Se connecter“แต่ผมทั้งหล่อทั้งรวยไง มีครบอย่างที่สาวๆ ต้องการ ผมมีทรัพย์สินตั้งมากมายมหาศาล ทั้งเพชรพลอย ทองคำ มีเป็นตันๆ แล้วผมจะจนได้ยังไง ผมแค่เอาเพชรสักเม็ดไปขาย ก็ได้เงินตั้งเยอะแยะแล้ว”
“ทรัพย์สินที่เจ้ามีอยู่ทั้งหมด นำไปใช้ที่โลกมนุษย์ไม่ได้ เจ้าไปได้แต่ตัวเท่านั้น”
อสุรานิ่วหน้า “ได้ไง...ทำไมถึงจะเอาไปใช้ไม่ได้ ใครจะมาขัดขวาง”
“พ่อของเจ้าไง คิดว่าพ่อของเจ้าจะยอมให้เจ้าไปง่ายๆ เหรอ”
“ผมไม่ใช่ลูกรักน่า เป็นแค่ลูกชายคนกลาง พ่อมีพี่ใหญ่เป็นทายาทอยู่แล้ว ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็จะไป”
“ทำไมถึงอยากเป็นมนุษย์นัก อยู่ที่เมืองนี้ เจ้าก็มีชีวิตแสนสุขสบาย เป็นถึงลูกชายท่านประธานาธิบดี มีอำนาจมากมายอยู่ในมือ มีทรัพย์สมบัติมหาศาล มียักษ์สาวงามๆ ให้เลือกเป็นแคตตาล็อก”
“แต่ผมชอบทะเล ชอบชายหาด เมืองไททันไม่มีทะเล มีแต่หิมะ ไม่มีอะไรสนุกๆ ให้ทำเลย มันน่าเบื่อ”
“แล้วคู่หมั้นเจ้าล่ะ”
“ผมไม่ได้รักเธอซะหน่อย สมัยไหนแล้ว ยังจะต้องแต่งงานทางการทูตอีกเหรอ ไม่ได้รับกันเหมือนสมัยก่อนซะหน่อย ไร้สาระ”
“เจ้าหญิงเฮเลนน่าจากเทือกเขาแอลป์ เขต 9 ได้ข่าวว่าสวยอย่างกับนางฟ้า”
“สวย แต่ไม่รัก ไม่ต้องการ”
“มนุษย์คนนั้นคงสวยมากสินะ”
“สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นผู้หญิงมาเลยแหละ”
อสุรามตอบด้วยสายตาหวาน เหมือนคนกำลังฝันหวาน “ฤดูหนาวครั้งก่อนตอนที่หนีไปเที่ยวกรุงเทพฯ ผมได้เห็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งบนป้ายโฆษณาบนตึกสูง แค่เห็นครั้งแรกก็ใจละลาย เหมือนเจอรักแรกพบ ผมน่าจะตกหลุมรักเธอตั้งแต่ตอนนั้น”
“เจ้าอยากแต่งงานกับเธอรึ”
“ชัวร์ครับ แต่...ก่อนที่ผมจะไปหาเธอ ผมอยากกลายเป็นมนุษย์เสียก่อน ผมอยากไปหาเธอในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น”
“ดูเจ้าแน่วแน่มาก ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องตามหาหญิงสาวที่จะรักเจ้าอย่างสุดหัวใจเสียก่อน”
อสุรามยิ้มกริ่ม ดั่งผู้ชนะ
“คงไม่ยากหรอกครับ ผมหล่อรวยขนาดนี้ จะจิ้มเลือกคนไหนก็ได้ เชื่อผมสิ ผมรู้จักมนุษย์ดี”
ศาตราจารย์ก็ยิ้มกริ่มเช่นกัน...
“แล้วเจ้าจะเลือกผู้หญิงแบบไหนมาทำหน้าที่นี้”
อสุรามแทบไม่ต้องคิดเลย...มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ต้องใช้สมองเลยนี่นา
“ผู้หญิงที่ผมจะไม่มีวันหลงรักเด็ดขาดไงครับ...และสำคัญกว่านั้น จะต้องเป็นผู้หญิงที่โดดเดี่ยว ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อนแท้ เป็นผู้หญิงโง่ๆ ที่ต้องการความรัก เป็นคนที่ถ้าวันหนึ่งหายสาบสูญไป..ก็ไม่มีใครสักคนใส่ใจ ไม่มีใครตามหา!!”
