Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 43 : การเดินทางที่เงียบงัน

Share

ตอนที่ 43 : การเดินทางที่เงียบงัน

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-03-07 13:02:09

หลังจากใส่บาตรส่งหลวงพ่อเดินหายไปในม่านหมอก กริชกราบลาย่าบุญมาที่ตัก ท่านลูบหัวหลานชายเป็นครั้งสุดท้าย

"ไปดีมาดีนะกริช ย่าสิเฝ้าเฮือนรอเจ้ากลับมา"

"ครับย่า ผมจะรีบกลับมา"

กริชเดินลงจากเรือนก่อนจากเขามองเรือนบ้านย่า ก้าวขึ้นรถกระบะส่วนตัวของเขาเองเสียงเครื่องยนต์ดังแทรกความเงียบของหมู่บ้าน เขาขับรถผ่านเส้นทางลูกรังที่เขาเคยเดินร่วมกับชาวบ้าน ผ่านเถียงนาที่เขาสร้าง ผ่านร่องน้ำที่เขาช่วยขุด ทุกตารางนิ้วในโคกอีแหลวบัดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาไปแล้ว เขาตั้งใจว่าจะไม่หันกลับไปมองเพื่อไม่ให้ใจอ่อน แต่ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาชะลอรถเมื่อถึง "ปากทางหมู่บ้าน" ที่มีต้นจามจุรีใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่

กริชไม่รู้เลยว่าท่ามกลางพุ่มไม้หนาข้างทาง อิปิ๊ ยืนแอบอยู่ตรงนั้น เธอสวมผ้าถุงผืนเก่าที่เปื้อนคราบดินจากการทำงานนา แผ่นหลังบางพิงอยู่กับลำต้นไม้ใหญ่ มือทั้งสองข้างกอดตัวเองไว้แน่นเพื่อสะกดเสียงสะอื้นไม่ให้ดังลอดออกไป

"ไปเถาะจ้ะอ้ายกริช... ไปมีอนาคตที่งาม ๆ คือจั่งคุณเชอรี่ว่า" อิปิ๊พึมพำกับลมหายใจตัวเอง น้ำตาไหลพรากเป็นสายทางแต่เธอไม่แม้แต่จะปาดออก

เธอเห็นกริชชะลอรถและลดกระจกลงครู่หนึ่ง เหมือนเขากำลังมองหาอะไรบางอย่าง ใจของอิปิ๊สั่นรัวจนแทบจะถลาออกไปหาเขา แต่อีกใจหนึ่งกลับรั้งไว้ด้วยคำว่า 'ไม่คู่ควร' ที่ยังปักอก เธอจึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่หลังเงาไม้ ปล่อยให้รถของกริชค่อยๆ ขับเคลื่อนออกไปจนเหลือเพียงฝุ่นแดงที่ฟุ้งกระจายในอากาศ

กริชกำพวงมาลัยแน่น สายตาแน่วแน่มองตรงไปยังถนนลาดยางข้างหน้า ในใจเขามีเพียงแผนการเดียวคือการเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัทให้จบสิ้น และแอบสืบหาความจริงของนายเดชาที่มาขอซื้อที่ดินชาวบ้าน จะต้องเกี่ยวกับโครงการที่กำลังจะฮุบ

เขารู้ดีว่า 7 วัน ที่กรุงเทพฯ จะเป็น 7 วันที่ยาวนานที่สุดในชีวิต เขาต้องปะทะกับ เชอรี่ ที่รอคอยจะรวบหัวรวบหางเขาด้วยสัญญา และปะทะกับ ท่านประธาน ที่เห็นเงินสำคัญกว่าชีวิตคน

"ปิ๊... ย่าครับ... ชาวบ้านทุกคน รอกริชก่อนนะ" กริชพูดกับตัวเองเบาๆ พลางจับประคำไม้ในกระเป๋าเสื้อ

 "ผมจะกลับมาพัฒนาบ้านของผม และจะทำให้ทุกคนเห็นว่าสถาปนิกคนนี้... ไม่ได้รักแค่ตัวเลขบนแบบแปลน แต่รักจิตวิญญาณของโคกอีแหลวยิ่งกว่าชีวิต"

รถกระบะสี่ประตูมุ่งหน้าสู่เมืองกรุง ทิ้งไว้เพียงความเงียบและเสียงสะอื้นไห้ที่แผ่วเบาใต้ต้นจามจุรีใหญ่... สัญญาณของศึกใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นทั้งในแง่ของธุรกิจและในห้องหัวใจ

