ย้อนเวลากลับมาเป็นพระชายาของท่านอ๋องผู้คลั่งรัก

ย้อนเวลากลับมาเป็นพระชายาของท่านอ๋องผู้คลั่งรัก

last updateآخر تحديث : 2025-07-26
بواسطة:  เดลิลمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
25فصول
3.9Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ชาติก่อนนางตายอย่างทรมานพร้อมกับลูกในท้องครอบครัวถูกประหาร นางมีโอกาสกลับมาอีกครั้งและจะแก้แค้นสามีกับสหายสารเลวไม่ให้ตายดีแต่ใครจะคิดว่านางไม่ต้องลงมือเองเพราะเขาผู้นั้นเอาแต่คลั่งรักนางจัดการเองหมด

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ ปฐมบท

เส้นทางสู่แคว้นฉี

"นางทาสชั้นต่ำเดินช้าเช่นนี้คิดจะถ่วงเวลาพวกข้าอย่างนั้นรึ!!" ผู้คุมส่งเสียงตะโกนดังก้องด้วยโทสะเขาเดินเข้ามาหาทาสนางหนึ่งด้วยท่าทางคุกคามในมือของเขาถือแส้ที่ม้วนเป็นวงกลม ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหดร่างเล็ก ๆ ของเจียอีคลานหนีด้วยความหวาดกลัว เขาเงื้อมมือขึ้นสูงแล้วฟาดแส้ลงมาอย่างหนักหน่วง

"โอ๊ย!!" เสียงร้องของฮุ่ยเจียงที่วิ่งเข้ามากอดร่างบางของสาวใช้คนสนิทเอาไว้แน่น นางใช้แผ่นหลังของนางรองรับแส้ที่ฟาดลงมาความแรงของมันทำให้ร่างของนางทรุดลงทันที

นางกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่นกลั้นเสียงร้องจากอาการเจ็บปวดแผ่นหลังของนางปริแตกเลือดไหลออกมาตามผิวเนื้อ ร่างเล็กผอมแห้งซูบเซียวประหนึ่งต้นหญ้าขาดน้ำแต่กลับแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งนางพยายามปกป้องสาวใช้ของตนเองถึงแม้ว่าตอนนี้นางเองก็สภาพย่ำแย่ไม่ต่างกัน เสื้อผ้าที่นางใส่ตอนนี้ขาดเป็นริ้วไม่ต่างจากขอทานแต่ถึงแม้จะผ่านความเจ็บปวดเพียงใดแต่ฮุ่ยเจียงก็ยังอดทน มือที่อ่อนแรงและสั่นเทาโอบกอดสาวใช้คนสนิทเอาไว้

"คุณหนู.." เจียอีสาวใช้ที่ติดตามมาตั้งแต่เล็กมองใบหน้าคุณหนูของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารอดีตบุตรสาวท่านราชครูหญิงสาวที่เคยงามพิลาศล้ำดั่งบุปผาแรกแย้มตอนนี้กลับมีรอยแผลจากการถูกกรีดเป็นทางยาวตั้งแต่หางคิ้วจนเกือบถึงปลายคางส่งให้ความงดงามหายไป ผิวเนื้อที่เคยขาวผ่องนวลเนียนไม่ต่างจากไข่มุกกลับหยาบแห้งกร้านผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ดวงตาคู่งามฉายแววเศร้าหมองไม่จางหาย หญิงสาวผู้มีชาติตระกูลสูงส่งผู้ไม่เคยทะเยอทะยานไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับใครแต่ต้องเผชิญกับโชคชะตาอันโหดร้าย สามีและสหายสนิทที่นางไว้ใจวางแผนทำร้ายนางและใส่ร้ายครอบครัวของนางต้องถูกประหารทั้งตระกูล

ความทุกข์ยังไม่ทันจางหายคุณหนูของนางก็ถูกส่งตัวไปเป็นทาสเพราะความโหดร้ายของสามีของนางกับสหายรักเพียงหนึ่งเดียว

ตระกูลที่มั่งคั่งสูญสิ้นไปชั่วข้ามคืนเหลือเพียงคุณหนูฮุ่ยเจียงที่ถูกขายออกมาไปเป็นทาสเหมือนกับต้องการทรมานให้นางอยู่ไม่สู้ตาย เจียอีกอดร่างเล็กของคุณหนูเอาไว้แน่นก่อนจะเห็นผู้คุมเงื้อมมือที่ถือแส้เตรียมฟาดลงมา นางจะไม่ยอมให้คุณหนูต้องเจ็บอีก..

