Share

บทที่ 8 หมายตา

last update Last Updated: 2026-02-27 18:13:48

ไป่ฉิงไม่อยากยุ่งกับสองคนนั้น เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะบอกให้คนขับรถลากรีบบังคับรถผ่านหานอวิ๋นกับฟางเฟยไป

“พี่หานอวิ๋น นั่นใช่ไป่ฉิงไหมคะ ? ” เมื่อกี้รถลากของไป่ฉิงผ่านไป ฟางเฟยบังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าพอดี หล่อนเชื่อว่าหล่อนมองไม่ผิดแน่

หานอวิ๋นได้ยินฟางเฟยบอกแบบนั้นก็รีบมองตามรถลากนั้นไป แต่...เขากลับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อให้ไป่ฉิงโกรธเขามากแค่ไหนเธอก็ไม่ทางทิ้งเขาให้ลำบากได้ เธอจะต้องช่วยเขาไม่ใช่ปล่อยเขาไปแบบนี้ เขารู้ดีว่าไป่ฉิงเป็นคนยังไง ภายนอกอาจจะดูเย็นชา แต่จิตใจเธออ่อนโยนมาก

“พี่หานอวิ๋น พี่ดีกับไป่ฉิงขนาดนั้น ดูไป่ฉิงทำกับพี่สิคะ ปล่อยให้พี่มาลำบากแบบนี้ได้ยังไง ? ไป่ฉิงไม่คิดที่จะช่วยพวกเราสองคนด้วยซ้ำ”

ฟางเฟยกระทืบเท้าไปมาด้วยความโกรธ หล่อนกลับไม่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้กับไป่ฉิง หานอวิ๋นไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น ทางด้านของไป่ฉิง...เธอกับหลิวหลิงมาถึงที่ชุมชนได้ทันเวลาพอดี พวกเขาสองคนยังมีเวลาไปทำอย่างอื่น เธอเดินไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินไปตามหาคนที่มารับพวกเขา

“อาคะ ฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ เราจะไปที่หมู่บ้านหมิงกวงได้ยังไงคะ ? ฉันคือยุวชนมาจากไห่เฉิงค่ะ อาช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ ?”

“ทางหมู่บ้านหมิงกวงส่งคนมารับพวกเธอแล้วไม่ใช่หรือ ? อยู่ตรงนู่นน่ะ เห็นไหม ?”

ไป่ฉิงกับหลิวหลิงมองตามทิศที่อาคนนั้นชี้บอก ก็เห็นเกวียนรออยู่ตรงนั้น อยู่บนเกวียนมียุวชนคนอื่น ๆ รอก่อนแล้ว เธอไม่มัวรีรอรีบคว้ามือหลิวหลิงเดินไปที่เกวียนนั่นทันที

“สวัสดีค่ะ ฉันโหวไป่ฉิงนะคะ นี่คือจางหลิวหลิงเพื่อนฉันเองค่ะ พวกเรามาจากไห่เฉิง พี่มารับพวกเราไปที่หมู่บ้านหมิงกวงใช่ไหมคะ” ไป่ฉิงเอ่ยถามพร้อมกับล้วงเอาหนังสือส่วนตัวออกมาให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าดู

“อืม” ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะบอกให้ไป่ฉิงกับหลิวหลิงขึ้นไปนั่งรอเพื่อนคนอื่น ๆ

ไป่ฉิงขมวดคิ้วแน่น ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้หน้ายังละอ่อนอยู่เลย อายุน่าจะไม่เกิน 22 ปี เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่ตอนนี้ไม่ได้ดูดีอะไร แต่...เธอต้องยอมรับว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้หน้าตาดีมาก ถ้าเขาไม่เย็นชา ไม่พูดน้อยคงจะมีเสน่ห์มากกว่านี้

“นี่พี่ พี่ช่วยนำสัมภาระฉันขึ้นไปไว้บนนั้นได้ไหมคะ ? ฉันเลี้ยงซาลาเปาพี่เอง พี่เดินทางมาที่นี่คงลำบากมากสินะ”

