Share

ม่านรักพนาร้อน
ม่านรักพนาร้อน
Author: นูน่าเลิฟหมูทะ

อารัมภบท

last update publish date: 2026-03-26 15:42:29

กรุงเทพมหานคร

ดวงตากลมโตที่อยู่ภายใต้แว่นตาทรงกลมสีดำจับจ้องมองไปยังหน้าจอสี่เหลี่ยมของโน้ตบุ๊กที่ปรากฏภาพและตัวเลขที่คู่ค้าทางธุรกิจได้ทำการส่งเอกสารข้อมูลต่าง ๆ มาทางอีเมล ทำให้ สีฝุ่น ลูกสาวเพียงคนเดียวของกษิดิศและภาพวาดคู่ สามีภรรยานักธุรกิจที่มีชื่อเสียงในแวดวงของสะสมมูลค่าสูง

มีสายตาและสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปก่อนที่คนตัวเล็กในชุดนอนสายเดี่ยวแบบกระโปรงสีดำความยาวเหนือหัวเข่าเนื้อผ้าบางเบาจะเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวใหญ่ แล้วนั่งกอดอกทอดสายตามองภาพนั้นด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองและรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจดวงน้อยเหลือเกิน

“งาช้างยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วตัวช้างจะต้องใหญ่และมีอายุยืนยาวมานานขนาดไหน ไม่ใช่ว่าเข้าไปตัดมาจากช้างป่าหรอกเหรอ”

ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเอ่ยพูดกับตัวเองด้วยความสงสัยเมื่อภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏแก่สายตาของเธอนั้น คือภาพของงาช้างคู่หนึ่งที่ใหญ่และสวยงามเกินกว่าจะเชื่อได้ว่าถูกตัดมาจากช้างบ้านที่เลี้ยงอยู่ข้างนอกป่า

อีกทั้งลักษณะของงาช้างที่ถูกตัดราวกับลึกถึงโคนเช่นนี้ ก็ทำให้สีฝุ่นอดคิดไม่ได้ว่าช้างเจ้าของงาคู่นี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ก๊อก ก๊อก

แต่ในขณะที่สีฝุ่นกำลังนั่งขบคิดกับตัวเองถึงเรื่องต่าง ๆ จนจิตใจเริ่มฟุ้งซ่าน แม้ว่าจะเห็นภาพเพียงแค่ภาพเดียวแต่ก็ทำให้เธอคิดถึงสถานที่หนึ่งที่เคยไปเมื่อนานมาแล้ว รวมถึงใครคนหนึ่งที่อยู่ที่นั่น

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นก็ทำให้สีฝุ่นหลุดออกจากภวังค์ความคิดและกลับมาสู่ความเป็นจริงทำให้เธอถอนหายใจออกมา ก่อนจะถอดแว่นสายตาวางลงบนโต๊ะทำงานแล้วหันหน้ามองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท

“คนสวยเข้านอนหรือยังคะ”

“ยังค่ะแม่”

สีฝุ่นขานตอบเสียงใสแล้วพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงของคนเป็นแม่ แล้วลุกเดินไปเปิดประตูเพื่อไม่ให้คนที่ยืนอยู่ข้างนอกรอนานจนเกินไป

“ตอนอยู่คอนโดห้ามใส่ชุดพวกนี้มาเปิดประตูเด็ดขาดเลยนะคะ”

“ทำไมล่ะคะ ฝุ่นคิดว่าถ้าใส่ชุดแบบนี้มาเปิดประตู น่าจะทำให้คนที่มาหาประทับใจในตัวฝุ่นสุด ๆ ไปเลย”

“สีฝุ่น”

“ตอนดุพ่อทำหน้าแบบนี้ใช่ไหมคะ ถึงว่าพ่อไม่เคยกลัวเลย”

“สองพ่อลูกคู่นี้ น่าตีจริง ๆ”

ภาพวาด คุณแม่คนสวยมองหน้าลูกสาวตัวแสบเพียงคนเดียวด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะเดินถือแก้วนมเข้ามาในห้องนอนของสีฝุ่นแล้ววางมันลงยังโต๊ะทำงาน ที่อยู่มุมห้องติดกับหน้าต่างบานใหญ่ที่สีฝุ่นเปิดทิ้งไว้ให้สายลมได้พัดผ่าน

