Share

มายาพ่ายเล่ห์
มายาพ่ายเล่ห์
Penulis: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-01-04 19:02:12

แคว้นจ้าว

ท่ามกลางความมืดมิดและค่ำคืนอันเหน็บหนาวของหุบเขามังกรหลับ หมอกหนาทึบสีขาวปกคลุมไปทั่วพื้นที่จนมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ไม่ชัดเจนนัก เงาร่างของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังสาวเท้าออกวิ่งด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ความร้อนรนหวาดหวั่นฉายชัดเมื่อมองไปยังเบื้องหน้าซึ่งมีเพียงความมืดมิด

ชายกระโปรงตัวยาวเปียกชื้นลากระกับพื้นจนทำให้นางล้มลง กระนั้นนางก็ยังพยายามหยัดตัวขึ้นเพื่อวิ่งต่อไป เสียงหอบหายใจสับสนทำให้ตระหนักถึงความเหน็ดเหนื่อย จากนั้นเสียงอ้อนวอนก็หลุดรอดออกมา ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าท่ามกลางความมืดมน

 ‘ได้โปรด...อย่าพานางไป คืนนางให้ข้า’

สิ่งที่นางกำลังเงยขึ้นมองท่ามกลางความมืด...คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวใหญ่ ซึ่งบัดนี้กำลังลอยห่างออกไปเรื่อยๆ

ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียบีบรัดหัวใจสตรีผู้นั้น นางลืมความหวาดกลัวแม้ในยามที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์หันกลับมามองด้วยดวงตาวาววับ

‘ข้าแต่เทพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรด ขอเพียงให้ข้าได้เห็นหน้านางอีกสักครั้งก็ยังดี’ นางคุกเข่าลงอ้อนวอนอย่างไรซึ่งหนทาง

‘เหยียนหว่านเอ๋อร์ ทายาทนักเดินทางข้ามเวลา’

เสียงทุ้มต่ำของมังกรตนนั้นดังขึ้น ร่างสง่างามเรืองแสงสีเขียวกระหวัดไปมาอยู่เหนืออากาศ สร้างความน่าเกรงขามให้ผู้ที่พบเห็นยิ่งนัก เพียงแต่มันตรงกันข้ามกับมารดาที่กำลังจะสูญเสียบุตรสาวไปจากอ้อมอก ท่าทีน่าเกรงขามนั้นไม่มีผลต่อเหยียนหว่านเอ๋อร์แม้แต่น้อย

‘ความรักของมารดายิ่งใหญ่เพียงใดเราเข้าใจดี เราเลือกเจ้าเพื่อให้กำเนิดเด็กน้อยผู้นี้ เพราะชะตาของเจ้าแข็งแกร่งกว่าผู้ใดที่เราเคยพานพบ’

 ‘ท่านหมายความอย่างไรเจ้าคะ’

‘เหยียนหว่านเอ๋อร์ การอยู่ผิดที่ผิดเวลานับเป็นการฝืนลิขิตสวรรค์ตัวเจ้าเองมิใช่ไม่รู้ เรื่องนี้เริ่มต้นมาจากบุตรสาวของเจ้าเช่นนี้แล้วก็สมควรให้จบที่นาง นับจากนี้จะไม่มีนักเดินทางข้ามเวลาอีก เจ้าคือคนสุดท้ายทั้งยังเป็นผู้ที่ให้กำเนิดเด็กสาวผู้ซึ่งเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบของเรื่องราว เจ้าต้องปล่อยนางไป...หาไม่ทั้งนางและเจ้าหรือทายาทรุ่นต่อๆ ไปจะไม่มีทางหลุดพ้น’

‘ท่านหมายถึงหลุดพ้นจากการเป็นนักเดินทางข้ามเวลาหรือเจ้าคะ’

‘เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว’

‘แต่...หากว่าตัวข้าน้อยและทายาทรุ่นต่อไปยอมรับให้เกิดขึ้นต่อไปเล่า’

