Share

บทที่ 7 ตัวปัญหา

last update Last Updated: 2026-02-27 18:13:34

ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองที่ฟางเฟยกันหมด ทุกคนต่างมองฟางเฟยด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ฟางเฟยทนกับสายตาที่มองมาไม่ได้ อยากจะวิ่งไปที่รางรถไฟจบชีวิตตัวเอง หานอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปกอดฟางเฟยไว้ ฟางเฟยไม่ยอมผละจากอ้อมกอดของหานอวิ๋น หล่อนโอบกอดหานอวิ๋นส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุด

ให้ตายยังไงฟางเฟยก็ไม่ยอมให้หานอวิ๋นเดินทางไปที่เมืองฟู่หยาง ครู่นั้นทางคณะก็ได้วิ่งมาบอกว่ารถไฟเดินทางไปที่เมืองหลิงหยางได้เคลื่อนตัวออกจากสถานีไปแล้ว สุดท้าย...ฟางเฟยก็ต้องเปลี่ยนที่หมายไปที่เมืองฟู่หยางกับหานอวิ๋นแทน ทุกคนที่รู้แบบนั้นก็ไม่พอใจมาก หลิวเหนียงเป็นกังวล กลัวว่าไป่ฉิงจะถูกฟางเฟยกับหานอวิ๋นเอาเปรียบ

ทางด้านไป่ฉิง...เธอไม่ได้สนใจหานอวิ๋นกับฟางเฟย ตอนนี้เธอหาที่นั่งของตัวเองได้แล้ว เป็นเตียงนอนสะดวกสบายมาก เธอมองผ่านหน้าต่างเห็นพ่อกับแม่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอก็รีบโบกมือลาพวกท่าน ไป่ฉิงนำผ้าปูที่นอนออกมา จากนั้นก็เดินไปนอนที่เตียงของตัวเอง

ความจริงแล้ว...หานอวิ๋นก็ได้ตั๋วที่นอนเหมือนกับไป่ฉิง แต่...เพราะว่ามีฟางเฟยตามติดไม่ห่าง พ่อของหานอวิ๋นถึงได้ไปเปลี่ยนตั๋วที่นอนเป็นตั๋วที่นั่งแทน ไม่มีสองคนนั้นมารบกวนจิตใจเธอ ไป่ฉิงถึงได้รู้สึกสบายใจหน่อย

“สวัสดี ฉันชื่อจางหลิวหลิงนะ กำลังเดินทางไปที่หมู่บ้านหมิงกวง แล้วเธอล่ะ ? ”

มีผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยทักไป่ฉิง ตอนนี้ภายในห้องนี้มีแค่เธอกับผู้หญิงที่ชื่อว่าหลิวหลิงเท่านั้น พวกเขากำลังเดินทางไปที่หมู่บ้านหมิง กวง ช่างเป็นอะไรที่บังเอิญจริง ๆ ไป่ฉิงรู้สึกถูกชะตากับหลิวหลิงมาก

“ฉันหวงไป่ฉิง กำลังเดินทางไปที่หมู่บ้านหมิงกวงเหมือนกัน” ไป่ฉิงคลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตร พวกเขาสองคนอายุเท่า ๆ กัน คุยกันได้ไม่นานก็สนิทกัน

ไป่ฉิงนั่งคุยกับหลิวหลิงอยู่พักใหญ่ พอรถไฟนิ่งที่สถานีรับผู้โดยสาร ก็มีผู้โดยสารขึ้นมาบนรถไฟเพิ่มอีกหลายคน วันนี้ไป่ฉิงตื่นเช้า เธอเผลอหลับไปเมื่อไรไม่รู้ตัว

“ไป่ฉิงตื่นได้แล้ว เรามาทานข้าวเที่ยงกันเถอะ ทานเสร็จค่อยพักผ่อน” หลิวหลิงเป็นห่วง จึงเดินมาปลุกไป่ฉิง

