แชร์

ดนตรีสองฝั่ง

ผู้เขียน: Chalam whale
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-08-26 06:29:59

ภายในห้องประชุมใหญ่ของค่ายเพลง บรรยากาศเคร่งเครียดแต่เต็มไปด้วยความคาดหวังของทุกคน เฮียสงคราม เจ้าของค่ายผู้ทรงอิทธิพล นั่งหัวโต๊ะด้วยท่าทีสงบสุขุม ข้างเขาคือ "พี่โปเต้" โปรดิวเซอร์รุ่นพี่ที่ดูแลศิลปินรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด

รอบโต๊ะเต็มไปด้วยศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในค่าย มาคิน, ร้อยดาว, อ๊อฟ, ก็อปเปอร์ และทีมงานเบื้องหลังอีกหลายชีวิต ทั้งหมดกำลังฟังโปเต้พูดถึงโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว

“พวกเราเติบโตเร็วมากในปีนี้ งานครั้งนี้จะเป็นการรวมพลังของทุกคนในค่าย โดยเราจะแบ่งเป็นโปรเจกต์ซีรีส์เอ็มวีสามตอน”

โปเต้เปิดสไลด์โปรเจกต์ขึ้นบนหน้าจอ พาสแรกความรัก ความฝัน ความจริง นำโดยมาคินและร้อยดาว พาสสอง ดนตรีในกลิ่นอายคนสู้งานของอ๊อฟกบก็อปเปอร์ สองคนนี้เอฟซีกำลังจับตา และเริ่มมีฐานแฟนคลับ พาสสุดท้ายมิตรภาพตอนจบของโปรเจกต์รวบรวมทุกศิลปิน แทนคำขอบคุณจากทีมขงผม

ระหว่างที่ทุกคนกำลังตั้งใจฟัง เสียงประตูห้องประชุมถูกเปิดออก พร้อมการปรากฏตัวของ "ยิปซี" สาวแซ่บสไตล์แรงที่ทุกคนรู้จักดี เธอเป็นหนึ่งในดาราเรื่องมาก ที่มีชื่อเสียงในอดีต แต่ช่วงหลังเงียบไปไม่มีงาน เธอเลยเลือกที่จะเกาะเฮียคราม ทั้ง ๆ ที่แกเป็น

“ขอโทษค่ะที่มาช้า หนูเห็นว่าเฮียมีประชุมเลยขอมาฟังด้วยนิดนึงนะคะ” ยิปซีเดินไปนั่งลงข้าง ๆ เฮียสงคราม ก่อนจะปรายตามองมาทางร้อยดาวที่นั่งเงียบ ๆ โปเต้ชะงักนิดหน่อย

“คือวันนี้เราจะพูดเรื่องงานที่วางไว้เฉพาะศิลปินที่อยู่ในโปรเจกต์นะเฮีย มันก็ไม่ควรที่จะมีคนนอก ” ยิปซีไม่สนใจ เธอยิ้มพร้อมอ้อนเฮียสงครามเสียงหวาน

“เฮียขาหนูอยากมีบทในเอ็มวีด้วยได้มั้ยคะ ขอเล่นกับมาคินก็ได้ หนูอยากลองอะไรใหม่ ๆ ด้วย แถมจะสิ้นเดือนแล้ว ไม่มีงานเลยค่ะ”

โปเต้มองหน้าเฮียสงครามอย่างอึดอัด เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้เกิดปัญหาในโปรเจกต์ โดยเฉพาะกับร้อยดาวที่ดูไม่สบอารมณ์ทันที

“เอ่อ เรื่องนี้อาจทำให้โปรเจกต์เสียบาลานซ์นะครับเฮีย ผมเกรงจะมีปัญหากับตัวบท” แต่เฮียสงครามพยักหน้าเบา ๆ ตามความต้องการของยิปซี

“ให้เธอเล่น” โปเต้ถอนหายใจ ก่อนจะพูดเสียงเบาแต่ชัดเจน

“งั้น จะหาแทรกเป็นตัวละครลับในตอนที่หนึ่งก็แล้วกันครับ” ยิปซียิ้มอย่างพอใจ หันไปมองร้อยดาวและส่งยิ้มหวานเจือเยาะ

ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดอีกครั้ง อาร์ต เดินเข้ามาพร้อมกับ พี่อู๋ โปรดิวเซอร์อีกทีมที่ดูแลอาร์ตมาตลอด โปเต้มองพี่อู๋นิ่ง ๆ

“มาเร็วเหมือนกันนะครับพี่” โปเต้ทักทาย

“เฮียเรียก ไม่มาก็คงโดนมองว่าไม่มืออาชีพ” พี่อู๋ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา อาร์ตเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามมาคิน ไม่มีการทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม เฮียสงครามพูดเสียงเรียบแต่กดดัน เข้ามาถึงพูดถึงงานตนเอง

"ในเมื่ออยู่ครบแล้ว ก็จะประกาศให้ชัด ถ้างั้นโปรเจกต์นี้จะมีสองทีม สองโปรดิวเซอร์ดำเนินงานควบคู่กันได้ไหมโปเต้”

"พี่เขาอยากทำกับผมหรอ อาร์ตอีก มาตราฐานสูงขนาดนั้น"

“ทีมโปเต้ เริ่มก่อน เปิดซีรีส์ด้วยงานของมาคิน ร้อยดาว อ๊อฟและก็อปเปอร์แนวป๊อปสนุกสนาน”

“ทีมอู๋ จะเริ่มหลังจากนั้นหนึ่งเดือน กับเพลงเดี่ยวของอาร์ต และงานภาพแนวดาร์ก” พี่อู๋พูดขึ้นทันที

“ขออนุญาตแยกการทำงานจากฝั่งโปเต้ชัดเจนนะครับ เราจะคุมงานเองทั้งหมด” อาร์ตเสริมทันที

“ผมอยากให้เพลงของผมชัดเจนในแนวของผม และไม่มีการแทรกศิลปินที่ไม่เกี่ยวข้องครับ” โปเต้พยักหน้าเบา ๆ ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ยิปซีทำหน้าเหวอเล็กน้อย เมื่อเห็นทีมของอาร์ตเดินเข้ามา เฮียสงครามหันไปพิจารณาเธอสักพัก

“ถ้าอย่างนั้น ถ้าเธอยัวอยากได้งาน ให้ยิปซีไปอยู่ฝั่งคุณอู๋แทน เอ็มวีของอาร์ตน่าจะเหมาะกว่า” สงครามวางผใหม่ เพราะเขายังอยากขายคู่จิ้น โปเต้ยกมือขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะโล่งใจ พี่อู๋นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า

“ตกลงครับ ถ้าเฮียตัดสินใจแบบนั้น” เฮียสงครามปิดประชุมด้วยคำพูดหนักแน่น

"ใครทำให้ดีจะได้ไปต่อ ใครสร้างปัญหาจะรู้ตัวเองดี” ห้องประชุมเงียบลงทันที โปเต้หันไปหาทีมศิลปินของเขาอย่างมั่นใจ

" อย่าสนใจคนอื่น ทำให้ดีที่สุดในแบบของเรา"

มาคินมองร้อยดาว เธอเองก็พยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ อาร์ตนั่งนิ่งสายตาคมกริบ ส่วนยิปซียิ้มกว้างอย่างได้ชัย

ห้องประชุมว่างเปล่าอีกครั้ง หลังจากศิลปินและทีมงานทยอยกันเดินออกไปทีละคน บางคนจับกลุ่มคุยกันเบา ๆ บางคนหายไปเงียบ ๆ เหมือนไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้า เหลือเพียงแค่ “ยิปซี” ที่ยังไม่ขยับออกไปจากเก้าอี้ของเธอ

เธอค่อย ๆ หันหน้ามามองชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างเงียบ ๆ

เฮียสงคราม เอนหลังบนเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่ แขนพาดพนัก มือจับขมับเบา ๆ เหมือนคนที่ใช้พลังสมองไปมากกับการควบคุมสถานการณ์ทั้งห้อง เสียงส้นสูงค่อย ๆ เคาะพื้นเบา ๆ ยิปซีลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้