ไป่ฉิงล้วงเอาซาลาเปาที่เธอเพิ่งจะซื้อเมื่อช่วงเช้าไปตรงหน้า ‘เฮ่อ หมิงจ้าน’ แต่เขากลับไม่รับเอาซาลาเปาในมือเธอ เขาเดินผ่านหน้าเธอไป ก่อนจะจัดสัมภาระของเธอกับหลิวหลิงให้เข้าที่ ไป่ฉิงเห็นหมิงจ้านใช้มือเดียวแบกเอาสัมภาระของเธอไว้บนนั้นถึงกับอ้าปากค้าง ทำไมเขาถึงได้แรงเยอะขนาดนี้ ถ้าเป็นเธอคงหลังหักไปแล้ว

“พี่ พี่เก่งมากเลย พี่รับซาลาเปานี่ไปเถอะ ถือว่าแทนคำขอบคุณก็แล้วกันนะ ฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครน่ะ”

ไป่ฉิงยัดซาลาเปาใส่ในมือของหมิงจ้าน ก่อนจะเดินขึ้นไปนั่งอยู่บนเกวียน เธอนำร่มออกมาบังแดดให้ตัวเองกับหลิวหลิง ระหว่างที่รอหาน อวิ๋นกับฟางเฟย เธอก็นำปิ่นโตออกมานั่งทานข้าวกับหลิวหลิง

หมิงจ้านยืนอยู่ไม่ไกล เขาจ้องซาลาเปาในมืออยู่นาน เขาหันไปมองไป่ฉิง ก่อนจะกวาดสายตามองดูรอบ ๆ เขาเห็นมีร้านขายน้ำอยู่ก็รีบเดินไปซื้อน้ำอัดลมมา จากนั้นเขาก็ถือน้ำอัดลมมาให้ไป่ฉิง

“ฉันให้เธอ ฉันก็แค่ทำหน้าที่ของตัวเอง เธอไม่ต้องตอบแทนบุญคุณฉันหรอก รับไปเถอะ”

“ขอบคุณนะ ฉันกำลังหิวน้ำอยู่พอดี” ไป่ฉิงเองก็ไม่อยากจะปฏิเสธเขา เธอเพิ่งจะกินข้าวเสร็จ กำลังหิวน้ำอยู่พอดีเลย อากาศก็ร้อน ถ้าไม่มีอะไรเย็น ๆ ให้เธอดื่ม เธอได้ขาดน้ำตายแน่ ๆ

หมิงจ้านเห็นไป่ฉิงรับน้ำอัดลมนั้นไปแล้ว เขาถึงเดินไปหลบอยู่อีกมุม ก่อนจะกินซาลาเปาอย่างเงียบ ๆ ที่จริงแล้วคนที่ต้องมารอรับยุวชนกลุ่มนี้ไม่ใช่เขา แต่เป็นอีกคนหนึ่ง แต่ว่า...วันนี้ภรรยาของพี่คนนั้นเกิดไม่สบาย เขาถึงต้องมารับยุวชนกลุ่มนี้แทน

หมิงจ้านคือลูกชายคนโตของผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านหมิงกวง และเขายังเป็นหัวหน้ากลุ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตหมายเลข 9 ด้วย ปกติแล้วเวลานี้เขาจะยุ่งมาก ไม่มีเวลาไปไหนเลย เขามารอยุวชนกลุ่มนี้นานหนึ่งชั่วโมงแล้ว เขาหิวมากแต่ก็ไม่กล้าไปไหน เขารอกลับไปทานข้าวที่กับแม่

หมิงจ้านไม่คิดว่าไป่ฉิงจะให้ซาลาเปาเขามากินแก้หิว ถ้าเธอไปอยู่ที่หมู่บ้านหมิงกวง เขาจะดูแลเธออย่างดี จะให้เธอทำงานอยู่ในกลุ่มของเขา หมิงจ้านรู้ว่าคนอย่างไป่ฉิงทำอะไรไม่เป็นหรอก เธอคงไม่เคยทำงานหนักมาก่อนแน่ ๆ เพราะซาลาเปานี่หรอกนะ เขาถึงคิดที่อยากจะช่วยเธอ

“ไป่ฉิง ทำไมเธอถึงนั่งรถลากมาที่นี่ ? ทำไมไม่รับพวกเราสองคนมาด้วย เธอรู้ไหมว่าฉันกับพี่หานอวิ๋นยืนรอเธอที่สถานีรถไฟนานแค่ไหน ? เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะ”

ทันทีที่ฟางเฟยเดินลงมาจากรถ เห็นไป่ฉิงกำลังนั่งรออยู่ที่เกวียนก็ไม่พอใจมาก หล่อนถึงได้วิ่งมาต่อว่าไป่ฉิงต่อหน้าคนอื่น

“ฟางเฟยพูดถูก พี่กับฟางเฟยรอเธอที่สถานีรถไฟนานมากเลยนะไป่ฉิง เธอออกมาจากสถานีรถไฟทำไมไม่บอกพี่สักคำ ?”