“อืม ขอบใจเธอมากนะหลิวหลิง” ผู้โดยสารที่อยู่บนรถไฟกำลังทานมื้อเที่ยงกันอยู่ มีผู้โดยสารบางคนเดินไปซื้อข้าวอีกห้องหนึ่ง ไป่ฉิงกับหลิวหลิงหยิบปิ่นโตของตัวเองมา คนอื่น ๆ ที่เห็นอาหารของพวกเธอแล้วถึงกับอิจฉาตาร้อน

กับข้าวของหลิวหลิงมีข้าว เนื้อย่างแล้วก็ผัดผักบุ้ง ส่วนกับข้าวของไป่ฉิงมีข้าว ผัดเนื้อหมู ผัดเต้าหู้ ขณะที่ไป่ฉิงกับหลิวหลิงกำลังจะทานข้าวอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“คงเป็นลูกสาวของศักดิ์นาสินะ คอยรีดไถเงินจากชาวบ้านถึงได้กินดีอยู่ดีแบบนี้ คงลืมไปแล้วสินะว่าเงินนั่นได้มายังไง ?”

ผู้หญิงคนนั้นเห็นกับข้าวของไป่ฉิงกับหลิวหลิงแล้วก็อดที่จะแซะไม่ได้ พอหันมามองกับข้าวของตัวเองมีแค่หมั่นโถวกับผักดอง ผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ

“หลิวหลิง เมื่อกี้เธอได้ยินอะไรไหม ? ฉันได้ยินเหมือนเสียงสุนัขเห่าเลย ฉันต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่บนรถไฟแล้วว่ามีคนปล่อยสุนัขออกจากรงเที่ยวเห่าไปทั่ว” ไป่ฉิงปรายตามองผู้หญิงคนนั้น

“ใช่ ๆ ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน ฉันไม่อยากถูกสุนัขบ้ากัดตายอยู่บนนี้หรอกนะ”

หลิวหลิงเหยียดยิ้มที่มุมปากเห็นด้วยกับไป่ฉิง ทั้งสองแบ่งอาหารให้กันกิน ผู้หญิงคนนั้นเห็นแบบนั้นก็ยิ่งเดือด

“นี่พวกเธอสองคนกำลังว่าใคร ?!! ห้ะ !! พวกเธอสองคนหาว่าฉันคือสุนัขบ้าหรือ ?!! ฉันเองก็จะไปฟ้องร้องเหมือนกันว่าพวกเธอสองคนคือลูกสาวของศักดิ์นา !! ”

“เธอนั่นแหละยอมรับว่าตัวเองคือสุนัขบ้า !! ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย !! ถ้าเธอจะฟ้องร้องก็ฟ้องร้องให้ถูกคนด้วยนะ !! ครอบครัวฉันเป็นถึงทหาร !! ฉันคือยุวชนที่ทางคณะส่งตัวไปที่หมู่บ้านหมิงกวง !! ถ้าเธอไม่มีหลักฐานก็อย่ามาใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้!! ฉันเองก็จะฟ้องร้องเธอเหมือนกัน !! มาดูสิว่าใครจะชนะ !! ถ้าเธออยากไปทำงานที่เหมืองก็เชิญ !! รีบไปฟ้องร้องสิ !! ”

ไป่ฉิงกลัวซะที่ไหน ผู้หญิงคนนั้นไม่กล้าพูดอะไรอีก ครอบครัวของไป่ฉิงเป็นถึงทหาร ใครเขาอยากจะมีเรื่องด้วยเล่า...