ฝุ่นสีแดงจากรถของกริชยังไม่ทันจางหาย อิปิ๊ ก็สตาร์ทรถซาเล้งคู่ใจบึ่งออกไปจากพุ่มไม้ข้างทางทันที เธอพยายามบิดคันเร่งให้แรงที่สุดเพื่อหนีความรู้สึกเจ็บในอก แต่ตลอดเส้นทางเข้าหมู่บ้าน กลับต้องเจอชาวบ้านที่ยืนรอดักฟังข่าวด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"อ้าวอีปิ๊ อ้ายกริชเพิ่นไปอีหลีแล้วบ่ รถสปอร์ตคันแดงมาฮับไปกินตับอยู่เมืองกรุงแล้วแม่นบ่" เสียง ป้าแม้น ตะโกนถามมาจากใต้ถุนบ้าน อิปิ๊ชะลอรถซาเล้งแล้วเบรกดัง เอี๊ยด! ก่อนจะหันไปตอกกลับตามสไตล์ปากไวไฟแล่บ 

"เออจ้า เพิ่นไปแล้ว ไปดีมีแฮงพู้นล่ะ ป้ากะอย่ามัวแต่ห่วงเรื่องชาวบ้านหลายเด้อ ระวังเถาะ มัวแต่ส่องเรื่องคนอื่นจนแกงหน่อไม้ในหม้อสิไหม้คาเตาพู้นน่ะ ปิ๊บ่ได้เสียดายคนคือเพิ่นดอก คนมีขาเพิ่นกะเดินไปตามทางคนรวยพู้นล่ะ"

"ป้าดโท่ อีเด็กนี่ ปากคอเลาะร้ายแท้น้อ" เสียงป้าแม้นบ่นอุบ แต่อิปิ๊ไม่สน เธอสับเกียร์แล้วบิดซาเล้งหนีเสียงนินทาที่ดังตามมาตลอดทางว่า 

"สุดท้ายกะโดนหนุ่มเมืองกรุงทิ้งจนได้"

เมื่อมาถึงบ้าน พ่อผู้ใหญ่ ที่นั่งลับมีดอยู่ใต้ถุนบ้าน เห็นลูกสาวเดินคอตกหน้าบึ้งตึงเข้ามา ก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านวางมีดลงแล้วมองตามร่างบางที่กระแทกกระทั้นเดินไปวางตะกร้า

"เป็นจั่งใด๋ล่ะ... เพิ่นไปแล้วบ่" พ่อผู้ใหญ่ถามเสียงเรียบ

"ไปแล้วจ้ะพ่อ ไปนำอีสาวตัวขาวๆ พู้น ปิ๊บอกแล้วว่าคนเมืองกรุงน่ะไว้ใจบ่ได้ ดินแดงบ้านเฮามันบ่ลื่นหูชื่นตาเพิ่นดอก" อิปิ๊ตอบพลางหยิบขันน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด

"แล้วสิไปหงุดหงิดอะไรกะพ่อนักหนาล่ะปิ๊ กริชมันกะบอกแล้วว่าสิไปเคลียร์งานแค่ไม่กี่วัน"

"ไม่กี่วันหรือกี่ชาติกะค่าเท่ากันนั่นล่ะพ่อ" อิปิ๊วางขันเสียงดัง ปัง! 

"พ่อบ่เห็นสายตาผู้สาวเมืองกรุงของอ้ายกริชที่มองพวกเราบ่ เพิ่นมองคือเฮาเป็นขี้กะตึก (พยาธิ) ในไส้เพิ่นน่ะ แล้วอ้ายกริชเพิ่นกะยอมกลับไปนำกันปานนกน้อยในกรงทอง พ่อกะยังสิเชื่อนายสถาปนิกนั่นอยู่อีกบ่ว่าเขาจะกลับมาสู้เพื่อพวกเราอีหลี พ่อผู้ใหญ่ถอนหายใจยาว เดินเข้าไปลูบหัวลูกสาวเบาๆ

 "ปิ๊เอ๊ย... พ่อใหญ่มาจนป่านนี้ พ่อเบิ่งคนออกกริชมันบ่ได้ไปเพื่อหนี แต่มันไปเพื่อสิหาทางสู้ พ่อเห็นความหนักใจในตาหน้ามันตอนมาลาปิ๊นะ"

