FAZER LOGINพอประตูปิดลง ปราณก็พุ่งเข้ามากอดเอวฉันไว้แน่นแล้วดึงตัวฉันเข้าไปแนบกับเขา ได้กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ปนกลิ่นน้ำหอม ลมหายใจร้อน ๆ ก้มลงมาซุกคอฉันทันที
ฉันไม่ได้ผลักออก ยืนนิ่งปล่อยให้เขาซุกสูดกลิ่นตัวฉันอยู่แป๊บหนึ่งจนเขาเริ่มได้ใจ
จังหวะที่เขาเริ่มคลายกอด ฉันก็พลิกตัวกลับ เอามือดันอกแล้วผลักเขาสุดแรง
ปราณไม่ทันตั้งตัว เซถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตรงมุมห้อง
เขาเลิกคิ้วมองฉัน สายตาดูแปลกใจปนขำ
"เล่นอะไรของพี่อีกเนี่ย?"
ฉันไม่ตอบ แต่เดินไปหยิบผ้าฝ้ายผืนหนาที่พับไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง เดินกลับมายืนตรงหน้าเขาแล้วยิ้มมุมปาก
"เอามือไปไขว้หลัง" ฉันสั่งเสียงนิ่ง
"พี่เคท..." ปราณหัวเราะในคอ สายตาเริ่มกวนประสาท เขารู้ว่าตัวเองแรงเยอะกว่า แต่ความมั่นหน้าทำให้เขายอมทำตาม
"อย่าบอกนะว่าจะมัดผม? คิดว่าผ้าแค่นี้จะเอาผมอยู่เหรอ"
"ก็ลองดูดิ... หรือว่ากลัว?"
คำท้าของฉันได้ผลกับความมั่นหน้าของเขาเสมอ ปราณยอมเอาแขนสองข้างไขว้ไปหลังเก้าอี้ ปล่อยให้ฉันเอาผ้าพันรอบข้อมือ ดึงจนตึงแล้วมัดเงื่อนตายให้แน่น
"พี่ไม่ทำให้นายเจ็บหรอก..." ฉันยื่นหน้าไปกระซิบชิดปาก สบตาคนที่กำลังมองฉันตาไม่กะพริบ
"...แต่พี่จะทำให้นายคลั่งตายคาเก้าอี้นี่แหละ"
ฉันถอยออกมายืนตรง ปลดกระดุมกางเกงยีนส์ขาสั้น รูดซิปลงช้า ๆ แล้วทิ้งมันลงไปกองที่ข้อเท้า ก่อนจะก้าวขาออกมา เหลือแค่กางเกงในลูกไม้สีดำตัวเดียว
ปราณกลืนน้ำลาย มองต่ำลงมาที่ช่วงล่างของฉันทันที
ฉันไม่ปล่อยให้เขามองนาน ก้มลงเกี่ยวขอบกางเกงใน ค่อย ๆ ดึงรูดลงมาตามขา พอหลุดจากปลายเท้า ฉันก็ขยำกางเกงในตัวนั้นไว้ในมือ ก้าวเข้าไปใกล้แล้วยัดมันเข้าไปในปากเขาทันที
"อื้อ! อึก..."
ปราณตาโต หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีที่โดนยัดกางเกงในใส่ปาก เขากัดฟันแน่น ข้อมือข้างหลังเริ่มออกแรงดึงผ้าที่มัดไว้
"ห้ามคราง ห้ามบ่น... มึงขู่กูไว้เยอะแล้วบนรถ คราวนี้หุบปากแล้วดูอย่างเดียว"
ฉันยิ้มมุมปากอย่างสะใจ เอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด แหวกเสื้อออกให้เห็นบราลูกไม้ซีทรูสีดำที่แทบจะเก็บหน้าอกฉันไว้ไม่อยู่
ปราณเริ่มหายใจหอบ ลมหายใจร้อน ๆ รดผ้าในปากจนเปียก สายตาเขามองหน้าอกฉันไม่วางตา ขาเขาเกร็งแน่น ตรงเป้ากางเกงยีนส์ตุงขึ้นมาจนเห็นเป็นรูปชัดเจน
ฉันเอื้อมมือไปข้างหลัง ปลดตะขอบราออก
พรึ่บ...
