ทะลุมิติมาเลี้ยงดูบิดาตาบอด

ทะลุมิติมาเลี้ยงดูบิดาตาบอด

last updateLast Updated : 2026-08-14
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
10
6 ratings. 6 reviews
70Chapters
7.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ทะลุมิติมาทั้งทีได้แค่แม่ไก่อ้วนพีตัวเดียวเนี่ยนะ มารดามันเถอะ ไอ้ผู้คุมวิญญาณเฮงซวย!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 เด็กอัปมงคล

ในวันที่เฮ่อหลานฉือได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดี ทันทีที่กลับถึงจวน ประโยคแรกที่เขาพูดกับเซี่ยหลิงหลัวคือ เขาต้องการรับกู้อวิ๋นเหยาเข้ามาเป็นภรรยาร่วมศักดิ์

เซี่ยหลิงหลัวพยักหน้าอย่างเฉยชา

จากนั้น นางก็ดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

แต่ก่อน เพียงได้ยินว่าเฮ่อหลานฉือเหลือบแลมองบ่าวสาวใช้ผู้ใดมากเป็นพิเศษ นางก็จะโกรธอยู่หลายวัน ทว่าบัดนี้ นางกลับเป็นผู้จัดเตรียมพิธีรับภรรยาร่วมศักดิ์เข้าจวนด้วยตัวเอง พิธีการดูยิ่งใหญ่ ทุกขั้นตอนพิถีพิถัน จนยิ่งใหญ่กว่างานแต่งของตัวนางเองเสียอีก

แต่ก่อน นางมักจะหาข้ออ้างนำน้ำซุปหรือของว่างไปส่งให้เขาที่ห้องหนังสือ ทว่าบัดนี้ นางเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน และไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก

แต่ก่อน นางมักจะแต่งตัวอย่างพิถีพิถันทุกวัน หวังว่าจะได้รับการโปรดปรานจากเขาบ้าง ทว่าบัดนี้ นางกลับปล่อยหน้าสด เก็บตัวไม่ออกไปไหน แม้กระทั่งตอนที่เฮ่อหลานฉือเข้ามาในเรือนของนาง และโน้มกายหมายจะมาจุมพิต นางก็ยังผลักเขาออกไปอย่างแผ่วเบา!

“วันนี้ข้ามีรอบเดือนมาเยือน เกรงว่าจะปรนนิบัติท่านได้ไม่รอบคอบ น้องอวิ๋นเหยาเพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่นาน นางย่อมต้องการความเห็นใจและการดูแลจากท่านพี่ ท่านพี่ไปหาน้องอวิ๋นเหยาที่เรือนเถิดเจ้าค่ะ”

เฮ่อหลานฉือชะงักไปชั่วขณะ ก่อนผุดกายลุกตรงและหันไปมองหน้านาง แสงเทียนวูบไหวบนใบหน้าของนาง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความรักที่มีต่อเขา บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่ห่างเหินเท่านั้น

“เซี่ยหลิงหลัว เดือนนี้ข้ามาหาเจ้าหลายสิบหนแล้ว แต่รอบเดือนของเจ้าก็จะมาทุกครั้ง เจ้าคิดว่าข้าจำรอบเดือนของเจ้าไม่ได้ หรือคิดว่าข้าเป็นคนหลอกง่ายฮะ?”

เซี่ยหลิงหลัวเงยหน้าขึ้น สายตาเฉียบคม “ข้าไม่บังอาจหรอกเจ้าค่ะ แต่ตัวข้านั้นไม่สบายจริง ๆ ข้าเองก็ไม่ทราบรอบเดือนถึงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเหตุอันใด อีกอย่าง น้องอวิ๋นเหยาก็เพิ่งเข้ามาในจวน ย่อมต้องกานการดูแลเอาใจใส่จากท่านพี่เป็นพิเศษ หากท่านพี่จะไปอยู่กับนางให้มากหน่อย มันก็เป็นเรื่องอันสมควรอยู่แล้ว”

เฮ่อหลานฉือถึงกับพูดไม่ออกสักคำเมื่อเห็นท่าทีไม่ยอมอ่อนข้อของนาง โทสะที่สะกดกลั้นอยู่ภายในอกเป็นเวลานานก็ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

