Share

บทที่ 5 ไม่เหลืออะไรแล้ว

last update Last Updated: 2026-02-16 13:03:24

ไป่ฉิงเห็นแม่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบคว้าแขนแม่เธอไว้ หลิวเหนียงหันมามองไป่ฉิง เห็นไป่ฉิงพยักหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจได้ทันที ตนก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ปล่อยให้ลูกสาวเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

“เธอเพิ่งรู้ตัวเหรอว่าเธอชอบไปอาศัยข้าวที่บ้านฉันน่ะ ถึงเวลาที่เธอจะต้องเลี้ยงข้าวฉันกับแม่แล้ว ถ้าฉันปฏิเสธความหวังดีของเธอ เธอคงเสียใจมากสินะฟางเฟย ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ประหยัดเงิน”

“ป้าคะ ฉันขอสั่งอาหารเพิ่มค่ะ ขอซาลาเปาไส้หมูสับ 5 ลูก น้ำอัดลม 2 ขวด เงินกับคูปองป้าเก็บกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย โชคดีจริง ๆ เงินกับคูปองที่มีอยู่ตอนนี้เหลือไม่เยอะ เพราะต้องเลี้ยงข้าวผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ตอนนี้เงินกับคูปองที่มีอยู่เหลือน้อยมาก ขอบคุณนะฟางเฟยที่เลี้ยงข้าวฉันกับแม่ ฉันไปก่อนนะ”

พูดจบ...ไป่ฉิงก็รีบถือถาดอาหารไปที่โต๊ะ เธอไม่อยากจะสนใจว่าฟางเฟยกับหานอวิ๋นจะรู้สึกยังไง ฟางเฟยไม่อยากจะเชื่อว่าไป่ฉิงจะตอกกลับหล่อนได้เจ็บแสบแบบนี้ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ ปกติแล้วไป่ฉิงจะต้องด่าหล่อน มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ใช่หรือ ? ไป่ฉิงพูดแบบนี้แล้ว หล่อนจะต้องทำยังไง ?

“คูปองข้าว 5 จิน คูปองเนื้อ 2 จิน เงินอีก 3 หยวน” พนักงานขายยื่นมือมาตรงหน้าฟางเฟย

ฟางเฟยได้ยินทุกอย่าง แต่หล่อนทำเป็นไม่ได้ยินอะไร หล่อนรอให้หานอวิ๋นควักเงินออกมาจ่าย จากนั้นหล่อนจะบีบน้ำตาให้เขาสงสาร ให้หานอวิ๋นปลอบใจก่อน หล่อนถึงจะสั่งอาหาร ฟางเฟยรออยู่นานก็ไม่เห็นหานอวิ๋นยอมควักเงินกับคูปองออกมาสักที พนักงานขายเรียกหล่อนไม่หยุด

ฟางเฟยหันขวับไปมองหานอวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไฟโทสะ หานอวิ๋นไม่พูดไม่จาอะไรรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ฟางเฟยเห็นหาน อวิ๋นไม่ยอมควักเงินออกมาจ่ายสักที หล่อนจำใจต้องควักเงินเก็บของตัวเองออกมาจ่ายแทน คูปองเนื้อหล่อนลำบากมากกว่าจะแลกมาได้ หล่อนอยากจะเก็บคูปองเนื้อนี้ไว้ใช้ยามที่จำเป็น ไม่คิดว่าจะต้องควักมาใช้ในยามนี้

หลังจากที่ฟางเฟยจ่ายเงินเสร็จ หล่อนก็รีบเดินออกมาจากร้าน หล่อนไม่อยากกินอะไรแล้ว ก่อนที่ฟางเฟยจะเดินออกมาจากร้าน หล่อนได้หันกลับไปมองไป่ฉิง ในแววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น ไป่ฉิงเห็นฟางเฟยมองมาที่เธอกับแม่ก็เหยียดยิ้มที่มุมปาก ฟางเฟยคงโกรธเธอมากสินะที่ผลาญเงินกับคูปองของหล่อน

“ฉิงฉิงลูก แม่ไม่คิดเลยนะว่าฟางเฟยจะเป็นคนแบบนั้น หน้าตาก็ดีทำไมถึงทำตัวแบบนั้นก็ไม่รู้ หนูอยู่ให้ห่างจากฟางเฟยนะลูก แม่เป็นห่วงแค่แม่ของหานอวิ๋น ได้ฟางเฟยมาเป็นสะใภ้จะต้องปวดหัวมากแน่ ๆ ”