หานอวิ๋นเองก็ไม่พอใจมากที่ไป่ฉิงทิ้งเขากับฟางเฟยไว้ที่สถานีรถไฟ เห็นสภาพของไป่ฉิงกับเขาแล้ว ต่างกันราวฟ้ากับเหวเขาก็ยิ่งโกรธ เขากับเธอไม่ใช่คนอื่นคนไกล ทำไมเธอถึงทำกับเขาแบบนี้ได้ ?

“ทำไมฉันจะต้องรอนายกับฟางเฟยด้วยเล่า เราไม่ได้สนิทกันซะหน่อย นายกับฟางเฟยมีตีนมีมือครบก็ดูแลตัวเองสิ จะมารอฉันทำไม”

ไป่ฉิงไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าสองคนนี้เป็นอะไรกันแน่ ? เป็นโรคประสาทเหรอ ? อยากจะเกาะเธอกินจนประสาทเสียไปแล้วหรือ ? เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้น เธอญาติดีกับพวกเขาสองคนไม่ได้หรอกนะ

“ไป่ฉิง เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะ พี่ผิดหวังในตัวเธอจริง ๆ ” หาน อวิ๋นเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไรนัก

“พอ ๆ หยุดแสดงละครได้แล้ว ฉันจะเตือนนายกับฟางเฟยเป็นครั้งสุดท้ายนะ อย่ามาตีสนิทฉัน ฉันก็แค่ลูกเลี้ยงของพ่อกับแม่นาย ส่วนฉันกับนายเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน เธอด้วยฟางเฟย อย่าทำตัวเหมือนสนิทกับฉัน ฉันกับเธอตัดขาดความสัมพันธ์กันไปตั้งนานแล้ว จำคำพูดของฉันไว้ให้ดี อย่าให้ฉันได้พูดเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง อย่าหน้าด้านหน้าทนมาตีสนิทฉัน ได้ยินไหม ?”

คำพูดของไป่ฉิงทำให้ยุวชนคนอื่น ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าไป่ฉิงจะร้ายขนาดนี้

“นี่เธอ !! ” ฟางเฟยไม่มีทางเลือกอื่นจำใจต้องบีบน้ำตาให้คนอื่นสงสาร หมิงจ้านเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว เขาปวดหัวกับยุวชนกลุ่มนี้จริง ๆ

“มาครบหมดแล้วใช่ไหม ? จะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม ? รีบขึ้นไปนั่งกับเพื่อน ๆ สิ รอให้ฉันไล่เหมือนวัวเหมือนควายหรือ ? ถึงจะยอมขึ้นไปนั่งบนนั้น ?” ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็รีบเดินขึ้นไปนั่งบนเกวียน

“เธอสองคนมานั่งข้างหน้า ส่วนสองคนนั้นเพิ่งจะมาถึงไปนั่งที่ท้ายเกวียนนู่น”

หมิงจ้านบอกให้ไป่ฉิงกับหลิวหลิงมานั่งข้างหน้าเกวียน เพราะข้างหน้านั่งสบายกว่าที่ท้ายเกวียน ไป่ฉิงรีบคว้ามือหลิวหลิงมานั่งข้างหน้า ครู่นั้นหานอวิ๋นกับฟางเฟยยังไม่รู้ว่าที่ที่พวกเขานั่งอยู่โยกเยกไปมาแรง พวกเขาสองคนเหนื่อยมาทั้งวัน กลับต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้อีก

“นี่พี่ พี่หยุดก่อนได้ไหม ? พี่บังคับเกวียนยังไงคะ ? ฉันเกือบจะร่วงตกลงไปแล้ว”