เจียอีพลิกร่างมารับแส้แทนความแรงของมันทำเอานางกระอักเลือด นางเจ็บจนทนไม่ไหวตัวของนางสั่นสะท้านมือเท้าอ่อนปวกเปียก เจียอีมองใบหน้าคุณหนูเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงขาด ๆ หาย ๆ น้ำตาไหลออกมาด้วยความเสียใจที่จะไม่ได้อยู่รับใช้คุณหนูอีกแล้ว

"คุณหนูบ่าวไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ..แต่คุณหนู..บ่าวยังไม่อยากตาย บ่าวอยากอยู่รับใช้คุณหนู อึก!บ่าวอยากอยู่เลี้ยงนายน้อยให้ท่าน" มือที่อ่อนปวกเปียกเลื่อนลงมาแตะมาที่หน้าท้องคุณหนู ถึงแม้เจ้านายตัวน้อยจะยังเป็นเพียงเม็ดถั่วก็ตามแต่เหมือนกับว่าตอนนี้นางไม่มีโอกาสนั้นแล้วนางไม่มีโอกาสเห็นลูกของคุณหนูของนางแล้ว

"เจียอีไม่นะเจ้าต้องไม่เป็นอะไร เจียอีอยู่กับข้า ฮึก!! อยู่กับข้าก่อน.." ฮุ่ยเจียงจับมือของสาวใช้คนสนิทเอาไว้พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน น้ำตานางหลั่งออกมาไม่ขาดท่ามกลางแดดร้อนจัดร่างเล็ก ๆ ของสาวใช้ที่หายใจติดขัดจับมือประสานนิ้วมือเข้ากับคุณหนูด้วยความเคารพรักแต่ตอนนี้นางรู้สึกผิดยิ่งนักที่ทิ้งคุณหนูผู้แสนดีให้โดดเดี่ยว รอยยิ้มสุดท้ายปรากฏอยู่บนใบหน้าเหมือนต้องการจดจำเอาไว้ ฮุ่ยเจียงมองสาวใช้ที่กำลังสิ้นใจด้วยสายตาพร่ามัวความเจ็บปวดรวดร้าวเกาะกินหัวใจ สาวใช้ของนางกำลังจะจากไปอีกคนหนึ่งแล้ว...

"คุณหนู..เจียอี.." เจียอีเอ่ยออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างของนางจะทิ้งตัวลงพร้อมกับลมหายใจที่หมดลง ดวงตาของฮุ่ยเจียงเบิกโพลงยามที่เห็นร่างของสาวใช้กระตุกอยู่หลายครั้งก่อนจะนอนแน่นิ่งในอ้อมกอดทั้งที่ดวงตายังเบิกโพลง

"เจียอี เจียอี!!" เสียงร้องเรียกชื่อสาวใช้ราวกับคนขาดสติ นางกอดร่างอันไร้วิญญาณของเจียอีเอาไว้แน่นส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนราวกับจะขาดใจเป็นที่น่าเวทนาต่อทาสที่พากันยืนมองด้วยความหวาดกลัวเพราะไม่รู้ว่าตนเองนั้นจะมีสภาพแบบคนที่เพิ่งตายไปตอนไหน

ผู้คุมทั้งหลายต่างมองหน้ากันก่อนจะให้สัญญาณ พวกมันชักกระบี่ออกมาจัดการสังหารทาสที่เหลืออยู่ด้วยความรวดเร็วเพราะคนพวกนี้ก็เป็นทาสที่ถูกว่าจ้างให้พามาสังหารไม่ต่างกัน ยังไม่มีใครได้วิ่งหนีเพราะมัวแต่ตกตะลึงเพียงพริบตาเดียวพื้นที่แห่งนี้ก็แดงฉานในอากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ฮุ่ยเจียงกับกลุ่มคนเหล่านี้

"ปล่อยนางไว้ที่นี่แหละถือว่าภารกิจของเราจบสิ้นแล้วยังไงนางก็ไม่มีทางมีชีวิตรอดไปได้ " หนึ่งในผู้คุมพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจราวกับว่าเมื่อกี้ไม่ได้ทำการสังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยมราวกับเป็นผักปลา และคำสั่งที่ได้รับมาคือทำให้ผู้หญิงคนนี้ตายอย่างทรมานที่สุดแต่พวกเขาคิดว่าจากสภาพของนางตอนนี้ก็คงไม่มีทางรอดไปได้

"เอาอย่างที่เจ้าว่าข้าเองก็ขี้เกียจเดินทางแล้วเหมือนกัน" ผู้คุมที่อยู่บนม้าพูดขึ้นก่อนจะหันมาทางฮุ่ยเจียง

"ฮึเจ้านี่ช่างน่าสงสารจริง ๆ ชาติที่แล้วเจ้าคงทำเวรทำกรรมเอาไว้เยอะสินะ ชาตินี้ถึงได้เกิดมารับกรรมตั้งแต่ยังเยาว์แต่จะโทษก็ต้องโทษที่เจ้าโง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนี้ ป่านนี้สามีกับสหายของเจ้าคงกำลังมีความสุขกับสมบัติของตระกูลเจ้าอย่างสบายใจน่าดู" พูดจบพวกมันก็ควบม้าทะยานออกไปปล่อยนางนอนรอความตายอย่างทรมาน