“เฮียเหนื่อยมั้ยคะ” เสียงของเธอหวานกว่าตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่น ลมหายใจอุ่น ๆ แผ่วเบาเมื่อเธอก้มลงกระซิบใกล้หู สงครามไม่ได้ขยับไปไหน แต่ก็ไม่ได้ขานรับ

“เฮียไม่ออกไปไหนกับหนูเลยหนูเหงานะ รู้มั้ย” เธอนั่งลงขอบโต๊ะ ขาข้างหนึ่งไขว้ ท่าเอนเฉียงแนบชิด ไหล่เธอชนกับแขนของเขาโดยตั้งใจ

“ช่วงนี้เฮียก็รู้ว่า หนูไม่มีงานเลย เงินเดือนรายเดือนก็เงียบ ไม่คิดถึงหนูบ้างเหรอคะ” ยิปซีพูดเสียงแผ่ว แกล้งก้มลงเปิดกระเป๋า ควานมือถือ แต่จงใจให้เสื้อยืดร่นลง เผยรอยสักแผ่วเบาตรงหัวไหล่ สงครามเลื่อนสายตาไปเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร

“ถ้าเฮียไม่ช่วยหนูช่วงนี้แล้วจะให้หนูไปหาใครล่ะ" เธอเอื้อมมือไปวางบนมือของเขาเบา ๆ แล้วลูบขึ้นอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วมีน้ำหนักแต่ไม่หยาบกระด้าง เป็นการออดอ้อนที่มีชั้นเชิง ฝึกฝนมาแล้วอย่างดี

“เฮียก็รู้นี่ ว่าหนูมีแค่เฮีย" เธอกระซิบเสียงเบา ลมหายใจแทบจะแตะปลายคางของเขา เฮียสงครามถอนหายใจเบา ๆ ดึงมือกลับช้า ๆ

“ช่วงนี้ฉันก็มีปัญหาเหมือนกัน ยิปซีอย่าเล่นแบบนี้ในที่ทำงาน”

ยิปซีแกล้งทำหน้างอน ก้มหน้าลงนิดแล้วหันมาพูดเสียงสั่น ๆ

“ถ้างั้นคืนนี้เฮียว่างมั้ยคะ หนูไม่อยากกลับห้องคนเดียว”

มือเล็กของเธอเกาะปลายแขนเสื้อสูทของเขาแน่นอย่างรู้จังหวะ เฮียสงครามนิ่งไปครู่หนึ่ง...

“ไว้ฉันว่างจะโทรหา ช่วงนี้ฉันดูงานศิลปินเยอะ ไมมีเวลามาสนใจเธอหรอก” น้ำเสียงเขาราบเรียบ แต่ดวงตานั้นปฏิเสธแบบไม่สนใจ

ยิปซียังไม่ยอมขยับจากโต๊ะ เธอกระชับแขนเสื้อของเขาแน่นกว่าเดิม ดวงตาสั่นระริกเต็มไปด้วยแรงยึดติด

“เฮียพูดจริงเหรอ จะไม่สนหนูแล้วเหรอ หนูไม่ใช่คนอื่นนะ หนูเป็นเมียเฮียเหมือนกัน” เสียงของเธอสั่นแต่แฝงความก้าวร้าว ดวงตาเต็มไปด้วยแรงปะทะที่เธอไม่เคยยอมเสียตำแหน่งให้ใคร เฮียสงครามชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาคมกริบมองเธออย่างคนที่ข่มไว้ไม่ให้ระเบิด

“อย่าใช้คำว่าเมียกับฉันอีกยิปซี” เสียงต่ำ ๆ ของเขาหนักแน่นจนห้องทั้งห้องเหมือนเงียบลงทันที

“สิ่งที่เคยให้มันแค่เศษเงินจากโต๊ะอาหารที่ฉันไม่ต้องการแล้ว”