‘ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจพิสูจน์ว่าเจ้าจะสามารถเลี้ยงดูเด็กน้อยผู้นี้ได้อยู่ดี หากเจ้ายังรั้งนางไว้ที่นี่บุตรสาวของเจ้าจะตาย หรืออาจเลวร้ายกว่านั้น...ผู้คนที่อยู่รอบกายนางจะต้องสังเวยชีวิต เจ้าคิดว่านางจะรู้สึกเช่นไรเมื่อรับรู้ว่าตัวเองเป็นดาวหายนะของผู้เป็นที่รัก ปล่อยนางไปเถิด...นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะต่อตัวเจ้าหรือบุตรสาวของเจ้าเอง ความจริงแล้วเหม่ยเซียนผู้นี้ต้องเกิดและแตกดับจนกว่าจิตวิญญาณของนางกลับมาสมบูรณ์ แต่ด้วยเหตุผลบางประการเราจึงไม่อาจรั้งรอได้อีกต่อไป หากเจ้ายังอยากให้นางมีชีวิตอยู่เชื่อเราเถิด เจ้าต้องปล่อยนางไป แล้วสักวันหนึ่งเจ้าจะได้พบกับนางอีก’

‘ไม่นะเจ้าคะ ไม่ อย่าพานางไป ได้โปรด!’

เหยียนหว่านเอ๋อร์อ้อนวอนด้วยท่าทีสิ้นหวัง น้ำตาหลั่งรินพร้อมเสียงกรีดร้องราวจะขาดใจ ไม่อาจทำให้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่หวั่นไหว นางร่ำไห้เมื่อลูกน้อยต้องมาถูกพลัดพรากไปตั้งแต่ยังแบเบาะ ถึงอย่างนั้นนางกลับไม่อาจยับยั้ง ความท้อแท้สิ้นหวังทำให้ลงมือทำในสิ่งที่แม้แต่ผู้ใดก็ไม่อาจคาดคิด

‘อย่าพานางไป ได้โปรด ข้าขอร้อง!’ ร่างที่คุกเข่าอยู่บนพื้นลุกขึ้นพร้อมกับกระโจนเข้าไปหามังกรตัวใหญ่ทันที กระนั้นสิ่งที่นางคว้าเอาไว้ได้กลับมีเพียงความว่างเปล่า...

ในยามเช้าของชั่วโมงแห่งการรีบเร่ง ณ เมืองหลวงของประเทศไทยที่แสนจะร้อนอบอ้าว หญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถเมล์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สายตามองตรงไปยังร้านกาแฟที่ชอบไปนั่งเป็นประจำ

ระหว่างทางที่หญิงสาวเดินผ่านมีหลายคนมองเธอด้วยท่าทีสงสัย หลายคนส่งยิ้มให้ซึ่งแน่นอนจำนวนคนที่ยิ้มให้คือชายหนุ่ม แต่ท่าทีของหญิงสาวบ่งบอกชัดว่าชินเสียแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาก็มักจะตกเป็นเป้าสายตาเสมอ แม้ไม่ชอบแต่นานๆ เข้าก็เริ่มชินกับการวางตัวเฉย

หากจะพูดกันจริงๆแล้ว รูปร่างที่สมส่วนและหน้าตาสวยสดใส อีกทั้งผิวพรรณขาวเนียนขับเน้นให้หญิงดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจก็จริง แต่เมื่อพวกชายหนุ่มได้เข้ามาคุย และพบว่าหญิงสาวเป็นคนถามคำตอบคำและทำตัวน่าเบื่อ พวกเขาก็มักจะเป็นฝ่ายถอดใจไปเสียเอง

พวกเขาไม่รู้เลยว่าความจริงหญิงสาวรู้เท่าทันว่าชายหนุ่มเหล่านั้นมองแค่เพียงรูปกายภายนอก ดังนั้นเธอจึงใช้วิธีนี้เสมอเวลาไม่ต้องการให้ใครตามเซ้าซี้ และมันก็ใช้ได้ผลแทบจะทุกครั้ง

เมื่อหญิงสาวเดินเข้าไปต่อคิวเพื่อสั่งกาแฟกับพนักงาน โทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงเตือนว่ามีสายเข้า

“ว่าไง” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะกรอกลงไปตามสายทันทีที่กดรับ

“เหม่ยเหม่ย!” เสียงตะโกนที่ดังขึ้นมาตามสายของ พิมพ์พลอย พิทักษ์ชัย ทำให้หญิงสาวต้องรีบยื่นมือถือออกห่างจากหู

“เบาๆ หน่อยหูจะแตกแล้ว” เหม่ยเซียนกรอกเสียงไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายโทรมาทำไม

“อยู่ไหน”

“กำลังซื้อกาแฟ”

“จะไม่บินมาเชียงใหม่จริงๆ?”

