Share

บทที่ 11 ประธานเฉียว

Auteur: BigM00N
last update Date de publication: 2026-03-17 11:45:26

เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ

“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน

“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง

“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”

“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็ต่างหันไปสบตากันแล้วก็พากันหันมาส่งสายตาล้อเลียนเฉียวอวี้หรานในทันที

“ได้ช่วยให้พี่อวี้หรานได้มีเวลาออกไปกินข้าวข้างนอกกับหนุ่มหล่อหน้าตาดี มีหรือที่พวกฉันจะไม่ยอมมาช่วยงาน” เซียวลี่ถิงพูดพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ทำให้เฉียวอวี้หรานพลันมีสีหน้าเขินอายในทันที

“ก็แค่ไปกินข้าวด้วยกันเพียงเท่านั้น เขายังไม่ได้เดินหน้าจีบเสียด้วยซ้ำ” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า

“จากประสบการณ์ของคนที่เคยเกือบจะได้แต่งงานอย่างฉัน ฉันขอลงมติว่าอีกไม่นานพวกพี่จะต้องได้คบกันแน่” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งสวีเฟยและเฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาเบาๆ พวกเธอรู้สึกนับถือเซียวลี่ถิง หากเป็นผู้หญิงคนอื่นที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวเฉกเช่นเซียวลี่ถิงคงยากจะทำใจได้ แต่เซียวลี่ถิงไม่เพียงไม่เก็บมาใส่ใจเธอยังพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กในชีวิต แม้ว่าเธอจะยอมรับว่าเสียใจมากแต่เธอกลับบอกว่าชีวิตคนเรามีเรื่องให้เสียใจตั้งมากมาย หากเก็บทุกความเสียใจเอาไว้ แล้วเธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไร

“ได้! ฉันเชื่อเธอนะลี่ถิง ถ้าฉันได้คบหาดูใจกับเขาเมื่อไหร่ฉันจะบอกเธอเป็นคนแรกเลย” เฉียวอวี้หรานพูดออกมาพลางเดินไปนั่งจัดเตรียมเอกสารที่จะใช้สำหรับการประชุมต่อ ส่วนเซียวลี่ถิงกับสวีเฟยเมื่อกินขนมและกาแฟเสร็จแล้วก็รีบทำความสะอาดแล้วลงมือทำงานต่อ

เซียวลี่ถิงเข้ามาทำงานในโรงงานได้สองเดือนแล้วสวีเฟยจึงตามเข้ามา หน้าที่หลักของเซียวลี่ถิงและสวีเฟยคือผู้ช่วยของเฉียวอวี้หราน นอกจากเป็นผู้ช่วยเลขาแล้วพวกเธอทั้งสองยังต้องช่วยประสานงานระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายการตลาดและฝ่ายผลิต แม้ว่างานจะยุ่งยากมากสักเพียงใดแต่เพราะมีเฉียวอวี้หรานคอยให้คำแนะนำทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยจึงสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและเรียบร้อย

“เดี๋ยวฉันต้องติดตามผู้จัดการเซียวไปประชุมกับฝ่ายผลิต ฝากพวกเธอสองคนช่วยสะสางงานเอกสารที่เหลือให้ฉันด้วยนะ” เฉียวอวี้หรานพูดพลางขยับตัวลุกขึ้น เธอถือสมุดและปากการวมไปถึงกระเป๋าสะพายที่มีเอกสารหลายฉบับอยู่ในนั้น ทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยต่างก็รีบขานรับพลางทำท่าว่าจะไปช่วยเธอถือของแต่เธอกลับโบกมือห้าม

“ไม่ต้องๆ ฉันถือเองได้ พวกเธอทำงานกันต่อเถิด” เฉียวอวี้หรานพูดพลางมองนาฬิกาข้อมือ เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วเธอก็พูดออกมาด้วยความเร่งรีบ

“ผู้จัดการเซียวคงจะไปถึงที่ประชุมแล้ว ฉันไปก่อนนะฝากงานเอกสารของฉันด้วยล่ะ”

“พี่อวี้หรานวางใจเถิด ฉันกับสวีเฟยจะสะสางงานที่เหลือให้พี่เองค่ะ” เซียวลี่ถิงพูดยังไม่ทันจบเฉียวอวี้หรานก็เร่งฝีเท้าเดินหายลับไปจากห้องแล้ว ทำให้ทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยต่างก็ส่ายหน้าให้กับความเร่งรีบของเฉียวอวี้หราน แล้วหลังจากนั้นพวกเธอจึงเริ่มแบ่งงานกันแล้วลงมือทำงานอย่างตั้งใจ

“สวัสดีค่ะ ฉันมาหาผู้จัดการเซียวค่ะ” เสียงที่ดังขึ้นหลังจากที่เสียงรองเท้าส้นสูงหยุดลงทำให้ทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยต่างก็เงยหน้าขึ้นมาจากการพิมพ์เอกสาร สุดท้ายก็เป็นเซียวลี่ถิงที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

“ต้องขออภัยด้วยค่ะ ขณะนี้ผู้จัดการเซียวกำลังประชุมอยู่ แต่คุณสามารถฝากข้อความถึงผู้จัดการเซียวได้นะคะ” เซียวลี่ถิงพูดพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับด้วยสีหน้าและน้ำเสียงนอบน้อม คนที่สามารถเดินเข้ามาฝ่ายบริหารของโรงงานได้ย่อมจะเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงในโรงงานแห่งนี้ ส่วนใหญ่เซียวลี่ถิงรู้จักผู้ที่มีตำแหน่งสูงในโรงงานเกือบทั้งหมด มีแค่เพียงคณะกรรมการและท่านประธานเพียงเท่านั้นที่เธอยังไม่เคยได้พบ และเธอก็เชื่อว่าสุภาพสตรีวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะต้องเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของโรงงานแห่งนี้เป็นแน่