ฮุ่ยเจียงที่ได้ยินคำเยาะเย้ยถากถางก็จิกมือแน่นพอคิดไปถึงสามีชั่วกับสหายเลวของตัวเองก็พลันเจ็บแน่นในอกจุกจนพูดไปไม่ออก เพราะสิ่งที่ผู้คุมพูดออกมานั้นมันเป็นจริง เพราะความโง่เง่าของนางเองที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ ใบหน้าของชายโฉดหญิงชั่วสองคนที่ลอยมาทำเอาฮุ่ยเจียงเจ็บจนกระอักเลือดและเพราะร่างกายที่ไม่สามารถทนต่อบาดแผลได้อีก ร่างเล็ก ๆ ของนางค่อย ๆ เอนลงบนผืนดินที่แตกระแหงพร้อมกับความแค้นที่มีต่อชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น

"โอ๊ย!! อึก!" จู่ ๆ นางก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงความเจ็บร้าวเล่นงานไปทั่วร่างทั้งภายในช่องท้องยังบีบรัดถี่ ๆ จนแทบทนไม่ไหว รู้สึกถึงน้ำหนืดกับกลิ่นคาวเลือดที่ไหลออกมาตรงหว่างขามืออันสั่นเทาแตะไปที่กลางหว่างขาแล้วยกขึ้นมาดูพลันหัวใจของนางก็แตกสลายเมื่อรู้ว่าตอนนี้ลูกของนางได้จากไปแล้วเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ชายสารเลวคนนั้นแต่ถึงอย่างนั้นนางก็เสียใจเพราะเลือดอีกครึ่งหนึ่งนั้นเป็นของนางถึงจะอยู่ในท้องนางยังไม่ถึงสองเดือนแต่นางก็รู้สึกผูกพัน คงเพราะการเดินทางอันแสนทรมานกับความเหนื่อยล้าสะสมจนถึงวาระสุดท้ายลูกน้อยถึงได้จากนางไปยังที่ไกลแสนไกล ตอนนี้ทุกคนคงรอนางอยู่...

ท่ามกลางแดดร้อนระอุและผืนดินอันแห้งแล้ง ฮุ่ยเจียงถูกทิ้งให้นอนตายอย่างทรมาน

ความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ บวกกับความสูญเสียลูกในท้องทำให้ฮุ่ยเจียงสิ้นหวังมองโลกมืดมน

ฮุ่ยเจียงทิ้งร่างอันเหนื่อยล้าลงบนผืนดินแห้งแล้งดวงตาพร่ามัวมองตามผู้คุมที่ควบม้าทะยานออกไปด้วยความสิ้นหวัง ความเร็วของม้าทำเอาฝุ่นฟุ้งลอยตลบอบอวลอยู่ในอากาศ นางเตรียมรับวาระสุดท้ายที่จะมาถึงลมหายใจขาดห้วงใกล้จะสิ้นลมแต่ยังไม่ทันที่ฮุ่ยเจียงจะปิดเปลือกตาลง นางก็เห็นกลุ่มคนที่ควบม้าตรงมา ดวงตาที่กำลังจะปิดพยายามลืมขึ้นอีกครั้งนางมองไปยังบุรุษที่กำลังควบม้าทะยานเข้ามาใกล้ มือของเขากวาดกระบี่ไปคราเดียวก็สังหารคนตายไปถึงสองในสามนางมองเหล่าผู้คุมจนพวกมันทีละร่างราวกับใบไม้ร่วงก่อนจะเห็นเขาเข้ามาใกล้มากขึ้น

บุรุษร่างสูงใหญ่กระโจนลงจากม้าตรงมาหานางด้วยความรวดเร็วแต่ตอนนี้นางเจ็บปวดจนทนไม่ไหวและสิ่งที่ได้สัมผัสครั้งสุดท้ายคืออ้อมกอดของเขาพร้อมกับเสียงทุ้มฟังรื่นหูแต่ก็แฝงไปด้วยความร้อนรนนางได้ยินเขาพูดขอโทษซ้ำ ๆ สลับพูดปลอบโยนพลันหัวใจก็อุ่นซ่าน

"เจียงเอ๋อร์..พี่ขอโทษ พี่มาช้าไปพี่ผิดต่อเจ้าแล้ว"

"เจียงเอ๋อร์ พี่ผิดต่อเจ้า..พี่ขอโทษ ตื่นขึ้นมา..ลืมตาขึ้นมาสิ! ได้โปรด..."

