แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: ไฟถนนอ่านใจฉัน
พูดตามตรง การที่เขามาเป่ยเฉิงเพื่อหาเธอ เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลย

ในเมื่อเขามาแล้ว ซูหว่านก็รู้สึกมีความสุขและปลาบปลื้มใจมาก เป็นความรู้สึกที่ออกมาจากใจเลย

อย่างไรเสีย ก่อนหน้านั้นเธอเคยคิดว่าตัวเองไม่สามารถรั้งใครไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิท หรือเพื่อนที่เล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ในที่สุดพวกเขาก็ดูเหมือนจะจากเธอไป

“แม่นายรู้ไหม” เธอถาม

โจวเจ๋อส่ายหน้าแล้วก็พยักหน้า “ฉันบอกว่าออกไปเที่ยว เธอก็น่าจะพอเดาได้แหละ”

“แล้วนายยังบอกว่าจะถูกไล่ออกจากทะเบียนตระกูลอีก”

“ก็ไม่แน่ อาจจะกลับไปแล้วถูกไล่ออกจริง ๆ ก็ได้”

ซูหว่านกลอกตามองบน แล้วก็เงียบไปทันที

เด็กหนุ่มมองเธอครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างจริงจัง “อย่าเสียใจเลยหว่านหว่าน พวกเราจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ”

ซูหว่านก้มหน้าลงหมุนถ้วยชา พึมพำเสียงต่ำ “ปากผู้ชาย เชื่อถือไม่ได้หรอก”

“ไปเรียนคำพูดนี้มาจากไหน” โจวเจ๋อค่อนข้างประหลาดใจ

แน่นอนว่าใช้เพื่ออธิบายคุณน้าคนก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็ใช้เพื่ออธิบายผู้ชายทุกคน

อีกฝ่ายพูดต่อ “ที่ฉันพูดนี่เรื่องจริงนะ เธอวางแผนจะเรียนมหาวิทยาลัยที่ไหน ที่เป่ยเฉิงเหรอ ถึงตอนนั้นฉันก็จะสมัครเข้าเป่ยเฉิงด้วย”

บริกรยกอาหารมาให้ เป็นอาหารเจล้วน มีเพียงอาหารคาวจานเดียวที่สั่งมาให้โจวเจ๋อโดยเฉพาะ

เด็กหนุ่มมองอาหารที่อยู่ตรงหน้าเธอ แล้วสั่งให้บริกรนำอาหารคาวนั้นออกไปอย่างเงียบ ๆ จากนั้นก็ก้มหน้ากินอาหารเจกับเธอ

“คงต้องดูคะแนนมั้ง” หลังจากกินอาหารไปครึ่งหนึ่ง ซูหว่านก็เริ่มพูด “ต้องดูว่าตอนนั้นจะสอบได้กี่คะแนน”

“การสอบรวมครั้งนี้ เธอได้อันดับที่เท่าไรในชั้น?” โจวเจ๋อถาม

“ที่สามของชั้นเรียน ที่หกของระดับชั้น” ซูหว่านตอบด้วยเสียงเรียบ

เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว “เก่งขนาดนี้! น้าเธอจ้างครูสอนพิเศษให้เหรอ”

“ฮ่า ๆ ตัวเขาเองนั่นแหละคือครูสอนพิเศษของฉัน”

“งั้นเขาก็เก่งมากเลย!” โจวเจ๋อถาม “ปกติเขาเข้มงวดกับเธอบ้างไหม”

นั่นไม่เรียกว่าเข้มงวด นั่นเรียกว่าโคตรเข้มงวดเลย!

นึกถึงใบหน้านั้น ซูหว่านก็ดูนาฬิกาอีกครั้ง เห็นว่าเป็นเวลาสามโมงกว่าแล้ว ก็รีบวางตะเกียบแล้วถาม “กินเสร็จหรือยัง กินเสร็จก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันจองโรงแรมให้”

โจวเจ๋อบอกว่ากินเสร็จแล้ว โบกมือปฏิเสธว่า “จะให้เธอจองโรงแรมให้ฉันได้ไง ฉันจองไว้แล้ว อยู่แถวนี้เอง”

ซูหว่านดูโลเคชั่นบนมือถือของเขา ก็พบว่าอยู่ใกล้จริง ๆ สามารถเดินไปถึงได้

“พรุ่งนี้เธอว่างไหม เป็นไกด์ให้ฉันหน่อยสิ” ทั้งสองคนเดินอยู่บนถนน โจวเจ๋อชวนคุย

“ความจริงฉันก็ไม่คุ้นเคยกับที่นี่เท่าไร” ซูหว่านพูดตามตรง “พรุ่งนี้ดูแผนที่ไปด้วยกันนะ”

