สองคนเดินเรียบหาดอย่างช้า ๆ แสงไฟจากที่พักด้านหลังส่องไกลพอให้เห็นรอยเท้าทั้งคู่พาดเคียงกันบนทราย
“คืนนี้มัน... เงียบจังเนอะ” เธอพูดขึ้น “เงียบพอดีที่จะได้ยินเสียงในหัวใจตัวเอง" เธอหันไปมองเขาเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขืน ๆ “พูดแบบนี้... จะสารภาพอะไรเหรอ?” มาคินหยุดเดิน เธอเลยหยุดตาม และหันกลับมา ชายหนุ่มยืนอยู่กลางลมทะเล ผมเขาปลิวเล็กน้อย ใบหน้าเงยขึ้นนิดหน่อย แต่ดวงตาจับจ้องมาที่เธออย่างมั่นคง “ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจว่าเราสองคนที่ถูกบังคับให้เป็นคู่จิ้น จะมีอะไรจริง ๆ ไหม” “...” “แต่ยิ่งทำงานด้วยกัน ยิ่งได้เห็นเธอเวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าแฟนคลับ เวลาเธอยุ่งเหยิง... หรือแม้แต่เวลานั่งหลับในรถแล้วกรนเบา ๆ” ร้อยดาวเบิกตา “เฮ้ย!” “ฉันชอบเธอว่ะ ร้อยดาว” เขาพูดขึ้นต่อโดยไม่หลบตา เงียบจนน่ากลัวว่าคำสารภาพนี้จะลอยหายไปกับเสียงคลื่น แต่เธอกลับก้มหน้านิดเดียว แล้วเอ่ยเสียงเบา “รู้ตัวมานานแล้วแต่คิดว่านายไม่ได้จริงจัง” “ฉันไม่ใช่คนดีอะไรมากหรอกนะ ไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่ใช่พระเอกนิยาย... แต่ทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้ ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นอย่างอื่นเลยนอกจากคนที่เธอวางใจได้" เธอค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเสียงเบา “งั้นก็อย่าหนีฉันนะ ต่อให้เราต้องกลับไปเป็นแค่คนที่ยืนบนเวทีเดียวกัน ฉันก็ยังอยากให้เธออยู่ข้างฉันแบบนี้” มาคินยิ้ม และพูดเสียงเบา ๆ อย่างระมัดระวัง “ก็ไม่เคยคิดจะไปไหนอยู่แล้ว ” เขายื่นมือออกมาเบา ๆ เธอวางมือลงไปบนมือเขาโดยไม่ลังเลและคืนนั้น ไม่มีสปอตไลต์ ไม่มีคนดู ไม่มีเสียงปรบมือ มีเพียงคลื่นทะเล ลม และหัวใจสองดวงที่เดินเคียงกันไปเรื่อย ๆ บนรอยทรายที่ไม่ต้องการคนจำ แต่จะไม่มีวันจางหายจากความรู้สึกของทั้งสอง แสงเช้าที่เปลี่ยนบางสิ่งไปตลอดกาล แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านผ้าม่านสีขาวของรีสอร์ทริมทะเล เสียงนกนางนวลลอยมากับลมเค็มบางเบา ทะเลในยามเช้าดูเงียบสงบเหมือนทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่บางอย่างในใจใครบางคนเปลี่ยนไปแล้ว ร้อยดาวลืมตาตื่นช้า ๆ บนเตียงเดี่ยวของเธอ แสงเช้าเล็ดลอดเข้ามาเธอหรี่ตาเบา ๆ ก่อนยกยิ้มจาง ๆ กับภาพเมื่อคืนที่ยังวนเวียนในหัว เสียงคลื่นมือของมาคินคำพูดจริงใจ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูรูปเมื่อคืน ที่มีแฟนคลับส่งแท็กมาทางไอจีบ้างแล้ว บางรูปเบลอ ๆ แต่ก็พอเห็นว่าใครยืนข้างใครในมุมเงียบหลังเวที มาคินตอบสตอรี่หนึ่งของเธอไว้แค่คำว่า “:)” แต่แค่นั้น...