ทางด้านของหานอวิ๋น...เขาหงุดหงิดฟางเฟยมากที่หล่อนตามติดเขาไม่ห่างแบบนี้ ฟางเฟยไม่มีอะไรทั้งนั้น หล่อนจะต้องพึ่งหานอวิ๋น แต่...แม่ของหานอวิ๋นเอาเงินเก็บของเขาไปหมดแล้ว เขาเองก็ไม่อยากใช้เงิน 10 หยวนนี้ไปซื้อข้าวให้ฟางเฟย หานอวิ๋นเป็นคนที่รักสะอาด เขาเองก็ไม่อยากให้ฟางเฟยใช้ช้อนร่วมกับเขา ไม่อยากแบ่งข้าวให้ฟางเฟยกินด้วย แต่...เขาทนเห็นฟางเฟยอดข้าวไม่ได้

“พี่หานอวิ๋น เราไปทานข้าวกันเถอะค่ะ ฉันหิวแล้ว” ฟางเฟย อยากจะพาหานอวิ๋นไปซื้อข้าวให้หล่อน เมื่อเช้านี้หล่อนยังไม่ได้กินอะไรเลย เมื่อเช้านี้แม่เลี้ยงทำแค่ข้าวโพดซุบแป้งทอดให้หล่อนกิน ถ้าหล่อนนำข้าวโพดซุบแป้งทอดออกมากินต่อหน้าหานอวิ๋นแล้วละก็ หานอวิ๋นจะมองหล่อนยังไง ?

ทุกคนที่อยู่บนรถไฟต่างก็มีอาหารดี ๆ กินทั้งนั้น ส่วนหล่อนมีแค่ข้าวโพดซุบแป้งทอด หล่อนไม่กล้าล้วงเอาออกมากินต่อหน้าทุกคนหรอกนะ ปิ่นโตที่หานอวิ๋นซื้อให้หล่อน แม่เลี้ยงก็แย่งไปให้ลูกสาวของแม่เลี้ยงแล้ว หล่อนไม่มีอะไรติดตัวเลยจริง ๆ

“พี่มีส่วนของพี่แล้ว เรากินที่นี่ก็ได้ ไม่ต้องไปซื้อข้าวให้สิ้นเปลืองหรอก”

หานอวิ๋นจำใจต้องหยิบเอาปิ่นโตออกมา เขาแบ่งข้าวให้ฟางเฟยทานด้วยกัน แต่...ช้อนกับตะเกียบมีแค่คู่เดียวเท่านั้น ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น หานอวิ๋นจำใจต้องให้ฟางเฟยใช้ช้อนกับตะเกียบก่อน หลังจากที่ฟางเฟยทานข้าวเสร็จ เขาถึงนำช้อนกับตะเกียบไปทำความสะอาด แล้วถึงมาทานข้าวของตัวเอง

ตอนนี้หานอวิ๋นเขารู้สึกอึดอัดมาก ๆ เขานั่งอยู่บนรถไฟเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ฟางเฟยกลับตามติดเขาไม่ห่าง เขาอยากจะอยู่ให้ห่างจากฟางเฟยแต่ก็ทำไม่ได้ ถ้าฟางเฟยไม่ตามติดเขาแบบนี้ ป่านนี้เขาคงสบายอยู่บนเตียงแล้ว แต่...ฟางเฟยกลับไม่รู้ตัวว่าหานอวิ๋นกำลังรำคาญตน หล่อนเอาแต่พูดอยู่ไม่หยุด

“ฟางเฟย หยุดพูดได้ไหม ? พี่เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” พูดจบ...หานอวิ๋นก็รีบขยับห่างจากฟางเฟย ฟางเฟยเห็นแบบนั้นน้ำตาถึงกับคลอเบ้า น้ำตาเท่านั้นที่จะทำให้หานอวิ๋นใจอ่อน หานอวิ๋นจะต้องคุกเข่าต่อหน้าหล่อน

หานอวิ๋นรู้ว่าฟางเฟยกำลังร้องไห้อยู่ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ความรู้สึกเกลียด หงุดหงิด ไม่พอใจเริ่มผุดเข้ามาในหัวของเขา ตอนนี้หานอวิ๋นรู้สึกเสียใจมากที่เลือกฟางเฟย ถ้าเขารู้ว่าฟางเฟยจะเป็นภาระเขาคงไม่ยุ่งกับฟางเฟย ตอนนี้เขารู้สึกเกลียดฟางเฟยมากจริง ๆ