หน้าอกฉันหลุดพ้นจากบราทันที ฉันถอดเสื้อเชิ้ตกับบราโยนทิ้งไปข้างหลัง เดินไปที่เตียง นั่งพิงหัวเตียงแล้วแยกขาออก
"อื้อออ!" ปราณส่งเสียงในคอ เก้าอี้สั่นเมื่อเขาเริ่มดิ้นสุดแรง
ฉันมองเขานิ่ง ๆ แกล้งยกมือขึ้นมาบีบหน้าอกตัวเอง ปลายนิ้วสะกิดวนตรงยอดอก ส่วนมืออีกข้างเลื่อนลงไปแตะตรงนั้นที่เริ่มแฉะ สอดนิ้วเข้าไปข้างใน
"อ๊า... ปราณ..." ฉันแกล้งครางชื่อเขา หลับตาแอ่นสะโพกขึ้นรับนิ้วตัวเอง
ภาพตรงหน้าทำเอาปราณหมดความอดทน เขากัดฟันแน่น บิดข้อมือสุดแรง แขนเกร็งจนขึ้นเส้นเลือด เขาออกแรงกระชากข้อมือซ้ำ ๆ จนผ้าที่มัดไว้เริ่มคลายและหลุดออกในที่สุด
ตึง!
เก้าอี้ล้มกระแทกพื้น ปราณลุกพรวดขึ้นมา ดึงกางเกงในออกจากปากแล้วเหวี่ยงทิ้งลงพื้น สายตามองตรงมาที่ฉันบนเตียงแบบจะเอาเรื่อง
"พี่แม่ง... โคตรน่าโดนเลยว่ะ"
เสียงเขาแหบต่ำ เขารีบปลดเข็มขัด ถอดกางเกงตัวเองทิ้งอย่างเร็ว ของเขาแข็งจนดันตัวออกมาเต็มที่
ฉันหยุดมือ ชะงักไปนิดหนึ่งกับท่าทางเอาจริงของเขา แต่ก็ยังเชิดหน้ายิ้มท้าทาย
"ก็เข้ามาดิ... ใครห้ามล่ะ"
ปราณก้าวขึ้นเตียงทันที กดตัวฉันลงกับที่นอน
"คืนนี้อย่าหวังว่าจะได้นอนเลยพี่เคท!"
หลังจากนั้นเราก็เอากันไม่หยุด ไล่ตั้งแต่บนเตียง บนโต๊ะ โซฟา ยันประตูกระจกตรงระเบียง สุดท้ายฉันก็นอนหมดสภาพพาดอยู่บนอกเขา หายใจหอบจนแทบไม่มีแรงขยับ ข้างล่างยังระบมไปหมด
มือปราณลูบหลังฉันขึ้นลงช้า ๆ ลูบไปเรื่อย ๆ จนฉันเริ่มหายเหนื่อย
"ไหนบอก... จะทำให้ผมคลั่งตายคาเก้าอี้ไง" เสียงเขาแหบต่ำ ลมหายใจร้อนเป่ารดหัวฉัน
ฉันซุกหน้ากับคอเขา ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับ
"ไอ้เด็กเวร... คนจะตายคือกูนี่"
ปราณหัวเราะในคอ แขนรวบเอวฉันแน่นขึ้น
"คราวหลังก็อย่ายั่วแบบนี้ดิ" เขาพูดเสียงเบาลง ก้มลงจูบขมับที่เปียกเหงื่อของฉันค้างไว้
"เจ็บมากปะ?"
คำถามเป็นห่วงทำเอาฉันชะงักไปนิด ฉันมองคางเขาที่มีเหงื่อเกาะเต็มไปหมด
"เจ็บสิ... ถามโง่ ๆ"
"สมน้ำหน้า" เขาบ่น แต่กลับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงไหล่
"นอนนิ่ง ๆ ไปเลย พรุ่งนี้ไม่ต้องรีบตื่น เดี๋ยวผมลงไปหาอะไรให้กิน"
"สั่งเก่งจังนะ..."
"เออ ก็นอนไปเหอะน่า..."
ฉันค่อยๆ หลับตาลง แต่โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมา ปราณขมวดคิ้ว แต่ยังนอนกอดฉันเฉย
"ไปรับดิ รำคาญ" ฉันดันอกเขาออกแล้วพลิกตัวนอนหงาย
เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ลุกไปหยิบมือถือ หน้าเปลี่ยนทันทีที่เห็นชื่อก่อนจะกดรับสาย
"ครับ... อืม..."
เขาเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง แล้วเดินเลี่ยงออกไปคุยตรงระเบียง ปิดประตูกระจกตามหลัง เสียงคุยเบาจนฟังไม่ได้ยิน แต่ท่าทางตึงเครียดของเขาทำให้รู้เลยว่าใครโทรมา
"งานน่ะ... หนักแน่ครับพี่เคท"เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ กัดติ่งหูฉันเบาๆ แล้วกระซิบ"...โดยเฉพาะกะดึกบนเตียง เตรียมใจไว้เลยว่าผมใช้พี่คุ้มแน่"ฉันขนลุกไปทั้งตัว แต่เอี้ยวตัว สองมือยกขึ้นคล้องคอเขาไว้ นิ้วสอดเข้าไปในผมตรงท้ายทอย ดึงให้เขาก้มลงมามองหน้าใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน"เด็กเวร... หน้าเลือดขนาดนี้ คิดจะใช้งานพี่ยันเช้า ต้องจ่ายโอทีด้วยนะ"ฉันยิ้มมุมปาก จงใจยั่วกลับสายตาเขาเปลี่ยนเป็นดุขึ้นทันที เขาเลื่อนมือลงมาบีบสะโพกฉันแน่น รั้งตัวฉันให้แนบชิดกับเขาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง"ใครบอกว่าพี่เป็นคนทำงาน..." เสียงเขาแหบลง กัดฟันพูดเหมือนพยายามข่มอารมณ์"ตลอดทั้งคืนผมจะจัดการเองหมด... พี่มีหน้าที่แค่นอนครางรับเงินเดือนไปก็พอ"พูดยังไม่ทันขาดคำ ปราณก็ไม่ปล่อยให้ฉันได้เถียง เขากดจูบลงมาทันที จูบหนักๆ แบบเอาแต่ใจ จนความเย็นของลมรอบตัวทำอะไรไม่ได้อีก….สนามบินสุวรรณภูมิตอนนี้คนเยอะมาก ปราณชะงักฝีเท้า แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาคนที่ปั่นป่วนชีวิตเราไม่เลิก"เออ พี่เป้..." เสียงเขานิ่งมาก แต่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกทีปลายสายน่าจะเงียบ หรือไม่ก็เตรียมตั้งรับ เพราะหลังจากเรื่องวันนั้น พี่สาวเขาคง
"คุณปราณไม่ได้มาวุ่นวายครับ... เขาคือตัวแทนที่มีอำนาจตัดสินใจคนเดียวของกองทุนเราในดีลนี้"มิสเตอร์แอนเดอร์สันพูดแทรกขึ้นมาทั้งห้องเงียบกริบขึ้นมาทันทีภัทรหน้าซีดเผือด เขามองสลับไปมาระหว่างตัวแทนกองทุนกับเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสี่ที่เขาเคยมองข้ามมาตลอดปราณไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไร เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ ขยับตัวนั่งหลังตรง ประสานมือไว้บนโต๊ะ สายตามองหน้าพี่เขยที่กำลังเหวออย่างใจเย็น"พี่คิดว่าบอร์ดที่อเมริกาจะยอมปล่อยเงินร้อยล้านให้โปรเจกต์พี่ง่ายๆ โดยไม่มีคนการันตีเหรอครับ?" เสียงของปราณนิ่งมาก ไม่ได้เยาะเย้ย แต่กดดันจนอีกฝ่ายแทบพูดไม่ออก"เงินลงทุนก้อนนี้... มันเป็นกองทุนส่วนตัวในชื่อผม"ภัทรยืนนิ่งไปเลย เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมา หายใจติดขัดเหมือนคนพูดอะไรไม่ออก"เป็นไปไม่ได้... ทำไมฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้" ภัทรเค้นเสียงออกมาปราณกระตุกยิ้มมุมปากนิดเดียว สายตาเรียบเฉยจนดูเย็นชา"พี่ก็ลองกลับไปถามเมียพี่ดูสิครับ..."เขาเว้นจังหวะ แล้วเลื่อนสายตามามองฉันที่ยืนอยู่ข้างหลังภัทรแวบหนึ่ง ปราณเคาะนิ้วลงบนแฟ้มเอกสาร หันไปพยักหน้าให้คุณแอนเดอร์สันนิดเดียว"คุณแอนเดอร์สันกับผมดูตัวเลขทั้งหมดแล้วครั