เขาหยิบเช็คจากในลิ้นชักโยนลงโต๊ะตรงหน้าเธอ โดยไม่สนว่าเธอจะอับอายหรือไม่

“อยากได้มากนักใช่ไหมเอาไปแต่จำไว้ ว่านี่คือค่าจบไม่ใช่ค่ารัก” ยิปซีชะงักไป ดวงตาเธอแดงวาบ ยกมือปัดเช็คออกจากโต๊ะด้วยความโกรธ

“เฮียทำกับหนูแบบนี้ได้ยังไง คนอย่างหนูไม่ใช่ของเล่นนะ”

“แล้วคิดว่าฉันเห็นเธอเป็นอะไรล่ะ” เขาตวาดกลับทันที น้ำเสียงเย็นชาจนเธอแทบทรุด

“ฉันเตือนเธอหลายครั้งแล้วว่าอย่ายุ่งกับคนของฉันโดยเฉพาะเรื่องงาน” ยิปซีร้องเสียงสูงใกล้จะร้องไห้

“ก็หนูรักเฮีย”

“ไม่ต้องพูดคำนี้อีก" เขาลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่มากพอจะบดบังแสงจากโคมไฟ

“ตั้งแต่วันนี้ถ้าเธอยังแสดงละครโง่ ๆ หรือสร้างปัญหาใส่คนในทีมโปเต้อีกฉันจะตัดชื่อเธอออกจากค่ายนี้ทันที” เสียงสุดท้ายนั้นหนักแน่น ราวกับคำพิพากษา

“จำไว้ ยิปซีเธอไม่ได้เป็นเมียฉัน และไม่เคยมีวันไหนที่ฉันคิดว่าเธอเป็นได้เลย” ยิปซีถอยหลังเหมือนถูกตบหน้า ดวงตาเธอแดงจัด ปากสั่นด้วยความอับอายและเจ็บใจ

“งั้นหนูจะทำให้เฮียรู้ ว่าเสียอะไรไปบ้าง” เธอพูดทิ้งท้ายฟังดูทั้งสั่นเครือและเต็มไปด้วยแผนร้ายเพราะเธอไม่คิดที่จะตกต่ำเพียงคนเดียว

เฮียสงครามไม่สนใจแม้แต่นิด เขานั่งลงอย่างเยือกเย็น หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายถึงโปเต้ทันที

“โปเต้เตรียมทีมซ้อมให้มาคินกับร้อยดาว เริ่มพรุ่งนี้ไม่ต้องแคสต์ตัวประกอบใหม่ ใครไม่มีส่วนในงานไล่ไปให้หมดทุกคน ไม่ต้องไว้หน้า ฉันจะจัดการเอง”

เสียงตัดสายไป ขณะที่ประตูห้องประชุมปิดลงอย่างแรง เสียงส้นสูงของยิปซีดังก้องในทางเดิน เหมือนลั่นประกาศสงครามเงียบ ๆ ที่กำลังจะตามมา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มัดใจยัยร้อยเล่ห์   เด็กใหม่ของเฮีย

    หน้าห้องประชุมบ่ายคล้อยแสงแดดตกกระทบกับพื้นกระเบื้องเย็น ๆ ของโถงค่าย รอยเท้าส้นสูงของ “ยิปซี” เดินฉับ ๆ ออกมาจากห้องประชุม สีหน้าเธอฉุนเฉียว ตาแดง ๆ บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านความคับแค้นใจมาอย่างหนัก ทันใดนั้น“เอ๊ะ… ยิปซี" เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ ร้อยดาว ที่เพิ่งเดินมาจากอีกทาง เธอถือสคริปต์ประชุมไว้ในมือ เตรียมจะเข้าไปคุยงานกับพี่โปเต้พอดี ยิปซีหยุดฝีเท้ากะทันหัน ดวงตาเธอเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่ปิดบังความไม่พอใจ“อ้อ ไม่แปลกใจเลย” เธอแสยะยิ้ม เยาะเย้ยราวกับรอจังหวะนี้มานาน“ถึงว่าทำไมช่วงนี้เฮียถึงหายหน้า ไม่สนใจฉันเลยที่แท้ก็มัวแต่เอาใจ เด็กใหม่” ร้อยดาวขมวดคิ้ว“พี่หมายถึงอะไร”“อย่าแอ๊บใส่นะร้อยดาว เธอรู้ดีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่” น้ำเสียงของยิปซีเริ่มดังขึ้น รอยยิ้มบิดเบี้ยวเจือแรงแค้น“เข้ามาค่ายไม่ทันไรก็ได้ขึ้นโปรเจคทุกตัว คนอื่นเขาอยู่นานเป็นปี ยังไม่เคยได้โอกาสแบบนี้เลยด้วยซ้ำ” ร้อยดาวหน้าชาวูบ เธออึ้ง ไม่คิดว่าจะโดนกล่าวหาแบบนั้น“เฮียไม่เคยแม้แต่จะเปิดห้องคุยกับใครนานขนาดนั้น แต่เธอแค่ทำหน้าซื่อ ๆ ส่งยิ้มทีสองทีก็ขึ้นเวทีแล้ว”“เธอคิดว่าคนอื่นไม่เห็นหรือไง ว่าเธอมันแค่เด็กเส้น!”“พอเ