"สู้หรือสิไปสมรู้ร่วมคิดกะบ่ฮู้นะพ่อ" อิปิ๊สะอื้นออกมาเล็กน้อยแต่รีบปาดน้ำตาทิ้ง

"ถ้าเขาฮักที่นี่จริง เขาต้องบ่ปล่อยให้ย่าบุญมานั่งกินข้าวคนเดียวแบบนี้ พ่อกะเบิ่งเอาเถาะ บักรุ่งกะปั่นหัวชาวบ้านจนสิแตกกันอยู่แล้ว ถ้าเขาบ่กลับมาภายในอาทิตย์นี้ ปิ๊นี่ล่ะสิเป็นคนเผาแบบแปลนเล้าข้าวของเขาให้เบิ่ง"

"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ก่อนลูก"

"บ่เย็นแล้วจ้ะพ่อ ต่อไปนี้ปิ๊สิสู้ด้วยมือปิ๊เอง ไผสิไป ไผสิมา ปิ๊บ่สนใจแล้ว ปิ๊สิพิสูจน์ให้เห็นว่าบ่มีนายสถาปนิกเทวดา ปิ๊ก็ปกป้องที่นาของปิ๊ได้"

พูดจบอิปิ๊ก็สะบัดหน้าวิ่งขึ้นเรือนไป ทิ้งให้พ่อผู้ใหญ่ได้แต่มองตามด้วยความกังวลใจ เพราะท่านรู้ดีว่าลูกสาวคนนี้ยิ่งปากร้ายเท่าไหร่ ในใจยิ่งเจ็บและห่วงกริชมากเท่านั้น


นายทุนเดชาก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขารอจังหวะนี้มานานจังหวะที่ "ก้างขวางคอ" อย่างสถาปนิกหนุ่มไม่อยู่ และย่าบุญมาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเรือน รถเอสยูวีคันหรูสีดำทมิฬขับมาจอดเทียบหน้าบ้านไม้โบราณของย่าบุญมา เดชาก้าวลงมาพร้อมกระเป๋าเอกสารหนังและรอยยิ้มที่ดูสุภาพแต่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาเดินขึ้นเรือนมาในจังหวะที่ย่าบุญมานิ่งเงียบมองหยาดน้ำตาที่เพิ่งแห้งไปจากแก้ม

"สวัสดีครับคุณแม่บุญมา... ผมได้ยินว่าหลานชายสุดที่รักกลับกรุงเทพฯ ไปแล้วเหรอครับ" เดชาเอ่ยทักพลางทรุดตัวลงนั่งโดยไม่รอคำเชิญ 

"โถ่... ผมบอกแล้วไงครับว่าคนเมืองเขาก็เหมือนนกกระจิบ พออากาศเปลี่ยนเขาก็บินกลับรังหรูๆ ทิ้งให้คนทางนี้สู้กับความลำบากเพียงลำพัง"ย่าบุญมามองหน้าเดชานิ่งๆ 

"กริชเขาไปธุระ ไม่ได้ไปลับ... เจ้ามีอะไรก็ว่ามา อย่ามาอ้อมค้อมเสียเวลาคนแก่เลย"

"ผมก็แค่อยากจะมาช่วยครับคุณแม่" เดชาเปิดกระเป๋าแล้ววางเอกสารสัญญาลงบนตั่งไม้

 "กริชเขาคงรู้ตัวแล้วว่าสู้ไปก็เหนื่อยเปล่า เลยชิ่งหนีไปก่อนที่โครงการใหญ่จะเริ่ม ผมเลยเอาข้อเสนอพิเศษที่สุดมาให้คุณแม่เซ็นตอนนี้เลย ถ้าเซ็นวันนี้ ผมเพิ่มค่าชดเชยให้จากเดิมอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์นะคุณแม่ เอาเงินไปใช้ชีวิตบั้นปลายสบาย ๆ ในเมือง ไม่ต้องมานั่งดมกลิ่นขี้ควายแบบนี้อีกดีไหมครับ"

ย่าบุญมายังไม่ทันได้อ้าปากตอบ เสียงเบรกโครมครามของซาเล้งคู่ใจก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับร่างของ อิปิ๊ ที่ก้าวฉับๆ ขึ้นมาบนเรือนด้วยแววตาที่ยังแดงก่ำจากการร้องไห้ แต่ตอนนี้มันลุกโชนด้วยไฟโทสะ

"หยุดเลยนะไอ้นายทุนปากหวานก้นเปรี้ยว" อิปิ๊ตะโกนก้องเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างย่ากับเดชาทันที