“พี่หานอวิ๋น พี่เมินเฉยกับฉันแบบนี้ได้ยังไงคะ ? พี่ไม่รักฉันแล้วหรือ ? เป็นเพราะไป่ฉิงใช่ไหม ?” ฟางเฟยตั้งใจพูดเสียงดังไม่ยอมให้หานอวิ๋นได้พักผ่อน

“เงียบได้แล้ว ไป่ฉิงคือน้องสาวของพี่ อย่าพูดจาแบบนั้นอีก ถ้าเธอยังไม่หยุด ฉันจะเลิกกับเธอนะฟางเฟย !! ”

หานอวิ๋นเดือดพล่าน ฟางเฟยต้องการอะไรจากเขาอีก ? ถ้าคนอื่นมาได้ยินเข้าคิดว่าเขากับไป่ฉิงทำเรื่องอย่างว่าจริง ๆ เขาจะต้องโทษหนักแน่ ๆ ตอนนี้ไป่ฉิงคือน้องสาวเขา ฟางเฟยรู้ไม่ใช่หรือ ? ทำไมถึงได้พูดแบบนั้นออกมาได้ ? ฟางเฟยนี่โง่จริง ๆ เลย...

นั่งรถไฟนานสองวัน...สุดท้ายไปฉิงก็เดินทางมาถึงที่เมืองฟู่หยาง ทางคณะได้แจ้งกับกลุ่มยุวชนว่าประมาณบ่ายสองจะมีคนมารับพวกเขาที่ชุมชน เธอเดินทางมาถึงช่วงเช้า ไป่ฉิงจึงได้ปรึกษากับหลิวหลิงว่าอยากจะเช่าห้องพักพักผ่อนก่อน พอถึงบ่ายสองค่อยไปรอที่ชุมชน

“ไป่ฉิง เราไปหาห้องพักกันเถอะ เพิ่งจะ 8 โมงเช้าเอง กว่าจะถึงบ่ายสองอีกตั้งหลายชั่วโมง จากชุมชนไปที่หมู่บ้านหมิงกวงไม่ไกลเท่าไรนัก ถ้าเรานั่งรอที่ชุมชนนานหลายชั่วโมงแบบนั้นจะต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ ”

“ได้สิ เราไปกันเถอะ” ไป่ฉิงเดินไปเอาสัมภาระ ก่อนจะเดินตามหลิวหลิงไป

หานอวิ๋นกับฟางเฟยลงมาจากรถไฟ เขาก็อยากจะเดินไปหาไป่ฉิง แต่...เขากลับไม่รู้ว่าไป่ฉิงหายไปใน ยืนรอหลายชั่วโมงก็ไม่เห็นไป่ฉิงโผล่หน้ามาสักที

“พี่หานอวิ๋น เราไปกันเถอะ เราจะยืนอยู่ที่นี่ทำอะไรคะ ?” ฟางเฟยยืนรอตั้งนาน ตอนนี้หล่อนปวดขาไปหมดแล้ว หานอวิ๋นกำลังยืนรอใครอยู่ก็ไม่รู้

“เธอรอพี่อยู่ตรงนี้นะ พี่จะไปถามเจ้าหน้าที่ที่นี่ดูก่อน” สิ้นประโยค...หานอวิ๋นก็รีบถือสัมภาระไปที่หน้าสถานีรถไฟ ฟางเฟยไม่ยอมรอ หล่อนรีบวิ่งตามหานอวิ๋นไปติด ๆ ฟางเฟยรู้สึกล้ามาก นั่งอยู่บนรถไฟนานสองวันหล่อนไม่ได้พักเลย หานอวิ๋นเองก็รู้สึกไม่ต่างจากฟางเฟย เขาทั้งหิวทั้งเหนื่อย