  • มัดใจยัยร้อยเล่ห์   ดนตรีสองฝั่ง

    ภายในห้องประชุมใหญ่ของค่ายเพลง บรรยากาศเคร่งเครียดแต่เต็มไปด้วยความคาดหวังของทุกคน เฮียสงคราม เจ้าของค่ายผู้ทรงอิทธิพล นั่งหัวโต๊ะด้วยท่าทีสงบสุขุม ข้างเขาคือ "พี่โปเต้" โปรดิวเซอร์รุ่นพี่ที่ดูแลศิลปินรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด รอบโต๊ะเต็มไปด้วยศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในค่าย มาคิน, ร้อยดาว, อ๊อฟ, ก็อปเปอร์ และทีมงานเบื้องหลังอีกหลายชีวิต ทั้งหมดกำลังฟังโปเต้พูดถึงโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว “พวกเราเติบโตเร็วมากในปีนี้ งานครั้งนี้จะเป็นการรวมพลังของทุกคนในค่าย โดยเราจะแบ่งเป็นโปรเจกต์ซีรีส์เอ็มวีสามตอน” โปเต้เปิดสไลด์โปรเจกต์ขึ้นบนหน้าจอ พาสแรกความรัก ความฝัน ความจริง นำโดยมาคินและร้อยดาว พาสสอง ดนตรีในกลิ่นอายคนสู้งานของอ๊อฟกบก็อปเปอร์ สองคนนี้เอฟซีกำลังจับตา และเริ่มมีฐานแฟนคลับ พาสสุดท้ายมิตรภาพตอนจบของโปรเจกต์รวบรวมทุกศิลปิน แทนคำขอบคุณจากทีมขงผม ระหว่างที่ทุกคนกำลังตั้งใจฟัง เสียงประตูห้องประชุมถูกเปิดออก พร้อมการปรากฏตัวของ "ยิปซี" สาวแซ่บสไตล์แรงที่ทุกคนรู้จักดี เธอเป็นหนึ่งในดาราเรื่องมาก ที่มีชื่อเสียงในอดีต แต่ช่วงหลังเงียบไปไม่มีงาน เธอเลยเลือกที่จะเกาะเฮียคราม ทั้ง ๆ

