Se connecter
“ลั๊น ลั๊น ลา ล้า ลา ลา ลา” เสียงฮัมเพลงอย่างมีความสุขดังขึ้นมาอยู่หน้าเตาอบตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่
หยวนเข่อซิง สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีกำลังยิ้มอย่างสดใสให้กับรูปร่างหน้าตาขนมคุกกี้และซาลาเปารูปทรงต่าง ๆ ที่เธอทำขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
คาดคะเนจากสายตาดูแล้วหลังจากที่เธอนำขนมพวกนี้ไปส่งตามร้านขายขนมแล้วล่ะก็ เธอจะมีรายได้สุทธิ
อยู่ที่ราวหนึ่งหมื่นหยวนเลยทีเดียว
หลังจากบรรจุขนมใส่ลงกล่องพร้อมติดสติ๊กเกอร์
โลโก้ตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงก็เข้าไปอาบน้ำสระผมอยู่ในห้องอาบน้ำต่อ แม้ว่าเธอจะมีผมยาวจรดบั้นเอว แต่ก็มิได้ใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวเนิ่นนานนัก หยวนเข่อซิงมักเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแม้ว่าเธอจะเป็นคนรูปร่างหน้าตาดีจัด แต่หยวนเข่อซิงกลับเป็นคนไม่ชอบแต่งหน้าแต่งตัวเลยแม้แต่เพียงนิด ทำให้เธอดูอ่อนกว่าวัยเอามาก ๆ
อีกทั้งด้วยรูปร่างเล็กที่สูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรเท่านั้นยังทำให้เธอถูกเข้าใจผิดจากสายตาคนภายนอก หนักเข้าบางคราถึงกับมีเด็กวัยมัธยมศึกษาตอนปลายมาแจกขนมจีบให้กับเธอเลยก็มี
นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าหยวนเข่อซิงจะมีความสวยโดดเด่นเป็นถึงดาวคณะและดาวมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งมีหนุ่ม ๆ มากหน้าหลายตาเข้ามาขายขนมจีบให้เธออยู่ตลอด แต่หยวนเข่อซิงเองกลับยังไม่
เคยมีแฟนหรือคบหาดูใจกันกับใครมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
เธอมักจะให้เหตุผลกับติงฉางโม่วเพื่อนสนิทเพียง
คนเดียวในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่า เธอยังไม่พร้อมที่จะมีความรัก อีกทั้งยังอยากทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษามากกว่า นอกจากนี้หยวนเข่อซิงยังถือได้ว่าเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของติงฉางโม่วด้วย ทุกครั้งที่เพื่อนรักของเธอมีปัญหาเกี่ยวกับความรักก็มักจะนำปัญหานั้นมาเล่าสู่เธอฟังด้วยเสมอ นั่นยิ่งทำให้หยวนเข่อซิงรู้สึกว่าการมีความรักแต่ละครั้งมันช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในความสัมพันธ์เสียจริงจึง
ทำให้เธอครองตัวเป็นโสดอย่างเรื่อยมาด้วยความสบายใจหากไม่มีรัก ก็ย่อมจะไม่มีความทุกข์
นี่คือคติประจำใจที่หยวนเข่อซิงยึดถือไว้ในใจตลอดมา ในขณะที่เธอกำลังยืนเช็ดผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอยู่นี้ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์สุดหรูก็ได้ดังขึ้น หยวนเข่อซิงไม่รอช้า เธอรีบเดินไปหยิบโทรศัพท์คู่ใจขึ้นมาดูว่าใครเป็นคนโทรมาหาเธอในทันที เมื่อพบว่าผู้ที่โทรมาหาเธอนั้นเป็นติงฉางโม่ว หยวนเข่อซิงจึงกดรับสายพร้อมเปิดลำโพงไปด้วย เช็ดผมของเธอต่อไปด้วยอย่างคนที่เร่งทำเวลา
“ฮัลโหล อาซิง พอดีฉันมีเรื่องอยากรบกวนเธอ
หน่อยจะได้หรือเปล่าวันนี้?”