พอหานอวิ๋นไปถามเจ้าหน้าที่ที่หน้าสถานีรถไฟ ถึงได้รู้ว่าไป่ฉิงกับเพื่อนออกไปจากที่นี่ตั้งนานแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่น ไม่รู้ว่าไป่ฉิงกำลังอยู่ที่ไหน เขาก็รีบเดินไปรอรถโดยสารมุ่งหน้าไปที่ชุมชน อยู่บนรถเต็มไปด้วยผู้คน กลิ่นไม่พึ่งประสงค์ลอยมาแตะจมูกเขาอยู่เป็นระยะ

“พี่หานอวิ๋น มานั่งกับฉันสิ” ฟางเฟยเอ่ยบอกพร้อมกับขยับให้เขานั่ง แต่...พอหานอวิ๋นเห็นสายตาของทุกคนอยู่บนรถมองมาที่เขาแล้ว เขาก็โกรธฟางเฟยมาก

“นี่นังหนู นังหนูมาจากเมืองใหญ่ใช่หรือไม่ ? ทำไมถึงไม่เจียมเนื้อเจียมตัว ชวนผู้ชายนั่งด้วยได้ยังไง ? ไม่อายบ้างหรือ ?”

ฟางเฟยกับหานอวิ๋นได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้าแดง หานอวิ๋นโกรธมาก ไม่รู้ว่าฟางเฟยเป็นอะไรถึงได้พูดแบบนั้นออกมาได้ ? หล่อนไม่อายบ้างเลยหรือ ?

“เฮ้อ ~ รู้สึกดีมากเลย อยู่บนรถไฟนานสองวันไม่ได้อาบน้ำรู้สึกไม่สบายตัวมาก ๆ ได้อาบน้ำแล้วเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลยว่าไหมไป่ฉิง ?” หลิวหลิงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็รู้สึกดีไม่น้อย

“ฉันก็เหมือนกับเธอนั่นแหละหลิวหลิง เรารีบเก็บของไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว”

ไป่ฉิงรีบเดินไปเก็บของ ทานข้าวเสร็จพวกเธอจะจ้างรถลากไปที่ชุมชน แต่ตอนนี้พวกเขาจะต้องไปหาอะไรกินกันก่อน หลังจากที่เก็บของเสร็จ ไป่ฉิงกับหลิวหลิงก็รีบไปที่ร้านอาหารรัฐ ก่อนจะออกจากร้านมา ไป่ฉิงไม่ลืมที่จะซื้อซาลาเปาติดมือมาด้วย พอออกมาจากร้านแล้ว ไป่ฉิงกับหลิวหลิงก็รีบเดินไปหารถลากไปที่ชุมชน

“ไป่ฉิง เธอดูนั่นสิ ดูเหมือนรถโดยสารจะมีปัญหานะ” ไป่ฉิงมองตามหลิวหลิงก็เห็นหานอวิ๋นกับฟางเฟยยืนอยู่ตรงนั้น เนื้อตัวหานอวิ๋นกับฟางเฟยมอมแมมดูไม่ต่างจากผู้คนที่นี่เลยสักนิด

“ช่างพวกเขาเถอะ เราอย่าไปสนใจเลยนะ อยู่ห่าง ๆ พวกเขาสองคนไว้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 10 กลัวใครซะที่ไหน