"พอเถอะปราณ..." ฉันตัดบทหน้านิ่ง "ที่ผ่านมาที่บอกว่าคบกัน... ลึก ๆ นายก็รู้ว่ามันแค่เซ็กส์แก้เหงา ไม่ใช่ความรักด้วยซ้ำ"ฉันยิ้มเยาะตัวเอง นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้"แค่ความอยากเอาชนะ แค่หลง หรือไม่ก็แค่ถูกใจเรื่องบนเตียงเท่านั้นแหละ... ตอนนี้นายเล่นพอแล้วก็กลับบ้านไปเถอะ พี่จะทำงาน"ฉันหยุดพูด สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น"การที่นายเข้ามาในชีวิตพี่... ตอนแรกพี่คิดว่ามันคือกำไร เหมือนได้โชคสองชั้นที่ไม่ต้องลงทุนอะไร... แต่รู้ไหมตอนนี้พี่รู้สึกยังไง?"ฉันมองหน้าเขาตรง ๆ ไม่หลบตา"มันกลายเป็นหนี้เสียก้อนใหญ่ไปแล้วปราณ... การที่พี่ต้องมานั่งรอแชตที่นายไม่เคยส่งมา การที่พี่คิดถึงนายจนเสียงาน มันทำให้พี่คุมตัวเองไม่ได้เลย"ฉันลุกขึ้นยืน ขาแทบไม่มีแรงก้าว"ความสัมพันธ์บ้านี่มันกำลังทำให้ชีวิตพี่พัง... พี่ไม่เหลืออะไรให้เสียแล้ว"ฉันเกลียดตัวเองในตอนนี้ที่สุด... เกลียดที่ปล่อยให้ผู้ชายคนนี้เข้ามาทำให้ชีวิตที่อุตส่าห์จัดระบบไว้ดี ๆ พังไม่เป็นท่า"พอเถอะปราณ... พี่ไม่เอาแล้ว" ฉันตัดบทแล้วหันหลังให้"ออกไปเหอะ กลับไปอยู่ในที่ของนาย แล้วปล่อยให้พี่กลับไปใช้ชีวิตคนเดียวแ
สุดท้าย... ฉันก็เลือกทางที่เซฟที่สุดเรื่องเงินกับหน้าที่การงาน ฉันตัดสินใจตอบตกลงย้ายตามบอสไปเป็นเลขาฯ ที่บริษัทพ่อปูเป้คนอย่างเคทไม่เคยรอโชคชะตา และไม่เสียเวลามานั่งร้องไห้ให้สิ่งที่เสียไปแล้ว ในเมื่อความรักเป็นเรื่องที่คุมไม่ได้ ฉันก็แค่ตัดทิ้ง ฉันเริ่มจัดระเบียบชีวิตตัวเองใหม่ ตัดขาดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา ลบแอปที่เคยใช้คุย ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดที่จะทำให้ฟุ้งซ่านจนเสียงานการไม่เอาความรู้สึกมาปน คือวิธีป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดวันแรกของการทำงานในตึกใหม่ที่ใหญ่และหรูหรากว่าเดิม ฉันใส่สูทสีเข้มเรียบกริบ แต่งหน้าจัดเต็มจนดูนิ่งสนิทเหมือนเดิม แต่พอเปิดประตูเข้าไปในที่ทำงานใหม่ บรรยากาศรอบตัวก็กดดันจนแทบหายใจไม่ออกบอสในฐานะซีอีโอคนใหม่เริ่มใช้งานฉันหนักกว่าเดิม เขาเรียกใช้ฉันแทบทุกสิบนาทีเพื่อโชว์คนอื่นในบอร์ด ส่วนปูเป้ก็ขยันเดินมาที่โต๊ะฉันบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คอยสั่งงานจุกจิกที่ไม่ใช่หน้าที่ฉัน ทั้งหมดก็แค่ตั้งใจจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คือที่ของเธอ"คุณเคทคะ ช่วยสรุปยอดค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเป้ให้หน่อยนะคะ พอดีเป้ยุ่งมาก"ปูเป้วางกองบิลลงบนโต๊ะฉัน แล้วยิ้มเยาะ"อ้อ ลืมไป ที่นี่เราทำงานกันแบบ
