Se connecterฮูหยินใหญ่ของสกุลไป๋เห็นด้วยกับบุตรสาวคนเล็ก ก่อนจะสูดลมหายใจและทำใจให้สงบ
“ได้ เช่นนั้นแม่จะตอบกลับอย่างนุ่มนวล” ท่าทางสง่าผ่าเผยที่มารดาเดินออกไป ทำนางอดจะนึกถึงตอนที่ท่านวิ่งมารับดาบแทนบิดาไม่ได้ ทั้งชีวิตมารดานางรักมั่นต่อบุรุษอันเป็นที่รักเพียงผู้เดียวนางจะต้องทำให้ทั้งคู่มีชีวิตรักที่ยืนยาวให้ได้!! “พี่หญิงข้าว่า เรื่องนี้…เราควรจะพูดคุยกันฉันพี่น้องนะเจ้าคะ” นางมองมารดาที่เดินออกไปจนลับตาแล้วหันมาหาพี่สาวที่มีสีหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจเหลือแสน “พูดคุยงั้นหรือ เอ่อ…จะพูดคุยอย่างไรหล่ะ” นางบีบมือพี่สาวเบาๆให้คลายกังวล ก่อนหันไปบอกสาวใช้ให้ออกไปเตรียมชาสงบใจมา2ถ้วย และเมื่อทุกคนออกไปแล้ว นางรีบจูงมือพี่สาวมาที่โต๊ะวาดรูปของนาง จัดการฝนหมึกและยกปลายภู่กันขึ้นมา ”บุรุษที่ดีควรมีข้อแม้กับเราหรือไม่เจ้าคะ“ นางเขียนไปด้วย ถามพี่สาวไปด้วย ”เอ่อ…ก็ต้องมีเป็นบางเรื่องมิใช่หรือ?“ ดวงตากลมโตกรอกไปมา แบบนี้คงโดนความรักกินสมองไปแล้วกระมัง ”ไม่ควรเจ้าค่ะ การมีข้อแม้คือหนทางไปสู่การหลอกลวงเจ้าค่ะ“ นางทำท่าทางขึงขังจนพี่สาวเริ่มสนใจมากขึ้น ”เช่นไร!!“ ”ก็…“ นางขยับตัวเข้าใกล้พี่สาวผู้อ่อนต่อโลก ก่อนจะกระซิบเสียงเบา ”การมีข้อแม้โดยอ้างว่า…หากทำเช่นนั้น จะได้รับอย่างนั้น หากทำเช่นนี้…จะได้รับอย่างนี้ คนเราหากรักกันจะมอบทุกสิ่งที่คนรักอยากได้โดยไม่ต้องทำบางสิ่งแลกมันมาเจ้าค่ะ“ ไป๋จิ่งเจาเหมือนเด็กที่พึ่งรู้ว่าโลกใบนี้มีอีกด้าน นางยกนิ้วมือขึ้นมากัด ”พี่หญิงตั้งแต่เล็กจนโต ท่านคิดดูสิเจ้าคะ หากข้าจะมอบความรักให้ท่าน ข้ามิเคยร้องขอให้ท่านทำสิ่งใดมาแลกมันนะเจ้าคะ ท่านพ่อหรือท่านแม่ หรือแม้แต่พี่ใหญ่เองก็เช่นกัน“ นางวาดผังบางอย่างขึ้นมา ก่อนจะวางพู่กันลงและยกกระดาษแผ่นนั้นโบกลมให้หมึกแห้ง ”ทุกคนรักเราโดยมิมีข้อแม้เจ้าค่ะ พี่หญิงไม่ต้องทำสิ่งใดมาแลกก็ได้รับความรักจากพวกเราไปเต็มๆ“ ดวงตาดำขลับของไป๋จิ่งเจามองน้องสาวอย่างแสนรัก ”ท่านเป็นบุตรสาวที่ท่านพ่อท่านแม่เลี้ยงมาอย่างสง่าผ่าเผย จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้บุรุษคนนึงที่ซ่อนสตรีไว้มากมาย เพื่อแลกกับความรักหรือเจ้าคะ“ นางวางแผ่นกระดาษที่หมึกแห้งแล้วลงตรงหน้า ”ตอนนี้พี่ใหญ่น่าจะกำลังมีความสุข และสตรีผู้นั้นคือคนที่หยางจื่อซวนแนะนำให้พี่ใหญ่เจ้าค่ะ ชื่อ…เม่ยหลิน“ นิ้วเล็กชี้ลงในช่องวงกลมที่นางวาดเอาไว้ ”วันนี้เขาส่งแม่สื่อมาทาบทาม ข้าให้แต่งเจ้าจวนหยาง ทั้งที่ข้าเป็นน้องสาวของท่านและพิธีปักปิ่นจะเริ่มในอีก30วันข้างหน้า“ ใบหน้าที่ก่อเหี่ยวของคนเป็นพี่ทำนางแอบกำมือแน่น รู้แน่ชัดแล้วว่าพี่สาวมีใจถลำลึกไปไม่น้อย ”พี่หญิงอาจรับได้เพราะเขาบอกว่า…ท่านต้องแต่งงานกับรัชทายาทให้ได้ เพื่อวันข้างหน้าจะได้สนับสนุนเขาให้มีตำแหน่งสูงส่ง ถึงวันนั้นเขาจะ…กระทำการบางอย่างเพื่อให้รัชทายาทถูกปลด และเขาจะรอรับท่านกลับคืนสู่อ้อมอก“ เมื่อรู้แล้วว่าพี่สาวมีใจถลำลึก นางไม่ใช้ไม้อ่อนมานั่งอธิบายอีกต่อไป ”เจ้ารู้!!“ ไปผ่จิ่งเจาเอามือทาบอก ท่าทางเช่นนั้นทำนางยิ่งกว่าปวดใจ รั่วซีหลับตาลงอย่างอดกลั้น ”พี่หญิง!! ท่านเชื่อเขางั้นหรือเจ้าคะ รัชทายาทต่อให้เป็นปีศาจแล้วเราสามารถพิพากษาชีวิตคนอื่นได้งั้นหรือ!!“ นางกลัวพี่สาวจะกู่ไม่กลับ กลัวที่สุด!! เพราะชาติก่อนการหลีกหนีจากพี่สาวนาง เพียงเพราะไม่อยากลงโทษตามกฏ เพราะเห็นแก่สัมพันธุ์อันยาวนานจากสกุลไป๋ รัชทายาทห่าวหรานขอออกรบที่ชายแดนเหนือเอง!! และเขาก็กลับมาไม่ทันช่วยสกุลไป๋!! “ซินซินแต่ว่า…รัชทายาทผู้นั้นฆ่าคนเป็นผักปลา ทั้งยังโมโหร้าย สมควรสนับสนุนเขางั้นหรือ!!” นางมองพี่สาวอย่างผิดหวัง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ชื่อเม่ยหลิน “จื่นซวน มีสัมพันธุ์ลับๆกับเม่ยหลิน เหมือนจะมีบุตรด้วยกันอยู่หมู่บ้านใกล้ๆนี่เอง และวันนี้เขาส่งคนมาทาบทามข้าทั้งที่สัญญากับท่านว่าจะรักมั่น เขาคือคนดีที่ควรปกป้องงั้นหรือเจ้าคะ” ไป๋จิ่งเจามองกระดาษชื่อเม่ยหลินนิ่งก่อนจะมองหน้านาง “ที่พี่จื่อซวนทำเช่นนั้น…ส่งแม่สื่อมาเช่นนั้นเพราะว่าอยากปกป้องเจ้า อยากพาเจ้ามาไว้ข้างกายพี่ เขา…แค่รักพี่มาก ไม่อยากให้พี่เป็นทุกข์เพราะห่วงเจ้าที่เป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของพี่เท่านั้นเอง!!” “เหอะ!! คนเขลา!! ท่านรักเขาจนไม่หลงเหลือความรักให้ข้าแม่แต่น้อย ท่านบอกว่าสิ่งที่เขาทำให้มันดี แต่ท่านไม่ถามความเห็นข้าสักนิดว่าอยากเป็นเมียเขาหรือไม่ พี่หญิงท่านไม่รักข้าแล้วจริงๆด้วย!!“คำพูดนั้นทำนางที่หลับตาลงเพราะความเจ็บลืมตาพึ่ง“ท่าน…หึงหวงข้าหรือ!!” ท่าทางอมยิ้มนิดๆทำเขาวางสีหน้าไม่ถูก“เพ้อเจ้ออะไร!! ข้าแค่คิดว่าหากเจ้าตายใครจะเป็นเสาหลักของจวนไป๋ เจ้าไม่เห็นหรือ พี่ชายกับพี่สาวเจ้า…วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแบ้ว!!” นางถอยมานั่งท่าเดิมพร้อมกับหลับตาลงเมื่อสิ่งที่เขาพูดมาเป็นจริงทุกคำ“ข้าเริ่มท้อแล้ว