เด็กหนุ่มหัวเราะ “ได้เลย”

โจวเจ๋อเป็นทายาทเศรษฐีอย่างไม่ต้องสงสัย โรงแรมที่เขาจองเป็นระดับห้าดาว

ซูหว่านไปส่งเขาถึงเคาน์เตอร์ด้านหน้า เห็นว่าใกล้ถึงเวลากลับบ้านที่เมิ่งไหวจินกำหนดแล้ว ก็รีบพูดกับโจวเจ๋อว่า "พรุ่งนี้ฉันจะพาไปกำแพงเมืองจีนนะ" พูดจบก็รีบจากไป

“ของขวัญ! ฉันเอาของขวัญมาให้เธอด้วยนะ” โจวเจ๋อยืนอยู่ที่ล็อบบี้ตะโกนบอกเธอ

เด็กสาวโบกมือเรียกแท็กซี่ข้างถนน โบกมือบอกเขาว่าค่อยมารับวันหลัง

ใครจะไปรู้ว่ารถติดบนถนน ซูหว่านมาถึงช้าไปถึงครึ่งชั่วโมงเต็ม!

ตอนที่เธอเปิดประตูเข้าไปอย่างหอบ ๆ เมิ่งไหวจินก็อยู่ที่บ้านแล้ว

......

ชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวใต้ระเบียง ด้านหลังเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า ส่องแสงไฟสลัวลงมา ร่างที่สูงโปร่งของเขาจมดิ่งลงไปในความมืดสลับสว่าง ดูหล่อเหลาและคมคาย

ทั้งสองสบตากัน ซูหว่านตกตะลึงไปสองสามวินาที ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา

“คุณกลับมาแล้วเหรอคะ”

เมิ่งไหวจินไม่ได้ตอบรับเธอ เขากางมือที่ประสานกันไว้บนเข่าออก แล้วเคาะนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

“รถติดบนถนนค่ะ ฉันเก็บเบอร์คนขับรถไว้แล้ว ถ้าไม่เชื่อคุณโทรไปถามได้เลยนะ”

ซูหว่านรินน้ำอุ่นใส่แก้วแล้วดื่มอึก ๆ เหลือบไปเห็นของที่เขาซื้อกลับมา เธอก็แกะกล่องบรรจุภัณฑ์ หยิบซูชิสาหร่ายชิ้นหนึ่งใส่ปาก
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 30

    บนปลายจมูกขาวหมดจดของเด็กสาวมีเม็ดเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ราวกับไข่มุกเม็ดงามที่ประดับอยู่ด้านบน ทุกเม็ดช่างดูใสกระจ่างตาเธอจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้า เขาเหมือนถือดาบเพชฌฆาตอยู่ในมือและพร้อมจะผลักเธอลงขุมนรกได้ทุกเมื่อ ลึก ๆ ในใจเธอยังคงหวาดกลัว แต่ความรู้สึกที่มากกว่านั้นคือความเสียใจ“คุณเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉัน คุณแต่งกับใคร คนนั้นก็คือน้าสะใภ้ของฉันในอนาคต หรือว่า...ฉันไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้เลยเหรอ ฉันใช้ชีวิตอยู่กับคุณมาเกือบปี หลงนึกว่าฉันพอจะมีสิทธิ์รับรู้เรื่องนี้บ้าง ไม่นึกเลยว่า...ฉันจะไม่มีสิทธิ์นั้น” ซูหว่านจ้องตอบโดยไม่หลบตา แววตาเต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์กลายเป็นว่าผู้ที่ถูกตัดสินความผิดกลับกลายเป็นเขา เมิ่งไหวจินรู้สึกเหมือนถูกแววตาที่น่าสงสารและใสซื่อนั้นลวกจนร้อน เขาได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ ในด้านความช่างพูดช่างจาของเธออีกครั้งแต่สิ่งที่เธอพูดก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล สิทธิ์ในการรับรู้...เธอย่อมมีหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเมิ่งไหวจินก็พูดอย่างใจเย็นว่า “วันนี้เดิมทีตั้งใจจะคุยกัน”ส่วนทำไมหลังจากนั้นถึงไม่ได้คุย ชายหนุ่มมองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะวกกลับเข้าเรื่อง “ท