ก็เหมือนโลกหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง อีกมุมของรีสอร์ท อ๊อฟกับมาคินที่แชร์ห้องกัน ต่างจัดกระเป๋าเตรียมตัวกลับ “เมื่อคืนหายเมารถเลยดิ ” อ๊อฟถามยิ้ม ๆ ขณะม้วนเสื้อยืดใส่กระเป๋า มาคินพยักหน้าเบา ๆ ขณะนั่งมองทะเลผ่านหน้าต่าง “อืม แต่ไม่ใช่เพราะอากาศหรอก” “เพราะพี่ร้อยดาว” ไม่มีคำตอบ มีแค่รอยยิ้มมุมปากของพี่ชายที่อ๊อฟไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก โต๊ะอาหารเช้ารวมตัวกันช้า ๆ อาหารเป็นบุฟเฟต์แบบง่าย ๆ มีทั้งข้าวต้ม ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง แต่ร้อยดาวนั่งเงียบกว่าเดิม มาคินนั่งข้าง ๆ เธอโดยอัตโนมัติ ไม่มีการแย่งเก้าอี้ ไม่มีการเกี่ยงที่นั่งไม่มีการถีบตลก ๆ แบบวันแรกแต่กลับเต็มไปด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าครั้งไหน ๆ “เมื่อคืนอากาศดีเนอะ” มาคินเอ่ยเบา ๆ ตอนที่ร้อยดาวตักข้าวต้มเข้าปาก “อืม นอนได้เต็มตากว่าทุกคืน" อาร์ตนั่งอยู่อีกด้าน เขาแอบเงยหน้ามองทั้งคู่ผ่านขอบแก้วกาแฟ แล้วทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางแก้วลงแรงกว่าเดิมนิดหนึ่ง “แปลกดีนะ เมื่อวานหลังโชว์จบ แต่ละคนแยกกันเร็วยกเว้นบางคนที่หายไปเป็นคู่” เขาพูดขึ้นเหมือนลอย ๆ แต่ทุกคนที่โต๊ะหันไปมองมาคินกับร้อยดาว เธอแทบสำลักข้าวต้ม แต่มาคินกลับหันไปมองอาร์ตตรง ๆ แล้วตอบกลับนิ่ง ๆ “ก็เดินคุยกันธรรมดา ไม่ได้ฆ่าใครนี่” “แน่ใจเหรอว่าแค่คุย” อาร์ตเลิกคิ้ว ดวงตาจับจ้องนิ่ง ๆ มีบางอย่างในน้ำเสียงของเขาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอ๊อฟมองพี่ชาย แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “พี่อาร์ต จะกลับไฟลต์กี่โมงนะครับ” “กลับพร้อมกันหมดนั่นแหละ” เขาตอบทันที “ไม่เห็นอยากกลับเลย” มาคินพึมพำเบา ๆ แต่ร้อยดาวได้ยิน เธอหันมาหาเขา แล้วเอ่ยเสียงเบาแบบแกล้ง ๆ “อย่าบอกนะว่าอยากอยู่ต่อ”เขายิ้มแล้วตอบกลับเสียงทุ้ม “ถ้าเธออยู่ฉันก็อยู่ได้อีกเป็นอาทิตย์เลย และแม้ว่าคอนเสิร์ตจะจบลงแล้ว แม้ทริปออนทัวร์จะเดินทางมาถึงวันสุดท้าย แต่บางความรู้สึก เพิ่งเริ่มออกเดินทางและคนบางคนเพิ่งรู้ตัวว่า เสียงหัวใจในค่ำคืนที่ไม่มีไมค์ ไม่มีแฟนคลับ ดังกว่าทุกเพลงที่เคยร้องมาในชีวิต