เขาจ้องหน้านางอยู่นาน ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ข้าจะไปเรือนของอวิ๋นเหยาเอง ทว่าวันนี้ ข้าจะพักที่เรือนของเจ้า ข้าอยู่กับอวิ๋นเหยามาตลอดทั้งเดือนแล้ว หากข้ายังไม่มาค้างที่เรือนของเจ้าบ้าง ข่าวลือภายในจวนก็คงจะทับถมเจ้าจนตายได้”

เซี่ยหลิงหลัวกลับส่ายหน้าเบา ๆ แล้วถอยหลังลงไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง “ข้าไม่สนใจคำพูดของคนอื่น อีกอย่าง…ข้าไม่ได้มีแค่รอบเดือน แต่สองสามวันก่อนข้าต้องลมหนาวทำให้เป็นหวัดด้วย บัดนี้ยังไม่หายดี เกรงว่าจะทำให้ท่านพี่ติดไข้ไปด้วย”

เฮ่อหลานฉือเงยหน้าขึ้นมองนาง แต่กลับเห็นว่าสีหน้าของนางแดงระเรื่อ ลมหายใจสม่ำเสมอเป็นปกติ มีอาการป่วยได้ที่ไหน?

“เซี่ยหลิงหลัว!” เขาเรียกนางด้วยชื่อเต็ม น้ำเสียงแฝงด้วยความกรุ่นโกรธ “เจ้ายังโกรธข้าเรื่องนั้นอยู่ใช่หรือไม่?”

“ได้ ข้ายอมรับ ตอนแรกภายในใจข้ามีอวิ๋นเหยาเพียงผู้เดียว แต่หลังจากเกิดเรื่องกับพ่อของเจ้าเมื่อครั้งก่อน ข้าก็บอกกับเจ้าแล้วว่า หลังจากนี้ ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนปฏิบัติต่อนางทุกประการ แล้วเจ้าจะไม่พอใจเรื่องอะไรอีก? นี่เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”

“ท่านพี่คิดมากไปแล้วเจ้าค่ะ วันนี้ข้าเพียงตัวไม่สบาย จึงไม่สามารถปรนนิบัติท่านได้เท่านั้นเอง”

เป็นเช่นนี้อีกแล้ว! นางยังคงเป็นท่าทีเฉยเมย ราวกับทุกเรื่องบนโลกนี้ล้วนไม่อาจทำให้นางหวั่นไหวได้!

เฮ่อหลานฉือรู้สึกออกแรงไปเสียเปล่า เพลิงโทสะที่ไร้ที่ระบายแผดเผาหน้าอกของเขาจนเจ็บหน้าอกแปล๊บ

“ได้” เขาระงับความโกรธลง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว “เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าค่อยจะมาใหม่”

“พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาหรอกเจ้าค่ะ” เซี่ยหลิงหลัวตอบกลับอย่างทันที “พรุ่งนี้ข้าจะไปสวดมนต์ขอพรให้ท่านพ่อที่วัด”

“เช่นนั้นก็วันมะรืน”

“วันมะรืนก็ไม่ได้เช่นกันเจ้าค่ะ ข้านัดกับช่างปักผ้าไว้ ข้าต้องรีบตัดเย็บชุดในฤดูใบไม้ร่วงสักหลายตัว”

“วันมะเรื่อง!”

“วันมะเรื่อง…เกรงว่าร่างกายข้ายังคงไม่ฟื้นดีเจ้าค่ะ” เซี่ยหลิงหลัวเงยหน้ามองที่เขา ก่อนจะพูดทีละคำอย่างชัดเจน “ท่านพี่ หลังจากนี้…ท่านอย่ามาที่นี่จะดีกว่าเจ้าค่ะ เรือนแห่งนี้เงียบเหงา อีกทั้งตัวข้ายังเจ็บป่วย ข้าไม่อยากจะทำให้ร่างอันสูงศักดิ์และบริสุทธิ์ของท่านต้องมัวหมอง ในเมื่อท่านพี่กับน้องอวิ๋นเหยามีใจตรงกัน จากนี้ไปท่านก็ทำเป็นว่าข้าไม่มีตัวตนในจวน และไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องศักดิ์ศรี ท่านจะค้างที่เรือนของน้องอวิ๋นเหยาทุกคืน ข้าเองก็จะไม่ตำหนิเลยสักคำ”

“เจ้า—!” เฮ่อหลานฉือถูกคำพูดของนางกระตุ้นจนโมโห หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง พายุที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวปรากฏขึ้นในแววตาของเขา “เซี่ยหลิงหลัว! นี่เจ้าจงใจทำเช่นนี้ใช่หรือไม่ ชีวิตยังเหลืออีกยาวไกล หรือว่าเจ้าคิดจะผลักไสข้าเช่นนี้ไปทั้งชาติ? บัดนี้จวนแม่ทัพล่มสลาย เจ้าก็ไร้ที่พึ่งแล้ว หากเจ้าจะมาประชดข้าเช่นนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร!”

เซี่ยหลิงหลัวมองใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียน ตอนนี้แววตาของเขาดุดันขึ้นหลายส่วนเพราะความโกรธ แต่ภายในใจของนางกลับสงบนิ่งและว่างเปล่า

“ข้าไม่ได้ประชด ในเมื่อท่านพี่ชอบน้องอวิ๋นเหยา เช่นนั้นต่อจากนี้ก็ขอให้ท่านทั้งสองรักใคร่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า ส่วนข้าเอง…จะปฏิบัติตนให้สงบเสงี่ยมเจียม และจะไม่ไปรบกวนพวกท่าน”

เฮ่อหลานฉือจ้องมองนางด้วยตาเขม็ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเพิ่งได้รู้จักกับสตรีที่ตนแต่งเข้าจวนมาเป็นภรรยานานห้าปี แต่ไม่เคยใส่ใจอย่างแท้จริง

สายตาของนางสงบนิ่งมากเกินไป ความสงบนิ่งนั้นกลับทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา ราวกับว่ามีของสำคัญบางอย่างกำลังหลุดหายไปยังสถานที่ที่เขามองไม่เห็นอย่างรวดเร็ว

“ได้!” เขาสะบัดแขนเสื้อ แผ่นหลังแข็งทื่อ ท่าทางเต็มไปด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน “เซี่ยหลิงหลัว หวังว่าเจ้าจะจดจำคำพูดของเจ้าในวันนี้ให้ดี! อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน!”

เขาปิดประตูอย่างแรงจนเสียงดังลั่น ฝุ่นที่อยู่ด้านบนก็ร่วงกราวลงมา

เซี่ยหลิงหลัวยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหน

จนเสียงฝีเท้าหายไปจากด้านนอกเรือนโดยสิ้นเชิง นางจึงค่อย ๆ เดินไปนั่งลงข้างโต๊ะ ก่อนยกถ้วยชาที่นางรินเอาไว้จนเย็นชืดไปนานแล้วขึ้นมาจิบ

ความเย็นแล่นผ่านลำคอและทำให้ตัวนางสั่นเล็กน้อย

เสียงกระซิบกระซาบจากสาวใช้ก็ดังแว่วขึ้นมาจากนอกหน้าต่าง

“ดูสิ ทะเลาะกันอีกแล้ว ไม่ทราบจริง ๆ ว่าฮูหยินกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เดิมทีนางก็ไม่เคยได้รับการโปรดปรานจากท่านอัครมหาเสนาบดี ยิ่งบัดนี้ตระกูลของนางก็ล่มสลายแล้ว แทนที่จะหาหนทางเอาใจท่านอัครมหาเสนาบดี นางกลับผลักไสท่านออกไปอีก…”

“นั่นน่ะสิ ข้าว่าจากนี้ไปจวนนี้จะต้องตกอยู่ในอำนาจของฮูหยินกู้แล้ว พวกเราก็ต้องรีบหาวิธีออกจากเรือนแห่งนี้ให้เร็วที่สุด รับใช้ผู้เป็นนายที่ไร้วาสนา พวกเราจะลืมตาอ้าปากได้เช่นไร?”

“จริงดังว่า! เจ้าดูสิฮูหยินกู้เพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่กี่วัน ท่านอัครมหาเสนาบดีก็ดูแลนางดั่งแก้วตาดวงใจ! ไม่ว่าจะเป็นไข่มุกหนานไห่ เครื่องเทศจากซีอวี้ ล้วนถูกส่งมายังเรือนของนางอย่างไม่ขาดสาย! ได้ยินมาว่าเมื่อวานนี้ ท่านยังเชิญแม่นมหลวงจากในวังเพื่อมาทำอาหารเจียงหนานให้นางโดยเฉพาะ เพียงเพราะนางพูดแค่ว่าอยากกินเท่านั้น!”

“เบาเสียงหน่อย! ฮูหยินยังไม่หลับนะ!”