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 29

    การกระทำนี้ดึงดูดสายตาแปลก ๆ ได้ไม่น้อย ทุกคนต่างมองว่าเธอเป็นพวกประหลาดซูหว่านไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมองหรือการคาดเดาเหล่านั้น หลังจากทำข้อสอบเสร็จเธอรู้สึกง่วงจึงฟุบลงกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ เตรียมจะงีบหลับสักตื่น แต่ความจริงแล้วเธอหลับไม่ลงเลยสักนิดลึก ๆ ในใจ เธอรู้สึกว่าคนคนนั้นต้องมาแน่ ส่วนจะมาในรูปแบบไหนนั้น เธอเองก็ไม่รู้แต่เพียงไม่นานเธอก็ได้รู้เมื่อเสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นสองครั้งใกล้กับใบหู ความรู้สึกที่คุ้นเคยและกลิ่นกายที่แสนคุ้นของเขา ดูเหมือนจะทำให้ทั้งร้านอินเทอร์เน็ตสะอาดขึ้นมาทันทีแม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่หัวใจของเด็กสาวก็เต้นระทึกโดยไม่รู้ตัว มันกระโดดโลดเต้นอยู่ในอก ทั้งเฝ้าคอยทั้งลนลาน ทั้งประหม่าและหลงใหล หรือแม้กระทั่ง... มีความตื่นเต้นที่ระงับได้ยากนี่คือความรู้สึกของการถูกใส่ใจวินาทีนี้ ซูหว่านรู้ดีว่าตัวเองได้ตกลงสู่เหวลึกจนกู้อะไรคืนมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว“ซูหว่าน” เสียงของชายหนุ่มแม้จะราบเรียบ แต่กลับแฝงความหมายที่ต่างจากเมื่อก่อนมันคือความโกรธเด็กสาวเงยหน้าขึ้น หันไปสบเข้ากับดวงตาที่เย็นเยียบราวกับบ่อน้ำร้างของเมิ่งไหวจิน สุดท้ายเธอก็ยังคงหวาดกลัว

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 28

    เมิ่งชวนรู้ความเหมาะสม ภาพคนที่เขาถ่ายติดมาจึงเห็นเพียงแวบเดียวเท่านั้นแต่หลังจากซูหว่านเปิดดูและฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็สามารถนำภาพที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาเชื่อมโยงกับบทสนทนาที่ปนอยู่ในเสียงรบกวนได้สำเร็จชายหนุ่มถือแก้วเหล้าด้วยมือข้างเดียว สวมชุดสูทเต็มยศ ดูสง่างามโดดเด่นสะดุดตา โดยมีเจี่ยงเจี๋ยในชุดราตรีสุดประณีตยืนอยู่เคียงข้างดูเหมือนทุกคนจะยอมรับโดยปริยายแล้วว่าเขาคือว่าที่ลูกเขยตระกูลเจี่ยง หลายคนพากันเข้าไปขอชนแก้ว พลางกล่าวคำสรรเสริญเยินยอไม่ขาดปาก ว่าทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สร้าง บอกว่าจะรอไปงานแต่งงาน หรือไม่ก็ถามเรื่องเรือนหอว่าจะซื้อที่ไหน...ด้วยฐานะอย่างเมิ่งไหวจิน งานเลี้ยงทางสังคมแบบนี้เขามักจะมีแทบทุกสามวันห้าวัน ซูหว่านเองก็เคยติดตามเขาไปร่วมงานมาแล้วหลายครั้งปกติเขาจะรับมือได้อย่างคล่องแคล่วเสมอ วางตัวสูงส่ง และจัดการได้ดีไม่ว่าเรื่องบู๊เรื่องบุ๋นเมื่อก่อนซูหว่านมองเขาเหมือนมองเทพเจ้าผู้สูงส่ง แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกระคายตาเหลือเกิน เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ใช่เธอ…...งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ของตระกูลเจี่ยงจัดอย่างเรียบง่าย ไม่ได้เชิญคนเยอะ แต่ทุกคนที่

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 27

    “ดูเหมือนเธอจะสนใจเรื่อง ‘ความชอบ’ เป็นพิเศษนะ”ซูหว่านเม้มปากเงียบเมิ่งไหวจินหลุบตาลงจ้องมองเธอตรง ๆ “รู้แล้วใช่ไหมว่า ‘ความชอบ’ มันเป็นความรู้สึกแบบไหน”“...”หัวใจของซูหว่านที่เพิ่งจะสงบลงกลับดีดตัวขึ้นมาอีกครั้งเหมือนลูกแก้วที่ตกพื้น เธอค่อย ๆ ส่ายหน้าภายใต้การจ้องของดวงตาที่คมดุจใบมีด “ไม่รู้ค่ะ”“รักษาตัวให้ดี” เมิ่งไหวจินพูดด้วยท่าทีจริงจังมาก “ไข้ขึ้นตั้งแต่กลางดึก ทำไมไม่เรียกฉัน”เรียกแล้วยังไงล่ะ ต่อให้ส่งเธอมาโรงพยาบาลแล้ว สุดท้ายคุณก็ต้องกลับไปปรึกษาเรื่องวันหมั้นอยู่ดีเด็กสาวหลุบตาลงพลางกล่าวว่า “คุณมีธุระสำคัญต้องทำไม่ใช่เหรอ ฉันแค่กลัวว่าจะไปทำลายวาสนารักที่สวยงามคุณ”ชายหนุ่มส่งเสียง ‘อ้อ’ ในลำคอ “แล้วตอนนี้ไม่ทำลายหรือไง?”“...” ซูหว่านเงียบกริบทันทีเมิ่งไหวจินไม่เซ้าซี้ต่อ แต่กลับก็จงใจเลิกสนทนาเรื่องที่เกี่ยวกับเจี่ยงเจี๋ยกับเธอ คงเพราะเขาคิดว่านั่นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมาคุยกับเด็กนักเรียนอย่างเธอเรื่องพวกนี้ซูหว่านรู้ดี และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนโลกของเขา ดูเหมือนจะอยู่ไกลจากเธอเหลือเกิน…...บ่ายวันนั้น