หลังมื้อเช้า ทีมงานทยอยเก็บของเพื่อเตรียมเช็กเอาต์ออกจากรีสอร์ท รถตู้ที่จอดรออยู่หน้าล็อบบี้ทำให้บรรยากาศของการแยกย้ายเริ่มเข้ามาใกล้ แต่บางคนกลับยังไม่ได้แยกจากความรู้สึกบางอย่างในใจ อาร์ตยืนพิงเสาไม้หน้าล็อบบี้ มือถือกาแฟเย็นที่ดูเหมือนจะละลายจนจืดไปนานแล้ว สายตาของเขาไม่ได้มองวิวทะเล ไม่ได้มองกระเป๋าเดินทาง แต่จับจ้องไปยังมาคินกับร้อยดาว ที่นั่งบนบันไดขั้นล่างสุดของล็อบบี้ สองคนนั้นหัวเราะกันเบา ๆ ขณะดูภาพในมือถือ ไม่มีการแสดง ไม่มีคนดู แต่สายตาของพวกเขากลับมีเพียงกันและกัน อาร์ตขบริมฝีปากล่างเล็กน้อย ก่อนหันหน้าหนีทันทีที่มาคินหันมาสบตาเขา “พี่อาร์ตจะนั่งหน้ารถหรือข้างหลังครับ?” เสียงอ๊อฟถามอย่างสุภาพ “หลังสุด” อาร์ตตอบทันควัน แม้ทุกคนรู้ว่าเขาไม่ชอบที่นั่งท้าย อ๊อฟเลิกคิ้วนิด ๆ แต่ไม่ถามต่อ บนรถตู้ เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังกระจายเป็นหย่อม ๆ มาคินกับร้อยดาวนั่งฝั่งเดียวกันอีกแล้ว และครั้งนี้ไม่มีใครแย้ง นอกจากสายตาของอาร์ตที่มองจากแถวหลังสุดผ่านกระจกด้านข้าง เขานั่งเงียบ โทรศัพท์เปิดค้างที่แอพโน้ตเพลง แต่ไม่มีสักคำถูกพิมพ์ ในหัวเขากลับวนเวียนกับภาพของร้อยดาวที่เคยเดินตามเขาไปปรับซาวด์วันแรกภาพของเสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหารที่เคยมีเขานั่งกลางภาพของรอยยิ้ม ที่วันนี้เขาไม่ได้เป็นคนทำให้เกิดอีกต่อไป “พี่อาร์ตเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ก็อปเปอร์กระซิบถามเบา ๆ “เปล่า” เขาตอบเสียงนิ่ง “พี่ดูเงียบ ๆ ไป” “ถ้าจะให้หัวเราะแบบคนกำลังอินเลิฟ ฉันคงทำไม่ได้อะดิ” อาร์ตตอบกลับเสียงแผ่ว แต่เฉียบคมพอให้คนข้าง ๆ อึ้ง ขณะมาคินกับร้อยดาวหัวเราะกับภาพในมือถือ ที่เบาะหลังสุดชายหนุ่มอีกคนหลับตาลงช้า เสียงเพลงในหูฟังดังคลอขึ้นในใจ “ที่เธอเห็นฉันเงียบไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึก” “แค่ไม่รู้จะรู้สึกในฐานะอะไรแล้ว" และนั่นเป็นครั้งแรกในทริปนี้ ที่อาร์ตอยากให้ใครสักคนถามเขาบ้างว่า "สบายดีไหม" เพราะคำตอบนั้น อาจไม่มีใครอยากได้ยินจริง ๆหน้าห้องประชุมบ่ายคล้อยแสงแดดตกกระทบกับพื้นกระเบื้องเย็น ๆ ของโถงค่าย รอยเท้าส้นสูงของ “ยิปซี” เดินฉับ ๆ ออกมาจากห้องประชุม สีหน้าเธอฉุนเฉียว ตาแดง ๆ บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านความคับแค้นใจมาอย่างหนัก ทันใดนั้น“เอ๊ะ… ยิปซี" เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ ร้อยดาว