ติงฉางโม่วส่งเสียงเว้าวอนผ่านมาตามสาย
“เรื่องอะไรกันอย่างนั้นหรืออาโม่ว วันนี้ช่วงเช้าฉันมีธุระจะต้องออกไปส่งขนมที่ร้านค้าต่าง ๆ ส่วนช่วงบ่ายจะต้องกลับมาทำเค้กวันเกิดที่ลูกค้าสั่งเอาไว้น่ะ”
หยวนเข่อซิงส่งเสียงตอบกลับไปน้ำเสียงนุ่ม
“ฉันคงรบกวนเวลาของเธอไม่นานนักหรอกอาซิง ช่วงสาย ๆ ไปจนถึงบ่ายโมง เธอช่วยมาอยู่เป็นเพื่อนไป่ไป๋ให้กับฉันหน่อยจะได้หรือเปล่า พอดีฉันติดงานลูกค้าต้องไปเสนอขายรถให้ลูกค้าหนึ่งราย และนำเอกสารสัญญาไปให้ลูกค้าเซ็นต์ซื้อรถยนต์หนึ่งรายที่บริษัทน่ะ เธอก็รู้ยุคสมัยนี้ฉันไม่สามารถให้ความไว้วางใจฝากไป่ไป๋ไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กหรือฝากไว้กับใครคนไหนที่ไม่รู้จักกันได้ง่าย ๆ อาซิงฉันมีเธอเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ไว้วางใจได้เท่านั้น นอกจากเธอ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องบากหน้าไปหวังพึ่งพาใครได้อีกแล้ว”
ติงฉางโม่วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุกข์ใจอย่างปิดบังเอาไว้ไม่มิด ทุกคำที่เธอกล่าวออกมานั้นล้วนเป็นเรื่องจริงหมดทุกอย่าง เธอยอมรับกับตัวเองขึ้นมาอย่างไม่อายเลยว่าเธอได้ผลักภาระอันหนักอึ้งนี้ไปไว้ที่หยวนเข่อซิงเข้าจนได้
“อื้อ ถ้าเธอจะไปทำธุระไม่นานนักแล้วล่ะก็ ฉันจะแวะไปดูไป่ไป๋ให้ก็ได้”
หยวนเข่อซิงเอ่ยขึ้นด้วยความเห็นอกเห็นใจเพื่อน อีกทั้งตัวเธอเองยังรู้สึกคิดถึงหลานสาวแก้มยุ้ย ตัวขาว
ขาสั้นคนนี้ขึ้นมาเช่นเดียวกัน ครั้งสุดท้ายที่หยวนเข่อซิงได้พบเจอกันกับไป่ไป๋นั้นก็ราวสองเดือนก่อนได้กระมัง วันนี้เธอได้ออกไปเล่นกับหลานสาวฆ่าเวลาสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ถึงอย่างไรการดูแลเด็กสำหรับหยวนเข่อซิงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใดนักเลยนี่นา เพราะหยวนเข่อซิงนั้นเป็นคนสวย ใจดี ที่รักเด็กเป็นอย่างมากเลยทีเดียว“ขอบใจเธอมากนะอาซิง แล้วฉันจะแวะซื้อหนังสือนิยายดี ๆ ไปฝากเธอนะ”
ติงฉางโม่วพูดขึ้นด้วยความดีใจที่หยวนเข่อซิงยอมให้การช่วยเหลือเธอในครั้งนี้
“ไม่เป็นไรหรอกหน่าอาโม่ว เรื่องแค่นี้เอง เธอเก็บ
เงินไว้ซื้อนมให้ไป่ไป๋เถอะ ไม่ต้องหาซื้ออะไรมาให้กับฉันแล้วนะ แค่นี้นะ แล้วเจอกันจ่ะ บาย”
หยวนเข่อซิงพูดพร้อมกดวางสายไป และรีบแต่งตัวออกไปขับรถกระบะคู่ใจคันเล็กไปส่งขนมต่อ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของจิ้นฮวา จางหลี่เฉียงก็ตั้งชื่อให้กับบุตรสาวขึ้นมาอย่างขอไปทีว่า จางเฟยฉีหนูน้อยจางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวทางฝั่งมารดามานานถึงสองปี หลังจากที่หนูน้อยพอเดินได้ทางครอบครัวของจิ้นฮวาจึงมิอาจดูดายปล่อยให้จางเฟยฉีแยกห่างจากผู้เป็นบิดาได้อีก พวกเขาจึงส่งจางเฟยฉีมาให้กับจางหลี่เฉียงได้เป็นผู้เลี้ยงดูบุตรสาวบ้าง ซึ่งจางหลี่เฉียงเองก็มิขัดศรัทธาแต่อย่างใด มิว่าเขาจะเดินทางไปแห่งหนใดก็มักจะนำบุตรสาวกระเตงไปด้วยทุกสารทิศพร้อมพี่เลี้ยงเด็กจำนวนหนึ่งเสมอ จางเฟยฉีถูกเลี้ยงดูมาแบบผิด ๆ โดยมีแต่คนมาห้อมล้อมเอาอกเอาใจ และไม่ได้รับซึ่งการสั่งสอนใดจนนางเป็นเด็กที่มีนิสัยชอบเอาชนะ หงุดหงิดง่าย และเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างมาก จนกระทั่งจางเฟยฉีอายุได้สี่ปีเต็ม จางหลี่เฉียงก็มีเหตุให้ได้รับหญิงนางหนึ่งเข้ามาอยู่ในกองทัพด้วย เธอมีนามว่าฟางเข่อซิน พี่ชายของฟางเข่อซิงเป็นทหารชั้นนายกองผู้หนึ่งที่มีผลงานเสี่ยงชีวิตช่วยรับคมดาบจากศัตรูแทนจางหลี่เฉียงจนสิ้นใจตายไป ก่อนตายเขาได้ขอให้จางหลี่เฉียงช่วยดูแลน้องสาวของเขานามฟางเข่อซิงแทนตัวเขาด้วย ตอนนี้นางอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านไ