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 26

    เด็กสาวดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด ดวงตาใสซื่อจ้องเขม็ง ในดวงตาสะท้อนภาพพลุหลากสีสันนอกหน้าต่างจนเป็นประกายวาววับผิดปกติ เธอยังเรียกชื่อเขาออกมาคำหนึ่งด้วยเมิ่งไหวจินละสายตาไปทางอื่น น้ำเสียงเย็นชาบาดลึก “ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเป่าผมให้แห้งซะ”“ค่ะ จะไปเป่าเดี๋ยวนี้ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” เธอยิ้มออกมาดูใสซื่อไร้พิษสงชายหนุ่มหยิบซองแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “เงินแต๊ะเอียที่เธอเฝ้าคิดถึงนักหนาไง”ขนตาของซูหว่านสั่นไหวเล็กน้อย เธอกุมซองแดงไว้แล้วยิ้มหวานยิ่งกว่าเดิม “ขอบคุณค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้ปีใหม่นี้การราบรื่น สมปรารถนาทุกเรื่อง แล้วก็...ได้ครอบครองสาวงามนะคะ”ตอนที่เธอพูดประโยคนี้ เธอจ้องมองเขาไม่วางตาดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเมิ่งไหวจินหรี่ลงเล็กน้อย ดูล้ำลึกยากจะหยั่งถึง เขามองค้อนเธอแวบหนึ่งก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง “เป่าผมให้แห้ง อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สอง”…...วันต่อมา คุณนายเมิ่งก็นัดคุณนายเจี่ยงมาที่บ้านตามคาด เจี่ยงเจี๋ยก็มาด้วยเช่นกันกันทั้งบ้านตระกูลเมิ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหรรษา เมิ่งไหวจินถูกบรรดาอาสะใภ้รุมล้อมให้ไปที่โต๊ะไพ่ โดยม

  • ยัยตัวแสบป่วนหัวใจของเขา   บทที่ 25

    ชั่วขณะนั้นซูหว่านไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายความรู้สึกในใจได้เลยเธอรู้สึกเหมือนมีความขมขื่นรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ ขมขื่นจนเธอแทบจะอาเจียนออกมาหัวใจที่แทบจะหลุดออกมาตรงระเบียงชั้นสองเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หัวใจที่เคยเต้นรัวเหมือนมีกวางน้อยวิ่งชนตรงโต๊ะอาหารเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ตอนนี้กลับดิ่งวูบกระแทกหน้าอกอย่างแรง มันหนักอึ้งและอึดอัดจนเธอแทบจะหายใจไม่ออกพวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นตกลงเรื่องแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมจู่ ๆ ถึงข้ามไปคุยเรื่องหมั้นหมายกันเลยล่ะ วินาทีนั้น ซูหว่านถึงเพิ่งตระหนักได้ถึงปัญหาที่ร้ายแรงมากอย่างหนึ่ง เธอไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องมงคลเลยสักนิดเธอจะไม่ขออวยพรให้พวกเขาและไม่อยากจะอวยพรด้วยหลังมื้ออาหาร พวกลูกหลานพากันไปจุดพลุเล่นที่สวนหย่อม ซูหว่านพิงเชือกชิงช้าพลางเหม่อมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมายบรรยากาศปีใหม่ที่แสนคึกคัก เสียงโห่ร้องยินดี แสงพลุที่วูบวาบสว่างไสว ดูสวยงามจับตา แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความสุขเลยแม้แต่น้อย แววตาที่หม่นแสงลงดูราวกับวันสิ้นโลก“มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้ล่ะ” เมิ่งชวนช่วยผลักชิงช้าให้เธอเบา ๆ พลางยัดซองแด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status