ที่เพิ่งเดินมาจากอีกทาง เธอถือสคริปต์ประชุมไว้ในมือ เตรียมจะเข้าไปคุยงานกับพี่โปเต้พอดี ยิปซีหยุดฝีเท้ากะทันหัน ดวงตาเธอเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่ปิดบังความไม่พอใจ“อ้อ ไม่แปลกใจเลย” เธอแสยะยิ้ม เยาะเย้ยราวกับรอจังหวะนี้มานาน“ถึงว่าทำไมช่วงนี้เฮียถึงหายหน้า ไม่สนใจฉันเลยที่แท้ก็มัวแต่เอาใจ เด็กใหม่” ร้อยดาวขมวดคิ้ว“พี่หมายถึงอะไร”“อย่าแอ๊บใส่นะร้อยดาว เธอรู้ดีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่” น้ำเสียงของยิปซีเริ่มดังขึ้น รอยยิ้มบิดเบี้ยวเจือแรงแค้น“เข้ามาค่ายไม่ทันไรก็ได้ขึ้นโปรเจคทุกตัว คนอื่นเขาอยู่นานเป็นปี ยังไม่เคยได้โอกาสแบบนี้เลยด้วยซ้ำ” ร้อยดาวหน้าชาวูบ เธออึ้ง ไม่คิดว่าจะโดนกล่าวหาแบบนั้น“เฮียไม่เคยแม้แต่จะเปิดห้องคุยกับใครนานขนาดนั้น แต่เธอแค่ทำหน้าซื่อ ๆ ส่งยิ้มทีสองทีก็ขึ้นเวทีแล้ว”“เธอคิดว่าคนอื่นไม่เห็นหรือไง ว่าเธอมันแค่เด็กเส้น!”“พอเ
ภายในห้องประชุมใหญ่ของค่ายเพลง บรรยากาศเคร่งเครียดแต่เต็มไปด้วยความคาดหวังของทุกคน เฮียสงคราม เจ้าของค่ายผู้ทรงอิทธิพล นั่งหัวโต๊ะด้วยท่าทีสงบสุขุม ข้างเขาคือ "พี่โปเต้" โปรดิวเซอร์รุ่นพี่ที่ดูแลศิลปินรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด รอบโต๊ะเต็มไปด้วยศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในค่าย มาคิน, ร้อยดาว, อ๊อฟ, ก็อปเปอร์ และทีมงานเบื้องหลังอีกหลายชีวิต ทั้งหมดกำลังฟังโปเต้พูดถึงโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว “พวกเราเติบโตเร็วมากในปีนี้ งานครั้งนี้จะเป็นการรวมพลังของทุกคนในค่าย โดยเราจะแบ่งเป็นโปรเจกต์ซีรีส์เอ็มวีสามตอน” โปเต้เปิดสไลด์โปรเจกต์ขึ้นบนหน้าจอ พาสแรกความรัก ความฝัน ความจริง นำโดยมาคินและร้อยดาว พาสสอง ดนตรีในกลิ่นอายคนสู้งานของอ๊อฟกบก็อปเปอร์ สองคนนี้เอฟซีกำลังจับตา และเริ่มมีฐานแฟนคลับ พาสสุดท้ายมิตรภาพตอนจบของโปรเจกต์รวบรวมทุกศิลปิน แทนคำขอบคุณจากทีมขงผม ระหว่างที่ทุกคนกำลังตั้งใจฟัง เสียงประตูห้องประชุมถูกเปิดออก พร้อมการปรากฏตัวของ "ยิปซี" สาวแซ่บสไตล์แรงที่ทุกคนรู้จักดี เธอเป็นหนึ่งในดาราเรื่องมาก ที่มีชื่อเสียงในอดีต แต่ช่วงหลังเงียบไปไม่มีงาน เธอเลยเลือกที่จะเกาะเฮียคราม ทั้ง ๆ
