LOGINหลังจากคืนนั้น ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความจริง ฉันกลับมาทำหน้าที่เลขาตามเดิม บอสก็กลับมาเป็นผู้บริหารหน้านิ่งคนเก่า แต่ที่วุ่นวายขึ้นคือปูเป้ ในฐานะภรรยาและคุณแม่ป้ายแดง ยัยนั่นโผล่มาหาบอสที่ออฟฟิศแทบทุกวัน หิ้วขนมมาแจกคนนั้นคนนี้จนพนักงานเริ่มรำคาญความเยอะ แต่ก็ได้แต่ยิ้มแห้งรับไว้ตามมารยาท
ฉันได้แต่มองแบบเซ็ง ๆ และสายตาที่ปูเป้มองมาที่ฉัน ก็ดูระแวงตลอดเวลา
บอสเลื่อนกล่องขนมไปไว้ข้างโต๊ะอย่างไม่สนใจ ถอนหายใจยาวแล้วเงยหน้ามองฉัน ก่อนจะเหลือบลงมามองเสื้อเชิ้ตที่ฉันปลดกระดุมไว้
"...วันหลังถ้าเป้จะเข้ามา ช่วยติดกระดุมให้มันเรียบร้อยหน่อย แค่นี้ผมก็ปวดหัวจะแย่แล้ว"
ฉันหัวเราะในลำคอ เหลือบมองกล่องขนมที่เขาเพิ่งดันออก แล้วกลับมามองคนตรงหน้า
"ขนมก็ไม่กิน เมียมาหาก็บ่น เสื้อผ้าเลขายังจะมาขัดหูขัดตาอีก..."
ฉันเอียงคอยิ้ม กวนประสาทเขาเต็มที่ ปล่อยให้คอเสื้อเชิ้ตเปิดกว้างอยู่แบบนั้น
"ชีวิตแต่งงานมันอึดอัดขนาดนั้นเลยเหรอคะบอส... ถึงต้องมาพาลกับกระดุมเสื้อเคท?"
ภัทรไม่ตอบ เขากัดฟันแน่น สายตาหงุดหงิดชัดเจนเหมือนคนจนมุมที่เถียงไม่ออก มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนขึ้นเส้นเลือด
"ถ้าบอสไม่มีอะไรแล้ว เคทขอตัวไปตรวจรายงานต่อนะคะ"
ฉันไม่รอให้เขาอนุญาต ยิ้มแบบเลขาให้เขาทีหนึ่ง แล้วหันหลังเดินไปที่ประตูทันที
พอจับที่เปิดประตู ฉันก็ชะงักแล้วหันกลับไปมองคนที่ยังจ้องตามไม่วางตา
"อ้อ... ลืมบอกค่ะบอส" ฉันยิ้มมุมปาก
"ขนมกล่องนั้น ถ้าบอสไม่กิน เคทขอเอาไปให้แจงตรงรีเซปชันนะคะ... เสียดายของ"
ฉันเปิดประตูเดินออกมา ปล่อยให้เขานั่งเงียบอยู่คนเดียวในห้อง….