“พลอยก็รู้ว่าเหม่ยเหม่ยไปไม่ได้ มีงานเล่มใหม่มาให้แปลต้องส่งภายในอาทิตย์นี้ นี่พลอยจะงอแงทำไมในเมื่อพลอยต้องบินมาขึ้นเครื่องที่กรุงเทพอยู่แล้ว จะให้เหม่ยเหม่ยถ่อไปทำไมถึงเชียงใหม่โน่น ยังไงก็เจอกันก่อนที่พลอยจะบินไปจีนอยู่แล้ว” เหม่ยเซียน ถอนใจ

“เอาเถอะพลอยมันไม่สำคัญเท่าธุรกิจแปลนิยายพันล้านของเหม่ยเหม่ยนี่” พิมพ์พลอยพ้อแต่เหม่ยเซียนกลับส่ายหน้าแล้วหัวเราะแทนที่จะง้องอน

“เหม่ยเหม่ยจน! ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างพลอยนะ จะได้อยู่เฉยๆก็มีกินมีใช้ ไหนจะมีเงินบินไปเที่ยวต่างประเทศอีก”

“นักเขียนนักแปลหนังสือมือทองอย่างเหม่ยเหม่ยเนี่ยนะจน แค่ลิขสิทธิ์นิยายต่างประเทศที่เขียนส่งสำนักพิมพ์ดังๆ ของอังกฤษที่พิมพ์ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ก็มีกินมีใช้ไปจนถึงชาติหน้าโน่น รถก็ไม่ยอมซื้อเอาแต่นั่งรถเมล์ไปไหนมาไหนร้อนจะตาย ถามจริงๆ เงินในธนาคารตั้งใจทิ้งไว้เพราะอยากทำบุญด้วยการปล่อยให้ปลวกกินหรือไง” พิมพ์พลอยร่ายยาวจนเหม่ยเซียนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

“เงินพวกนั้นซื้อคอนโดหมดแล้ว ตอนนี้กลายเป็นนักเขียนไส้แห้งแล้วจริงๆ กำลังคิดจะเกาะพลอยกินอยู่เนี่ย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 124 จบ

    “ผมยังอยากคุยกับคุณ” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบาทั้งยังไม่ยอมให้เหม่ยเซียนปิดประตู“กลับมาค่อยคุยก็ได้นี่คะ”จะให้เขาเข้าไปในห้องไม่ได้อีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาต้องเห็นกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเซอร์ไพรส์เขาโดยเฉพาะ“คุณบินพรุ่งนี้ ควรกลับไปนอนพักผ่อนได้แล้ว”“แต่...” ฉู่เฟิงยังคงไม่ยินยอมเหม่ยเซียนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ กับท่าทางเหมือนเด็กของเขา “ฉันต้องทำงานดังนั้นคงไปส่งคุณไม่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ”พูดจบก็ยิ้มหวานจากนั้นก็ค่อยๆ ดันเขาออกไปแล้วปิดประตูตาม ปล่อยให้ร่างสูงยืนทำหน้าเหงาหน้าประตู โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวต้นเหตุยังแอบมองเขาผ่านช่องประตูห้องเหม่ยเซียนพยายามบังคับให้ตัวเองใจแข็ง เนื่องจากวางแผนหลอกเขามาได้ตั้งนานเพื่อทำให้เขาประหลาดใจ ดังนั้นเธอต้องอดทน ถึงอย่างนั้นเมื่ออาบน้ำและกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน เสียงมือถือของเธอกลับดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของฉู่เฟิงก็ได้แต่อ่อนใจหญิงสาวกดตัดสายจากนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินออกมาจากห้อง มือเล็กยกขึ้นกดออดคอนโดห้องตรงกันข้าม ซึ่งฉู่เฟิงเองก็เปิดออกแทบจะทันทีอาการหอบหายใจของเขาบอกได้ดีว่าเขารีบวิ่งมาเปิดประตูอย่างลนลานแค่