ซึ่งตั้งแต่ที่สีฝุ่นกลับมาจากเที่ยวพักผ่อนครั้งนั้นกับนิลตรา ภาพวาดก็สังเกตเห็นว่าลูกสาวของเธอนั้นแทบจะไม่เคยเปิดเครื่องปรับอากาศเลย

“ทำงานอยู่เหรอคะ”

คนเป็นแม่ที่เห็นภาพในหน้าจอสี่เหลี่ยมเอ่ยถามคนตัวเล็กที่เดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงยังเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ แล้ววางมือลงยังไหล่บางของลูกสาวซึ่งสีฝุ่นเองก็ยกมือขึ้นมาจับมือคนเป็นแม่แล้วเอียงหน้าถูไถตามนิสัยขี้อ้อนที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก

“ใช่ค่ะ”

“ใช่ของคนนั้นหรือเปล่าคะ ที่มาเสนอขายให้พ่อเราเมื่อช่วงบ่าย ๆ”

“ค่ะ แต่หนูคิดว่าจะไม่ซื้อค่ะ ทั้งงาช้างคู่นี้และของสัตว์ทุกชนิด”

“ของสัตว์ทุกชนิด?”

“ก็ถ้าหากว่าพ่อกับแม่ยังอยากจะรับซื้อและเก็บสะสมของพวกนี้อยู่ ก็ให้ซื้อแต่สิ่งของไม่ซื้อชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งในร่างกายของพวกเขาอีกต่อไป ได้ไหมคะ”

เมื่อพูดจบสีฝุ่นก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนเป็นแม่ที่ละสายตาจากภาพนั้นมามองหน้าเธออยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งสีฝุ่นคิดว่าสิ่งที่เธอพูดขอนั้นมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบหรือเดือดร้อนอะไรกับบริษัทของครอบครัวเลย

เพราะต่อให้ไม่รับซื้อของเหล่านี้ที่โดยปกติแล้วครอบครัวเธอก็แทบจะไม่เคยซื้อนอกเสียจากเป็นของที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อนำมาเกร็งกำไรในอนาคต ก็ยังมีสิ่งของที่มีมูลค่าให้ได้เลือกซื้ออีกมากมายนัก

อีกอย่างตอนนี้ของที่ถูกซื้อมาสะสมเก็บไว้ตั้งแต่รุ่นแรกเริ่มที่บุกเบิกทำธุรกิจนี้ในตระกูลของเธอ ก็มีเยอะเสียจนทำให้สีฝุ่นและครอบครัวไม่จำเป็นต้องหาเพิ่มแค่ขายออกก็สุขสบายไปทั้งชาติ

และสีฝุ่นเองก็คิดวางแผนไว้แล้วว่าหากพ่อแม่เธอส่งต่อทุก ๆ อย่างให้ดูแลเธอก็จะไม่ทำการซื้อขายของเหล่านี้อีกแล้ว แต่จะเก็บไว้เป็นของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจและทำธุรกิจใหม่ของตัวเองนั่นคือ บริษัทนำเที่ยว

ซึ่งตอนนี้ไกด์นำเที่ยวคนแรกในบริษัทเล็ก ๆ ของเธอที่ยังไม่เติบโตหรือมีชื่อเสียงมากนักก็คือ เดโช

“แม่ตามใจหนู เพราะบ่อยครั้งเวลาที่แม่เห็นของพวกนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจเหมือนกัน”

“ขอบคุณนะคะ เพราะฉะนั้นงาช้างคู่นี้ฝุ่นขอไม่ซื้อนะคะ ไม่อยากสนับสนุนการหาผลประโยชน์เข้าตัวอย่างโหดร้ายพวกนี้ ต่อให้ช้างเจ้าของงาคู่นี้จะไม่ตาย แต่ฝุ่นคิดว่าเขาจะต้องเจ็บมากแน่ ๆ”

“ตั้งแต่หนูกลับมาจากเที่ยวพักผ่อน แม่รู้สึกว่าหนูรักธรรมชาติและพวกสัตว์ทุกชนิดมากขึ้นเป็นพิเศษยังไงก็ไม่รู้”

“...งั้นเหรอคะ ปกตินะคะ แค่แต่ก่อนหนูไม่ได้เข้ามาช่วยงานพ่อกับแม่มากกว่า แม่ถึงได้ค่อยเห็นหนูในมุมนี้เท่าไหร่”

สีฝุ่นเมื่อได้ยินคนเป็นแม่พูดเช่นนั้นก็ถึงกับเงียบไปสักพัก เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตัวเองเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจนแม่เธอสังเกตเห็นขนาดนี้