หากกู่ไม่กลับ ข้าจะคัดหางปล่อยวัดให้หมด!!” น้ำเสียงนั้นเด็ดเดี่ยวแต่มุมปากเขากลับกระตุกขึ้นสูง“ว่าแต่…ท่านมาได้อย่างไร?” แม้ถามแต่ยังคงหลับตา นางกลัวใจตัวเอง กลัวจะกระโจนเข้าไปหาเขาและทำตามใจชอบ เพื่อขอบคุณที่เขาแก้แค้นให้คนสกุลไป๋ในชาติที่แล้ว“เมื่อวาน ที่เจ้าบอกว่าให้การบ้านข้าไปทำ…ข้ารู้คำตอบแล้ว” นางไม่ตื่นเต้นเพราะรู้คำตอบอยู่แล้ว ทำเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น“แล้วท่านได้คำตอบหรือยัง”“ยัง” นางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอก“เช่นนั้นข้าจะบอกให้…” นางลืมตาและลุกขึ้นนั่งดีๆ แม้ร่างกายเจ็บปวดจนแทบจนแหลกสลายก็วางเฉยไม่ได้“ว่ามาเถอะ!!” นางมองตรงให้เขารับความจริงใจจากนาง“องค์ชายสาม ข้าไม่รู้จุดประสงค์ว่าการเข้าร่วมการกระทำชั่วร้ายนี้เพราะถูกบังคับหรือว่าต้องการสิ่งใด แต่องค
มีดเล่มเล็กลอยลิ่วตามแรงขว้างปาไปปักลงบนหัวไหล่เขาทันที“นังเด็กสกุลไป๋ เจ้าทำบ้าอะไร!! ข้าไม่ยอมโดนจับหรอกโว้ย!!” เขาคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่มือยังคงกุมบังเหี่ยนหลังม้าเอาไว้แน่น พร้อมบังคับให้มันทะยานออกไป“ทำให้เจ้าตายทั้งเป็นอย่างไรเล่า!!” นางควบม้าเร่งความเร็วขึ้นไปอีก แววตาของนางมุ่งมั่นจะจัดการเขาให้ได้ ความแค้นนี้นางไม่เก็บเอาไว้อีกแล้ว นางควบมาให้วิ่งออกไปเที่ยบข้างก่อนจะมองเขานิ่ง ด้านหน้ามีหน้าผาอยู่แต่นางไม่สน“จื่อซวน บอกข้ามา เจ้าต้องการอะไร!! แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!!” ชาตินี้นางต้องมีพยาน ต่อให้นางตาย พี่ชายก็จะจัดการต่อเอง“ข้าไม่บอก!! ข้าจะทำอะไร มันก็ไม่เกี่ยวกับเด็กน้อยอย่างเจ้า!!” เขายังคงท้ายทาย และเพราะนี่คือเฮือกสุดท้ายแล้ว เขาเตรียมวิ่งไปใกล้หน้าผา และตั้งใจจะบังคับม้าให้หักหลบไปอีกทาง เพื่อให้พี่ชายนางที่ตามมาด้านหลังทรงตัวไม่อยู่และอาจตกเหว“หึ!! ก็ไม่ได้อยากรู้นักหรอก ข้าอยากเอาชีวิตเจ้ามากกว่า!!” พูดจบนางเที่ยบมาจนใกล้ก่อนกะระยะสายตา จิตใจแน่วแน่และตั้งมั่นก่อนจะคว้าตัวชายชั่วผู้นั้นเอาไว้มั่นและกระชากลงจากหลังม้าไปพร้อมกัน ตุบ!! ทั้งนางและเขากลิ้งไปตามทางอ