"งานน่ะ... หนักแน่ครับพี่เคท"เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ กัดติ่งหูฉันเบาๆ แล้วกระซิบ"...โดยเฉพาะกะดึกบนเตียง เตรียมใจไว้เลยว่าผมใช้พี่คุ้มแน่"ฉันขนลุกไปทั้งตัว แต่เอี้ยวตัว สองมือยกขึ้นคล้องคอเขาไว้ นิ้วสอดเข้าไปในผมตรงท้ายทอย ดึงให้เขาก้มลงมามองหน้าใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน"เด็กเวร... หน้าเลือดขนาดนี้ คิดจะใช้งานพี่ยันเช้า ต้องจ่ายโอทีด้วยนะ"ฉันยิ้มมุมปาก จงใจยั่วกลับสายตาเขาเปลี่ยนเป็นดุขึ้นทันที เขาเลื่อนมือลงมาบีบสะโพกฉันแน่น รั้งตัวฉันให้แนบชิดกับเขาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง"ใครบอกว่าพี่เป็นคนทำงาน..." เสียงเขาแหบลง กัดฟันพูดเหมือนพยายามข่มอารมณ์"ตลอดทั้งคืนผมจะจัดการเองหมด... พี่มีหน้าที่แค่นอนครางรับเงินเดือนไปก็พอ"พูดยังไม่ทันขาดคำ ปราณก็ไม่ปล่อยให้ฉันได้เถียง เขากดจูบลงมาทันที จูบหนักๆ แบบเอาแต่ใจ จนความเย็นของลมรอบตัวทำอะไรไม่ได้อีก….สนามบินสุวรรณภูมิตอนนี้คนเยอะมาก ปราณชะงักฝีเท้า แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาคนที่ปั่นป่วนชีวิตเราไม่เลิก"เออ พี่เป้..." เสียงเขานิ่งมาก แต่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกทีปลายสายน่าจะเงียบ หรือไม่ก็เตรียมตั้งรับ เพราะหลังจากเรื่องวันนั้น พี่สาวเขาคง
"คุณปราณไม่ได้มาวุ่นวายครับ... เขาคือตัวแทนที่มีอำนาจตัดสินใจคนเดียวของกองทุนเราในดีลนี้"มิสเตอร์แอนเดอร์สันพูดแทรกขึ้นมาทั้งห้องเงียบกริบขึ้นมาทันทีภัทรหน้าซีดเผือด เขามองสลับไปมาระหว่างตัวแทนกองทุนกับเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสี่ที่เขาเคยมองข้ามมาตลอดปราณไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไร เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ ขยับตัวนั่งหลังตรง ประสานมือไว้บนโต๊ะ สายตามองหน้าพี่เขยที่กำลังเหวออย่างใจเย็น"พี่คิดว่าบอร์ดที่อเมริกาจะยอมปล่อยเงินร้อยล้านให้โปรเจกต์พี่ง่ายๆ โดยไม่มีคนการันตีเหรอครับ?" เสียงของปราณนิ่งมาก ไม่ได้เยาะเย้ย แต่กดดันจนอีกฝ่ายแทบพูดไม่ออก"เงินลงทุนก้อนนี้... มันเป็นกองทุนส่วนตัวในชื่อผม"ภัทรยืนนิ่งไปเลย เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมา หายใจติดขัดเหมือนคนพูดอะไรไม่ออก"เป็นไปไม่ได้... ทำไมฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้" ภัทรเค้นเสียงออกมาปราณกระตุกยิ้มมุมปากนิดเดียว สายตาเรียบเฉยจนดูเย็นชา"พี่ก็ลองกลับไปถามเมียพี่ดูสิครับ..."เขาเว้นจังหวะ แล้วเลื่อนสายตามามองฉันที่ยืนอยู่ข้างหลังภัทรแวบหนึ่ง ปราณเคาะนิ้วลงบนแฟ้มเอกสาร หันไปพยักหน้าให้คุณแอนเดอร์สันนิดเดียว"คุณแอนเดอร์สันกับผมดูตัวเลขทั้งหมดแล้วครั