ฟางเฟยทนไม่ไหวเกือบจะอาเจียนออกมา เมื่อเช้านี้หล่อนอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง ตอนนี้ไม่มีแรงทำอะไรแล้ว

“ถ้าใครทนไม่ไหวก็ลงจากเกวียนเดินไปที่หมู่บ้านได้ ฉันเองก็เป็นห่วงควายฉันเหมือนกันที่ต้องลำบากมาลากพวกเธอกลับไปที่หมู่บ้าน”

หมิงจ้านเองก็ไม่ได้ตั้งใจว่าใคร ที่จริงแล้วควายสองตัวนี้ใช้ไว้ลากฟางลากผลผลิตที่หมู่บ้าน ทุกคนที่หมู่บ้านดูแลเจ้าควายสองตัวนี้อย่างดี ไม่เคยให้เจ้าควายสองตัวนี้มาทำอะไรแบบนี้เลย ทั้งหมู่บ้านมีควายอยู่แค่ 15 ตัว พวกมันทำงานหนักทุกวัน ไม่เคยได้พัก

“นี่ ทำไมพี่ถึงพูดแบบนี้ ? ควายแค่ไม่กี่ตัวไม่ได้มีค่าขนาดนั้น ควายของพี่มีค่ากว่าชีวิตของพวกเราอย่างนั้นหรือ ?” ฟางเฟยเริ่มโกรธ หล่อนไม่ชอบที่หมิงจ้านพูดจาแบบั้นกับหล่อน

“ใช่ สัตว์พวกนี้จะมีค่ากว่าพวกเราได้อย่างไรกันเล่า นายกำลังดูถูกพวกเราอยู่ใช่ไหม ? ฉันจะไปฟ้องร้องเอาเรื่องนาย !! ”

หานอวิ๋นเองเขาก็ไม่ยอม เห็นด้วยกับฟางเฟย ควายสองตัวนี้จะมีค่ากว่าชีวิตของเขาได้ยังไง ? พวกเขาเป็นถึงนักศึกษาเรียนจบจากมหาลัยชื่อดัง ผู้คนที่นี่ไม่มีทางเป็นอย่างพวกเขาได้หรอก ยุวชนคนอื่น ๆ ก็ไม่พอใจที่หมิงจ้านพูดแบบนั้น ก่อนจะเอ่ยปากตำหนิเขา หมิงจ้านก็ไม่พูดอะไร เขาบังคับเกวียนจอดนิ่งตรงนั้น ก่อนจะไล่ยุวชนกลุ่มนี้ลงจากเกวียนไป

“นี่พี่ ฉันไม่ได้ว่าอะไรพี่เลยนะ ฉันไม่อยากเดินเท้าเปล่าไปที่หมู่บ้าน ฉันจะนั่งอยู่ตรงนี้”

ไป่ฉิงไม่รู้ว่าหมู่บ้านหมิงกวงอยู่ที่ไหน เธอไม่โง่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนหรอกนะ อากาศร้อนขนาดนี้ ให้เธอเดินเท้าเปล่าไปที่หมู่บ้านหมิงกวง เธอได้สิ้นใจตายลงตรงนี้แน่ ๆ

“ฉันเองก็ไม่ได้มีปากเสียงกับพี่นะ ฉันไม่เดินนะพี่” หลิวหลิงเริ่มกลัว กลัวว่าหมิงจ้านจะไล่เธอกับไป่ฉิงลงจากเกวียนไป ยุวชนคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีปากเสียงกับหมิงจ้านก็รีบยกมือเห็นด้วยกับไป่ฉิง สุดท้าย...ก็เหลือยุวชนไม่กี่คนอยู่บนเกวียน หานอวิ๋นกับฟางเฟยจะต้องเดินเท้าเปล่าไปที่หมู่บ้านแทน

เมื่อคืนฝนตกหนัก เส้นทางไปที่หมู่บ้านหมิงกวงเต็มไปด้วยโคลน ยุวชนกลุ่มนี้มีแต่คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ไม่เคยลำบากมาก่อน พอมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้ถึงกับพูดไม่ออก ลำบากมากกว่าจะยกเท้าเดินไปได้แต่ละก้าว ฟางเฟยเสียใจมากที่หล่อนไปมีเรื่องกับหมิงจ้าน หล่อนไม่กล้าเร่งฝีเท้า เพราะกลัวจะล้มเหมือนเพื่อนที่อยู่ข้างหน้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 10 กลัวใครซะที่ไหน