ร่างสูงโอบกอดนางด้วยความอ่อนโยนทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะบุบสลาย

ฮุ่ยเจียงรู้สึกถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมและทำให้นางรู้สึกปลอดภัย ใบหน้าที่เคยงดงามยิ้มออกมาด้วยความสุขเป็นครั้งแรก ความเจ็บปวดที่ถาโถมทำให้นางหายใจลำบากสมองขาวโพลน ช่วงเวลาที่เปรียบเสมือนคนใกล้ตายนางเห็นภาพในวันวานวิ่งวนเข้ามาในสมองอันเลอะเลือนของเธอ

ภาพครอบครัวอันแสนสุข ท่านพ่อท่านแม่ แม่รองพี่ใหญ่น้องชายและน้องสาวที่นั่งร่วมวงกันทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา

ภาพในยามที่ทุกคนส่งเสียงหัวเราะให้กันด้วยความสุข

ภาพน้องน้อยทั้งสองคนวิ่งไล่กวดกัน

ภาพที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งชอบเข้ามาเล่นกับนางเป็นประจำ

ภาพที่นางร้องไห้น้ำตานองหน้าต่อว่าเด็กชายคนนั้นเมื่อรู้ว่าเขาจะจากนางไปไกล 

เบื้องหน้านางเห็นครอบครัวของนางยืนส่งยิ้มให้เจียอีเองก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยเช่นกัน

เปลือกตาของนางหนักอึ้งขึ้นทุกขณะทั้งที่อยากจะเห็นใบหน้าบุรุษผู้มีอ้อมกอดอบอุ่นผู้นี้นักแต่นางก็มิอาจฝืนต่อไปได้มือบางยกขึ้นเพื่อต้องการสัมผัสใบหน้าบุรุษตรงหน้า เหมือนเขาจะรู้ความคิดของนางฝ่ามือหนาจับมือของนางเอาไว้แล้วนำไปวางที่แก้มสากของเขาด้วยความทะนุถนอม

ฮุ่ยเจียงรับรู้ถึงสัมผัสอุ่นร้อนแผ่วเบาที่หน้าผากและหยาดน้ำอุ่น ๆ ที่ไหลลงมากระทบใบหน้าของนาง

ก่อนที่นางจะสิ้นลมหายใจ ฮุ่ยเจียงได้สัมผัสถึงความรักและความห่วงใยจากบุรุษผู้ลึกลับ

...แต่เขาคือผู้ใดกัน...

ร่างแกร่งของบุรุษปริศนาร่ำไห้ออกมาด้วยหัวใจที่แตกสลายน้ำตาไหลลงข้ามแก้มสู่ปลายคางสองมืออันสั่นเทาโอบประคองร่างเล็กผอมแห้งที่ไร้วิญญาณด้วยความรักใคร่ที่ไม่เคยจางหาย ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าร้องเรียกชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนมันสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา

"เจียงเอ๋อร์..ม่าย!!!"

ร่างสูงโอบกอดร่างที่ไร้วิญญาณเนิ่นนานความรู้สึกภายในใจรวดร้าวทรมานเจียนตายจากนั้นจึงลุกขึ้นอุ้มร่างของคนที่ตัวเองรักเดินผ่านทหารและองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าลงแสดงความเคารพต่อผู้ที่จากไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน

"คุณหนู คุณหนูเจ้าคะตื่นเถอะเจ้าค่ะ"