  • มัดใจยัยร้อยเล่ห์   คืนพิเศษท่ามกลางหมู่ดาว

    สองคนเดินเรียบหาดอย่างช้า ๆ แสงไฟจากที่พักด้านหลังส่องไกลพอให้เห็นรอยเท้าทั้งคู่พาดเคียงกันบนทราย“คืนนี้มัน... เงียบจังเนอะ” เธอพูดขึ้น“เงียบพอดีที่จะได้ยินเสียงในหัวใจตัวเอง" เธอหันไปมองเขาเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขืน ๆ “พูดแบบนี้... จะสารภาพอะไรเหรอ?” มาคินหยุดเดิน เธอเลยหยุดตาม และหันกลับมาชายหนุ่มยืนอยู่กลางลมทะเล ผมเขาปลิวเล็กน้อย ใบหน้าเงยขึ้นนิดหน่อย แต่ดวงตาจับจ้องมาที่เธออย่างมั่นคง“ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจว่าเราสองคนที่ถูกบังคับให้เป็นคู่จิ้น จะมีอะไรจริง ๆ ไหม”“...”“แต่ยิ่งทำงานด้วยกัน ยิ่งได้เห็นเธอเวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าแฟนคลับ เวลาเธอยุ่งเหยิง... หรือแม้แต่เวลานั่งหลับในรถแล้วกรนเบา ๆ”ร้อยดาวเบิกตา “เฮ้ย!”“ฉันชอบเธอว่ะ ร้อยดาว” เขาพูดขึ้นต่อโดยไม่หลบตา เงียบจนน่ากลัวว่าคำสารภาพนี้จะลอยหายไปกับเสียงคลื่น แต่เธอกลับก้มหน้านิดเดียว แล้วเอ่ยเสียงเบา“รู้ตัวมานานแล้วแต่คิดว่านายไม่ได้จริงจัง”“ฉันไม่ใช่คนดีอะไรมากหรอกนะ ไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่ใช่พระเอกนิยาย... แต่ทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้ ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นอย่างอื่นเลยนอกจากคนที่เธอวางใจได้" เธอค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเสียงเ

  • มัดใจยัยร้อยเล่ห์   วันคอนเสิร์ต

    เสียงคลื่นซัดชายฝั่งอย่างสม่ำเสมอ ลมทะเลยามค่ำคืนพัดเอาความเย็นปะปนกลิ่นเกลือมาแตะปลายจมูก ท้องฟ้าเปิดกว้าง เผยดาวนับพันที่เปล่งประกายเหมือนจะรับรู้ถึงความเงียบระหว่างสองคนที่นั่งอยู่ริมชายหาดมาคินถอดรองเท้า วางไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเดินลงไปบนทรายเนียนละเอียดที่เย็นเฉียบแล้วนั่งลงเงียบ ๆ ร้อยดาวเดินตามมา เธอไม่ได้พูดอะไร แค่ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ห่างออกไปเล็กน้อย เงียบ เงียบจนนานพอจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง“ขอโทษนะ ที่บนโต๊ะกินข้าวเมื่อกี้ เสียงดังไปหน่อย” มาคินพูดขึ้นเบา ๆ ร้อยดาวหันไปมองเขา เสี้ยวหน้าของเขาภายใต้แสงจันทร์ทำให้เขาดูสงบกว่าตอนกลางวันมาก“ไม่เป็นไรหรอก เราทุกคนก็แค่ เหนื่อยกันคนละแบบ” เธอตอบกลับเสียงเบาไม่แพ้กัน“ฉันไม่ชอบเห็นพวกนายทะเลาะกันเลย” เธอพูดต่อ แล้วเอามือคว้าทรายขึ้นมากำเบา ๆ“แต่บางครั้งมันก็ยากจะไม่พูด ถ้าเห็นเพื่อนตัวเองไม่อยากเป็นเพื่อนใครเลย" มาคินหัวเราะเบา ๆ “พูดเหมือนฉันใจดีตลอดเลยนะ”“ก็นายใจดีจริง ๆ แหละใจร้อนนิดหน่อยก็เถอะ” เขาหันมามองเธอ ดวงตาของเขาวูบวาบด้วยแสงสะท้อนจากทะเล “ร้อยดาว...”“หื”“เคยรู้สึกมั้ยว่า เราทำงานกันมาหลายครั้ง แต่พอมาเจอแบบนี้