“จะกลัวสิ่งใดเล่า? ตอนนี้นางยังเอาตัวไม่รอดเลย แล้วนางจะทำอะไรพวกเราได้ ข้าว่ารีบไปประจบประแจงเอาใจฮูหยินกู้จึงจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง บางทีพวกเราอาจพลอยได้รับวาสนาไปด้วยนะ…”

เสียงนั้นค่อย ๆ ห่างออกไป

เซี่ยหลิงหลัวถือถ้วยชาที่เย็นชืด ปลายเล็บซีดขาว ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม

จนกระทั่งมีนกพิราบส่งสารสีเทาตัวหนึ่งกระพือปีกเข้ามา แล้วจิกที่ซี่กรงตรงหน้าต่างเบา ๆ นางถึงได้ลุกเดินเข้าไปหา จากนั้นก็แกะท่อไม้ไผ่เล็ก ๆ ที่ติดอยู่ตรงขาของมัน ก่อนจะเปิดจดหมายที่อยู่ด้านใน

นั่นคือจดหมายของท่านพ่อที่ถูกส่งมาจากชายแดน

ลายมือหวัด อีกทั้งยังแฝงความหยาบกร้านของสภาพแวดล้อมที่ชายแดน

【ลูกสาวของพ่อปลอดภัยดีหรือไม่? เรื่องการหย่าร้าง พ่อไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เห็นว่าไม่สมควร ตามกฎหมายแห่งราชวงศ์แล้ว เมื่อฝ่ายชายไม่ได้เขียนหนังสือหย่า หากฝ่ายหญิงเป็นผู้ร้องขอหย่า และต้องไปรับทัณฑ์กลิ้งตะปูที่จวนจิงเจ้า! มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ ทรมานเจียนตาย! พ่อสำนึกผิดเหลือเกิน พ่อไม่ควรใช้อำนาจบีบบังคับให้เฮ่อหลานฉือแต่งกับลูก จนทำให้ลูกต้องทรมานถึงเพียงนี้! หวังว่าลูกจะไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าได้ผลีผลามเป็นอันขาด! พ่ออยู่ที่ชายแดน ยังพอปกป้องตนเองได้ ลูกไม่ต้องเป็นห่วง】

ทัณฑ์กลิ้งตะปู…

พอเซี่ยหลิงหลัวเห็นคำนั้น ปลายนิ้วก็สั่นขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ไม่นานนางก็สงบใจลงได้ และยื่นกระดาษแผ่นนั้นเข้าใกล้เปลวเทียน นางมองกระดาษที่ค่อย ๆ ม้วนงอ เปลี่ยนเป็นสีดำ แล้วกลายเป็นเถ้าถ่าน

ทรมานเจียนตาย?

นางครุ่นคิด ไม่มีสิ่งใดเจ็บปวดไปกว่าการที่นางยังรักเฮ่อหลานฉืออยู่ ทว่ากลับต้องยืนดูในดวงใจของเขามีเพียงผู้อื่นอีกแล้ว

ไม่มีสิ่งใดเจ็บปวดไปกว่าการที่ยืนดูท่านพ่อถูกเนรเทศอย่างไม่เป็นธรรม ตนเองนั้นกลับหมดหนทางที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใดได้