หลิวเหนียงถอนหายใจแรง คนเป็นลูกนี่ทำลายความรักของพ่อกับแม่ที่มีให้จริง ๆ ถ้าลูกเลือกคู่ชีวิตผิดคนเป็นพ่อเป็นแม่เสียใจมากแค่ไหนไม่มีใครรู้ได้ แต่ว่า...หานอวิ๋นไม่ใช่ลูกชายของตน เหลียวหนิงก็ไม่อยากเข้าไปยุ่ง

“แม่คะ แม่อย่าเป็นกังวลไปเลยนะคะ ฟางเฟยต่อกลกับน้าซูหยวนไม่ได้หรอกนะคะ ฟางเฟยแต่งเข้าไปเป็นลูกสะใภ้ที่บ้านเหอเมื่อไร ฟางเฟยจะรู้เองว่านรกบนดินเป็นยังไง”

ไป่ฉิงเอ่ยบอกด้วยสีหน้าและแววตาที่เปียมสุข ได้กินอาหารที่ไม่ต้องเสียคูปองเลยสักใบ เป็นอะไรที่อร่อยที่สุด...ทางด้านของฟางเฟย หานอวิ๋นกำลังวิ่งตามมาติด ๆ

“ฟางเฟย เธอเป็นอะไรไป ? เมื่อเช้านี้เธอบอกกับพี่ว่าอยากจะให้พี่พาเธอมาทานข้าวที่นี่ไม่ใช่หรือ ? ทำไมอยู่ ๆ ถึงเดินออกมาแบบนี้เล่า เรารีบกลับเข้าไปข้างในเถอะ”

หานอวิ๋นวิ่งมาคว้าแขนของฟางเฟยไว้ ในใจเขาก็สงสัย อยู่ ๆ ฟางเฟยจะอยากไปเลี้ยงข้าวไป่ฉิงกับแม่ทำไมก็ไม่รู้ ตอนนี้กลับมาโกรธเขาแบบนี้หรือ ?

“พี่ยังมีหน้ามาถามอีกหรือ ? ฉันไม่มีเงินแล้ว ฉันจะเอาเงินกับคูปองที่ไหนมาจ่ายค่าข้าวคะ ? พี่ไม่เห็นหรือว่าเมื่อครู่ฉันจ่ายค่าข้าวให้ไป่ฉิงกับแม่ของไป่ฉิงไปจนหมดตัวแล้วน่ะ พี่เองก็ไม่ช่วยฉันเลย มีใครเหมือนไป่ฉิงบ้างคะ ? เที่ยวใช้เงินกับคูปองของคนอื่นไปทั่วแบบนี้ ?!! ”

ฟางเฟยตวาดเสียงดัง หล่อนกลับไม่นึกตอนที่หล่อนไปทานข้าวที่บ้านไป่ฉิงเลยสักนิด อีกอย่าง...หลายวันมานี้ หล่อนทานข้าวที่นี่คนที่เป็นคนคอยจ่ายค่าข้าวก็เป็นหานอวิ๋น หล่อนไม่เคยได้ควักเงินออกมาจ่ายค่าข้าวเลยสักหยวน หานอวิ๋นคิดว่าฟางเฟยกำลังโกรธไป่ฉิงอยู่แน่ ๆ ถึงได้อารมณ์ไม่ดีแบบนี้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เพราะเขาเข้าใจฟางเฟยดี

“ฟางเฟย ช่างไป่ฉิงเถอะ เงินแค่นั้นเองอย่าอารมณ์เสียไปเลยนะ เลี้ยงข้าวไป่ฉิงกับแม่แค่มื้อเดียวเองไม่เป็นไรหรอก”

สำหรับหานอวิ๋นแล้วเงินแค่นั้นไม่เยอะไปหรอก ถ้าเป็นเมื่อก่อนเงินค่าข้าวแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขา ค่าข้าวมื้อหนึ่งเท่ากับเงินค่าขนมหนึ่งวันที่แม่ให้เขามาก็แค่นั้นเอง

“ไม่เป็นอะไรได้ยังไงคะ ? ฉันไม่สนหรอกนะ พี่ไม่ใช่ฉัน พี่ไม่มีวันเข้าใจหรอก คนที่จ่ายค่าข้าวให้ไป่ฉิงคือฉัน ไม่ใช่พี่ซะหน่อย”