หนึ่งเดือนเต็มที่เขาหายไปอยู่อีกซีกโลก...เวลาที่ต่างกันสิบกว่าชั่วโมงทำให้เราคุยกันแค่วันละไม่กี่ประโยค ฉันตัดความฟุ้งซ่านด้วยการทำงานลากยาวจนดึกทุกวัน พยายามบอกตัวเองว่ากลับมานิ่งได้เหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ลึก ๆ ยังรู้สึกโหวงจนน่าหงุดหงิด"สวัสดีค่ะคุณเคท"เสียงของปูเป้ดังขึ้นพร้อมกับที่เธอควงแขนภัทรเดินเข้ามาในห้องทำงาน ท้องเธอเริ่มโตขึ้นชัดเจน นิ้วนางข้างซ้ายใส่แหวนเพชรเม็ดโตจนสะดุดตาฉันลุกขึ้นยืนตามหน้าที่ ยื่นแฟ้มรายงานให้ภัทร"เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ค่ะบอส ส่วนฝ่ายบัญชีฝากถามเรื่องกำหนดการเซ็นอนุมัติงบก่อนบอสจะลงไปดูไซต์งานสัปดาห์หน้า"ยังไม่ทันที่ภัทรจะรับ ปูเป้ก็ยื่นมือมาดึงแฟ้มไปตัดหน้า เธอเปิดดูผ่าน ๆ ก่อนจะเหลือบมองฉันแล้วยิ้มมุมปาก"งานเป๊ะเหมือนเดิมเลยนะคะคุณเคท... ถึงว่า พี่ภัทรถึงอยากหนีบคุณเคทตามไปอยู่ด้วยที่บริษัทคุณพ่อ"ฉันชะงัก หันไปมองหน้าภัทรทันที เขาดูเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด"เป้... พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องนี้พี่จะคุยกับเคทเอง" ภัทรตัดบท ดึงแฟ้มกลับมาถือไว้ "เป้ไปรอที่รถก่อนเถอะ"ปูเป้ไม่สนใจ เธอยกมือลูบท้องตัวเอง มองฉันด้วยสายตาดูถูก"คนตัวคนเดียวอย่างคุณเคท วิ
จังหวะนั้นเอง ภัทรกับปูเป้ก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ภัทรดูเครียดจัด ส่วนปูเป้ยังคงพยายามยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปราณไม่ยอมปล่อยมือฉัน เขาวางแก้วไวน์ลงโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนทันทีแบบไม่ไว้หน้าใคร"อ้าว จะไปไหน" ปูเป้ถามขึ้นมา ปราณเหลือบมองพี่สาว ก่อนจะหันไปจ้องหน้าภัทรตรง ๆ สายตาคู่นั้นดูเอาเรื่องแบบไม่มีเกรงใจ"ไม่อยู่แล้วครับ... แถวนี้กลิ่นไม่ค่อยดี"เขายิ้มมุมปาก มองภัทรตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาดูถูก"กลิ่นพวกคนขี้แพ้ที่ชอบใช้กำลังลับหลัง..."ภัทรหน้าตึงขึ้นทันที กำหมัดแน่นแต่ทำอะไรไม่ได้ปราณไม่รอให้ใครพูดต่อ เขากุมมือฉันไว้แน่น ดึงให้ฉันลุกขึ้นยืนข้างเขา"กลับเถอะเคท... อยู่นานกว่านี้เดี๋ยวมีเรื่อง"หลังคืนที่มีเรื่องกันหน้าห้องน้ำ ทุกอย่างก็กลับมาเงียบ ต่างคนต่างอยู่เหมือนพักรบชั่วคราว แต่ฉันไม่ได้ชะล่าใจ พร้อมรับมือตลอดเวลาตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่เชียงใหม่ ปราณดูแลฉันดีมาก เขาบินมาหาฉันทุกครั้งที่ว่างจากตรวจงานที่โรงงานหรือเข้าประชุมที่กรุงเทพฯความอบอุ่น เซ็กส์ที่เข้ากันได้ดีจนน่ากลัว และการตามใจแบบกวน ๆ ของเขา ค่อย ๆ พังกำแพงที่ฉันตั้งไว้ทีละนิด... และมันเริ่มส่งผลกับสิ่งที่ฉันมั่นใจท





![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