    “ไป่ฉิงเธอเพิ่งจะมาถึงที่นี่ เธอคงยังไม่รู้อะไร เหิงเยว่มีสมุนที่นี่ พวกเราถึงได้เกรงใจเหิงเยว่ทำตามที่เหิงเยว่บอกทุกอย่าง เธอรู้ไหมว่าคนของเหิงเยว่เป็นใคร คือหานลู่นะ ใคร ๆ ก็กลัวหานลู่กันทั้งนั้น เมื่อก่อนพวกเราก็เคยมีปากเสียงกับเหิงเยว่เหมือนกัน เหิงเยว่ไม่ได้แค่ขู่ แต่เหิงเยว่ลงมือทำจริง เหิงเยว่ให้หานลู่มาขู่พวกเราถึงที่นี่ ยุวชนชายบางคนถูกหานลู่ทำร้ายร่างกายนอนป่วยอยู่นานหลายวัน หานลู่คือคนที่นี่ ชาวบ้านที่นี่กลับไม่ชอบขี้หน้าพวกเรา เธอต้องระวังตัวด้วยนะไป่ฉิง อีกอย่าง...เครื่องใช้ในครัวเป็นของเหิงเยว่หมด พวกเรามาที่นี่ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วยเลย จำเป็นต้องใช้ของเหิงเยว่ พวกเราไม่มีใครกล้าอยู่ฝั่งเธอนะไป่ฉิง”ยุวชนหญิงคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เตียงหลิวหลิงเดินมาเตือนสติพวกเขาสองคน แต่ไป่ฉิงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร“ขอบคุณพี่มากนะคะ ฉันรู้ว่าฉันควรจะทำอะไร ประเทศเรามีกฎหมายนิคะ เราไม่ต้องไปกลัวใครหรอกค่ะ ใครทำอะไรเรา เราก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจัดการผู้ที่กระทำผิดก็พอค่ะ เราอย่าไปยอมให้คนพวกนั้นมาเอาเปรียบเราสิคะ”ไป่ฉิงรู้ว่าเธอไม่ควรประมาท ทำอะไรก็ต้องมีสติ ฟางเฟยรู้ว่าไป่ฉิงมี

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 9 ไป่ฉิงคนปากแจ๋ว

    “พี่หานอวิ๋น พี่ช่วยฉันหน่อยสิคะ ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ” ฟางเฟยเหนื่อยแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ให้หล่อนมาเดินท่ามกลางอากาศร้อนแบบนี้ อีกไม่นานหล่อนได้กลายเป็นศพตรงนี้แน่ ต่อให้หล่อนไม่ได้สุขสบายเหมือนไป่ฉิง แต่หล่อนก็ไม่เคยลำบากแบบนี้มาก่อนหานอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่น จำใจต้องล้วงเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้ฟางเฟยกิน จะให้เขาแบกฟางเฟยขึ้นหลังก็ไม่ไหว ตัวเขาเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน ฟางเฟยเห็นหานอวิ๋นยื่นลูกอมมาตรงหน้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เขามีลูกอมอยู่ทำไมไม่เอาออกมาให้หล่อนกินตั้งแต่แรก เมื่อเช้าพวกเขาสองคนมัวแต่ยืนรอไป่ฉิง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยพวกเขารอคนขับซ่อมรถก็เกือบชั่วโมงแล้ว ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ร่างกายหล่อนแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้ว หล่อนเกือบจะเป็นลมไปแล้ว หานอวิ๋นเพิ่งจะเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้หล่อนกินอย่างนั้นหรือ“ทำไมพี่ไม่เอาลูกอมนี่ออกมาให้ฉันกินตั้งแต่แรกคะ ? ”“พี่มีไม่เยอะ ถ้าพี่เอาออกมาให้เธอกินหมด แล้วพี่จะกินอะไร ?” หานอวิ๋นอึดอัดมาก ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่ที่บ้านเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เขารู้สึกว่าฟางเฟยคือตัวปัญหา คือภาระ เขาอยู่ข้างไป่ฉิงไม่เคยลำบากแบบนี้ด้วยซ้ำ“นี่พี่ พี่ชื