    “ไป่ฉิงเธอเพิ่งจะมาถึงที่นี่ เธอคงยังไม่รู้อะไร เหิงเยว่มีสมุนที่นี่ พวกเราถึงได้เกรงใจเหิงเยว่ทำตามที่เหิงเยว่บอกทุกอย่าง เธอรู้ไหมว่าคนของเหิงเยว่เป็นใคร คือหานลู่นะ ใคร ๆ ก็กลัวหานลู่กันทั้งนั้น เมื่อก่อนพวกเราก็เคยมีปากเสียงกับเหิงเยว่เหมือนกัน เหิงเยว่ไม่ได้แค่ขู่ แต่เหิงเยว่ลงมือทำจริง เหิงเยว่ให้หานลู่มาขู่พวกเราถึงที่นี่ ยุวชนชายบางคนถูกหานลู่ทำร้ายร่างกายนอนป่วยอยู่นานหลายวัน หานลู่คือคนที่นี่ ชาวบ้านที่นี่กลับไม่ชอบขี้หน้าพวกเรา เธอต้องระวังตัวด้วยนะไป่ฉิง อีกอย่าง...เครื่องใช้ในครัวเป็นของเหิงเยว่หมด พวกเรามาที่นี่ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วยเลย จำเป็นต้องใช้ของเหิงเยว่ พวกเราไม่มีใครกล้าอยู่ฝั่งเธอนะไป่ฉิง”ยุวชนหญิงคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เตียงหลิวหลิงเดินมาเตือนสติพวกเขาสองคน แต่ไป่ฉิงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร“ขอบคุณพี่มากนะคะ ฉันรู้ว่าฉันควรจะทำอะไร ประเทศเรามีกฎหมายนิคะ เราไม่ต้องไปกลัวใครหรอกค่ะ ใครทำอะไรเรา เราก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจัดการผู้ที่กระทำผิดก็พอค่ะ เราอย่าไปยอมให้คนพวกนั้นมาเอาเปรียบเราสิคะ”ไป่ฉิงรู้ว่าเธอไม่ควรประมาท ทำอะไรก็ต้องมีสติ ฟางเฟยรู้ว่าไป่ฉิงมี

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 9 ไป่ฉิงคนปากแจ๋ว

    “พี่หานอวิ๋น พี่ช่วยฉันหน่อยสิคะ ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ” ฟางเฟยเหนื่อยแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ให้หล่อนมาเดินท่ามกลางอากาศร้อนแบบนี้ อีกไม่นานหล่อนได้กลายเป็นศพตรงนี้แน่ ต่อให้หล่อนไม่ได้สุขสบายเหมือนไป่ฉิง แต่หล่อนก็ไม่เคยลำบากแบบนี้มาก่อนหานอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่น จำใจต้องล้วงเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้ฟางเฟยกิน จะให้เขาแบกฟางเฟยขึ้นหลังก็ไม่ไหว ตัวเขาเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน ฟางเฟยเห็นหานอวิ๋นยื่นลูกอมมาตรงหน้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เขามีลูกอมอยู่ทำไมไม่เอาออกมาให้หล่อนกินตั้งแต่แรก เมื่อเช้าพวกเขาสองคนมัวแต่ยืนรอไป่ฉิง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยพวกเขารอคนขับซ่อมรถก็เกือบชั่วโมงแล้ว ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ร่างกายหล่อนแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้ว หล่อนเกือบจะเป็นลมไปแล้ว หานอวิ๋นเพิ่งจะเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้หล่อนกินอย่างนั้นหรือ“ทำไมพี่ไม่เอาลูกอมนี่ออกมาให้ฉันกินตั้งแต่แรกคะ ? ”“พี่มีไม่เยอะ ถ้าพี่เอาออกมาให้เธอกินหมด แล้วพี่จะกินอะไร ?” หานอวิ๋นอึดอัดมาก ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่ที่บ้านเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เขารู้สึกว่าฟางเฟยคือตัวปัญหา คือภาระ เขาอยู่ข้างไป่ฉิงไม่เคยลำบากแบบนี้ด้วยซ้ำ“นี่พี่ พี่ชื