สองคนเดินเรียบหาดอย่างช้า ๆ แสงไฟจากที่พักด้านหลังส่องไกลพอให้เห็นรอยเท้าทั้งคู่พาดเคียงกันบนทราย“คืนนี้มัน... เงียบจังเนอะ” เธอพูดขึ้น“เงียบพอดีที่จะได้ยินเสียงในหัวใจตัวเอง" เธอหันไปมองเขาเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขืน ๆ “พูดแบบนี้... จะสารภาพอะไรเหรอ?” มาคินหยุดเดิน เธอเลยหยุดตาม และหันกลับมาชายหนุ่มยืนอยู่กลางลมทะเล ผมเขาปลิวเล็กน้อย ใบหน้าเงยขึ้นนิดหน่อย แต่ดวงตาจับจ้องมาที่เธออย่างมั่นคง“ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจว่าเราสองคนที่ถูกบังคับให้เป็นคู่จิ้น จะมีอะไรจริง ๆ ไหม”“...”“แต่ยิ่งทำงานด้วยกัน ยิ่งได้เห็นเธอเวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าแฟนคลับ เวลาเธอยุ่งเหยิง... หรือแม้แต่เวลานั่งหลับในรถแล้วกรนเบา ๆ”ร้อยดาวเบิกตา “เฮ้ย!”“ฉันชอบเธอว่ะ ร้อยดาว” เขาพูดขึ้นต่อโดยไม่หลบตา เงียบจนน่ากลัวว่าคำสารภาพนี้จะลอยหายไปกับเสียงคลื่น แต่เธอกลับก้มหน้านิดเดียว แล้วเอ่ยเสียงเบา“รู้ตัวมานานแล้วแต่คิดว่านายไม่ได้จริงจัง”“ฉันไม่ใช่คนดีอะไรมากหรอกนะ ไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่ใช่พระเอกนิยาย... แต่ทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้ ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นอย่างอื่นเลยนอกจากคนที่เธอวางใจได้" เธอค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเสียงเ
เสียงคลื่นซัดชายฝั่งอย่างสม่ำเสมอ ลมทะเลยามค่ำคืนพัดเอาความเย็นปะปนกลิ่นเกลือมาแตะปลายจมูก ท้องฟ้าเปิดกว้าง เผยดาวนับพันที่เปล่งประกายเหมือนจะรับรู้ถึงความเงียบระหว่างสองคนที่นั่งอยู่ริมชายหาดมาคินถอดรองเท้า วางไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเดินลงไปบนทรายเนียนละเอียดที่เย็นเฉียบแล้วนั่งลงเงียบ ๆ ร้อยดาวเดินตามมา เธอไม่ได้พูดอะไร แค่ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ห่างออกไปเล็กน้อย เงียบ เงียบจนนานพอจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง“ขอโทษนะ ที่บนโต๊ะกินข้าวเมื่อกี้ เสียงดังไปหน่อย” มาคินพูดขึ้นเบา ๆ ร้อยดาวหันไปมองเขา เสี้ยวหน้าของเขาภายใต้แสงจันทร์ทำให้เขาดูสงบกว่าตอนกลางวันมาก“ไม่เป็นไรหรอก เราทุกคนก็แค่ เหนื่อยกันคนละแบบ” เธอตอบกลับเสียงเบาไม่แพ้กัน“ฉันไม่ชอบเห็นพวกนายทะเลาะกันเลย” เธอพูดต่อ แล้วเอามือคว้าทรายขึ้นมากำเบา ๆ“แต่บางครั้งมันก็ยากจะไม่พูด ถ้าเห็นเพื่อนตัวเองไม่อยากเป็นเพื่อนใครเลย" มาคินหัวเราะเบา ๆ “พูดเหมือนฉันใจดีตลอดเลยนะ”“ก็นายใจดีจริง ๆ แหละใจร้อนนิดหน่อยก็เถอะ” เขาหันมามองเธอ ดวงตาของเขาวูบวาบด้วยแสงสะท้อนจากทะเล “ร้อยดาว...”“หื”“เคยรู้สึกมั้ยว่า เราทำงานกันมาหลายครั้ง แต่พอมาเจอแบบนี้