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 123

    “ผมเตรียมเกี้ยวเอาไว้ มีเสี่ยวหลงเปาด้วย เดี๋ยวซื้ออะไรไปทำอีกสักสองอย่างคงพอ ส่วนเกี้ยวกับเสี่ยวหลงเปาผมทำเผื่อไว้คุณเอาใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินวันหลังยังได้”“จริงเหรอ”แล้วบทสนทนาก็กลายมาเป็นเรื่องของกินล้วนๆ ฉู่เฟิงมองใบหน้าอารมณ์ดีของเหม่ยเซียนแล้วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขายังคิดว่าเธอจะโกรธนานกว่านี้ที่เห็นเขานั่งคุยอยู่กับเฮเลน ไม่คาดว่าถามแค่ไม่กี่คำหญิงสาวก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว แถมตั้งแต่แรกเธอก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเข้าใจผิดเลยด้วยซ้ำ“คุณไม่ค่อยสนิทกันกับพี่สาวบุญธรรมสินะครับ”“ไม่สนิทเหรอคะ?! คุณดูยังไงว่าเราไม่สนิทกัน ต้องเรียกว่าไม่ถูกกันเลยต่างหาก! ขอเตือนนะถึงฉันจะไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่ชอบโกรธหรืองอนกับเรื่องไร้สาระ แต่ฉันเป็นคนขี้หึง! ดังนั้น ทำตัวให้ดีอย่าให้ตัวเองตกเป็นเครื่องมือของผู้หญิงได้ง่ายๆ อ้อ ยกเว้นฉันไว้คนเดียวก็แล้วกัน”“ครับ” เขาหลุดหัวเราะออกมาตั้งแต่ได้พบกับเธอเขาก็พบว่ามีหลายเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง รวมไปถึงเรื่องนี้ด้วย เหม่ยเหม่ยของเขาร้ายกาจจริงๆ เฮเลนไหนเลยจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบเมื่อครู่กับเธอได้งานแถลงข่าวจบลงอย่างราบรื่น แม้ว่าบางกระแสจะซุบซิบว่าทั้งสองแถลงข

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 122

    เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเหม่ยเซียนก็ออกมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเคาเตอร์ครัว พื้นที่ใช้สอยและการตบแต่งคอนโดของพิมพ์พลอยแตกต่างไปจากคอนโดของเธอ ดังนั้นพอออกมาเหม่ยเซียนจึงมีโอกาสได้มองแผ่นหลังกว้างกำลังก้มหน้าง่วนอยู่หน้าเตา“อีกเดี๋ยวนะครับ”“อืม” เหม่ยเซียนก้มลงมองจานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ก่อนจะมองนมสดในแก้ว ข้างๆ ยังมีกาแฟดำของฉู่เฟิง “กาแฟของฉันล่ะ”“วันนี้ไม่ต้องทำงานไม่ใช่หรือครับ โน้ตบุ๊กน่าจะอยู่ที่คอนโดหลังเสร็จธุระจะหาทางเอามาให้ วันนี้ฉวยโอกาสนอนพักสักหน่อย งดกาแฟสักวันนะครับ”“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวปวดหัว จิบนิดๆ ก็แล้วกัน” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอม สายตาก็มองความคล่องแคล่วของฉู่เฟิง ทั้งในยามที่มือใหญ่คว้าจาน แก้วน้ำ และจับตะหลิวในครัว รวมไปถึงใบหน้าสุขุมเวลาชวนเธอคุย “คุณนี่...”“ทำไมหรือครับ”“กลัวฉันโกรธแล้วโทษว่าเป็นความผิดของคุณเหรอคะ ดูคุณไม่มีความมั่นใจเลย ไม่เหมือนตอนที่...” หญิงสาวชะงักคำพูดเพราะเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขาจำตัวเองในตอนที่เป็นฉินฉางเหยียนไม่ได้“ช่างเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก เรื่องนี้จะโทษคุณฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ฉันมันรนหาที่เอง อีกอย่างเรื่องที่เฮ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 121