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 8 หมายตา

    ไป่ฉิงไม่อยากยุ่งกับสองคนนั้น เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะบอกให้คนขับรถลากรีบบังคับรถผ่านหานอวิ๋นกับฟางเฟยไป“พี่หานอวิ๋น นั่นใช่ไป่ฉิงไหมคะ ? ” เมื่อกี้รถลากของไป่ฉิงผ่านไป ฟางเฟยบังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าพอดี หล่อนเชื่อว่าหล่อนมองไม่ผิดแน่หานอวิ๋นได้ยินฟางเฟยบอกแบบนั้นก็รีบมองตามรถลากนั้นไป แต่...เขากลับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อให้ไป่ฉิงโกรธเขามากแค่ไหนเธอก็ไม่ทางทิ้งเขาให้ลำบากได้ เธอจะต้องช่วยเขาไม่ใช่ปล่อยเขาไปแบบนี้ เขารู้ดีว่าไป่ฉิงเป็นคนยังไง ภายนอกอาจจะดูเย็นชา แต่จิตใจเธออ่อนโยนมาก“พี่หานอวิ๋น พี่ดีกับไป่ฉิงขนาดนั้น ดูไป่ฉิงทำกับพี่สิคะ ปล่อยให้พี่มาลำบากแบบนี้ได้ยังไง ? ไป่ฉิงไม่คิดที่จะช่วยพวกเราสองคนด้วยซ้ำ”ฟางเฟยกระทืบเท้าไปมาด้วยความโกรธ หล่อนกลับไม่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้กับไป่ฉิง หานอวิ๋นไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น ทางด้านของไป่ฉิง...เธอกับหลิวหลิงมาถึงที่ชุมชนได้ทันเวลาพอดี พวกเขาสองคนยังมีเวลาไปทำอย่างอื่น เธอเดินไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินไปตามหาคนที่มารับพวกเขา“อาคะ ฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ เราจะไปที่หมู่บ้านหมิงกวงได้ยังไงคะ ? ฉันคือยุวชนมาจา

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 7 ตัวปัญหา

    ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองที่ฟางเฟยกันหมด ทุกคนต่างมองฟางเฟยด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ฟางเฟยทนกับสายตาที่มองมาไม่ได้ อยากจะวิ่งไปที่รางรถไฟจบชีวิตตัวเอง หานอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปกอดฟางเฟยไว้ ฟางเฟยไม่ยอมผละจากอ้อมกอดของหานอวิ๋น หล่อนโอบกอดหานอวิ๋นส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุดให้ตายยังไงฟางเฟยก็ไม่ยอมให้หานอวิ๋นเดินทางไปที่เมืองฟู่หยาง ครู่นั้นทางคณะก็ได้วิ่งมาบอกว่ารถไฟเดินทางไปที่เมืองหลิงหยางได้เคลื่อนตัวออกจากสถานีไปแล้ว สุดท้าย...ฟางเฟยก็ต้องเปลี่ยนที่หมายไปที่เมืองฟู่หยางกับหานอวิ๋นแทน ทุกคนที่รู้แบบนั้นก็ไม่พอใจมาก หลิวเหนียงเป็นกังวล กลัวว่าไป่ฉิงจะถูกฟางเฟยกับหานอวิ๋นเอาเปรียบทางด้านไป่ฉิง...เธอไม่ได้สนใจหานอวิ๋นกับฟางเฟย ตอนนี้เธอหาที่นั่งของตัวเองได้แล้ว เป็นเตียงนอนสะดวกสบายมาก เธอมองผ่านหน้าต่างเห็นพ่อกับแม่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอก็รีบโบกมือลาพวกท่าน ไป่ฉิงนำผ้าปูที่นอนออกมา จากนั้นก็เดินไปนอนที่เตียงของตัวเองความจริงแล้ว...หานอวิ๋นก็ได้ตั๋วที่นอนเหมือนกับไป่ฉิง แต่...เพราะว่ามีฟางเฟยตามติดไม่ห่าง พ่อของหานอวิ๋นถึงได้ไปเปลี่ยนตั๋วที่นอนเป็นตั๋วที่นั่งแทน ไม่มีสอ