ฟางเฟยนึกถึงค่าข้าวที่หล่อนเพิ่งจะจ่ายให้ไป่ฉิงแล้วก็เกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พ่อของหล่อนก็แค่พนักงานธรรมดาคนหนึ่ง แม่เลี้ยงเองก็แค่แม่บ้านรับจ้างทั่วไป แม่เลี้ยงมีลูกติดอีก 2 คน ยังมีลูกกับพ่อหล่อนอีก 1 คน ที่บ้านนอกจากหล่อนแล้วยังมีย่าอีกคนที่พ่อต้องดูแล

พ่อเป็นคนหาเงินเลี้ยงดูทุกคนในบ้าน ไม่มีวันไหนเลยที่ฟางเฟยได้กินอิ่ม คูปองที่หล่อนใช้ไปเมื่อครู่ยังเป็นคูปองเนื้อด้วย หล่อนลำบากมากกว่าจะแลกคูปองเนื้อนั้นมาได้

“ฟางเฟย เธอพูดอะไรของเธอ ? เธอเองไม่ใช่หรือที่เป็นคนบอกว่าอยากจะเลี้ยงขาวไป่ฉิงกับแม่น่ะ พี่ไม่ได้บังคับให้เธอเลี้ยงข้าวไป่ฉิงกับแม่นะ ปกติแล้ว...คนที่เป็นคนจ่ายค่าข้าวก็คือพี่ไม่ใช่หรือ ? พี่ไม่เคยให้เธอจ่ายค่าข้าวให้พี่นะ”

หานอวิ๋นรู้สึกว่าฟางเฟยนั้นใจแคบ ขี้เหนียวเกินไป เขาเองก็ไม่อยากพูดอะไรกับฟางเฟยอีก ก่อนจะรีบเดินออกมาจากตรงนั้น ครู่นั้นฟางเฟยถึงได้สติ ถ้าไม่มีหานอวิ๋นคอยดูแลหล่อน พอไปอยู่ที่หมู่บ้านนั่นหล่อนจะทำอย่างไร ? หล่อนทนกับความลำบากที่นั่นไม่ได้หรอกนะ ครอบครัวหล่อนไม่มีทางดูแลหล่อนได้ดีเท่าหานอวิ๋น

“พี่หานอวิ๋น พี่หานอวิ๋นคะ ฟังฉันอธิบายก่อนสิคะ” ฟางเฟยรีบวิ่งตามหลังหานอวิ๋นไปทันที หล่อนอยากจะขอโทษหานอวิ๋น เมื่อกี้หล่อนใจร้อนไปหน่อย หล่อนถึงได้พลั้งปากตวาดเสียงดังกับเขา ครั้งหน้าหล่อนจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก

ทางด้านไป่ฉิง...เธอนั่งทานข้าวกับแม่อย่างมีความสุข หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ เธอกับแม่ก็ออกไปเดินซื้อของต่อ หลิวเหนียงยังพาลูกสาวสุดที่รักไปซื้อของที่ตลาดมืดด้วย นอกจากจะซื้อเครื่องปรุงแล้ว หลิวเหนียงยังซื้อเตา หม้อ กระทะ ให้ไป่ฉิงด้วย ซื้อของที่ตลาดมืดส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้คูปอง แต่ราคาของในนี้จะแพงกว่าข้างนอก มีของทุกอย่างที่พวกเขาอยากจะได้

“ฉิงฉิงลูก ข้าวของเครื่องใช้จำเป็นของหนูครบหมดแล้วนะ ไว้บ่าย ๆ แม่จะพาหนูไปที่ร้านทองนะ แม่อยากจะไปแลกเอาทองมาเก็บไว้น่ะ พอหนูไปถึงที่นั่นหนูจะได้มีคูปองแล้วก็ทองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน”

“ค่ะแม่ หนูรู้แล้วค่ะ” ไป่ฉิงคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข กลับมาถึงที่บ้านสองแม่ลูก็รีบเข้าครัวทำอาหาร

“พี่หลิวเหนียง ฉิงฉิง อยู่บ้านไหม ?” ซูหยวนแวะมาที่บ้านของไป่ฉิง เธอเห็นแม่ของหานอวิ๋นมาหาถึงที่บ้านก็รีบบอกให้เข้ามานั่งพักในบ้านก่อน