บัดนี้นางทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว

นางจะหย่า!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviewsMore

P JR
P JR
โดนเทแล้วเรื่องนี้ รอมาครึ่งปี 38 เท่าเดิม
2026-01-14 20:27:32
0
0
JJ's
JJ's
ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม2568 ก็หายไปเลย ไม่มีตอนต่อ ถึงแค่ตอน38 ไม่รู้ไปลงที่อื่นไหม ต้องไปตามหาอีกหรอเนี้ย สนุกมาก ฮืออ
2025-11-11 18:15:39
0
0
Phim Paphatwalan
Phim Paphatwalan
บทละครดีค่ะ. อ่านเพลิดเพลินดี
2025-08-22 21:57:32
0
0
Marktrun
Marktrun
ดีมากเลย สนุกมากรอตอนต่อไปค่ะ
2025-06-23 01:03:23
0
0
สุกัญญา ปัญญาสิทธิ์
สุกัญญา ปัญญาสิทธิ์
รออยู่คะอัพต่อนะค่ะ
2025-06-19 08:27:00
0
0
70 Chapters
บทที่ 1 เด็กอัปมงคล
บทที่ 1 เด็กอัปมงคล“เอาผิงกั๋วมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ เจ้าเด็กสารเลว” เสียงก่นด่าพลางแกะมือน้อย ๆ ออกจากผลผิงกั๋วที่หลานชายกำมันเอาไว้แน่นด้วยความโมโห เพราะอีกฝ่ายขัดขืนนางจึงลงมือผลักไหล่เจ้าตัวจนเด็กน้อยล้มลงไปบนพื้นดิน “ท่านยายเอาคืนข้ามานะขอรับ นี่มันของท่านพ่อของข้านะ” หลานชังวัยแปดปีอย่าง ‘หยางเทียนหรง’ ไม่ยินยอมจึงเกิดการแย่งชิง แต่แรงอันน้อยนิดของเด็กน้อยมันจะสู้แรงของยายเฒ่าแสนอ้วนท้วมได้อย่างไรกัน พลัก ตุบ “โอ้ย ฮึก” “ให้ข้ามาตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่องแล้ว” ยายเฒ่าไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยว่าหลานชายตรงหน้าจะเจ็บปวดที่ใดนางสนแค่เพียงผลไม้ลูกโตนี่เท่านั้น “แต่ผิงกั๋วผลนั้นข้าเก็บมันมาให้ท่านพ่อไม่ใช่ท่านยายนะขอรับ” เด็กน้อยยังคงไม่ยินยอม และพยายามลุกขึ้นเพื่อที่จะช่วงชิงกลับคืนมาด้วยมันเป็นอาหารมื้อเย็นของบิดา เจ้าตัวน้อยไม่สามารถมอบมันให้บ้านใหญ่ได้อีกต่อไป “เพ้ย เดี๋ยวนี้เจ้ากล้าปากเก่งกับข้าเรอะเจ้าเด็กสารเลว สงสัยอยากจะลองดี อาหลางไปเอาท่อนไม้มาให้ข้า วันนี้ข้าจะสั่งสอนเด็กเลวนี่ให้รู้สำนึกว่าควรนึกถึงผู้ใดเป็นคนแรก หากหาอ
Read more
บทที่ 2 ชีวิตใหม่ของหยางเทียนหรง
บทที่ 2 ชีวิตใหม่ของหยางเทียนหรง“ทำไมยายแก่นั่นถึงโหดร้ายมากขนาดนี้ นั่นหลานตัวเองไม่ใช่หรือไง ตีกันจนตายได้ยังไง” หยางเทียนหรงมองดูเด็กน้อยที่มีชื่อเหมือนกับตนเองแต่แต่งกายราวกับอยู่ในยุคโบราณ อีกทั้งยังมีใบหน้าคล้ายคลึงตนเองในตอนเด็กอีก ด้วยความสงสารตนจึงก่นด่าหญิงชราใจร้ายไม่หยุด เขาไม่คิดว่าการที่ตนเองหมดอายุขัยในโลกเดิมด้วยโรคร้ายอย่างมะเร็งปอดระยะสุดท้าย สิ่งที่คิดคือ ตนอาจจะต้องไปชดใช้กรรมในนรกสักแห่งหรือไม่ก็ไปเกิดใหม่เป็นสุนัขไม่ก็เดรัจฉานสักตัวในโลกใหม่ ไม่ใช่ถูกดึงวิญญาณมาโผล่ยุคโบราณแบบนี้ “แล้วคุณพาผมมาที่นี่ทำไมครับ ไม่ส่งไปเกิดใหม่หรือไงกัน” หยางเทียนหรงเอ่ยถามบุรุษข้างกายที่ยืนเงียบไม่พูดไม่จากับตนตั้งแต่พามาดูเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว “เจ้ามีนามว่าอะไรนะ” เสียงทุ้มเปล่งออกมาถามหลังก้มมองบันทึกการเกิดใหม่ในโลกจีนโบราณอีกครั้ง เพราะดวงวิญญาณที่ตนต้องนำมานั้นต้องมีนามว่า ‘หยางเทียนหลง’ วิญญาณชายหนุ่มผู้มีชะตาเป็นฮ่องเต้ไม่ใช่เด็กน้อยที่มีชะตาน่าอดสูเช่นนี้ มิน่าถึงได้มาโผล่ที่นี่แทนที่จะเป็นวังหลวง หรือเจ้าหนุ่มนี่มีชะตาผูกก