ดวงตากลมโตของสีฝุ่นมองร่างเล็กของคนเป็นแม่ที่เดินไปนั่งลงยังเตียงนอนนุ่มของเธอ ก่อนจะหันกลับมาพับปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กด้วยสีหน้าที่พยายามเป็นปกติแล้วหยิบแก้วนมอุ่น ๆ ขึ้นมาจิบกินเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก

“ไม่ว่าหนูในมุมไหนก็น่ารักและแสนดีไปหมดนั่นแหละค่ะ พี่พลเขาถึงได้ชมหนูให้แม่เขาฟังอยู่บ่อย ๆ จนกลายเป็นลูกสาวคนโปรดอีกคนของเพื่อนแม่ไปแล้ว”

“...”

“มีอะไรหรือเปล่าลูก พี่เขาไม่โอเคหรือทำอะไรให้หนูอึดอัดใจเหรอคะ”

ความเงียบของสีฝุ่นทำให้คนเป็นแม่ที่รู้นิสัยลูกสาวของตัวเองดีเอ่ยถามด้วยความใส่ใจซึ่ง พี่พลหรือชยพล ก็คือลูกชายของ จิรนันท์ เพื่อนรักของภาพวาดที่สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

และเมื่อต่างคนต่างมีครอบครัวก็ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอจนกระทั่งมีลูก จึงทำให้ชยพลและสีฝุ่นสนิทกันในระดับหนึ่งเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่สีฝุ่นกลับไม่เคยคิดอะไรกับชยพลเกินคำว่าพี่ชาย

พอวันหนึ่งที่ได้รู้ว่าครอบครัวอยากให้ทำความรู้จักกันมากขึ้นเพื่อพัฒนาเป็นคนรักเลยทำให้สีฝุ่นค่อนข้างอึดอัด แต่จะออกตัวปฏิเสธแบบหัวชนฝาก็ยังทำไม่ได้เพราะทั้งฝั่งครอบครัวเธอและชยพลก็ยังไม่ได้มีใครบังคับอะไรมากมาย เพียงแค่อยากให้ลองเปิดใจคุยกันในความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้น

“เปล่าเลยค่ะ พี่พลเขาน่ารักเป็นคนดีค่ะ ดีเหมือนที่ผ่านมาสม่ำเสมอเลย”

“พี่เขาดีเหมือนเดิม แล้วหนูรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมไหมคะ”

“เหมือนเดิมค่ะ”

“ไม่หวั่นไหวเลยเหรอลูก”

“เฉย ๆ ค่ะ แม่ก็รู้ว่าฝุ่นไม่ได้แพ้คนหล่อหรือคนเอาใจเก่ง”

“แล้วหนูแพ้อะไรคะ”

คำถามของคนเป็นแม่ทำให้ภาพใบหน้าของใครบางคนที่สีฝุ่นไม่เคยลืมผุดขึ้นมาในหัวจนเธอต้องรีบสะบัดหน้าไปมาเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านเพราะคนปากร้ายแบบนั้นเธอก็ไม่ได้แพ้!

“เป็นอะไรลูก”

“ปะ เปล่าค่ะ แค่พอกินอิ่มแล้วรู้สึกง่วงนิดหน่อยค่ะ”

“งั้นแม่ไม่กวนแล้ว หนูนอนพักผ่อนนะคะ พรุ่งนี้มีนัดกับพี่พลด้วยใช่ไหม”

“...ค่ะ”

ภาพวาดมองใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของสีฝุ่นอยู่สักพักก็หยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปกดจูบยังหน้าผากใสด้วยความรักที่แสนบริสุทธิ์ รักโดยไม่หวังสิ่งใดและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองมีความสุข

และตอนนี้เธอก็รู้แล้ว ว่าสิ่งที่เธอคิดว่าดีที่สุดนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่สีฝุ่นต้องการ

“ฝันดีนะคะ”

“ค่ะแม่ แม่ก็ฝันดีนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

สีฝุ่นลุกขึ้นยืนกอดเอวบางของคนเป็นแม่ก่อนจะกดจมูกหอมแก้มนิ่มทั้งสองข้างแล้วส่งยิ้มให้ก่อนที่จะเดินไปส่งแม่เธอที่ประตู แล้วมองดูจนกระทั่งแม่เธอเดินหายเข้าไปในห้องที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของบ้านซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องของเธอบนชั้นสอง โดยที่บริเวณตรงกลางนั้นเป็นบันไดทอดยาวลงไปด้านล่าง

ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินกลับมาหยุดยืนอยู่บริเวณหน้าต่างที่สายลมพัดหอบกลิ่นหอมมาปะทะใบหน้า จนทำให้หัวใจของสีฝุ่นเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน

สีฝุ่นหลับตาลงอย่างพยายามตั้งสติเพราะคืนนี้เธอเอาแต่คิดฟุ้งซ่านถึงเรื่องที่ผ่านมานานมากแล้วมากกว่าปกติ ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง สายตาก็มองจ้องไปยังดวงจันทร์ที่คืนนี้ส่องสว่างเต็มดวงมองดูแล้วช่างเป็นภาพที่สวยงามแต่ก็ทำให้รู้สึกเหงาเหลือเกิน

“เป็นยังไงบ้างนะ”

 อีกด้าน

ภายในป่าที่สงบเงียบและคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงส่องแสงปกคลุมผืนป่าที่กว้างใหญ่ไม่ให้มืดจนเกินไป หลังจากที่ทุกเรือนต่างพากันดับไฟทั้งข้างนอกเรือนและในเรือนจนหมดสิ้น

แต่กลับมีเรือนหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างเรือนของพ่อแม่และน้องชายโดยที่เว้นระยะห่างพอสมควรกลับจุดเทียนบริเวณหิ้งบูชาหัวสวมไว้จนหมด และมีร่างสูงใหญ่นั่งขัดสมาธิสายตาจับจ้องมองไปยังหม้อดินใบเล็กที่มีหุ่นปั้นทำจากดินเหนียววางอยู่ในนั้น เคียงคู่กับภาพของใครคนหนึ่งที่เขาได้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่วางอยู่ข้างนอกด้วยสายตานิ่งเรียบ 

หลังจากที่เขาลืมตาขึ้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันจะสวดท่องคาถาวิชาเรียกหาจนจบบทเลยด้วยซ้ำ

ฝ่ามือใหญ่ที่ประสานกันอยู่บนตักออกแรงกำแน่นแม้ว่าสายตาและสีหน้าของเขาจะยังคงนิ่งไม่เปลี่ยน แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความนิ่งเงียบเขากำลังต่อสู้กับความคิดที่มันตีรวนกันมากแค่ไหน

“กูไม่ทำ”

แต่สุดท้าย ผืนฟ้า ก็ตัดสินใจล้มเลิกพิธีกรรมแล้วเอ่ยพูดราวกับย้ำเตือนตัวเองก่อนที่เขาจะหยัดกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่า แล้วยกมือขึ้นมาประนมไหว้ไว้กลางอกก่อนจะหยิบหัวสวมขึ้นมาใส่หัว และหยิบ ของขวัญวันเกิด ที่นิลตราให้เขามากำไว้ในมือ แล้วไม่ลืมที่จะคว้าจับกระบองไม้คู่กายที่วางอยู่ข้างหิ้งบูชาออกไปจากเรือน

เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึกอันกว้างใหญ่ที่ตลอดทั้งทางที่ร่างสูงของผืนฟ้านั้นวิ่งไป ต่างมีเสียงร้องของสัตว์ป่าน้อยใหญ่ขับขานอย่างโหยหวนราวกับพวกมันรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเขา และเป็นฝ่ายระบายความเจ็บปวดนั้นแทนเขาที่ไม่เคยปริปากหรือพรั่งพรูความเจ็บปวดให้ผู้ใดได้รับรู้

จนกระทั่งร่างสูงมาหยุดยืนอยู่บริเวณหน้าผาสูงที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้และเถาวัลย์ที่หนาทึบ แต่เมื่อเขาปรากฏตัวพร้อมกับสวดท่องคลายคาถาที่ลงไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พวกสัตว์ป่าตกลงไป

ก็ทำให้สายตาคมกริบที่อยู่ภายใต้หัวสวมมองเห็นป่าอันกว้างใหญ่สุดสายตา ป่าที่แม้มันจะกว้างใหญ่เพียงใดแต่ก็ไม่อาจจะเทียบได้กับที่ที่เธอจากไป

เพราะมันกว้างใหญ่จนเขาไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า เธออยู่ที่ใด ทำสิ่งใด หรือว่าอยู่กับผู้ใดจนไม่มีใจคิดกลับมา

“...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ม่านรักพนาร้อน   ม่านรักพนาร้อน ตอนที่ 20

    “...”“น้ำอบ เดี๋ยวสีฝุ่นก็กลัวจนหนีกลับหรอก”“กลัวอะไร คนอย่างสีฝุ่นไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว”เมื่อได้ยินนิลตราเอ่ยพูดกับน้ำอบว่าเธอจะหนีกลับสีฝุ่นก็รีบพูดแก้ต่างให้กับตัวเองในทันที อีกทั้งยังนั่งกอดอกเชิดหน้าจนน้ำอบและนิลตราต่างลอบยิ้มกับตัวเองด้วยความมันเขี้ยว“ว่าแต่กี่เดือนแล้วเหรอ นิลจะคลอดน้องเมื่อไหร่”สีฝุ่นที่ไม่อยากให้ทั้งสองคนพูดแซวเธออีกก็รีบเปลี่ยนเรื่องถามไถ่นิลตราด้วยความอยากรู้พร้อมกับฝ่ามือเรียวสวยที่เอื้อมเข้าไปลูบยังหน้าท้องของนิลตราเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยน“คงอีกประมาณสี่ถึงห้าเดือน”“แล้วจะคลอดยังไง กลับออกไปคลอดข้างนอกไหม”“พี่ป่าบอกว่าที่นี่มีแม่หมอ คลอดได้ไม่น่ากลัว”“คลอดเองแบบหมอตำแยน่ะเหรอ ฝุ่นว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกมั้ง”“เอ็งอย่าได้ดูถูก พวกข้าทุกคนที่นี่แม่หมอต่างทำคลอดให้หมดทั้งสิ้น”แม้จะได้ยินเช่นนั้นแต่สีฝุ่นก็ยังอดจะวิตกกังวลล่วงหน้าไม่ได้ จึงนั่งมองเพื่อนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยทำให้นิลตรานั้นเอื้อมมือมากุมมือสีฝุ่นเอาไว้แล้วเอ่ยพูดไม่ให้คิดมาก“ฝุ่นไม่ต้องห่วงนิลนะ วางใจเถอะว่าพี่ป่าไม่ปล่อยให้นิลเป็นอะไรแน่นอน”“จะเลิกห่วงแล้วเปลี่ยนมาหมั่

  • ม่านรักพนาร้อน   ม่านรักพนาร้อน ตอนที่ 19

    เรือนผืนฟ้าเมื่อกลับมาถึงเรือนผืนฟ้าก็นั่งชันเข่าอยู่หน้าหิ้งบูชาแล้วมองจ้องไปยังเดโชที่นั่งขัดสมาธิอยู่ไม่ไกลจากประตู สายตาก็มองมายังผืนฟ้าด้วยความสงสัยเพราะเขาเอาแต่มองจ้องจนเดโชไม่เข้าใจว่าเขากำลังต้องการอะไร ทำให้บรรยากาศภายในเรือนเริ่มอึดอัดมากขึ้นเรื่อย ๆ“มึงอยากจะพูดอะไร”“หึ! คิดว่ากูอยากพูดกับมึงรึ หน้ามึงกูยังไม่อยากมอง”“แต่มึงมองอยู่”“เพราะหน้ามึง ตัวมึง ขัดหูขัดตากูนัก!”กระแทกเสียงตอบด้วยความหงุดหงิดเพราะผืนฟ้าเองยังโกรธเคืองเดโชไม่หายเพราะทั้งนิลตราและน้ำอบก็ต่างเป็นคนที่เขานับว่าเป็นน้องสาว เมื่อเห็นว่าพวกเธอโดนทำร้ายจนตกอยู่ในสภาพสลบไสลเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธแค้น หากพ่อครูเปลวเทียนไปช่วยเอาไว้ไม่ทันพวกเธอจะเป็นอย่างไร ยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียดเดโชนัก!ผืนฟ้าถอนหายใจออกมาอย่างพยายามข่มกลั้นความรู้สึกก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดหีบผ้าที่เต็มไปด้วยผ้านุ่งสีแดง มีทั้งที่เขาใช้นุ่งอยู่เป็นประจำกับผืนใหม่ซึ่งผืนผ้าเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็มาจากเดโชที่เอามาให้เมื่อครั้งนานมาแล้วตุบ!“มึงเปลี่ยนเสียเดี๋ยวนี้”“กูเอาเสื้อผ้ามา”“เอามา? เหตุใดมึงถึงได้เอามา ไหนมึงว่าเพียงแค่พามันมาส่ง”“เอาต