“น้าซูหยวนคะ แม่หนูกำลังทำอาหารอยู่ค่ะ น้านั่งรอแม่หนูอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูไปตามแม่ก่อนนะคะ”

“น้านำเนื้อหมูแห้งแล้วก็ไข่ไก่มาให้น่ะ น้าให้เพื่อนบ้านไปซื้อของพวกนี้มาให้หนู น้าอยากจะนำมาให้หนูกับแม่ชิมดูว่าอร่อยไหม ? จริงด้วย...น้ามีของสิ่งนึงมาให้หนูด้วยนะ น้าไปเดินเล่นที่ตลาดมืดเห็นแม่ค้าคนหนึ่งขายของชิ้นนี้พอดี น้าเห็นว่าหนูใส่น่าจะเหมาะ น้าก็เลยซื้อมาให้หนูน่ะ”

ซูหยวนเอ่ยบอกพร้อมกับหยิบเอากระโปร่งสีชมพูออกมาให้ไป่ฉิง ทันทีที่เธอเห็นเธอก็ชอบมันมาก นอกจากกระโปร่งสีชมพูนี้แล้วยังมีเสื้อคลุมหนาด้วย

“สวยมากเลยค่ะน้าซูหยวน แต่ว่า...ของพวกนี้จะต้องแพงมากแน่ ๆ เลยค่ะ หนูรับไว้ไม่ได้หรอกนะคะน้าซูหยวน ถ้าแม่รู้แม่จะต้องดุหนูแน่ ๆ เลยค่ะ”

ไป่ฉิงชอบของที่น้าซูหยวนให้มาก็จริง แต่เธอก็ไม่อยากรับไว้เพราะไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับหานอวิ๋นอีก

“กระโปร่งนี่น้าตั้งใจซื้อมาให้หนูเลยนะฉิงฉิง อย่าไปคิดมากเลยนะ ถ้าหนูไม่อยากเป็นสะใภ้บ้านเหอ หนูก็มาเป็นลูกสาวของน้าอีกคนสิ น้ารักหนูเหมือนลูกสาวแท้ ๆ คนนึง มาเป็นลูกสาวน้านะฉิงฉิง”

ซูหยวนรักและเอ็นดูไป่ฉิงเหมือนลูกสาวคนหนึ่งมันคือเรื่องจริง ตนเองก็ไม่โกรธที่ไป่ฉิงถอนหมั้นกับหานอวิ๋น เป็นเพราะหานอวิ๋นตาบอดถึงได้เลือกผู้หญิงคนนั้นมาเป็นภรรยา ผู้หญิงดี ๆ อย่างไป่ฉิงจะหาได้จากที่ไหนกัน

“น้าซูหยวนตั้งใจซื้อมาให้ หนูรับไว้เถอะ เราก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน น้าซูหยวนรักและเอ็นดูหนูเหมือนลูกสาวในไส้ หนูต้องทำดีกับน้าซูหยวนให้มาก ๆ นะฉิงฉิง”

หลิวเหนียงเพิ่งเดินออกมาจากครัว ได้ยินเสียงคนคุยกันก็รีบเดินมาดู ความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลดีมาโดยตลอด พวกเขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขา ในเมื่อเด็ก ๆ ทั้งสองคนไม่ใช่คู่กัน ก็ให้เด็ก ๆ ทั้งสองเป็นพี่น้องกันก็ได้

“พี่พูดถูก พี่หลิวเหนียง ถ้าพี่ไม่ว่าอะไร ฉันจะกลับไปคุยกับพี่จางเต๋อ เราสองคนขอรับฉิงฉิงมาเป็นลูกสาวนะ ฉันอยากจะมีลูกสาวมานานแล้ว ได้ฉิงฉิงมาเป็นลูกสาวฉันดีใจมากเลยค่ะพี่หลิวเหนียง”

หลิวเหนียงก็ไม่พูดอะไร พยักหน้าเบา ๆ เห็นด้วย ตนเองก็ไม่ได้มีความคิดให้ไป่ฉิงลูกสาวเพียงคนเดียวของตนแต่งงานกับหานอวิ๋น วันนี้ตนเห็นแล้วว่าหานอวิ๋นรักฟางเฟยมากแค่ไหน สิ่งที่ทำให้หลิวเหนียงเป็นห่วงก็คือความรู้สึกของหานอวิ๋น กลัวว่าวันหนึ่งหานอวิ๋นเกิดเปลี่ยนใจอยากจะแต่งงานกับไป่ฉิง แล้วตนปฏิเสธไม่ยอมจะทำร้ายจิตใจซูหยวนได้