“เขาประชุมอยู่หรอกหรือ ถ้าเขามาก็บอกเขาว่าให้ไปหาฉันที่ห้องด้วยนะ อ้อ ฉันลืมแนะนำตัวไปฉันชื่อเฉียวซูหลันเป็นประธานกรรมการของโรงงานแห่งนี้ พวกเธอคงจะเป็นพนักงานใหม่ที่เข้ามาช่วยอวี้หรานทำงานสินะ” เมื่อสุภาพสตรีตรงหน้าแนะนำตัวเช่นนี้ทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยก็ต่างรีบทักทายในทันที

“สวัสดีค่ะท่านประธานเฉียว ฉันเซียวลี่ถิง/ฉันสวีเฟยค่ะ ยินดีรับใช้ท่านประธานเฉียวนะคะ” ทั้งสองพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงและใช้ประโยคเดียวกันอย่างไม่มีตกหล่นทำให้เฉียวซูหลันหัวเราะออกมาในทันที

“ยินดีต้อนรับพวกเธอทั้งสองคนนะ เธอคือลูกสาวของผู้จัดการเซียวหรือสวยถึงขนาดนี้นี่เองมิน่าเล่า... ส่วนเธอคือหลานสาวของเขาสินะ พวกเธอสวยทั้งคู่เลยน่าอิจฉาผู้จัดการเซียวจริงๆ ที่มีทั้งลูกสาวและหลานสาวสวยถึงขั้นนี้” คำชมของเฉียวซูหลันทำให้ทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยต่างรีบส่ายศีรษะด้วยความขัดเขิน

“ไม่ได้สวยถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ” เซียวลี่ถิงพูดด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน สายตาที่จับจ้องมาของเฉียวซูหลันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ แต่เพราะคิดว่าทุกคนในโรงงานน่าจะรับรู้เรื่องของเธอกันหมดแล้วรวมไปถึงเฉียวซูหลันด้วย เซียวลี่ถิงจึงได้ยิ้มแล้วพูดออกมาอย่างสุภาพ

“ประธานเฉียวต้องการอะไรก็สั่งมาได้เลยนะคะ กว่าคุณพ่อจะประชุมเสร็จคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้เฉียวซูหลันก็ส่ายหน้า

“ไม่มีอะไรหรอก เอาไว้ให้เขาประชุมเสร็จก็ให้เขาไปหาฉันที่ห้องทำงานของฉันก็แล้วกัน” เมื่อพูดจบเฉียวซูหลันก็ส่งยิ้มให้เซียวลี่ถิงอีกครั้งแล้วจึงได้เดินออกจากห้องไป เซียวลี่ถิงจึงได้พ่นลมหายใจออกมา

“เคยได้ยินว่าประธานเฉียวเป็นคนที่จริงจังเรื่องการทำงานมาก เลขาของท่านประธานเฉียวไม่มีใครทนทำงานกับท่านได้นานสักคน” สวีเฟยพูดออกมาเมื่อเห็นว่าเฉียวซูหลันออกจากห้องไปได้สักพักแล้ว

“พ่อของฉันบอกกับฉันว่าท่านเป็นคนเก่งที่หาตัวจับยาก อีกทั้งยังเป็นท่านประธานนี่แหละที่คอยช่วยเหลือครอบครัวของฉันอยู่บ่อยครั้ง” เซียวลี่ถิงพูดออกมาพลางคิดถึงชาติที่แล้ว ตอนที่พ่อและพี่ชายแยกออกมาตั้งโรงงานขอตนเองคนที่ช่วยเรื่องเงินทุนก็เป็นประธานเฉียวคนนี้ เซียวลี่ถิงรู้ดีว่าเป็นเพราะประธานเฉียวคนนี้พ่อกับแม่ของเธอถึงได้คัดค้านเรื่องการแต่งงานของเธอกับเฉินซีห่าว ก่อนหน้านี้ประธานเฉียวเคยคิดจะจับคู่เธอกับลูกชาย แต่เป็นเพราะเธอจะแต่งงานกับเฉินซีห่าวท่านประธานเฉียวจึงได้ล้มเลิกความคิดของตนเองไป

“เธอคิดว่าสายตาของท่านประธานตอนที่มองเธอดูเหมือนว่าจะให้ความสนใจในตัวเธอมากเป็นพิเศษไหม” คำถามของสวีเฟยทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาแล้วพูดออกมาตามที่ใจของเธอคิด

“จะมีใครบ้างไม่สนใจในตัวฉัน เรื่องของฉันกับเฉินซีห่าวโด่งดังถึงเพียงนี้ ท่านประธานจะสนใจในตัวฉันก็เป็นเรื่องปกติ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้สวีเฟยก็พยักหน้าแล้วร้อง “อ่อ” ออกมา

“พวกเรารีบทำงานกันเถิด ตอนที่พี่อวี้หรานกลับมาพวกเราจะได้มีงานให้เธอช่วยตรวจสอบ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้สวีเฟยก็ไม่ได้พูดอะไรอีกทำแค่เพียงก้มหน้าก้มตาทำงานตรงหน้าเพียงเท่านั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 14 เซี่ยเหวินหยาง

    เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 13 คิดผิด

    สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 12 โลกกลม

    เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 11 ประธานเฉียว

    เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 10 เริ่มเปลี่ยนแปลง

    สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟยจนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายเซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอ

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 9 สวีเฟย

    เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status