“จิ่งเจา เจ้าจะออกเรือนกับจื่อซวนอยู่ใช่หรือไม่” เหลียงคุนที่เงียบมานาน สุดท้ายเมื่อเห็นบุตรชายยืนก้มหน้าก็ถอนหายใจ เขาคิดว่าบุตรชายก็คงกู่ไม่กลับอีกแล้วเช่นกัน“ท่านพ่อ ข้า…” จิ่งเจาที่อยากจะลองร้องขออีกหนรีบเดินไปหาบิดา แต่ผู้เป็นพ่อกลับใช้ฝ่ามือตบเบาๆที่หลังมือของนาง“หากเจ้าเลือกแล้วพ่อก็จะไม่ขวาง แต่เจ้าจงรู้ไว้ สกุลไป๋คือซากปรักหักพังที่เจ้าทิ้งขว้าง ไปเถอะ ไปตามทางที่เจ้าเลือก” น้ำตานองอาบหน้า หันหน้ามาหาใครทุกคนก็มองนางอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีอ้อนวอนให้อยู่อีกแล้ว“ท่านพี่” จิ่งเจาหันไปหาจื่อซวนที่พยายามยืนเงียบที่สุด เขาถอนหายใจก่อนยินยอม“ไปเถอะ!!” ตอนนี้ไม่ต่อความยาวใดๆแล้ว เขาไม่อยากให้เรื่องบางเรื่องมันโผล่ขึ้นมาจากผืนดินที่เขาฝังเอาไว้ คนสองคนที่กำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถม้าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ยอมถอยออกไปตั้งหลัก เหวินหลงที่ยังไม่ได้จัดการอดีตทหารคู่ใจของตัวเองเตรียมเข้าขวาง แค่ร่างสตรีที่อยู่ข้างกายกลับวิ่งไปกระชากแขนจื่อซวนผู้นั้นเอาไว้สุดแรง!!“จื่อซวนท่านจะทิ้งข้าเช่นนี้ไม่ได้!! ท่านจะปล่อยให้ข้าเจอความยากลำบากคนเดียวได้อย่างไร!!”คำพูดนี้ทำทุกคนเบิกตากว้าง มีเพียงรั่วซีที่
น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นและเด็ดขาด ”รั่วซี เจ้ามากเกินไป!!“ จิ่งเจาออกหน้าแทนสามี จนลืมตัวหันมาตวาดน้องสาวเสียงดังลั่น“น้องเล็กมากเกินไปงั้นหรือ ? แต่ข้าว่า…เจ้ามากกว่าที่มากเกินไป” ร่างสูงใหญ่ที่เดินออกมาจากมุมนึงมีสีหน้าขึงขัง เขาตรงเข้ามากลางวงสนทนาที่ไม่มีบิดาก่อนตวัดมือขึ้นตบลงบนแก้มของน้องสาวคนรองเพี้ยะ!!“พี่ใหญ่!!”“ท่านแม่ทัพ!!”“พี่ใหญ่!!/เหวินหลง!!” รั่วซีรีบคว้านแขนพี่ชายแต่ไม่ทัน เขาทีบลงบนอกจื่อซวนเต็มแรงพลั่ก!!“อึก!!”“พี่ใหญ่ท่านบ้าไปแล้ว!! ท่านทำร้ายสามีข้าได้ยังไง!!” รั่วซีมองพี่สาวตัวเองด้วยความเดือดดาร ก่อนหน้านี้ปฏิเสธเสียงแข็งแรงไม่มีใจให้จื่อซวน ดึงดันให้นางแต่งงานกับชายผู้นร้ให้ได้!! แต่วันนี้กลับรักเขาเสียเต็ทประดา!!“ข้ารับรายงานจากคนของข้ากับเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวานแล้ว มีสักครั้งไหมจิ่งเจา ที่เจ้าจะหวนคิดว่า บิดามารดารักเจ้ามากแค่ไหน!!” ทหารที่ติดตามพี่ชายของนางรีบเข้ามาประจำการพร้อมจัดการหากจื่อซวนคิดอยากลองดี“พี่ใหญ่ท่านจะรู้อะไร!! ในเมื่อท่านอยู่แต่สนามรบ ข้าคิดจะทำอะไรมันก็เรื่องของข้า!!” เหวินหลงที่ได้ยินน้องสาวที่คลานตามกันมาพูดแบบนี้เป็นครั้งแรกกัดฟ