“ค่ะ คุณมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือคะ?”หยวนเข่อซิงปรับลดกระจกรถกลับลงมาดังเก่า“คือว่าผมขอตอบแทนที่คุณเลี้ยงน้ำผมตั้งสามแก้วนี้ เป็นคนไปช่วยยกดอกไม้ ต้นไม้พวกนี้ลงจากหลังรถให้กับคุณจะได้มั้ยครับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ“ขอบคุณคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว ฉันว่าวันพรุ่งนี้คุณค่อยมาช่วยฉันยกของจะดีกว่าค่ะ”หยวนเข่อซิงตอบกลับไปด้วยความขอบคุณ“ครับแล้วบ้านคุณอยู่ตรงไหนหรือครับ”เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น“บ้านฉันอยู่สุดซอยห้านี้เองค่ะ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” หลังกล่าวจบหยวนเข่อซิงก็ระบายรอยยิ้มให้ประดับอยู่บนใบหน้าก่อนจะเลื่อนกระจกรถขึ้นและขับรถจากไปในที่สุด เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอจึงกินข้าวอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงได้เข้าอินเตอร์เน็ตเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารที่จะพาติงฉางโม่วและไป่ไป๋ไปทำการเลี้ยงฉลองที่ติงฉางโม่วสามารถปิดจ๊อบงานขายได้สำเร็จ เมื่อหาพิกัดร้านได้แล้ว หยวนเข่อซิงจึงส่งโลเคชั่นร้านที่เธอเลือกไปให้กับติงฉางโม่วต่อ พร้อมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ที่เวลาตีห้าในการตื่นมาทำขนมไปส่งให้กับร้านค้าต่อหลังจากนั้นจึงเป็นเวล
หยวนเข่อซิงขับรถมุ่งตรงไปหาซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กด้วยความสบายใจ พร้อมเหลือบสายตาลงไปมองดูหนังสือนิยายเล่มหนาที่ติงฉางโม่วซื้อมาฝากด้วยประกายสายตาอันตื่นเต้นอีกสองวันข้างหน้าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของเธอแล้วคือวันอังคารและวันพุธ หยวนเข่อซิงวางแผนเอาไว้ว่าวันอังคารที่จะถึงนี้ เธอจะอ่านหนังสือนิยายเล่มนี้ให้ฉ่ำปอดไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นวันพุธค่อยออกไปกินข้าวข้างนอกกับติงฉางโม่วต่อเมื่อหาเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กได้แล้ว หยวนเข่อซิงก็กลับเข้าไปยังบ้านหลังน้อยที่เธอได้ทำการหาเลือกซื้อหลังจากเรียนจบมาได้ไม่นานด้วยท่าทีคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง เดิมทีที่ผ่านมาในช่วงที่กำลังเรียนอยู่นั้นหยวนเข่อซิงก็ได้ทำงานพิเศษหารายได้เสริมระหว่างเรียนไปด้วย ทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งจนสามารถทำการดาวน์ซื้อบ้านหลังเล็กชั้นเดียวบนที่ดินขนาดหนึ่งร้อยตารางวามาครอบครองได้สำเร็จ หยวนเข่อซิงรักบ้านหลังนี้มาก เพราะเป็นบ้านที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ซึ่งหยวนเข่อซิงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ได้นานราวสองเดือนแล้ว เมื่อก่อนตอนเรียบจบใหม่ ๆ หยวนเข่อซิงยังพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าอยู่เลย เธอตัดสินใจมาท
ทันใดนั้นเองติงฉางโม่วก็ได้เดินเข้ามาข้างในห้อง เมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องแห่งนี้บ้าง เธอก็เบิกตาโตขึ้นด้วยความไม่ชอบพอใจในทันที“คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไรกันน่ะ ฉันไม่ได้ให้รหัสเข้าห้องกับคุณมานะ?”