ใช่แล้ว เธอไม่อยากตอบคำถามประเภทที่ว่า ตอนนี้ทำอะไรอยู่ ทำไมอ้วนขึ้นเยอะเลย แล้วไม่แสดงละครแล้วเหรอ ไม่มีใครจ้างทำงานเลยเหรอ...“ก็ตามนั้นแหละ ฉันอ้วน และไม่มีใครจ้าง!”เธอเดินฝ่าแสงแดดในยามสายมาจนถึงแถวๆ หน้าปากซอยบ้าน ซึ่งค่อนข้างคึกคักพลุกพล่านเพราะเป็นแหล่งเศรษฐกิจ มีทั้งตลาดสด ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ตึกพานิชย์หนาแน่นเต็มสองฟากถนน ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป ทำให้เธอต้องชะงักฝีเท้าหยุดมองเพื่อความแน่ใจ...“โอววว ไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ย???”ถึงแม้เธอจะออกจากบ้านก่อนรุ่งสางเกือบทุกวัน เพื่อเอาขนมมาส่งตามร้านต่างๆ และวันนี้เป็นวันแรกในรอบหนึ่งเดือนที่เธอออกมาในช่วงกลางวันเธอเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า คฤหาสน์สองชั้นสไตล์ยุโรปเก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้างมาหลายปี จนชาวบ้านแถวนี้ขนานนามว่าเป็นคฤหาสน์แวมไพร์ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนก่อนถึงปากซอยประมาณสองร้อยเมตร บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นคาเฟ่สุดคลาสิกสไตล์ยุโรปไปเสียแล้ว“ปรารถนาคาเฟ่?” ตัวอักษรทำจากเหล็กดัดสีดำ สลักอยู่บนกำแพงหินใกล้ประตูรั้วเหล็กสีดำที่เปิดออกด้านหนึ่ง เส้นทางจากประตูรั้วไปจนถึงประตูทางเข้าร้าน โรยด้วยหินกรวดแม
“หรือว่า..พ่อกับแม่ซ่อนเอาไว้ เพราะมันคือนิยาย..เกี่ยวกับยักษ์!!”เพราะคำว่ายักษ์ เป็นเรื่องต้องห้ามของบ้านนี้เลย เนื่องจากสมัยเด็ก เธอมักจะฝันว่าตัวเองโดนยักษ์จับกิน โดนยักษ์ควักหัวใจ จึงทำให้เธอกลัวยักษ์มาก กลัวมากจนพ่อแม่ต้องพาไปหาจิตแพทย์ อาการจึงค่อยๆ ดีขึ้น และลืมเรื่องนี้ไปในที่สุด “อืม...หญิงผู้ฆ่ายักษ์เหรอ?” เพราะอยากรู้จักนางเอกนิยายเรื่องนี้ อยากรู้ว่าเธอเก่งกาจยังไง ถึงสามารถฆ่ายักษ์ได้ เลยหย่อนหนังสือเล่มนี้ลงในกระเป๋าผ้าใบใหญ่ แล้วก้าวออกจากบ้านมาด้วยกัน เดินฝ่าดงหญ้าสูงและป่าละเมาะขนาดย่อมมาถึงประตูรั้วสนิมเขรอะ เธอตกใจนิดหน่อยเมื่อเจอแมวดำเพศผู้ตัวใหญ่นั่งอยู่บนกำแพงบ้าน แมวตัวนั้นเหมือนรูปปั้นไร้ชีวิต แหงนหน้ามองไปยังคฤหาสน์เบื้องหน้า“เฮ๊ยเพื่อน! ทำอะไรอ่ะ??”พอเธอทักทาย เจ้าแมวดำหันขวับมามองเธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะกระโดดหนีไปอย่างรวดเร็วราวกับเท้าติดสปริงเลยล่ะ“อ้าว! รีบไปซะงั้น มาจากไหนน๊า ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ตัวใหญ่ชะมัด”พูดพลางเปิดประตูรั้ว ก้าวออกจากเขตบ้านอย่างอารมณ์ดี ตอนนั้นเอง รถหรูคันงามขับออกจากประตูรั้วขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะแล่นออก