ด้วยเหตุนี้...หลิวเหนียงถึงได้ยอมให้ซูหยวนรับไป่ฉิงเป็นลูกสาวอีกคน ในอนาคตหานอวิ๋นเปลี่ยนใจอยากจะแต่งงานกับไป่ฉิงก็ไม่อาจเป็นไปได้ ตนวางแผนไว้หมดแล้ว รอสามีกลับมาตนถึงจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาผู้เป็นสามีอีกที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 10 กลัวใครซะที่ไหน

    “ไป่ฉิงเธอเพิ่งจะมาถึงที่นี่ เธอคงยังไม่รู้อะไร เหิงเยว่มีสมุนที่นี่ พวกเราถึงได้เกรงใจเหิงเยว่ทำตามที่เหิงเยว่บอกทุกอย่าง เธอรู้ไหมว่าคนของเหิงเยว่เป็นใคร คือหานลู่นะ ใคร ๆ ก็กลัวหานลู่กันทั้งนั้น เมื่อก่อนพวกเราก็เคยมีปากเสียงกับเหิงเยว่เหมือนกัน เหิงเยว่ไม่ได้แค่ขู่ แต่เหิงเยว่ลงมือทำจริง เหิงเยว่ให้หานลู่มาขู่พวกเราถึงที่นี่ ยุวชนชายบางคนถูกหานลู่ทำร้ายร่างกายนอนป่วยอยู่นานหลายวัน หานลู่คือคนที่นี่ ชาวบ้านที่นี่กลับไม่ชอบขี้หน้าพวกเรา เธอต้องระวังตัวด้วยนะไป่ฉิง อีกอย่าง...เครื่องใช้ในครัวเป็นของเหิงเยว่หมด พวกเรามาที่นี่ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วยเลย จำเป็นต้องใช้ของเหิงเยว่ พวกเราไม่มีใครกล้าอยู่ฝั่งเธอนะไป่ฉิง”ยุวชนหญิงคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เตียงหลิวหลิงเดินมาเตือนสติพวกเขาสองคน แต่ไป่ฉิงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร“ขอบคุณพี่มากนะคะ ฉันรู้ว่าฉันควรจะทำอะไร ประเทศเรามีกฎหมายนิคะ เราไม่ต้องไปกลัวใครหรอกค่ะ ใครทำอะไรเรา เราก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจัดการผู้ที่กระทำผิดก็พอค่ะ เราอย่าไปยอมให้คนพวกนั้นมาเอาเปรียบเราสิคะ”ไป่ฉิงรู้ว่าเธอไม่ควรประมาท ทำอะไรก็ต้องมีสติ ฟางเฟยรู้ว่าไป่ฉิงมี

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 9 ไป่ฉิงคนปากแจ๋ว

    “พี่หานอวิ๋น พี่ช่วยฉันหน่อยสิคะ ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ” ฟางเฟยเหนื่อยแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ให้หล่อนมาเดินท่ามกลางอากาศร้อนแบบนี้ อีกไม่นานหล่อนได้กลายเป็นศพตรงนี้แน่ ต่อให้หล่อนไม่ได้สุขสบายเหมือนไป่ฉิง แต่หล่อนก็ไม่เคยลำบากแบบนี้มาก่อนหานอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่น จำใจต้องล้วงเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้ฟางเฟยกิน จะให้เขาแบกฟางเฟยขึ้นหลังก็ไม่ไหว ตัวเขาเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน ฟางเฟยเห็นหานอวิ๋นยื่นลูกอมมาตรงหน้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เขามีลูกอมอยู่ทำไมไม่เอาออกมาให้หล่อนกินตั้งแต่แรก เมื่อเช้าพวกเขาสองคนมัวแต่ยืนรอไป่ฉิง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยพวกเขารอคนขับซ่อมรถก็เกือบชั่วโมงแล้ว ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ร่างกายหล่อนแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้ว หล่อนเกือบจะเป็นลมไปแล้ว หานอวิ๋นเพิ่งจะเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้หล่อนกินอย่างนั้นหรือ“ทำไมพี่ไม่เอาลูกอมนี่ออกมาให้ฉันกินตั้งแต่แรกคะ ? ”“พี่มีไม่เยอะ ถ้าพี่เอาออกมาให้เธอกินหมด แล้วพี่จะกินอะไร ?” หานอวิ๋นอึดอัดมาก ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่ที่บ้านเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เขารู้สึกว่าฟางเฟยคือตัวปัญหา คือภาระ เขาอยู่ข้างไป่ฉิงไม่เคยลำบากแบบนี้ด้วยซ้ำ“นี่พี่ พี่ชื