⋇⊶⊰❣⊱⊷⋇ ⋇⊶⊰❣⊱⊷⋇

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

สุพัฒตา เชี่ยวชาญ
สุพัฒตา เชี่ยวชาญ
บอก 25ตอนจบแต่ลงแค่. 24. ตอนลงไม่จบ
2026-06-30 14:01:57
0
0
25 فصول
บทนำ ปฐมบท
เส้นทางสู่แคว้นฉี"นางทาสชั้นต่ำเดินช้าเช่นนี้คิดจะถ่วงเวลาพวกข้าอย่างนั้นรึ!!" ผู้คุมส่งเสียงตะโกนดังก้องด้วยโทสะเขาเดินเข้ามาหาทาสนางหนึ่งด้วยท่าทางคุกคามในมือของเขาถือแส้ที่ม้วนเป็นวงกลม ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหดร่างเล็ก ๆ ของเจียอีคลานหนีด้วยความหวาดกลัว เขาเงื้อมมือขึ้นสูงแล้วฟาดแส้ลงมาอย่างหนักหน่วง"โอ๊ย!!" เสียงร้องของฮุ่ยเจียงที่วิ่งเข้ามากอดร่างบางของสาวใช้คนสนิทเอาไว้แน่น นางใช้แผ่นหลังของนางรองรับแส้ที่ฟาดลงมาความแรงของมันทำให้ร่างของนางทรุดลงทันทีนางกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่นกลั้นเสียงร้องจากอาการเจ็บปวดแผ่นหลังของนางปริแตกเลือดไหลออกมาตามผิวเนื้อ ร่างเล็กผอมแห้งซูบเซียวประหนึ่งต้นหญ้าขาดน้ำแต่กลับแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งนางพยายามปกป้องสาวใช้ของตนเองถึงแม้ว่าตอนนี้นางเองก็สภาพย่ำแย่ไม่ต่างกัน เสื้อผ้าที่นางใส่ตอนนี้ขาดเป็นริ้วไม่ต่างจากขอทานแต่ถึงแม้จะผ่านความเจ็บปวดเพียงใดแต่ฮุ่ยเจียงก็ยังอดทน มือที่อ่อนแรงและสั่นเทาโอบกอดสาวใช้คนสนิทเอาไว้"คุณหนู.." เจียอีสาวใช้ที่ติดตามมาตั้งแต่เล็กมองใบหน้าคุณหนูของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารอดีตบุตรสาวท่านราชครูหญิงสาวที่เคยงามพิล
اقرأ المزيد
บทที่ 1 การกลับมาของฮุยเจียง 1/1
ร่างสูงโอบกอดร่างที่ไร้วิญญาณเนิ่นนานความรู้สึกภายในใจรวดร้าวทรมานเจียนตายจากนั้นจึงลุกขึ้นอุ้มร่างของคนที่ตัวเองรักเดินผ่านทหารและองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าลงแสดงความเคารพต่อผู้ที่จากไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน"คุณหนู คุณหนูเจ้าคะตื่นเถอะเจ้าค่ะ"เฮือกก!! ร่างเล็ก ๆ สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นคนที่อยู่ตรงหน้า"เจียอี..เจ้ายังไม่ตาย" ฮุ่ยเจียงส่งเสียงร้องเรียกคนตรงหน้าด้วยความดีใจที่ได้เห็นหน้าสาวใช้คนสนิทอีกครั้งนางร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางยกมือปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหาสาวใช้ที่ทำหน้าเหลอหลา สองมือของฮุ่ยเจียงจับไหล่สาวใช้พลิกซ้ายพลิกขวาจนร่างเล็กของสาวใช้แทบจะหมุนเป็นลูกข่าง"เจ้ายังเจ็บอยู่หรือไม่แล้วนี่ผู้ใดมาช่วยพวกเรากัน เรารอดตายแล้วใช่หรือไม่ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าลูกข้า.." ฮุ่ยเจียงยื่นมือมาแตะที่หน้าท้องของตัวเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มลูกนางยังอยู่แต่พอสาวใช้พูดแย้งขึ้นทำเอาฮุ่ยเจียงถึงกับนิ่งค้างในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยความสับสนส่วนสาวใช้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็รีบพูดขัดขึ้นพร้อมจ้องมาที่ฮุ่ยเจียงด้วยสายตาสับสน"คุณหนูท่านเพิ่งจะเข้าสู
اقرأ المزيد
บทที่ 2 การกลับมาของฮุยเจียง ½