Read more
บทที่ 3 สูญเสีย
บทที่ 3 สูญเสียหยางเทียนหรงในร่างเด็กน้อยยังคงนอนแผ่ที่พื้นดินใต้ต้นไม้ใหญ่อยู่เช่นนั้นเพราะยังคงระบมจากบาดแผลที่ถูกทุบตีจากหญิงชราที่เป็นยายของเจ้าของร่าง คนเป็นป้าก็ไม่คิดที่จะห้ามปรามแต่กลับเป็นผู้นำร่างมาทิ้งให้สัตว์ป่ากัดกินซากเพื่อทำลายหลักฐานสารเลวนักคนเหล่านี้ไม่ควรได้รับการอภัยไม่ว่าจะสำนึกหรือไม่ก็ตามยิ่งความทรงจำสุดแสนจะเจ็บปวดของเจ้าของร่างที่ตนเพียงแค่หลับตายมันก็ประดังประเดเข้ามายิ่งกว่าสายธารไหลเชี่ยว มันยิ่งทำให้ตนรู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาได้อย่างยากลำบากซึ่งเกิดจากการกระทำของผู้เป็นยายในวันที่แสงจันทราถูกรัตติกาลกลืนกินจนมืดมิดไปทั่วทั้งหมู่บ้านซีเป่ย คนในหมู่บ้านต่างกำลังหลับใหลอยู่ในเรือนกันอย่างมีความสุขยกเว้นคนในเรือนสกุลหยางที่กำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากหมู่บ้านเพื่อไปงานเลี้ยงของจวนขุนนางที่อยู่เมืองหลวง “เจ้ามัวแต่รีรออะไรอยู่เหมยเอ๋อร์ รถม้าของจวนใต้เท้าหลี่ออกมารอที่หน้าหมู่บ้านแล้วไปแต่งกายให้งดงามเร็วเข้า” โจวซือเหยียนเอ่ยเร่งเร้าบุตรสาวที่ยังคงอยู่ในอาภรณ์เปรอะเปื้อนไร้ความงดงามทั้งที่มันได้เวลาออกเดินทางแล้ว แต่อีกฝ่ายย
Read more
บทที่ 4 ทุบตีจนตาย
บทที่ 4 ทุบตีจนตายแม้หญิงชราออกปากตัดขาดสองพ่อลูกออกจากสกุลอัน แต่มันกลับเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้น เพราะทุกวันนางจะมารอช่วงชิงของป่าที่หลานชายแสนชังหามาได้จากชายป่าทั้งที่ของป่าพวกนั้นเรือนสกุลอันมิเคยขาดแคลนมันเลยแม้แต่น้อยวันนี้ก็เช่นเดียวกัน“เอากระต่ายของข้ามานะ ท่านยายเหตุใดท่านจึงมิห้ามปรามหลางเกอขอรับ เขามาแย่งชิงกระต่ายของข้า” มือน้อยพยายามแย่งชิงกระต่ายผอมแห้งกลับคืนมาหลังจากตนเพิ่งจับมาได้อย่างยากลำบาก เด็กน้อยทวงความยุติธรรมแต่สิ่งตอบแทนกลับล้วนเป็นความเจ็บปวดที่ผู้เป็นยายนั้นตั้งใจมอบให้“ท่านยายข้าอยากกินเนื้อกระต่ายย่างขอรับ” หลานชายอีกคนเป็นผู้แย่งชิงกระต่ายตัวน้อยมาจากเด็กน้อยผอมซูบ แล้วยังหันไปเอ่ยกับผู้เป็นยายว่าตนนั้นอยากกินสัตว์ป่าตัวนี้ทั้งที่มันมิใช่ของตน “เอาสิหลานรัก เดี๋ยวเย็นนี้ให้แม่ของเจ้าทำให้กินดีหรือไม่”“แต่น้องชายไร้ค่าไม่ให้ข้าขอรับ”“เพ้ย กับแค่กระต่ายตัวเดียวแค่นี้จะแบ่งให้พี่ชายเจ้ามิได้เชียวหรือ”“แต่มันคืออาหารของบิดาและข้านะขอรับท่านยาย แล้วจะให้ข้าแบ่งปันให้หลางเกอได้อย่างไรกัน โอ้ย ฮึก ท่านยายข้าเจ็บ” “หลานอกตัญญูเจ้ากล้าขัดข้าอย่างนั้นหรื