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 8 หมายตา

    ไป่ฉิงไม่อยากยุ่งกับสองคนนั้น เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะบอกให้คนขับรถลากรีบบังคับรถผ่านหานอวิ๋นกับฟางเฟยไป“พี่หานอวิ๋น นั่นใช่ไป่ฉิงไหมคะ ? ” เมื่อกี้รถลากของไป่ฉิงผ่านไป ฟางเฟยบังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าพอดี หล่อนเชื่อว่าหล่อนมองไม่ผิดแน่หานอวิ๋นได้ยินฟางเฟยบอกแบบนั้นก็รีบมองตามรถลากนั้นไป แต่...เขากลับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อให้ไป่ฉิงโกรธเขามากแค่ไหนเธอก็ไม่ทางทิ้งเขาให้ลำบากได้ เธอจะต้องช่วยเขาไม่ใช่ปล่อยเขาไปแบบนี้ เขารู้ดีว่าไป่ฉิงเป็นคนยังไง ภายนอกอาจจะดูเย็นชา แต่จิตใจเธออ่อนโยนมาก“พี่หานอวิ๋น พี่ดีกับไป่ฉิงขนาดนั้น ดูไป่ฉิงทำกับพี่สิคะ ปล่อยให้พี่มาลำบากแบบนี้ได้ยังไง ? ไป่ฉิงไม่คิดที่จะช่วยพวกเราสองคนด้วยซ้ำ”ฟางเฟยกระทืบเท้าไปมาด้วยความโกรธ หล่อนกลับไม่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้กับไป่ฉิง หานอวิ๋นไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น ทางด้านของไป่ฉิง...เธอกับหลิวหลิงมาถึงที่ชุมชนได้ทันเวลาพอดี พวกเขาสองคนยังมีเวลาไปทำอย่างอื่น เธอเดินไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินไปตามหาคนที่มารับพวกเขา“อาคะ ฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ เราจะไปที่หมู่บ้านหมิงกวงได้ยังไงคะ ? ฉันคือยุวชนมาจา

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 7 ตัวปัญหา

    ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองที่ฟางเฟยกันหมด ทุกคนต่างมองฟางเฟยด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ฟางเฟยทนกับสายตาที่มองมาไม่ได้ อยากจะวิ่งไปที่รางรถไฟจบชีวิตตัวเอง หานอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปกอดฟางเฟยไว้ ฟางเฟยไม่ยอมผละจากอ้อมกอดของหานอวิ๋น หล่อนโอบกอดหานอวิ๋นส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุดให้ตายยังไงฟางเฟยก็ไม่ยอมให้หานอวิ๋นเดินทางไปที่เมืองฟู่หยาง ครู่นั้นทางคณะก็ได้วิ่งมาบอกว่ารถไฟเดินทางไปที่เมืองหลิงหยางได้เคลื่อนตัวออกจากสถานีไปแล้ว สุดท้าย...ฟางเฟยก็ต้องเปลี่ยนที่หมายไปที่เมืองฟู่หยางกับหานอวิ๋นแทน ทุกคนที่รู้แบบนั้นก็ไม่พอใจมาก หลิวเหนียงเป็นกังวล กลัวว่าไป่ฉิงจะถูกฟางเฟยกับหานอวิ๋นเอาเปรียบทางด้านไป่ฉิง...เธอไม่ได้สนใจหานอวิ๋นกับฟางเฟย ตอนนี้เธอหาที่นั่งของตัวเองได้แล้ว เป็นเตียงนอนสะดวกสบายมาก เธอมองผ่านหน้าต่างเห็นพ่อกับแม่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอก็รีบโบกมือลาพวกท่าน ไป่ฉิงนำผ้าปูที่นอนออกมา จากนั้นก็เดินไปนอนที่เตียงของตัวเองความจริงแล้ว...หานอวิ๋นก็ได้ตั๋วที่นอนเหมือนกับไป่ฉิง แต่...เพราะว่ามีฟางเฟยตามติดไม่ห่าง พ่อของหานอวิ๋นถึงได้ไปเปลี่ยนตั๋วที่นอนเป็นตั๋วที่นั่งแทน ไม่มีสอ