เสียงล้อรถบดเคลื่อนผ่านถนนลัดเลาะสู่ท่าเรือ พร้อมเสียงลมหายใจเบา ๆ ของเหล่าศิลปินที่เริ่มหมดแรงจากการเดินทางอันยาวนาน ดวงตาของร้อยดาวหันมองออกนอกหน้าต่าง เธอมองวิวภูเขาสลับกับทะเลเป็นระยะ พลางถอนหายใจเบา ๆ“ใกล้ถึงหรือยังคะลุงยะห์” ร้อยดาวถามขึ้น“อีกประมาณยี่สิบนาทีหนู เตรียมตัวขึ้นเรือได้เลย” ลุงยะห์ตอบพลางยิ้มมุมปากในกระจกมองหลังมาคินที่นั่งข้าง ๆ พิงหน้าต่างเงียบ ๆ เขาหลับตานิ่ง แม้ดูเหมือนนอนหลับ แต่สีหน้าซีดเซียวของเขาทำให้ร้อยดาวอดเป็นห่วงไม่ได้“ยังเวียนหัวอยู่เหรอ” เธอถามเบา ๆ ไม่ทันที่มาคินจะตอบ เธอก็ยื่นซองลูกอมรสมะนาวในมือไปให้“กินหน่อย เดี๋ยวขึ้นเรือจะโคลงหนักกว่านี้อีก” น้ำเสียงเธอฟังดูห้วน แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยแบบปากไม่ตรงกับใจมาคินลืมตาขึ้น มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับลูกอมมากินแล้วพยักหน้าเบา ๆ“ขอบใจนะ ร้อยดาว”“อย่าคิดว่าฉันใจดี แค่อยากให้นายไม่อ้วกใส่ฉันตอนอยู่บนเรือ” เธอหันหน้าหนีไปนอกหน้าต่างเสียงหัวเราะเบา ๆ ของอ๊อฟดังมาจากเบาะหลัง พร้อมเสียงล้อของก็อปเปอร์ “พี่ร้อยดาวดูแลพี่คินเหมือนแม่ดูแลลูกเลยนะครับ ฮ่าๆๆ”“ไอ้อ๊อฟ!” มาคินหันไปแยกเขี้ยวใส่น้องชาย ร้อย
เมื่อการทำงานเริ่มเข้าที่มีออนทัวร์แทบทุกวัน จนมาวันนี้มีงานออนทัวร์ร่วมด้วยมิตติ้ง สามวันสองคืนที่เกาะพีพี จังหวัดภูเก็ต ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ การทำงานด้วยกันหลาย ๆ คอนเสิร์ตทำให้ทั้งสองคน มาคินและร้อยดาวสนิทกันมากขึ้น รวมถึงครั้งนี้มีอ๊อฟ มีอาร์ต มีก็อปเปอร์ร่วมแจมไปด้วย การเดินทางด้วยรถตู้ของค่ายที่เดินทางมุ่งหน้าสู่ทางภาคใต้ โดยที่บนรถมีคนดูแลศิลปินไปด้วยหนึ่งคน คนขับรถหนึ่งคน ร้อยดาวที่ชอบไปนั่งข้างหลัง เธอต้องการนอนยาว ๆ สบาย ๆ ก้าวขึ้นรถคนแรก มาคินเองที่ไม่ชอบนั่งข้างหลัง เพราะเขานั่งด้านหลังแล้วจะอาเจียนออกมา "ร้อยดาว ทำไมไปนั่งหลังเลยหละ มานั่งด้วยกันสิ เราเป็นคู่จิ้นกันนะ" มาคินกำลังเดินเข้าไปหาร้อยดาวแล้วจะดึงเธอออกมานั่งด้านหน้าด้วยกัน"คินจะเข้า ก็เข้าไปดิมายืนเกะกะ" อาร์ตที่เข้ามากระแทกชนจนมาคินเซถลาไปทางเบาะที่นั่งด้านหลังของร้อยดาว ริมฝีปากของมาคินชนแก้ม กลม ๆ น้อย ๆ ของร้อยดาว"โอ๊ย ไอ้มาคิน" เสียงร้อยดาวที่ตกใจ เผลออุทานเรียนชื่อโดยมีสรรพนามแปลก ๆ ออกมาด้วย ร้อยดาวปัดริมฝีปากของมาคินหนี"แก้มเธอนุ่มดีนะร้อยดาว" มาคินกระซิบบอกก่อนจะขยับตัวออกจากการล้มทับร้อยด