"อ้าว... หนูอิปิ๊ มาได้จังหวะพอดีเลยนะ" เดชาแสยะยิ้ม

 "มาช่วยพูดให้คุณแม่บุญมาตาสว่างหน่อยสิ อัศวินขี่ม้าขาวของหนูเขาทิ้งหมู่บ้านหนีไปเสวยสุขแล้วนะ"

"เพิ่นสิไปไส กะเรื่องของเพิ่น แต่ที่นาผืนนี้กะเรือนหลังนี้ มันเป็นของตระกูลอ้ายกริช และย่าบุญมากะคือหัวใจของที่นี่" อิปิ๊คว้าเอกสารสัญญาบนโต๊ะขยำจนยับยู่ยี่ต่อหน้าเดชา 

"เจ้าเห็นพวกลุงหวังและชาวบ้านคนอื่นสั่นคลอน เจ้าเลยสิมาลอบกัดตอนคนเขาไม่อยู่แม่นบ่ข้ามศพอิปิ๊ไปก่อนเถอะไอ้หน้าเลือด"

"นี่แกกล้าดียังไงมาขยำสัญญาของฉัน" เดชาลุกขึ้นยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ

"กล้าดีพอนี่ล่ะจ้า ขาลาย ๆ ของอีปิ๊นี่ล่ะสิเตะเจ้าตกเฮือนถ้าเจ้าบ่รีบถอยรถออกไปเดี๋ยวนี้" อิปิ๊ชี้หน้าเดชาอย่างไม่เกรงกลัว 

"อ้ายกริชสิกลับมาหรือบ่กลับมา ปิ๊บ่ฮู้... แต่ตราดวงประทับที่นาสีทองผืนนี้ ปิ๊สิเฝ้าไว้เองไผหน้าไหนกะอย่าหวังจะมาเอาไปทำกาสิโนกาสิเน่าอะไรนั่นเด็ดขาด" ย่าบุญมามองดูแผ่นหลังของเด็กสาวที่ยืนปกป้องตนเองแล้วยิ้มบางๆ ท่านเอื้อมมือไปจับแขนอิปิ๊ไว้

 "เดชา... กลับไปเถอะ ก่อนที่หลานสาวข้าจะล้างเรือนด้วยเลือดของเจ้า" เดชาจ้องมองอิปิ๊ด้วยความอาฆาต

 "ได้... ในเมื่อคุยดี ๆ ไม่ชอบ งั้นเตรียมรับมือกับสิ่งที่พวกแกมองไม่เห็นไว้ให้ดี สองวันต่อจากนี้... โคกอีแหลวจะไม่มีวันสงบสุข"

เดชาสะบัดหน้าลงจากเรือนไป อิปิ๊ที่ฮึดสู้อยู่ครู่หนึ่ง พอศัตรูไปพ้นสายตา เข่าเธอก็แทบทรุด ย่าบุญมาดึงร่างบางเข้าไปกอดไว้ 

"ปิ๊เอ๊ย... เก่งมากหลาน ย่าเชื่อแล้วว่าเจ้าฮักที่นี่และฮักตากริชด้วยใจจริง"

"ปิ๊บ่ได้ฮักเขาจ้ะย่า... ปิ๊แค่เกลียดคนขี้โกง" อิปิ๊เถียงเสียงสั่นทั้งที่น้ำตาไหลอาบแก้มย่าบุญมา

ย่าบุญมาลูบหลังหลานสาวเบาๆ อย่างอาทร ท่านไม่ได้โต้แย้งอะไรออกมา เพราะรู้ดีว่ากำแพงที่อิปิ๊สร้างขึ้นนั้นหนาแน่นเพียงใด ท่ามกลางเสียงสะอื้นที่พยายามสะกดกลั้น มีเพียงสายลมทุ่งที่พัดผ่านรอยร้าวในใจของเด็กสาวผู้ปากแข็ง อิปิ๊ซบหน้าลงบนตักย่า ปล่อยให้น้ำตาไหลรินชำระความสับสนที่สลายความมั่นใจของเธอไปจนสิ้น โดยหารู้ไม่ว่าในเวลาเดียวกันนั้น กริชกำลังเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงพร้อมกับคำปฏิญาณในใจว่า เขาจะกลับมาทลายกำแพงแห่งความต่ำต้อยนี้ลงด้วยความจริงและความรักทั้งหมดที่มี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status