    “คุณกับน้องสาวเป็นคนมีชื่อเสียง ฉันพอจะเข้าใจค่ะว่าคงเลี่ยงเรื่องข่าวไม่พ้น แต่สิ่งที่คุณทำวันนี้มันส่งผลกระทบต่อหลายคนคุณเคยคิดเรื่องนี้บ้างไหมคะ ไหนจะพ่อกับแม่และน้องสาวของฉัน ไหนจะเรื่องงาน หลังจากเรื่องวันนี้ฉันมั่นใจว่านักข่าวจะขุดคุ้ยเรื่องของฉัน และมันจะส่งผลกระทบต่อคนที่ฉันรักหลายคน” เหม่ยเซียนเอ่ยจบก็ก้าวลงไปจากรถ จากนั้นก็หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง “กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากคิดอะไรคนเดียว ชุดนี้เดี๋ยวจะส่งกลับไปให้ทีหลัง”ฉู่เฟิงมองดูแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยความกระวนกระวาย ถึงอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าให้คนขับออกรถไป เนื่องจากเขายังมีเรื่องอีกมากให้ต้องจัดการไหนจะเรื่องข่าวที่จะออกมาพรุ่งนี้ไหนจะเรื่องที่หญิงสาวกังวล นั่นคือเรื่องที่นักข่าวต้องขุดคุ้ยเรื่องของเธอและครอบครัวของเธอขึ้นมาแน่ๆ“เหม่ยเหม่ย!!”พิมพ์พลอยตะโกนมาตามสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ “รออยู่เลยนี่ถ้ายังไม่โทรมาจะปิดเครื่องแล้ว” เหม่ยเซียนหัวเราะ “เดี๋ยว อย่าเพิ่งโวยวาย ตอนนี้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า” “ใช่ โทรไปที่คอนโดแต่ไม่มีใครรับ ห่วงกันจะแย่” “เหม่ยเหม่ยอยู่ที่คอนโดของพลอย มา

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 120

    ฉู่เฟิงที่กำลังระงับอารมณ์พลุ่งพล่านมองริมฝีปากแดงเรื่อตรงหน้าอย่างหลงใหล ขณะที่พูดลมหายใจอบอุ่นของเขาเป่ารดลงไปยังแก้มนวล ทำให้หญิงสาวหน้าแดงซ่านขึ้นอย่างจนใจ แม้ไม่ได้สบตาแต่กลับรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายจ้องมองหน้าอกที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ กระทั่งไม่อาจแยกแยะว่าจังหวะรัวแรงถี่ยิบนั้นเป็นของใครกันแน่ เสียงหอบหายใจและสายตาร้อนแรงของฉู่เฟิง ทำให้เหม่ยเซียนร่างแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เธอก้มหน้าลงมองแผ่นอกแกร่งตรงหน้า ไม่มีความกล้าที่จะเงยขึ้นสบตากับเขาภาพความทรงจำในอดีตที่มาพร้อมกับจุมพิตของเขา ทำให้เหม่ยเซียนพ่ายแพ้เธอรักเขา...ไม่ว่าเขาจะเป็นเทพมังกรจื่อหมิงฉินฉางเหยียนหรือแม้กระทั่งตอนนี้เขากลายเป็นฉู่เฟิงที่จดจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เหม่ยเซียนร้องไห้ออกมาเงียบๆ และนั่นทำให้ฉู่เฟิงตกใจ เขารั้งหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด กดศีรษะเล็กให้พิงเข้ากับบ่ากว้าง “ผมขอโทษ”ประโยคนั้นทำให้เหม่ยเซียนมั่นใจ จุมพิต...ไม่อาจคืนความทรงจำใดๆ ให้เขา ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นและยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอเขา รั้งเขาให้ก้มลงมาหาริมฝีปากอิ่มกดริมฝีปากหนาของเขาแผ่วเบา จากน