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 8 หมายตา

    ไป่ฉิงไม่อยากยุ่งกับสองคนนั้น เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะบอกให้คนขับรถลากรีบบังคับรถผ่านหานอวิ๋นกับฟางเฟยไป“พี่หานอวิ๋น นั่นใช่ไป่ฉิงไหมคะ ? ” เมื่อกี้รถลากของไป่ฉิงผ่านไป ฟางเฟยบังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าพอดี หล่อนเชื่อว่าหล่อนมองไม่ผิดแน่หานอวิ๋นได้ยินฟางเฟยบอกแบบนั้นก็รีบมองตามรถลากนั้นไป แต่...เขากลับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อให้ไป่ฉิงโกรธเขามากแค่ไหนเธอก็ไม่ทางทิ้งเขาให้ลำบากได้ เธอจะต้องช่วยเขาไม่ใช่ปล่อยเขาไปแบบนี้ เขารู้ดีว่าไป่ฉิงเป็นคนยังไง ภายนอกอาจจะดูเย็นชา แต่จิตใจเธออ่อนโยนมาก“พี่หานอวิ๋น พี่ดีกับไป่ฉิงขนาดนั้น ดูไป่ฉิงทำกับพี่สิคะ ปล่อยให้พี่มาลำบากแบบนี้ได้ยังไง ? ไป่ฉิงไม่คิดที่จะช่วยพวกเราสองคนด้วยซ้ำ”ฟางเฟยกระทืบเท้าไปมาด้วยความโกรธ หล่อนกลับไม่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้กับไป่ฉิง หานอวิ๋นไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น ทางด้านของไป่ฉิง...เธอกับหลิวหลิงมาถึงที่ชุมชนได้ทันเวลาพอดี พวกเขาสองคนยังมีเวลาไปทำอย่างอื่น เธอเดินไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินไปตามหาคนที่มารับพวกเขา“อาคะ ฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ เราจะไปที่หมู่บ้านหมิงกวงได้ยังไงคะ ? ฉันคือยุวชนมาจา

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 7 ตัวปัญหา

    ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองที่ฟางเฟยกันหมด ทุกคนต่างมองฟางเฟยด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ฟางเฟยทนกับสายตาที่มองมาไม่ได้ อยากจะวิ่งไปที่รางรถไฟจบชีวิตตัวเอง หานอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปกอดฟางเฟยไว้ ฟางเฟยไม่ยอมผละจากอ้อมกอดของหานอวิ๋น หล่อนโอบกอดหานอวิ๋นส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุดให้ตายยังไงฟางเฟยก็ไม่ยอมให้หานอวิ๋นเดินทางไปที่เมืองฟู่หยาง ครู่นั้นทางคณะก็ได้วิ่งมาบอกว่ารถไฟเดินทางไปที่เมืองหลิงหยางได้เคลื่อนตัวออกจากสถานีไปแล้ว สุดท้าย...ฟางเฟยก็ต้องเปลี่ยนที่หมายไปที่เมืองฟู่หยางกับหานอวิ๋นแทน ทุกคนที่รู้แบบนั้นก็ไม่พอใจมาก หลิวเหนียงเป็นกังวล กลัวว่าไป่ฉิงจะถูกฟางเฟยกับหานอวิ๋นเอาเปรียบทางด้านไป่ฉิง...เธอไม่ได้สนใจหานอวิ๋นกับฟางเฟย ตอนนี้เธอหาที่นั่งของตัวเองได้แล้ว เป็นเตียงนอนสะดวกสบายมาก เธอมองผ่านหน้าต่างเห็นพ่อกับแม่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอก็รีบโบกมือลาพวกท่าน ไป่ฉิงนำผ้าปูที่นอนออกมา จากนั้นก็เดินไปนอนที่เตียงของตัวเองความจริงแล้ว...หานอวิ๋นก็ได้ตั๋วที่นอนเหมือนกับไป่ฉิง แต่...เพราะว่ามีฟางเฟยตามติดไม่ห่าง พ่อของหานอวิ๋นถึงได้ไปเปลี่ยนตั๋วที่นอนเป็นตั๋วที่นั่งแทน ไม่มีสอ