ติงฉางโม่วกล่าวถามน้ำเสียงตึง“ก็คุณเล่นใส่รหัสที่ทำให้ผมเดาทางได้ง่าย ๆ แล้วจะไม่ให้ผมเข้ามาได้อย่างไรกันล่ะ”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับไปน้ำเสียงเรียบพร้อมยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้นอย่างไม่ยี่หระ“เอ่อ ในเมื่ออาโม่วเองก็กลับมาแล้ว ฉันเองคงต้องขอตัววกลับไปก่อนก็แล้วกันนะ พอดีฉันต้องแวะไปหาซื้อของมาทำเค้กไปส่งลูกค้าเย็นนี้พอดีน่ะ”หยวนเข่อซิงเอ่ยขอตัวขึ้นอย่างมีมารยาท พร้อมส่งหนูน้อยไป่ไป๋ในอ้อมแขนกลับคืนสู่อ้อมอกของติงฉางโม่วต่อ ในเมื่อทั้งสามคนพ่อแม่ลูกได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งที เธอเองก็สมควรเปิดโอกาสให้ทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกันนั่นสิมันถึงจะถูก“ผมเพียงแค่ซื้อของแวะมาฝากไป่ไป๋เท่านั้น ในเมื่อคุณมาแล้วผมเองก็จะกลับล่ะ เย็นนี้มีนัดกับเสี่ยวเย่วอยู่พอดี”หลี่ชุ่ยเหอพูดถึงชื่อคนรักใหม่ หากจะเรียกให้ถูกคือคู่ขาของเขาเสียมากกว่า เขาพูดออกมาต่อหน้าของติงฉางโม่วโดยที่ไม่ได้ใส่ใจในความรู้
หยวนเข่อซิงนอนหลับไปนานเพียงไรแล้วก็มิอาจรู้ได้ จนกระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ราดรดเข้ากับใบหน้างามของเธออยู่เป็นระยะ จึงทำให้หยวนเข่อซิงลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว หยวนเข่อซิงก็ต้องรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบเจอเข้ากับใบหน้าของหลี่ชุ่ยเหออดีตสามีของติงฉางโม่วในระยะประชิดเอาเช่นนี้“เอ่อ คือว่า”หยวนเข่อซิงพูดขึ้นอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พร้อมพยายามเขยิบตัวถอยห่างออกมาจากหลี่ชุ่ยเหอและลุกขึ้นมานั่งอย่างเชื่องช้า“คุณชุ่ยเหอ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันหรือคะ?”หยวนเข่อซิงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอจำได้ดีว่าเธอล็อคประตูห้องนี้เอาไว้เรียบร้อยดีแล้วนี่นา แล้ว หลี่ชุ่ยเหอเขาเข้ามาได้ยังไงกัน“พอดีผมซื้อของมาฝากไป่ไป๋น่ะ ผมได้ส่งไลน์แจ้งฉางโม่วแล้ว แต่เขายังไม่อ่าน ผมเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาข้างในก่อน”หลี่ชุ่ยเหอตอบกลับมาน้ำเสียงเรียบ“อ้อค่ะ พอดีอาโม่วเขาออกไปทำธุระเรื่องงานขาย น่ะค่ะ อีกสักหน่อยก็น่าจะกลับเข้ามาแล้ว”หยวนเข่อซิงพูดพร้อมหันหน้าเหลือบสายตาขึ้นไปมองดูนาฬิกาที่ห้อยไว้ข้างฝาผนัง“เชิญคุณหลี่ชุ่ยเหอนั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปนำน้ำ
หลังจากรับเงินจากการขายขนมมาเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงก็นำเงินไปฝากธนาคารเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้แวะซื้อไหมพรมเอาไว้ไปถักเล่นฆ่าเวลาการเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นในครั้งนี้เสียหน่อย นอกจากนี้เธอยังได้แวะซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการติดไม้ติดมือไปฝากไป่ไป๋น้อยของเธอ และซื้อนมสดรสตอร์เบอร์รี่ไปฝากติงฉางโม่วด้วยหยวนเข่อซิงตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากที่ติงฉางโม่วทำธุระเสร็จแล้ว ก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้อยของเธอไป เธอจะแวะซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กกลับบ้านไปเพิ่มเติมและจะให้รางวัลตัวเองในการเลือกหาซื้อหนังสือนิยายกลับไปอ่านที่บ้านด้วย เห็นว่าเธอทำงานเก่งแบบนี้ แต่หยวนเข่อซิงก็มีวันหยุดให้กับตัวของเธอเองสองวันต่อสัปดาห์เลยเชียวนะแม้ว่าหลังจากที่เรียนจบแล้ว หยวนเข่อซิงเลือกที่จะเป็นนายตัวเอง แต่เธอก็ยังส่งเงินไปให้ที่บ้านเสมอ ไม่ได้แบมือขอเงินบิดา มารดาใช้แต่อย่างใด นอกจากนี้หยวนเข่อซิงยังช่วยเรื่องค่ากินอยู่และค่าศึกษาเล่าเรียนของน้องชายของเธอด้วยในตอนนี้เองน้องชายของเธอนามหยวนเข่อฟู่มีอายุได้ยี่สิบปีเต็มแล้ว เขากำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตรชั้นปีที่สองในมหาวิทยาลัยที่หยวนเข่อซิงพึ่งเรียนจบ