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 119

    ห้องรับแขกที่รกรุงรังเกิดเสียงโครมครามขึ้นเป็นระยะๆ ฉู่เฟิงทำได้เพียงแค่อมยิ้มและแอบเหลือบมอง จากนั้นเขาก็กลับมามีสมาธิกับอาหารเช้าสำหรับสองคนต่อไปผ่านไปครู่หนึ่งไข่คนเคียงคู่มากับขนมปัง ไส้กรอก แฮม และแพนเค้กมันฝรั่งก็พร้อมเสิร์ฟ กลิ่นหอมของอาหารเช้าช่วยหยุดคำต่อว่าก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดีถึงอย่างนั้นระหว่างที่กำลังทำสงครามกับไข่คนแสนอร่อยอย่างจริงจัง สายตาของหญิงสาวกลับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าฉู่เฟิ่งสวมเพียงชุดลำลองที่ดูไม่เป็นทางการฉู่เฟิงก้มลงมองตัวเองก่อนจะเข้าใจในสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนั้น “ผมเพิ่งซื้อห้องที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม จากวันนี้เราเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว”เคร้ง!!เสียงมีดกับส้อมกระทบจานทำให้ฉู่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว “ดีใจขนาดนั้นเลย?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม “จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับ จนกว่าคุณจะใจอ่อนยอมตกลงทำความฝันของผมให้เป็นความจริง ตั้งแต่วันนี้ผมก็จะมาคอยตามตื้อคุณทุกวัน”“นี่!!!” เหม่ยเซียนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียวนับจากวันที่ฉู่เฟิงจู่โจมเข้าไปในคอนโดของเหม่ยเซียน หญิงสาวตระหนักว่าทุกอย่างที่พูดเขาหมายความตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไรเพราะหัวใจ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 5

    ท่ามกลางความมืดรอบกายเหม่ยเซียนพยายามยกเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก สัมผัสบางอย่างใต้ร่าง ทำให้ต้องชะงักและเริ่มตั้งสติ ลำดับความคิดเริ่มทำงานอย่างหนักเมื่อตระหนักได้ถึงบางอย่างที่น่าตื่นตระหนกหญิงสาวใช้มือสองข้างที่ขยับแสนลำบากดันตัวขึ้น ในหัวก็พยายามเรียบเรียงความทรงจำทั้งหมด แต่ศีรษะด้า

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 4

    ดอกโบตั๋นดึงดูดความสนใจของเหม่ยเซียนไปจากร่างของชายหนุ่มในโลงศพ เนื่องจากแต่แรกเธอก็ชอบดอกไม้ชนิดนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะดอกโบตั๋นสีชมพูเบ่งบานงดงามดึงความสนใจของหญิงสาวไปจากบรรดาพันธุ์ไม้ในถ้ำแห่งนี้...ครั้งที่สามเป็นครั้งที่น่าตื่นตกใจที่สุด เพราะเธอถึงกับฝันว่าตัวเองถูกขังอยู่ในโลงน้ำแข็งและกำลังนอ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 3

    “เหม่ยเหม่ย! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!” เสียงตะโกนของพิมพ์พลอย ซึ่งหากไม่คิดว่าโอเวอร์ไป เหม่ยเซียนคิดว่ามันน่าจะเกินเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเดซิเบลหญิงสาวจำต้องพลิกกายหลบมือที่กำลังลากให้ลุกจากเตียง เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง เพราะพิมพ์พลอยยืนยันว่าจะไม่นั่งแท็กซี่มาคอนโดเพียงลำพัง

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 2

    “นี่! ที่โทรมาเนี่ย ตั้งใจโทรมาบ่นอย่างเดียวหรือไง”“เปล่าจะบอกว่าคุณลุงโทรหาเหม่ยเหม่ยหลายครั้งแล้ว เห็นไม่รับสายเลยเป็นห่วง”“อ๋อ พอดียุ่งอยู่ว่าจะโทรกลับช่วงสายๆ หน่อย”“เออ ให้มันจริงเถอะ ถ้าคุณลุงโทรมาหาพลอยอีกรอบ ไปถึงกรุงเทพเมื่อไหร่พลอยจะจับเหม่ยเหม่ยย่างกินเสียเลย แค่นี้นะ” พิมพ์พลอยพูดจบก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status