เรือนฮุ่ยหลันฮุ่ยเจียงเดินเข้ามาในเรือน พ่อบ้านก็เข้ามารายงาน "ท่านราชครูและฮูหยินกำลังรออยู่ในห้องโถงขอรับ" ฮุ่ยเจียงยิ้มบาง ๆ และพยักหน้ารับ เดินตามพ่อบ้านเข้าไปในห้องโถง"คุณหนูมาแล้วขอรับ" พ่อบ้านรายงานเสร็จก็เดินถอยหลังออกไป ทันใดนั้น เสียงใส ๆ ของเด็กสองคนก็ดังขึ้น"พี่รองมาแล้ว! พี่รองมาแล้ว!" เด็กสองคนวิ่งเข้ามาหาฮุ่ยเจียงด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายสดใส ฮุ่ยเจียงย่อตัวลงอ้าแขนออกกว้างพร้อมรอยยิ้ม ร่างเล็กของเด็กทั้งสองคนวิ่งโถมนางจนเกือบล้มฮุ่ยเจียงที่รู้อยู่แล้วว่าการมาของนางจะต้องเจอกับเจ้าลูกลิงสองตัวที่โถมเข้ามาหานางอย่างเช่นตอนนี้ ในชาติก่อนนางตั้งรับไม่ทันทำให้นางล้มกลิ้งก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้นแข็งจนดูน่าตลกในสายตาบ่าวไพร่ แต่วันนี้นางตั้งรับทัน "พี่รอง! พี่รอง!" เด็กชายและเด็กหญิงร้องเรียกพร้อมเสียงหัวเราะสดใส ฮุ่ยเจียงยิ้มพลางกอดพวกเขาเบา ๆ ดวงตาคู่สวยมองน้องชายและน้องสาวด้วยความรักและคิดถึง แม้น้องสาวจะเกิดจากแม่รองแต่ฮุ่ยเจียงก็มีความรักและห่วงใยน้อง ๆ เท่าเทียมกันส่วนมากนางจะใช้เวลาเล่นกับน้อง ๆ สอนคัดตัวอักษรตามที่บิดาเคยสอนและช่วยน้อง ๆ เรียนรู้สิ่งให
اقرأ المزيد
บทที่ 3 การกลับมาของฮุ่ยเจียง 1/3
ฮุ่ยเจียงย่อกายทำความเคารพบุคคลทั้งสามจากนั้นก็เดินเข้าไปหาท่านพ่อที่กำลังวางตำราลงโดยมีฮุ่ยหลินเข้ามานั่งบนหัวเข่าแล้วหยิบขนมบนจานขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ฮุ่ยเจียงสอดแขนไปรอบเอวของบิดาใบหน้าเล็กก้มงุดลงไปที่หน้าอกดวงตาหลับพริ้มซึมซับความรู้สึกคิดถึงท่ามกลางความแปลกใจของทั้งสามคน"เจียงเอ๋อร์ลูกพ่อเจ้าเป็นอันใดรึ เจ็บป่วยยังไม่หายใช่หรือไม่" กล่าวจบฮุ่ยหมิ่นก็ยกมือขึ้นแตกหน้าผากเช็กอาการบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงเพราะปกตินางไม่ค่อยอ้อนนอกจากตอนยามเจ็บไข้ได้ป่วย"ลูกสบายดีเจ้าค่ะแต่เมื่อคืนลูกเพียงแค่ฝันร้าย" ฮุยเจียงยิ้มให้บิดาแล้วผละออกหลังจากกอดจนพอใจ นางเดินเข้าไปหามารดาที่มองด้วยสายตาอบอุ่นร่างเล็กโถมเข้าหามารดาซบลงบนอกอุ่นด้วยความคิดถึง ดวงตาของนางร้อนผ่าวจนเกือบจะไหลทำให้นางต้องกะพริบตาปริบ ๆ ไม่ปล่อยให้มันไหลออกมาเกรงว่าจะทำให้มารดาเป็นห่วง"เจ้าเด็กคนนี้อ้อนเป็นน้องสาวเจ้าไปได้" ซูลี่ลูบศีรษะเล็ก ๆ ของบุตรสาวที่กำลังอ้อนราวกับเด็กน้อยใบหน้ายังคงส่งรอยยิ้มอบอุ่น ซึ่งเป็นใบหน้าที่ฮุ่ยเจียงเห็นจนชินตา สายตาของมารดาที่มองมาที่นางนั้นเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยไม่ว่าเวลาจะผ่านไ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 การกลับมาของฮุ่ยเจียง 1/4
รถม้าประทับตราสกุลฮุ่ยของราชครูเข้ามาจอดอยู่ที่เชิงเขาทางขึ้นวัดเสวียนคง วัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาดูเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ หลังจากลงรถม้าฮุ่ยเจียงกับสาวใช้ก็เดินขึ้นบันไดที่มีซุ้มต้นไผ่ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เรียงรายขนาบสองข้างทาง มันสูงจนปลายต้นโน้มเอียงเข้าหากันจนกลายเป็นอุโมงค์ต้นไผ่สร้างความร่มรื่นสวยงามฮุ่ยเจียงสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ สูดหายใจเข้าเต็มปอด ดวงหน้างดงามเผยรอยยิ้มสดใส ยามที่สายลมอ่อน ๆ โชยพัดมาปะทะร่างของนาง ช่างสดชื่นนัก! ความรู้สึกสดชื่นที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจทำให้นางมีความสุขอย่างแท้จริง ท้องฟ้าสีฟ้าใสและต้นไม้ที่พลิ้วไหวไปตามลม ความสงบเงียบของธรรมชาติช่วยปลอบประโลมจิตใจนางจากความทุกข์ทรมานจากชาติที่แล้ว สาวใช้ที่ติดตามมาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เจียอีมองคุณหนูที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาฮุ่ยเจียงยิ้มอย่างสดใส ขณะสายลมพัดโชยพาให้ผมยาวสลวยของนางพลิ้วไหว ดวงตาของนางเป็นประกายสดใส ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านแมกไม้ลงมาราวกับเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ เจียอีอดไม่ได้ที่จะชื่นชมจากใจจริง“คุณหนู ท่านช่างงดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ” ฮุ่ยเจียงหันมายิ้มให้สาวใช้ “เจียอี เจ้าไม่รู้หรอก