“เฮ่อ...ฤดูนี้ น้ำหนักขึ้นอีกแน่เลย”จากที่เคยเป็นสาวแกร่ง ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของเธอเปลี่ยนไปมาก นับตั้งแต่ที่น้ำหนักขึ้นเพราะผลจากไทรอยด์ เธอก็กลายเป็นคนเก็บตัว แทบไม่สุงสิงกับใคร เวลาจะไปไหนมาไหนก็แต่งตัวค่อนข้างมิดชิด เน้นสีดำเป็นหลัก สวมหมวกสวมแว่นดำอำพรางใบหน้า“ไม่มีใครจำแกได้หรอกดวงใจ ว่าแกเคยแสดงซีรีส์มาสองสามเรื่อง ตอนนี้เขาลืมแกไปหมดแล้ว” เธอบอกตัวเองแบบนั้นทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้าน แต่ความมั่นใจก็ไม่เคยกลับมา การสวมเสื้อผ้าสีดำจึงกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของเธอไปซะแล้ว เพราะเธอเชื่อว่ามันอำพรางรูปร่างได้นั่นแหละ เวลาส่วนใหญ่ของเธอในตอนนี้ จึงมักจะอยู่บ้านเป็นหลัก ทำขนมต่างๆ ในตอนเช้าตรู่ เอาไปส่งตามร้านต่างๆ ก่อนร้านจะเปิด จากนั้นเธอก็จะทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ทั้งดูหนัง ดูซีรีส์ ฟังเพลง รวมทั้งอ่านหนังสือพ่อแม่ของเธอเป็นครูทั้งคู่ พวกท่านรักการอ่านมาก จึงสะสมหนังสือไว้มากมาย ทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือ โดยเฉพาะห้องรับแขก ที่เรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดประจำบ้าน “จริงสิ...วันนี้เรามีนัดกับเจ๊องุ่นนี่นา ต้องไปคุยเรื่องขายมะม่วง.. งั้นแวะไปกินกาแฟที่คาเฟ่ใกล้ๆ ร้านแกดีกว่า นานแ
ตอนอายุสิบห้า เธอได้เจอเพื่อนใหม่ที่โคตรน่ารักอย่างเทพธิดา คุณหนูแสนสวยไม่เคยรังเกียจเด็กกำพร้าอย่างเธอ แบ่งปันขนม ของใช้ เครื่องสำอาง และชอบชวนเธอไปเล่นที่ห้องนอนแทบทั้งวัน จนสนิทสนมซี๊ปึ๊กกันมาก แม้จะไม่ได้เรียนที่เดียวกันก็ตาม แต่อายุความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับเทพธิดาไม่ได้ยืนยาวสักเท่าไหร่ หลังจากเป็นคู่ซี๊กันประมาณสามเดือนกว่าๆ เธอก็ได้รับข้อความจากหัวหน้าแม่บ้านว่าห้ามเธอติดต่อกับคุณหนูเทพธิดาอีก นี่คือคำสั่งของคุณนายเจ้าของบ้าน เพราะท่านไม่อยากให้คุณหนูเป็นม้าดีดกะโหลกเหมือนเธอ!ตอนแรกเธอก็ไม่ได้จะทำตามคำสั่งของหัวหน้าแม่บ้านหรอกนะ แต่พอได้ยินพวกแม่ค้าที่ตลาดหน้าปากซอยเม้ามอยด์กันว่า ‘ยัยยอดดวงใจมันขี้โขมย’ พวกสาวใช้ที่คฤหาสน์มาเม้ามอยด์ให้คนทั้งตลาดฟังว่า ตั้งแต่ยัยเด็กกำพร้านั่นเข้าไปในบ้าน ข้าวของในบ้านก็ค่อยๆ หายไปอย่างไร้ร่องรอย จนสุดท้ายสร้อยคอของคุณหนูหายไปนั่นแหละ คุณนายเลยหมดความอดทน สั่งห้ามคุณหนูคบหากับยัยหัวขโมยอีก!สาบานเลยว่าเธอไม่เคยขโมยอะไรจากบ้านหลังนั้นเลย แต่เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะอธิบายหรือปกป้องตัวเอง เพราะพวกเขาไม่เคยแม้แต่จะถามเธอสักคำว่าเธอขโมยข้าวของพวก
“รางวัลนักแสดงนำหญิงดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่....”เทพธิดา เมฆามหรรณพ ซุปเปอร์สตาร์สาวดาวรุ่งแห่งปีที่แสดงซีรีส์ของNetflixเพียงเรื่องเดียว ก็สามารถสร้างปรากฎการณ์ระดับเอเชีย โด่งดังถล่มทลายกลายเป็นคนไทยอีกคนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเทพธิดาผู้งดงามดุจเทพธิดา หญิงผู้มีใบหน้าสวยหวานปานจิตกรวาด ดวงตากลมโตสุกสกาวดั่งกวางสาวไร้เดียงสา จมูกโด่งรั้นดูดื้อนิดๆ ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับ ผมดำขลับยาวสลวยดุจแพรไหม ผิวพรรณขาวผุดผ่องสะอาดสะอ้าน ละเอียดลออในทุกอณู รูปร่างงดงามสมส่วน ทรวดทรงอวบอิ่ม เอวคอด สะโพกกลมกลึง สองขาเรียวยาว แต่แข็งแรง มั่นคง เทพธิดาในวัยยี่สิบห้าปี เรียนจบปริญญาโทด้านแฟชั่นดีไซน์จากอเมริกา เกิดในตระกูลเศรษฐีผู้ดีเก่า อาศัยอยู่ในบ้านที่คนทั่วไปเรียกว่าคฤหาสน์ ปัจจุบันเทพธิดาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์เสื้อผ้าและจิลเวอรี่ลักชัวรี่ระดับโลก รวมทั้งเป็น พรีเซนเตอร์ให้กับสินค้ามากมายเกือบทุกแขนงทั้งในไทยและต่างประเทศ เธอมีผู้ติดตามใน Instagram เกือบ 20 ล้านฟอลโลว์เวอร์ ส่วนโซเชียลมีเดียอื่นๆ ก็มียอดผู้ติดตามไม่ต่ำกว่า 10 ล้านฟอลในทุกแพลตฟอร์มการแสดงของเธอไม่ได้ดีข
“แต่ผมทั้งหล่อทั้งรวยไง มีครบอย่างที่สาวๆ ต้องการ ผมมีทรัพย์สินตั้งมากมายมหาศาล ทั้งเพชรพลอย ทองคำ มีเป็นตันๆ แล้วผมจะจนได้ยังไง ผมแค่เอาเพชรสักเม็ดไปขาย ก็ได้เงินตั้งเยอะแยะแล้ว”“ทรัพย์สินที่เจ้ามีอยู่ทั้งหมด นำไปใช้ที่โลกมนุษย์ไม่ได้ เจ้าไปได้แต่ตัวเท่านั้น”อสุรานิ่วหน้า “ได้ไง...ทำไมถึงจะเอาไปใช้ไม่ได้ ใครจะมาขัดขวาง”“พ่อของเจ้าไง คิดว่าพ่อของเจ้าจะยอมให้เจ้าไปง่ายๆ เหรอ”“ผมไม่ใช่ลูกรักน่า เป็นแค่ลูกชายคนกลาง พ่อมีพี่ใหญ่เป็นทายาทอยู่แล้ว ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็จะไป”“ทำไมถึงอยากเป็นมนุษย์นัก อยู่ที่เมืองนี้ เจ้าก็มีชีวิตแสนสุขสบาย เป็นถึงลูกชายท่านประธานาธิบดี มีอำนาจมากมายอยู่ในมือ มีทรัพย์สมบัติมหาศาล มียักษ์สาวงามๆ ให้เลือกเป็นแคตตาล็อก”“แต่ผมชอบทะเล ชอบชายหาด เมืองไททันไม่มีทะเล มีแต่หิมะ ไม่มีอะไรสนุกๆ ให้ทำเลย มันน่าเบื่อ”“แล้วคู่หมั้นเจ้าล่ะ”“ผมไม่ได้รักเธอซะหน่อย สมัยไหนแล้ว ยังจะต้องแต่งงานทางการทูตอีกเหรอ ไม่ได้รับกันเหมือนสมัยก่อนซะหน่อย ไร้สาระ”“เจ้าหญิงเฮเลนน่าจากเทือกเขาแอลป์ เขต 9 ได้ข่าวว่าสวยอย่างกับนางฟ้า”“สวย แต่ไม่รัก ไม่ต้องการ”“มนุษย์คนนั้นคงสวยมากสินะ”