Read more
บทที่ 5 แม่ไก่ยักษ์
บทที่ 5 แม่ไก่ยักษ์ “ต้องขอบคุณเด็กคนนี้ที่เคยเข้าป่ากับพ่ออยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นฉันต้องหลงป่าตายแทนที่จะได้เอาคืนยายแก่นั่น” หยางเทียนหรงพยายามยันตนเองขึ้นมาจากพื้นดินที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งกรอบ พลางปัดเศษใบไม้ที่ติดตามเสื้อผ้าจนเห็นว่าลักษณะของเสื้อที่สวมใส่อยู่นั้นสมกับเป็นจีนยุคโบราณเสียจริง “คนสมัยก่อนเขาไม่รู้สึกว่ามันโล่งเลยหรือไงกันถึงได้ใส่แค่เสื้อคลุมกับกางเกงยาวแบบนี้โดยไม่ใส่ชั้นใน” แม้จะเอ่ยถามเช่นนั้นแต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบเขาได้อยู่ดี ดังนั้นหยางเทียนหรงจึงทำได้เพียงปลดปลงแล้วค่อย ๆ ก้าวเดินกลับไปตามเส้นทางที่มุ่งสู่บ้านหลังน้อยของตนที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก “ก่อนที่จะตายเด็กคนนี้ถูกแย่งผิงกั๋วไปนั่นหมายความว่าป่านนี้แล้วพ่อต้องยังไม่ได้กินอะไรแน่ เราต้องหาของป่ากลับไปกินด้วย อึก ซี่โครงหักหรือเปล่าเนี่ย ทำไมมันเจ็บแบบนี้นะ” เพราะถูกแย่งชิงผิงกั๋วไปหยางเทียนหรงจึงคิดไปเองว่าบิดาของเจ้าของร่างนั้นคงยังไม่ได้กินอะไรแน่นอน ดังนั้นตนจึงคิดเก็บของป่ากลับไปด้วย กะต๊าก กะต๊าก เสียงไก่นี่ อย่าบอกนะว่าไก่ที่ผู้คุมวิญญาณมอบให
Read more
บทที่ 6 จากไปแล้ว
บทที่ 6 จากไปแล้ว           “ฮ่า ฮ่า ข้าจะบอกให้เจ้ารู้เอาไว้ ว่าบุตรชายที่เจ้ารักนักหนายามนี้ คงกลายเป็นอาหารสัตว์ป่าไปแล้ว อดีตบุตรเขยของข้าเอ๋ย”เท้าของหญิงชราเหยียบลงกลางอกของบุรุษที่มีรูปลักษณ์ซูบตอบอีกทั้งยังตาบอดจนช่วยตนเองแทบไม่ได้ ชาวบ้านหลายคนมามุงดูแต่ก็รีบกลับไปหลังเจอคำขู่จากภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านว่าจะไม่ให้กู้ยืมตำลึงหากมาช่วยอดีตลูกเขยไร้ค่าสาเหตุที่ชาวบ้านเพิกเฉยการช่วยเหลือสองพ่อลูกนั่นเป็นเพราะสกุลอันทำการปล่อยเงินกู้โดยใช้ที่นามาแลกเปลี่ยนและยังคิดดอกเบี้ยเจ็ดส่วนจากสิบส่วน แม้จะดูขูดเลือดไปแต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยแย้งด้วยเกรงกลัวว่าตนเองจะไม่ได้เงิน          “ยายแก่นี่เอาอีกแล้วนะ ไหนบอกแยกบ้านกันไปแล้วไง ทำไมถึงได้มาวุ่นวายกับสองพ่อลูกนี่อีก ตัวเองก็มีเงินมากกว่าแท้ ๆ”          พลัก
Read more
บทที่ 7 อ่อนแอเกินไป
 บทที่ 7 อ่อนแอเกินไป                     การสูญเสียทุกอย่างที่รักไปมันทำให้คนคนหนึ่งตายทั้งเป็นได้เลย บิดาผู้นี้กำลังเป็นเช่นนั้น หยางเทียนหรงรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายส่งออกมา ทั้งน้ำเสียงและท่าทางชวนให้คนมองรู้สึกสลดไปด้วย           บุรุษที่เคยองอาจจนสามารถล่าสัตว์มาขายเลี้ยงครอบครัวภรรยาได้จนสามารถซื้อเกวียนม้าเทียมได้นับว่าเก่งกาจยิ่งนัก แต่แล้วต้องมาตกอยู่ในห้วงแห่งความมืดมิดแม้แต่จะเดินไปทางก็ยังต้องมีคนนำทางเช่นนี้ หากเขาเป็นเช่นนั้นลางทีตนอาจจะปลิดชีพตนเองไปแล้วก็เป็นได้           หยางเทียนหรงไม่อาจบอกให้บิดาปล่อยวางได้แต่ถ้าหากปล่อยอีกฝ่ายกล่าวโทษตนเองเช่นนี้คงไม่เป็นผลดีนัก          
