันแตกตอนมันพยายามสิมาลวนลามข่อยตอนไปเลี้ยงควายสมัยพู้น” กริชเลิกคิ้วขึ้นด้วยความทึ่ง 

“ถึงขั้นเลือดตกยางออกเลยเหรอ”

“กะแม่นตั๊วอ้าย คนบ้านเฮาถ้าบ่สู้มันกะข่มเอา ๆ ” อิปิ๊ยักไหล่

 “แต่มันกะบ่เข็ดดอกจ้า ยิ่งสู้มันยิ่งชอบ มันคงคึดว่ามันเท่ล่ะมั้งที่ขับรถเสียงดัง ๆ มาหาเรื่องคนอื่นน่ะ แต่มื้อนี้มันมาแปลก ปกติมันแค่มาจีบปากจีบคอ แต่มื้อนี้มันจ้องอ้ายปานสิฆ่ากัน ข่อยว่ามันบ่แม่นแค่หวงปิ๊ธรรมดาแล้วล่ะ มันคงหมั่นไส้อ้ายที่เป็นคนเมืองกรุงนำ” กริชนิ่งไปสายตามองไปยังร่องน้ำที่พวกเขาช่วยกันขุดมาทั้งวัน 

“เขาก็บอกผมนะ ว่าคนนอกอย่างผมอยู่ไม่ได้นานหรอก ดินที่นี่แข็ง... ใจคนแถวนี้ก็แข็ง”

“อ้ายอย่าไปฟังคำคนบ้าหลาย” อิปิ๊หยุดเดินแล้วหันหน้ามาเผชิญกับกริช  แสงสุดท้ายของตะวันย้อมใบหน้าคมเข้มของเธอให้ดูอ่อนโยนและจริงจังในเวลาเดียวกัน 

“ดินมันแข็งกะแม่นอยู่ แต่น้ำใจคนมันกะคือจั่งน้ำนั่นล่ะอ้าย"

"ถ้าอ้ายมีความอดทน ขุดร่องน้ำให้ถูกทางคือน้ำไหล น้ำมันกะสิซึมเข้าดิน ดินที่ว่าแข็งกะสิอ่อนนุ่มลงเอง"

"อ้ายกริชมามื้อแรกกะโดนใจย่าบุญมา มื้อที่สองกะได้ใจลุงหวัง มื้อนี้ขุดดินนำกันอ้ายกะเริ่มสิได้ใจ... เอ้อ... ได้ใจคนแถวนี้แล้วล่ะ” กริชยิ้มมุมปาก ความรู้สึกหนักอึ้งในอกเริ่มทุเลาลง

 “คนแถวนี้ที่ปิ๊ว่า... รวมปิ๊ด้วยหรือเปล่า” อิปิ๊หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอรีบเบือนหน้าหนีแล้วแกล้งทำเป็นดุบักจ่อย 

“ไปๆ บักจ่อย มึงอย่ามาเล็มหญ้าแถวนี้ ฟ้าวกลับคอก พ่ออ้ายกริชเพิ่นเว้าเพ้อเจ้อแล้ว”

กริชหัวเราะเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักดูเหมือนจะคุ้มค่า เพียงเพื่อได้เห็นท่าทางขวยเขินของสาวแกร่งอย่างอิปิ๊ ทั้งคู่เดินเคียงกันไปบนคันนาที่ทอดยาว แสงดาวดวงแรกเริ่มปรากฏบนท้องฟ้าสีม่วงคราม กริชรู้สึกว่าการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องเครื่องจักรหรือท่อไม้ไผ่ แต่มันคือการพิสูจน์ตัวเองให้ "คนบ้านนี้" ยอมรับเขาจริงๆ

“ปิ๊... พรุ่งนี้ถ้าบักรุ่งมาวุ่นวายอีก ปิ๊ไม่ต้องขวางเขานะ ผมจัดการเองได้” กริชพูดน้ำเสียงจริงจัง

“อ้ายสิเฮ็ดจั่งใด๋ อ้ายสู้แรงมันบ่ได้ดอก มันต่อยมวยวัดเก่งเด้อ” อิปิ๊ถามอย่างเป็นห่วง

“ผมไม่ได้จะไปชกกับเขา” กริชเคาะนิ้วที่ขมับตัวเอง 

“สถาปนิกเขาไม่ใช้กำลัง เขาใช้โครงสร้าง... ถ้าบักรุ่งอยากจะพังผม เขาต้องพังงานของผมให้ได้ก่อน ซึ่งผมบอกเลยว่า 'ประตูน้ำไม้ไผ่' ของผมกับลุงหวัง มันไม่ได้พังง่าย ๆ เหมือนใจคนหรอก” อิปิ๊มองสบตากริชแล้วยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ

“เออ... ให้มันได้อย่างที่เว้าเด้ออ้ายกริช ปิ๊สิคอยเบิ่ง 'สมองเมืองกรุง' ปะทะ 'งัดไม้ไผ่' พรุ่งนี้ล่ะ!”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status