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 6 หนีไม่พ้นจริง ๆ

    ทั้งสองครอบครัวนั่งคุยกันอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้ สุดท้ายไป่ฉิงก็ได้พ่อกับแม่มาเพิ่มอีกคน ซูหยวนนำข้าวของมากมายมาให้พ่อกับแม่ของไป่ฉิงเพื่อนตอบแทนค่าเลี้ยงดู มีทั้งเครื่องประดับที่เป็นหยก เสื้อผ้ารองเท้า รวมถึงเครื่องนอนด้วย ตอนแรกไป่ฉิงก็ไม่กล้ารับไว้เพราะเกรงใจพ่อกับแม่ของหานอวิ๋น พอพ่อกับแม่เห็นดีให้เธอรับ เธอถึงกล้ารับของนั้นมาพอหานอวิ๋นรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขารับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาวอีกคน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รู้สึกไม่ดี ไม่ค่อยจะพอใจนัก เขาอยากจะให้พ่อกับแม่เปลี่ยนใจไม่รับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาว เขารับไม่ได้หรอกนะที่อยู่ ๆ พ่อกับแม่ของเขาก็รับอดีตคู่หมั้นให้มาเป็นน้องสาวเขา หาน อวิ๋นรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไปมือหนาทาบไปที่หน้าอกของตัวเอง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจนะ ? เขาเป็นอะไรกันแน่ ? เขาเกลียดไป่ฉิงนักไม่ใช่หรือ ? เขาไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิตเขาไม่ใช่หรือ ? หานอวิ๋นได้แต่ถามตัวเองว่าผู้หญิงที่เขารักคือฟางเฟยจริง ๆ หรือ ? ตอนนี้เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ ?“พี่หานอวิ๋น พี่ไปย่างเนื้อสิครับ” น้องชายของหานอวิ๋นเห็นเขานิ่งไปไม่ขยับเขยื้อนก็รีบเอ

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 5 ไม่เหลืออะไรแล้ว

    ไป่ฉิงเห็นแม่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบคว้าแขนแม่เธอไว้ หลิวเหนียงหันมามองไป่ฉิง เห็นไป่ฉิงพยักหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจได้ทันที ตนก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ปล่อยให้ลูกสาวเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“เธอเพิ่งรู้ตัวเหรอว่าเธอชอบไปอาศัยข้าวที่บ้านฉันน่ะ ถึงเวลาที่เธอจะต้องเลี้ยงข้าวฉันกับแม่แล้ว ถ้าฉันปฏิเสธความหวังดีของเธอ เธอคงเสียใจมากสินะฟางเฟย ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ประหยัดเงิน”“ป้าคะ ฉันขอสั่งอาหารเพิ่มค่ะ ขอซาลาเปาไส้หมูสับ 5 ลูก น้ำอัดลม 2 ขวด เงินกับคูปองป้าเก็บกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย โชคดีจริง ๆ เงินกับคูปองที่มีอยู่ตอนนี้เหลือไม่เยอะ เพราะต้องเลี้ยงข้าวผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ตอนนี้เงินกับคูปองที่มีอยู่เหลือน้อยมาก ขอบคุณนะฟางเฟยที่เลี้ยงข้าวฉันกับแม่ ฉันไปก่อนนะ”พูดจบ...ไป่ฉิงก็รีบถือถาดอาหารไปที่โต๊ะ เธอไม่อยากจะสนใจว่าฟางเฟยกับหานอวิ๋นจะรู้สึกยังไง ฟางเฟยไม่อยากจะเชื่อว่าไป่ฉิงจะตอกกลับหล่อนได้เจ็บแสบแบบนี้ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ ปกติแล้วไป่ฉิงจะต้องด่าหล่อน มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ใช่หรือ ? ไป่ฉิงพูดแบบนี้แล้ว หล่อนจะต้องทำยังไง ?“คูปองข้าว 5 จิน คูปองเนื้อ 2 จิน เงินอีก 3

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status