  • ม่านรักพนาร้อน   ม่านรักพนาร้อน ตอนที่ 18

    “แล้ว แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะคะว่าฉันจะกลับตอนไหน”“ไม่ว่ามันอยู่ที่ใด ข้าก็นำมันกลับมาได้”“ถ้าอย่างนั้นฉันขอคุยกับนิลตราหน่อยได้ไหมคะไม่นานหรอกค่ะ แล้วฉันจะกลับออกไปพร้อมเขาในวันนี้”“ข้าจะคอยดูมันเอง! หากมันคิดร้ายหรือกระทำการใดที่ชั่วช้า ข้าจะลงมือกับมันเอง!”เมื่อได้ยินว่าสีฝุ่นจะจากเขาไปอีกครั้งผืนฟ้าก็เอ่ยพูดเสียงดังด้วยความร้อนรนทำให้พ่อครูเปลวเทียนที่รับรู้ได้ถึงบางอย่างยกยิ้มมุมปากด้วยสายตาเจ้าเล่ห์“ดูมึงเป็นเดือดเป็นร้อนว่ามันจะอยู่หรือไปยิ่งกว่าผู้ใดที่นี่”“...”“เช่นนั้นก็ย่อมได้ เพราะหากมันอยู่ที่นี่กูก็จะได้ทำให้มันเจ็บปวด ให้สมกับความชั่วที่มันก่อไว้ได้อย่างถนัด ผู้ใดเห็นดีกับกูบ้าง”“ข้า! / ข้าด้วย!”เสียงของชาวบ้านเซ็งแซ่ขึ้นไปในทิศทางเดียวกันว่าเห็นดีเห็นงามกับความคิดของพ่อครูเปลวเทียน ทำให้สีฝุ่นหันกลับไปมองหน้าเดโชอย่างเห็นใจเพราะรู้สึกได้ว่าการอยู่ที่นี่ของเขามันจะไม่ราบรื่นและค่อนข้างจะยากลำบากเสียด้วยซ้ำก่อนที่สีฝุ่นจะหันมองไปยังผืนฟ้าด้วยสายตาที่วูบไหวและหัวใจที่เต้นแรงกับการกระทำของเขาที่ราวกับว่า กลัวจะเสียเธอไป“ผมไม่กลัว และพร้อมที่จะรับผลจากกระทำของตัว

  • ม่านรักพนาร้อน   ม่านรักพนาร้อน ตอนที่ 17

    เช้าบริเวณลานพิธีท้ายหมู่บ้านต่างเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ล้วนแล้วแต่มีรูปกายภายนอกที่แตกต่างจากสีฝุ่นและเดโชอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวกายดำสนิทนุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าสีแดงหัวสวมมีใบหน้าที่ถูกแกะสลักและวาดเขียนแตกต่างกันหญิงสาวที่ผิวกายสีเดียวกันหน้าอกอวบอิ่มถูกพันด้วยผ้าพันอกสีแดงและส่วนล่างนุ่งห่มด้วยผ้านุ่งสีแดงที่มีทั้งนุ่งแบบสั้นและนุ่งแบบยาวแล้วแหวกข้างขึ้นมาสูงพอสมควร แต่ไม่ว่าจะนุ่งแบบไหนก็ทำให้พวกเธอล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์แม้ว่าสีผิวของพวกเธอจะดำสนิทและใบหน้าก็ถูกปิดบังด้วยหัวสวมหน้าตาประหลาดก็ตามทีจนกระทั่งสายตาของสีฝุ่นมองไปเห็นผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ซึ่งเขายืนประกบเธออยู่ด้านหลังอย่างไม่ยอมให้ห่างกาย เธอที่แม้จะมีหัวสวมปิดบังใบหน้าแต่สีฝุ่นก็ยังจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนของเธอ นิลตรา“ทุกคนจำฝุ่นไม่ได้เหรอคะ ทำไมถึงให้เพื่อนนิลไปนั่งอยู่แบบนั้นล่ะ พี่ป่าต้องช่วยฝุ่นนะ”นิลตราเอ่ยพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบอย่างไม่ยอมพร้อมกับมองหน้าผืนป่าก่อนที่จะหันมามองหน้าสีฝุ่นที่มองไปยังเพื่อนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึง แล้วยิ่งสีฝุ่นมอง