คำถามของมารดาทำนางหายใจไม่ทั่วท้อง เรื่องชั่วของพี่สาวในชาติที่แล้วนางละเว้นไว้ไม่ได้เอ่ยให้มารดาฟัง แม้บิดาจะรู้แต่ท่านก็เงียบเอาไว้ ความไม่สบายใจนี้ไม่อยากส่งต่อไปไหนทั้งนั้น“ไม่รู้จริงๆเจ้าค่ะ นางไม่ได้…ตายพร้อมกับพวกเรา” เรื่องคำพูดที่วัดร้างนางก็ไม่ได้หยิบยกมาพูดให้มารดาไม่สบายใจเช่นกัน“เห้ออออ” เสียงถอนหายใจอย่างปลงตกไม่ทำให้รั่วซีรู้สึกดีขึ้น“สินเดิม แม่แบ่งให้ทุกคนเท่าๆกันคน คนละ150หีบ นั่นของพี่ใหญ่เจ้า นั่นก็ของเจ้า และนี่ก็ของพี่สาวเจ้า แม่จะให้นางไปแค่ครึ่งเดียว หลังนางคลอดแม่ค่อยส่งไปอีกครึ่ง อย่างน้อย…หากนางถึงทางตัน นางก็ยังมีที่ให้ถอยหลังกลับ” เป็นดั่งที่นางคิดมารดาไม่ใช่คนใจร้าย ทั้งยังมีแผนไว้ในใจ“ท่านแม่ หากพี่ใหญ่พาคนกลับมา” นางมั่นใจว่าอย่างไรก็ต้องพามา ในชาติที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ และครานั้น จวนไป๋ต้อนรับเม่ยหลินอย่างดี กินนอนที่นี่ รอเข้าพิธีแต่งงาน แต่ไม่นานหลังพี่ชายนางกลับไปชายแดนเปี้ยนจิ้งที่ถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว สตรีผู้นั้นเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เม่ยหลินร้องขอสินเดิมในส่วนของพี่ชาย บอกว่าจะกลับบ้านเดิม ซึ่งนางก็ยอมแต่โดยดี สุดท้ายจึงรู้ว่านางมีลูกกับจื่อซวน
“เจ้าอาจหาญเอ่ยต่อหน้ารัชทายาทว่ามีใจรัก เจ้าเอ่ยปากขอพระราชทานสมรสจากฮองเฮา ฮึก!! เจ้าถูกปีศาจตนใดเข้าสิง!! หรือมโนสำนึกของเจ้ามันถูกหมากินไปแล้ว!!” ไป๋เหลียงคุนเชื่อแล้วว่าข่าวคาวแบบนี้จะไปไวเหมือนไฟลามทุ่งรั่วซีมองความพังพินาจในบ้านด้วยแววตาเจ็บปวด ถึงย้อนเวลากลับมาได้ นางเปลี่ยนเส้นทางชีวิตทุกคนแล้วก็จริง แต่มันเหมือนมีราคาที่ต้องจ่าย บ้านของนางร้อนเป็นไฟไม่เหลือชิ้นดีทีเดียว”พ่อเจ้าถึงจะเป็นพ่่อค้าที่ทำงานรับใช้ราชวงศ์มาหลายสิบปี คุณความดีมีมากมาย พี่ชายเจ้าสละชีวิตตัวเองไปเฝ้าชายแดนเป็นทัพหน้า แต่เจ้า!! หัวใจเจ้า ตัวเจ้าหมกมุ่นอยู่กับเรื่องรักใคร่และความโลภที่…ข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร!!“ จ้าวซือหอบหายใจแรง”ข้ากับน้องเจ้าเสนอให้เจ้าแต่งงานกับชายที่รักอย่างจื่อซวน แต่เจ้าปฏิเสธบอกว่ามีใจภักดีกับรัชทายาท จนข้าต้องหาคู่ที่เหมาะสมให้เจ้าใหม่ สุดท้าย…เจ้าหลอกพวกเราทั้งหมด!!“ ไม่เคยเลยสักครั้งที่มารดาจะมองนางด้วยสายตาผิดหวังเช่นนี้ จิ่งเจายังคงเกาะขามารดาเอาไว้แน่น และปล่อยเสียงร้องโฮออกมาอย่างไม่อาย”สกุลไป๋ ป่นปี้เพราะเจ้า แม่ไม่รู้หรอกนะ ว่าเจ้าทำเช่นนี้ด้วยเหตุผลอะ