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 6 หนีไม่พ้นจริง ๆ

    ทั้งสองครอบครัวนั่งคุยกันอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้ สุดท้ายไป่ฉิงก็ได้พ่อกับแม่มาเพิ่มอีกคน ซูหยวนนำข้าวของมากมายมาให้พ่อกับแม่ของไป่ฉิงเพื่อนตอบแทนค่าเลี้ยงดู มีทั้งเครื่องประดับที่เป็นหยก เสื้อผ้ารองเท้า รวมถึงเครื่องนอนด้วย ตอนแรกไป่ฉิงก็ไม่กล้ารับไว้เพราะเกรงใจพ่อกับแม่ของหานอวิ๋น พอพ่อกับแม่เห็นดีให้เธอรับ เธอถึงกล้ารับของนั้นมาพอหานอวิ๋นรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขารับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาวอีกคน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รู้สึกไม่ดี ไม่ค่อยจะพอใจนัก เขาอยากจะให้พ่อกับแม่เปลี่ยนใจไม่รับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาว เขารับไม่ได้หรอกนะที่อยู่ ๆ พ่อกับแม่ของเขาก็รับอดีตคู่หมั้นให้มาเป็นน้องสาวเขา หาน อวิ๋นรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไปมือหนาทาบไปที่หน้าอกของตัวเอง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจนะ ? เขาเป็นอะไรกันแน่ ? เขาเกลียดไป่ฉิงนักไม่ใช่หรือ ? เขาไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิตเขาไม่ใช่หรือ ? หานอวิ๋นได้แต่ถามตัวเองว่าผู้หญิงที่เขารักคือฟางเฟยจริง ๆ หรือ ? ตอนนี้เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ ?“พี่หานอวิ๋น พี่ไปย่างเนื้อสิครับ” น้องชายของหานอวิ๋นเห็นเขานิ่งไปไม่ขยับเขยื้อนก็รีบเอ

  • ยุค 70 กลับมาพลิกชะตากรรมของนางร้ายตัวประกอบในนิยาย   บทที่ 5 ไม่เหลืออะไรแล้ว

    ไป่ฉิงเห็นแม่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบคว้าแขนแม่เธอไว้ หลิวเหนียงหันมามองไป่ฉิง เห็นไป่ฉิงพยักหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจได้ทันที ตนก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ปล่อยให้ลูกสาวเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“เธอเพิ่งรู้ตัวเหรอว่าเธอชอบไปอาศัยข้าวที่บ้านฉันน่ะ ถึงเวลาที่เธอจะต้องเลี้ยงข้าวฉันกับแม่แล้ว ถ้าฉันปฏิเสธความหวังดีของเธอ เธอคงเสียใจมากสินะฟางเฟย ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ประหยัดเงิน”“ป้าคะ ฉันขอสั่งอาหารเพิ่มค่ะ ขอซาลาเปาไส้หมูสับ 5 ลูก น้ำอัดลม 2 ขวด เงินกับคูปองป้าเก็บกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย โชคดีจริง ๆ เงินกับคูปองที่มีอยู่ตอนนี้เหลือไม่เยอะ เพราะต้องเลี้ยงข้าวผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ตอนนี้เงินกับคูปองที่มีอยู่เหลือน้อยมาก ขอบคุณนะฟางเฟยที่เลี้ยงข้าวฉันกับแม่ ฉันไปก่อนนะ”พูดจบ...ไป่ฉิงก็รีบถือถาดอาหารไปที่โต๊ะ เธอไม่อยากจะสนใจว่าฟางเฟยกับหานอวิ๋นจะรู้สึกยังไง ฟางเฟยไม่อยากจะเชื่อว่าไป่ฉิงจะตอกกลับหล่อนได้เจ็บแสบแบบนี้ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ ปกติแล้วไป่ฉิงจะต้องด่าหล่อน มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ใช่หรือ ? ไป่ฉิงพูดแบบนี้แล้ว หล่อนจะต้องทำยังไง ?“คูปองข้าว 5 จิน คูปองเนื้อ 2 จิน เงินอีก 3

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status