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 6 หนีไม่พ้นจริง ๆ

    ทั้งสองครอบครัวนั่งคุยกันอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้ สุดท้ายไป่ฉิงก็ได้พ่อกับแม่มาเพิ่มอีกคน ซูหยวนนำข้าวของมากมายมาให้พ่อกับแม่ของไป่ฉิงเพื่อนตอบแทนค่าเลี้ยงดู มีทั้งเครื่องประดับที่เป็นหยก เสื้อผ้ารองเท้า รวมถึงเครื่องนอนด้วย ตอนแรกไป่ฉิงก็ไม่กล้ารับไว้เพราะเกรงใจพ่อกับแม่ของหานอวิ๋น พอพ่อกับแม่เห็นดีให้เธอรับ เธอถึงกล้ารับของนั้นมาพอหานอวิ๋นรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขารับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาวอีกคน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รู้สึกไม่ดี ไม่ค่อยจะพอใจนัก เขาอยากจะให้พ่อกับแม่เปลี่ยนใจไม่รับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาว เขารับไม่ได้หรอกนะที่อยู่ ๆ พ่อกับแม่ของเขาก็รับอดีตคู่หมั้นให้มาเป็นน้องสาวเขา หาน อวิ๋นรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไปมือหนาทาบไปที่หน้าอกของตัวเอง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจนะ ? เขาเป็นอะไรกันแน่ ? เขาเกลียดไป่ฉิงนักไม่ใช่หรือ ? เขาไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิตเขาไม่ใช่หรือ ? หานอวิ๋นได้แต่ถามตัวเองว่าผู้หญิงที่เขารักคือฟางเฟยจริง ๆ หรือ ? ตอนนี้เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ ?“พี่หานอวิ๋น พี่ไปย่างเนื้อสิครับ” น้องชายของหานอวิ๋นเห็นเขานิ่งไปไม่ขยับเขยื้อนก็รีบเอ

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 5 ไม่เหลืออะไรแล้ว

    ไป่ฉิงเห็นแม่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบคว้าแขนแม่เธอไว้ หลิวเหนียงหันมามองไป่ฉิง เห็นไป่ฉิงพยักหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจได้ทันที ตนก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ปล่อยให้ลูกสาวเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“เธอเพิ่งรู้ตัวเหรอว่าเธอชอบไปอาศัยข้าวที่บ้านฉันน่ะ ถึงเวลาที่เธอจะต้องเลี้ยงข้าวฉันกับแม่แล้ว ถ้าฉันปฏิเสธความหวังดีของเธอ เธอคงเสียใจมากสินะฟางเฟย ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ประหยัดเงิน”“ป้าคะ ฉันขอสั่งอาหารเพิ่มค่ะ ขอซาลาเปาไส้หมูสับ 5 ลูก น้ำอัดลม 2 ขวด เงินกับคูปองป้าเก็บกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย โชคดีจริง ๆ เงินกับคูปองที่มีอยู่ตอนนี้เหลือไม่เยอะ เพราะต้องเลี้ยงข้าวผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ตอนนี้เงินกับคูปองที่มีอยู่เหลือน้อยมาก ขอบคุณนะฟางเฟยที่เลี้ยงข้าวฉันกับแม่ ฉันไปก่อนนะ”พูดจบ...ไป่ฉิงก็รีบถือถาดอาหารไปที่โต๊ะ เธอไม่อยากจะสนใจว่าฟางเฟยกับหานอวิ๋นจะรู้สึกยังไง ฟางเฟยไม่อยากจะเชื่อว่าไป่ฉิงจะตอกกลับหล่อนได้เจ็บแสบแบบนี้ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ ปกติแล้วไป่ฉิงจะต้องด่าหล่อน มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ใช่หรือ ? ไป่ฉิงพูดแบบนี้แล้ว หล่อนจะต้องทำยังไง ?“คูปองข้าว 5 จิน คูปองเนื้อ 2 จิน เงินอีก 3

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status