"พอเถอะปราณ..." ฉันตัดบทหน้านิ่ง "ที่ผ่านมาที่บอกว่าคบกัน... ลึก ๆ นายก็รู้ว่ามันแค่เซ็กส์แก้เหงา ไม่ใช่ความรักด้วยซ้ำ"ฉันยิ้มเยาะตัวเอง นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้"แค่ความอยากเอาชนะ แค่หลง หรือไม่ก็แค่ถูกใจเรื่องบนเตียงเท่านั้นแหละ... ตอนนี้นายเล่นพอแล้วก็กลับบ้านไปเถอะ พี่จะทำงาน"ฉันหยุดพูด สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น"การที่นายเข้ามาในชีวิตพี่... ตอนแรกพี่คิดว่ามันคือกำไร เหมือนได้โชคสองชั้นที่ไม่ต้องลงทุนอะไร... แต่รู้ไหมตอนนี้พี่รู้สึกยังไง?"ฉันมองหน้าเขาตรง ๆ ไม่หลบตา"มันกลายเป็นหนี้เสียก้อนใหญ่ไปแล้วปราณ... การที่พี่ต้องมานั่งรอแชตที่นายไม่เคยส่งมา การที่พี่คิดถึงนายจนเสียงาน มันทำให้พี่คุมตัวเองไม่ได้เลย"ฉันลุกขึ้นยืน ขาแทบไม่มีแรงก้าว"ความสัมพันธ์บ้านี่มันกำลังทำให้ชีวิตพี่พัง... พี่ไม่เหลืออะไรให้เสียแล้ว"ฉันเกลียดตัวเองในตอนนี้ที่สุด... เกลียดที่ปล่อยให้ผู้ชายคนนี้เข้ามาทำให้ชีวิตที่อุตส่าห์จัดระบบไว้ดี ๆ พังไม่เป็นท่า"พอเถอะปราณ... พี่ไม่เอาแล้ว" ฉันตัดบทแล้วหันหลังให้"ออกไปเหอะ กลับไปอยู่ในที่ของนาย แล้วปล่อยให้พี่กลับไปใช้ชีวิตคนเดียวแ
สุดท้าย... ฉันก็เลือกทางที่เซฟที่สุดเรื่องเงินกับหน้าที่การงาน ฉันตัดสินใจตอบตกลงย้ายตามบอสไปเป็นเลขาฯ ที่บริษัทพ่อปูเป้คนอย่างเคทไม่เคยรอโชคชะตา และไม่เสียเวลามานั่งร้องไห้ให้สิ่งที่เสียไปแล้ว ในเมื่อความรักเป็นเรื่องที่คุมไม่ได้ ฉันก็แค่ตัดทิ้ง ฉันเริ่มจัดระเบียบชีวิตตัวเองใหม่ ตัดขาดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา ลบแอปที่เคยใช้คุย ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดที่จะทำให้ฟุ้งซ่านจนเสียงานการไม่เอาความรู้สึกมาปน คือวิธีป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดวันแรกของการทำงานในตึกใหม่ที่ใหญ่และหรูหรากว่าเดิม ฉันใส่สูทสีเข้มเรียบกริบ แต่งหน้าจัดเต็มจนดูนิ่งสนิทเหมือนเดิม แต่พอเปิดประตูเข้าไปในที่ทำงานใหม่ บรรยากาศรอบตัวก็กดดันจนแทบหายใจไม่ออกบอสในฐานะซีอีโอคนใหม่เริ่มใช้งานฉันหนักกว่าเดิม เขาเรียกใช้ฉันแทบทุกสิบนาทีเพื่อโชว์คนอื่นในบอร์ด ส่วนปูเป้ก็ขยันเดินมาที่โต๊ะฉันบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คอยสั่งงานจุกจิกที่ไม่ใช่หน้าที่ฉัน ทั้งหมดก็แค่ตั้งใจจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คือที่ของเธอ"คุณเคทคะ ช่วยสรุปยอดค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเป้ให้หน่อยนะคะ พอดีเป้ยุ่งมาก"ปูเป้วางกองบิลลงบนโต๊ะฉัน แล้วยิ้มเยาะ"อ้อ ลืมไป ที่นี่เราทำงานกันแบบ