  • ม่านรักพนาร้อน   ม่านรักพนาร้อน ตอนที่ 16

    ประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยินทำให้สีฝุ่นรีบหันหน้าหลบหนีสายตาเขาแม้ว่าตอนนี้เธอจะเห็นเพียงแค่ใบหน้าของหัวสวมไม่ได้เห็นแววตาของเขาก็ตาม แต่น้ำเสียงและสัมผัสของอ้อมกอดที่รัดแน่นกลับสื่อสารความรู้สึกทุกอย่างออกมาได้อย่างชัดเจนและรุนแรง จนทำให้สีฝุ่นนึกอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้แล้วกรีดร้องออกมาให้สุดเสียงเพื่อระบายความปั่นป่วนราวกับมีผีเสื้อนับแสนล้านตัวบินวนอยู่ในตัวเธอ“แต่น่าเสียใจนัก ที่เอ็งไม่เคยคิดถึงพี่”“...ก็คิด”“คิดสิ่งใด”“คิดถึง...พี่ฟ้า”“ฟ้าใด ใช่ ผืนฟ้ารึไม่”“คนชื่อผืนฟ้ามีเยอะนักหรือไง”“ที่นี่มีเพียงแค่พี่”“ก็หมายถึงพี่นั่นแหละ”สิ้นเสียงแผ่วเบาที่ตอบกลับสีฝุ่นก็ทำทีหันเหสายตามองสิ่งรอบตัวราวกับสิ่งที่พูดออกมานั้นเธอไม่ได้รู้สึกอะไร แต่หัวใจในอกข้างซ้ายกลับเต้นแรงเสียจนเจ็บอกไม่ต่างไปจากคนด้านหลังที่หัวใจของเขาก็ทำงานหนักไม่แพ้เธอเลย“...จริงรึไม่”ผืนฟ้าที่หัวใจพองโตและมีความสุขจนไม่อาจจะกลั้นยิ้มเอาไว้ได้โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบถามชิดพวงแก้มใส พร้อมกับแขนแกร่งที่เลื่อนขึ้นมาโอบกอดเอวบางเอาไว้ทั้งสองข้าง“ไม่รู้ ไม่พูดแล้ว”“พี่อยากได้ยินอีก”“ได้ยินอะไร พูดจนเจ็บคอไปหมดแล้ว

  • ม่านรักพนาร้อน   ม่านรักพนาร้อน ตอนที่ 15

    ความอบอุ่นและกลิ่นกายหอมกรุ่นที่อบอวลทำให้สีฝุ่นที่มีโอกาสได้นั่งอยู่บนคอช้างเช่นนี้เป็นครั้งแรกไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตื่นเต้นและสนใจสิ่งใดก่อนเป็นอันดับแรก เพราะทั้งช้างป่าตัวใหญ่ที่เธอกำลังขี่มันอยู่ในตอนนี้กับคนด้านหลังที่เธอกำลังนั่งแนบชิดแผ่นหลังไปกับแผงอกกว้างของเขานั้นทำให้สีฝุ่นรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแต่สุดท้ายเจ้าของอ้อมแขนแกร่งที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวก็ทำให้เธอหัวใจเต้นแรงและสนใจเพียงแค่เขา จนไม่นึกกลัวว่าตัวเองจะตกลงไปและไม่สนใจทุกสิ่งอย่างรอบข้างเลยแม้แต่น้อย“ดึกดื่นป่านนี้ พี่ยังมีอารมณ์มานั่งขี่ช้างชมป่าอีกเหรอ”สีฝุ่นที่เริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกแขนแกร่งข้างซ้ายของเขาสอดเข้ามากอดเอวเธอไว้หลวม ๆ ส่วนแขนอีกข้างของเขาที่ถือกระบองไม้อยู่นั้นก็วางลงบนต้นขาขาว จนสีฝุ่นรู้สึกว่าตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่หน้าของเธอที่ร้อนผ่าวแต่เหมือนจะร้อนไปทั้งตัวด้วยความประหม่าจึงเป็นฝ่ายชวนเขาคุยเพื่อทำลายความเงียบเพราะผืนฟ้าเงียบมาก เงียบจนเธอไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่อีกทั้งคำพูดและการแสดงออกยามที่ได้เจอหน้ากันก็ช่างแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงเพราะแต่ก่อนนั้นเขาและเธอมักจะปะทะฝีปา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status