اقرأ المزيد
บทที่ 5 พบกันครานี้ข้าจะไม่ปล่อยเจ้า 1/1
เสียงพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจพลางหันไปหาสาวใช้หวังว่าจะได้รับคำชื่นชมแต่ไม่คิดว่าในมือของสาวใช้ตอนนี้จะมีปลาเหมือนกันแต่ต่างกันที่ปลาในมือของสาวใช้นั้น ตัวใหญ่กว่าตัวที่นางจับได้เป็นเท่าตัว ดวงตาของฮุ่ยเจียงเบิกกว้างก่อนจะตะโกนถามสาวใช้ด้วยความตื่นเต้น"เจียอี เหตุใดเจ้าจึงจับได้ตัวใหญ่กว่าข้านักเล่า! ข้าไม่ยอมเจ้าแน่ นี่เจ้าปลาน้อยเจ้าจะไปไหนก็ไปเลย..ข้าจะจับตัวพ่อไม่ใช่ลูกปลาตัวน้อยแบบเจ้าสักหน่อย ชิ่ว ๆ ไปเลยนะ" ฮุ่ยเจียงที่เห็นว่าปลาที่อยู่ในมือสาวใช้ตัวใหญ่กว่าของนาง นางก็ยอมไม่ได้จึงปล่อยเจ้าปลาที่จับแล้วมองหาตัวใหญ่กว่า ส่วนเจียอีมองคุณหนูด้วยรอยยิ้มก่อนจะปล่อยปลาในมือตามไปอีกคนกลายเป็นว่าตอนนี้สองนายบ่าวพากันแข่งกันจับปลาการแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ ฮุ่ยเจียงแกล้งเจียอีด้วยการโยนหยดน้ำไปที่ตัว เจียอีหัวเราะและตอบโต้ด้วยการพยายามสาดน้ำกลับ ทั้งคู่สนุกกับการพยายามจับปลาและไม่ลืมที่จะหยอกล้อกัน เสียงหัวเราะและเสียงน้ำที่ดังกระจายยามที่พวกนางกระโจนจับปลากลายเป็นเสียงที่ไพเราะเสนาะหูต่อคนที่กำลังมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงคะนึงหาอย่างถึงที่สุดอีกฟากหนึ
اقرأ المزيد
บทที่ 6 พบกันครานี้ข้าจะไม่ปล่อยเจ้า1/2
ชาติก่อนในยามสงครามศึกนอกยังไม่น่ากลัวเท่ากับศึกภายใน...สงครามที่ยืดเยื้อกินเวลานานทำให้พี่ชายของนางไม่สามารถเข้าไปช่วยนางได้ทัน พอรู้ข่าวว่าครอบครัวถูกใส่ร้ายก็เร่งเดินทางไปทันทีใครจะคิดว่ามันคือหนึ่งในแผนการที่ล้มล้างตระกูลพอไปถึงหน้าประตูเมืองฮุ่ยเหอก็ถูกจับกุมในทันทีใครจะคิดว่าทั้งตระกูลของนางจะถูกคนชั่วช้าเล่นงานจนดิ้นไม่หลุด ส่วนเขาที่ยังทำสงครามอยู่อีกแคว้นไม่ได้รู้ข่าวคราวเกี่ยวกับครอบครัวของสหายเลยด้วยซ้ำ พอมารู้อีกทีก็ตอนที่ทั้งตระกูลถูกประหารชีวิตเหลือเพียงนางกับสาวใช้ที่ถูกขายไปเป็นทาส กว่าจะสืบสาวราวเรื่องได้ว่านางถูกพาไปที่ใดก็กินเวลาหลายวัน เขาควบม้าด้วยความเร่งรีบแม้อาหารสักมื้อก็ไม่พักรับประทานเพราะเกรงว่าจะไม่ทัน แต่ใครจะคิดว่านางนั้นถูกพามาทรมานแทนที่จะเป็นการส่งไปเป็นทาสตามที่ได้ยินมา ในตอนที่ไปถึงจุดที่นางอยู่ในตอนนั้นเป็นตอนที่นางกำลังจะทิ้งตัวลงบนผืนดินเหมือนกับไม่สามารถทนต่อไปได้เขาเร่งควบม้าอย่างไม่คิดชีวิตดวงตาคมเข้มสะท้อนความร้อนรนทอดมองร่างเล็กที่กำลังเอนลงบนผืนดินร้อนระอุสองมือก็ตวัดดาบบั่นคอคนที่บังอาจทำร้ายยอดดวงใจคมกระบี่ฟันฉับไปที่คนเหล่านั้นเพื่อแ
اقرأ المزيد
บทที่ 7 พบกันครานี้ข้าจะไม่ปล่อยเจ้า 1/3
ยามโฉ่ว (01:00-02:59)ท้องฟ้าสีครามเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงและดำพร้อมกับดวงดาวที่ปรากฏขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปลมพัดเบา ๆ นำพากลิ่นหอมของดอกไม้ที่เพิ่งเริ่มบานออกมาท่ามกลางความมืดมิดยามราตรีแสงจันทร์กระจ่างถูกบดบังด้วยเมฆครึ้มที่เคลื่อนเข้ามาพอดีทำให้ร่างสูงของชายชาติทหารทะยานลงมาจากต้นไม้ลงมาสู่ผืนดินอย่างไร้เสียงด้วยวิชาตัวเบาเพราะเป็นผู้มีวรยุทธ์แกร่งกล้าทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายเสียงหน้าต่างเปิดพร้อมกับเงาดำที่เคลื่อนผ่านเข้ามาด้วยความรวดเร็วไม่ทำให้ผู้คนในเรือนฮุ่ยเหลินรู้ตัวสาวใช้คนสนิทยังนอนหลับอย่างสบายใจที่หน้าห้องอย่างเช่นปกติ แต่ค่ำคืนนี้หาใช่ปกติไม่เพราะมีบุรุษชุดดำบุกรุกเข้ามาในจวนโดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้สวีเสวียนหนานที่เพิ่งแอบเข้ามาในห้องนอนของฮุ่ยเจียง กำลังจ้องมองใบหน้าของสาวงามที่นอนหลับตาพริ้มด้วยสายตาล้ำลึก แสงจากเทียนที่มีอยู่เพียงน้อยนิดไม่ทำให้การมองเห็นของเขาลดลง มือหนาเอื้อมไปแตะลงบนหน้าผากกลมมนแผ่วเบาเพราะเมื่อช่วงค่ำได้ยินว่านางนั้นมีไข้เลยอยากเข้ามาตรวจสอบให้แน่ใจว่านางจะไม่เป็นหนักเกินไป เพราะแอบตามมาตั้งแต่นางขึ้นมาจากน้ำเดินทางกลับจวน เขาก็ยังแฝงตัวเงียบ
اقرأ المزيد
บทที่ 8 รอรับพี่ใหญ่ 1/1
"บ่าวพูดจริงต่างหากละเจ้าคะในเมืองหลวงนี้ใครก็รู้ว่าบุตรสาวคนรองของท่านราชครูงดงามที่สุด” เจียอีพูดพร้อมกับเดินไปที่ชั้นวางเสื้อผ้า แต่แทนที่นางจะเลือกให้คุณหนู นางกลับเลือกไม่ถูก ชุดนี้ก็งาม ชุดนั้นก็งาม มือของนางยกขึ้นเกาศีรษะอย่างคิดไม่ตก นางเลยหันไปหาคุณหนู"คุณหนูต้องการชุดแบบไหนเจ้าคะ บ่าวเลือกไม่ถูกเจ้าค่ะ” เจียอีส่งยิ้มแหยให้คุณหนู ฮุ่ยเจียงมองสาวใช้พลางส่ายหัวแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ "ข้าว่าข้าอยากได้ชุดสีฟ้าอ่อนที่มีลายปักดอกเหมยเจ้าคิดว่าอย่างไร""เจ้าค่ะ” เจียอีรีบหยิบชุดที่คุณหนูต้องการมาให้ แล้วช่วยคุณหนูแต่งตัววันนี้เป็นวันดี เป็นวันที่กองทัพของคุณชายใหญ่เดินทางกลับจากการทำศึกมาเนิ่นนาน ศึกจากชายแดนใต้ที่สู้ต่อเนื่องเป็นเวลานานตอนนี้ก็สิ้นสุดลงสักที หลังจากนำทหารโจมตีข้าศึกจนชนะ แม่ทัพใหญ่บุตรชายของท่านราชครูก็ได้รับการยกย่องจากทั่วทุกสารทิศต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในความสามารถของแม่ทัพใหญ่ฮุ่ยเจียงคิดถึงภาพของพี่ใหญ่ในชุดเกราะนางก็ยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ "พี่ใหญ่ของข้าช่างเก่งกาจจริง ๆ" นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เจียอีได้ยินก็อดยิ้มตามไม่ได้ "ท่านแม่ทัพใหญ่เป็
اقرأ المزيد
บทที่ 9 รอรับพี่ใหญ่ 1.2
การเดินขบวนกลับบ้านของแม่ทัพฮุ่ยเหอและทหารเป็นเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ชาวบ้านต่างออกมาต้อนรับต่างก็แสดงความเคารพและสรรเสริญขบวนทัพที่เดินอย่างเป็นระเบียบเสียงดนตรีที่ดังกึกก้องไปทั่วเป็นการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งภาพที่น่าจดจำและสร้างความประทับใจฮุ่ยเจียงมองเห็นพี่ใหญ่ของนางนั่งอยู่บนหลังม้าผงาดในชุดเกราะเหล็กท่ามกลางแสงแดดเขามองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาเข้มแข็งและมีรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้ารวมถึงทหารทุกนายที่เดินอย่างเป็นระเบียบด้วยการแต่งกายที่เต็มยศไม่ต่างกันถัดไปเป็นนายทหารยศรองลงมาขี่ม้าและถือธงชัยที่แสดงถึงการชนะศึกขบวนทัพมีการบรรเลงดนตรีด้วยกลองและแตรเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งชัยชนะเสียงดนตรีดังกึกก้องไปทั่วเส้นทางที่ผ่านชาวบ้านพากันออกมาต้อนรับ บ้านเรือนของพวกเขาประดับบ้านเรือนด้วยธงและดอกไม้มีการจุดดอกไม้ไฟเพื่อเฉลิมฉลองพวกชาวบ้านนำของขวัญและอาหารมามอบให้ทหารเพื่อแสดงความขอบคุณและยินดีต้อนรับทหารทุกคนที่ได้กลับบ้านในที่สุดขบวนก็เข้ามาหยุดที่หน้าบ้านสกุลฮุ่ยร่างสูงสง่าของบุตรชายคนโตค้อมศีรษะให้บิดามารดาและแม่รองด้วยท่วงท่าสง่างาม แต่ยังมิได้ลงมาแสดงความเคารพอย่างใกล้ชิดเพราะขบ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status