  • มัดใจยัยร้อยเล่ห์   บนเกาะพีพี

    เสียงล้อรถบดเคลื่อนผ่านถนนลัดเลาะสู่ท่าเรือ พร้อมเสียงลมหายใจเบา ๆ ของเหล่าศิลปินที่เริ่มหมดแรงจากการเดินทางอันยาวนาน ดวงตาของร้อยดาวหันมองออกนอกหน้าต่าง เธอมองวิวภูเขาสลับกับทะเลเป็นระยะ พลางถอนหายใจเบา ๆ“ใกล้ถึงหรือยังคะลุงยะห์” ร้อยดาวถามขึ้น“อีกประมาณยี่สิบนาทีหนู เตรียมตัวขึ้นเรือได้เลย” ลุงยะห์ตอบพลางยิ้มมุมปากในกระจกมองหลังมาคินที่นั่งข้าง ๆ พิงหน้าต่างเงียบ ๆ เขาหลับตานิ่ง แม้ดูเหมือนนอนหลับ แต่สีหน้าซีดเซียวของเขาทำให้ร้อยดาวอดเป็นห่วงไม่ได้“ยังเวียนหัวอยู่เหรอ” เธอถามเบา ๆ ไม่ทันที่มาคินจะตอบ เธอก็ยื่นซองลูกอมรสมะนาวในมือไปให้“กินหน่อย เดี๋ยวขึ้นเรือจะโคลงหนักกว่านี้อีก” น้ำเสียงเธอฟังดูห้วน แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยแบบปากไม่ตรงกับใจมาคินลืมตาขึ้น มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับลูกอมมากินแล้วพยักหน้าเบา ๆ“ขอบใจนะ ร้อยดาว”“อย่าคิดว่าฉันใจดี แค่อยากให้นายไม่อ้วกใส่ฉันตอนอยู่บนเรือ” เธอหันหน้าหนีไปนอกหน้าต่างเสียงหัวเราะเบา ๆ ของอ๊อฟดังมาจากเบาะหลัง พร้อมเสียงล้อของก็อปเปอร์ “พี่ร้อยดาวดูแลพี่คินเหมือนแม่ดูแลลูกเลยนะครับ ฮ่าๆๆ”“ไอ้อ๊อฟ!” มาคินหันไปแยกเขี้ยวใส่น้องชาย ร้อย

  • มัดใจยัยร้อยเล่ห์   ทะเลาะวิวาทบนรถตู้

    เมื่อการทำงานเริ่มเข้าที่มีออนทัวร์แทบทุกวัน จนมาวันนี้มีงานออนทัวร์ร่วมด้วยมิตติ้ง สามวันสองคืนที่เกาะพีพี จังหวัดภูเก็ต ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ การทำงานด้วยกันหลาย ๆ คอนเสิร์ตทำให้ทั้งสองคน มาคินและร้อยดาวสนิทกันมากขึ้น รวมถึงครั้งนี้มีอ๊อฟ มีอาร์ต มีก็อปเปอร์ร่วมแจมไปด้วย การเดินทางด้วยรถตู้ของค่ายที่เดินทางมุ่งหน้าสู่ทางภาคใต้ โดยที่บนรถมีคนดูแลศิลปินไปด้วยหนึ่งคน คนขับรถหนึ่งคน ร้อยดาวที่ชอบไปนั่งข้างหลัง เธอต้องการนอนยาว ๆ สบาย ๆ ก้าวขึ้นรถคนแรก มาคินเองที่ไม่ชอบนั่งข้างหลัง เพราะเขานั่งด้านหลังแล้วจะอาเจียนออกมา "ร้อยดาว ทำไมไปนั่งหลังเลยหละ มานั่งด้วยกันสิ เราเป็นคู่จิ้นกันนะ" มาคินกำลังเดินเข้าไปหาร้อยดาวแล้วจะดึงเธอออกมานั่งด้านหน้าด้วยกัน"คินจะเข้า ก็เข้าไปดิมายืนเกะกะ" อาร์ตที่เข้ามากระแทกชนจนมาคินเซถลาไปทางเบาะที่นั่งด้านหลังของร้อยดาว ริมฝีปากของมาคินชนแก้ม กลม ๆ น้อย ๆ ของร้อยดาว"โอ๊ย ไอ้มาคิน" เสียงร้อยดาวที่ตกใจ เผลออุทานเรียนชื่อโดยมีสรรพนามแปลก ๆ ออกมาด้วย ร้อยดาวปัดริมฝีปากของมาคินหนี"แก้มเธอนุ่มดีนะร้อยดาว" มาคินกระซิบบอกก่อนจะขยับตัวออกจากการล้มทับร้อยด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status