Read more
บทที่ 8 ก่อไฟครั้งแรก
บทที่ 8 ก่อไฟครั้งแรก            ในห้วงแห่งความทรงจำนั้นเด็กน้อยมิเคยได้เห็นขั้นตอนการก่อไฟทำอาหารของมารดาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเอาแต่ตามบิดาเข้าไปล่าสัตว์และหาของป่าเท่านั้น ไม่เคยได้เข้าใกล้ฟืนไฟจนมาวันนี้          ฉะนั้นเขาต้องการผู้ช่วยโดยด่วนขืนยังยืนงงงวยเช่นนี้เห็นทีวันนี้คงไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องแน่แท้ หลังจากที่ยืนงงงวยอยู่ไม่นาน เด็กน้อยจึงเดินไปหาบิดาที่ยังคงนั่งรออยู่ที่ชานเรือนดังเดิม แล้วเอ่ยถามด้วยความเขินอาย          “ท่านพ่อขอรับข้าก่อไฟไม่เป็น”          “อ่า จริงสิ เจ้ายังไม่เคยถูกสอนเรื่องก่อไฟสินะ เช่นนั้นพาบิดาไปที่ครัวเดี๋ยวข้าจะบอกเจ้าเองว่าต้องทำอย่างไรบ้าง”บิดาคลำไปโดยรอบจนพบเข้ากับเสาจากนั้นจึงจับยึดเอาไว้แล้วพยุงตนเองให
Read more
บทที่ 9 ข้าวต้มไข่
บทที่ 9 ข้าวต้มไข่            “ไก่ของเจ้าได้มันมาอย่างไรอาหรง” บิดาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ด้วยตลอดเวลาตนขึ้นเขาล่าสัตว์มาหลายปีมิเคยเห็นไก่ป่าเชื่องกับคนมากเพียงนี้ หากไม่นำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นลูกไก่ เพราะสัตว์ป่าแถบนี้ล้วนแต่ดุร้ายและรักความอิสระทั้งนั้น ก่อนหน้าที่เขาจะตาบอดเขาเคยไปล่าไก่ป่ามาเพื่อที่จะเลี้ยงเอาไข่ แต่กลายเป็นว่ามันสู้สุดชีวิตจนตายทำให้เขาไม่ได้ไก่ป่ามาเพื่อเลี้ยงแต่ได้มาย่างกินแทน          แล้วบุตรชายตัวน้อยของตนไปทำอย่างไรมันถึงยอมมาอยู่ด้วยเช่นนี้            บิดาจะถามเรื่องนี้เองหรือ เด็กน้อยพรู่ลมหายใจด้วยความโล่งใจก่อนจะเอ่ยตอบตามความจริงเพียงกึ่งหนึ่ง          “ข้าไปหาของป่ามาขอรับ แต่บังเอิญเจอมันถูกลูกหมาป่าทำร้ายอยู่จนปีกหัก ข้าเลยช่วยมันเอาไว้ มันก็เลยเดินตามข้ากล
Read more
บทที่ 10 ไม่จำเป็น
บทที่ 10 ไม่จำเป็น                  เมื่อคืนลมหนาวพัดมาเกือบค่อนคืนทำให้สองพ่อลูกนอนกอดกันกลมจนเช้าตรู่ หยางเทียนหรงแทบจะแข็งตายด้วยลืมสวมใส่อาภรณ์ชั้นนอก มันจึงทำให้เด็กน้อยตัวเย็นเหยียบจนแทบไม่อยากออกจากอ้อมกอดของบิดาเอาเสียเลย          กะต๊าก          กะต๊าก                แต่ก็ทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะเสียงปลุกจากแม่ไก่ดังสนั่นจนเขาสะดุ้งตัวโยน เพราะมันร้องก้องอยู่ข้างหูของเด็กน้อยจนต้องลืมตาตื่นขึ้นเสียมิได้“หิวหรือเจินเจิน เหตุใดจึงส่งเสียงร้องจนข้าตื่นเช่นนี้กัน” หยางเทียนหรงเอ่ยถามแม่ไก่ตัวอ้วนด้วยความงัวเงีย แต่แม่ไก่กลับยังคงกู่ร้องอยู่เช่นเดิม และยังคงเดินวนเวียนและกางปีกด้วยอาการกระสับกระส่ายอยู่อ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status