หนึ่งเดือนเต็มที่เขาหายไปอยู่อีกซีกโลก...เวลาที่ต่างกันสิบกว่าชั่วโมงทำให้เราคุยกันแค่วันละไม่กี่ประโยค ฉันตัดความฟุ้งซ่านด้วยการทำงานลากยาวจนดึกทุกวัน พยายามบอกตัวเองว่ากลับมานิ่งได้เหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ลึก ๆ ยังรู้สึกโหวงจนน่าหงุดหงิด"สวัสดีค่ะคุณเคท"เสียงของปูเป้ดังขึ้นพร้อมกับที่เธอควงแขนภัทรเดินเข้ามาในห้องทำงาน ท้องเธอเริ่มโตขึ้นชัดเจน นิ้วนางข้างซ้ายใส่แหวนเพชรเม็ดโตจนสะดุดตาฉันลุกขึ้นยืนตามหน้าที่ ยื่นแฟ้มรายงานให้ภัทร"เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ค่ะบอส ส่วนฝ่ายบัญชีฝากถามเรื่องกำหนดการเซ็นอนุมัติงบก่อนบอสจะลงไปดูไซต์งานสัปดาห์หน้า"ยังไม่ทันที่ภัทรจะรับ ปูเป้ก็ยื่นมือมาดึงแฟ้มไปตัดหน้า เธอเปิดดูผ่าน ๆ ก่อนจะเหลือบมองฉันแล้วยิ้มมุมปาก"งานเป๊ะเหมือนเดิมเลยนะคะคุณเคท... ถึงว่า พี่ภัทรถึงอยากหนีบคุณเคทตามไปอยู่ด้วยที่บริษัทคุณพ่อ"ฉันชะงัก หันไปมองหน้าภัทรทันที เขาดูเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด"เป้... พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องนี้พี่จะคุยกับเคทเอง" ภัทรตัดบท ดึงแฟ้มกลับมาถือไว้ "เป้ไปรอที่รถก่อนเถอะ"ปูเป้ไม่สนใจ เธอยกมือลูบท้องตัวเอง มองฉันด้วยสายตาดูถูก"คนตัวคนเดียวอย่างคุณเคท วิ
จังหวะนั้นเอง ภัทรกับปูเป้ก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ภัทรดูเครียดจัด ส่วนปูเป้ยังคงพยายามยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปราณไม่ยอมปล่อยมือฉัน เขาวางแก้วไวน์ลงโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนทันทีแบบไม่ไว้หน้าใคร"อ้าว จะไปไหน" ปูเป้ถามขึ้นมา ปราณเหลือบมองพี่สาว ก่อนจะหันไปจ้องหน้าภัทรตรง ๆ สายตาคู่นั้นดูเอาเรื่องแบบไม่มีเกรงใจ"ไม่อยู่แล้วครับ... แถวนี้กลิ่นไม่ค่อยดี"เขายิ้มมุมปาก มองภัทรตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาดูถูก"กลิ่นพวกคนขี้แพ้ที่ชอบใช้กำลังลับหลัง..."ภัทรหน้าตึงขึ้นทันที กำหมัดแน่นแต่ทำอะไรไม่ได้ปราณไม่รอให้ใครพูดต่อ เขากุมมือฉันไว้แน่น ดึงให้ฉันลุกขึ้นยืนข้างเขา"กลับเถอะเคท... อยู่นานกว่านี้เดี๋ยวมีเรื่อง"หลังคืนที่มีเรื่องกันหน้าห้องน้ำ ทุกอย่างก็กลับมาเงียบ ต่างคนต่างอยู่เหมือนพักรบชั่วคราว แต่ฉันไม่ได้ชะล่าใจ พร้อมรับมือตลอดเวลาตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่เชียงใหม่ ปราณดูแลฉันดีมาก เขาบินมาหาฉันทุกครั้งที่ว่างจากตรวจงานที่โรงงานหรือเข้าประชุมที่กรุงเทพฯความอบอุ่น เซ็กส์ที่เข้ากันได้ดีจนน่ากลัว และการตามใจแบบกวน ๆ ของเขา ค่อย ๆ พังกำแพงที่ฉันตั้งไว้ทีละนิด... และมันเริ่มส่งผลกับสิ่งที่ฉันมั่นใจท







