Share

บทที่ 13 คิดผิด

Auteur: BigM00N
last update Date de publication: 2026-03-17 11:46:06

สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน

“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไป

เธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกมา

ชาติที่แล้วแม้ว่าเฉินซีห่าวยกตำแหน่งรองประธานบริษัทให้กับชู้รักของเขาอย่างหม่าชิงอี หลี่ฉยงก็ยังไม่คิดจะสนใจ ในชาตินี้เฉินซีห่าวยังไม่ได้แต่งงานเขาจะมอบตำแหน่งรองประธานบริษัทของเขาให้กับคนรักที่กำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่ หลี่ฉยงก็ยิ่งไม่ถือสา ส่วนข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเฉินซีห่าวย่อมไม่ได้ส่งผลต่อธุรกิจนำเข้าและส่งออกอัญมณีของพวกเขาอยู่แล้ว ส่วนกิจการทางด้านการผลิตเครื่องสำอางของเฉินซีห่าว เซียวลี่ถิงเชื่อว่าการที่เธอทำให้เขาออกจากโรงงานกลางคันเช่นนี้น่าจะเป็นการตัดหนทางของเฉินซีห่าวในธุรกิจเครื่องสำอางไปแล้ว

“ลี่ถิง! คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกันที่นี่” เสียงทักทายของเฉินซีห่าวทำให้เซียวลี่ถิงพลันรู้สึกกลืนข้าวไม่ลงในทันที เธอวางช้อนลงดื่มน้ำเพียงเล็กน้อยแล้วจึงเงยหน้าขึ้นไปมองเขา สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเสียดายและความอาลัยอาวรณ์ หม่าชิงอีรีบยกมือขึ้นมาคล้องแขนเอาไว้ในทันทีเมื่อได้เห็นสายตาของเขา

“ฉันเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันค่ะ” เซียวลี่ถิงพูดพลางขยับตัวลุกขึ้นแล้วหันไปเผชิญหน้ากับเขา เซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็ขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินมายืนเคียงข้างเซียวลี่ถิงและจ้องมองเฉินซีห่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นศัตรู

“อุ๊ย มากินข้าวกันเป็นคู่ๆ เชียวนะคะ คิดไม่ถึงว่าคุณเซียวจะหาคนมาดามหัวใจได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ เอ๋ หรือว่าจะมีคนคอยดูแลหัวใจอยู่ก่อนหน้าที่จะเลิกรากับพี่ซีห่าวแล้วกันแน่” คำพูดของหม่าชิงอีทำให้สีหน้าของเฉินซีห่าวเขียวคล้ำแต่เซียวลี่ถิงไม่คิดจะสนใจสีหน้าของเขา สิ่งเดียวที่เธอสนใจก็คือทำอย่างไรจึงจะทำให้เฉินซีห่าวและหม่าชิงอีได้รับผลกรรมที่เคยทำกับเธอไว้

“อย่าเอาตัวเองมาตัดสินว่าคนอื่นจะทำเรื่องชั่วช้าเหมือนที่คุณเคยทำสิคะ เอ๋ ดูเหมือนว่าท้องของคุณจะโตมากแล้วนี่ ตกลงกับพ่อของลูกแล้วหรือยังว่าแท้ที่จริงแล้วใครจะรับเป็นพ่อของลูกให้คุณ” เซียวลี่ถิงพูดพลางส่งมอบรอยยิ้มไปถึงหลี่ฉยงที่ยืนดูเรื่องสนุกทางด้านหลัง เธอจ้องมองหม่าชิงอีแล้วจึงโน้มกายไปพูดตรงหน้าท้องของหม่าชิงอีด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“เจ้าหนูน้อย พอออกมาแล้วจะใช้สกุลเสิ่นหรือว่าสกุลเฉินจ๊ะ โธ่เอ๋ย! ช่างน่าสงสารจริงๆ ยังไม่ทันได้คลอดออกมาก็ต้องเผชิญกับข้อกังขาเรื่องสกุลที่จะใช้เสียแล้ว” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้หม่าชิงอีพลันมีสีหน้าซีดเผือดในทันที เรื่องที่เด็กในท้องคือลูกของใครเป็นเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจของเฉินซีห่าว เธอไม่รู้ว่าเซียวลี่ถิงรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรแต่เธอมั่นใจว่าในตอนนี้เฉินซีห่าวกำลังรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก เธอจึงอยากจะหาคำพูดดีๆ มาแก้ตัวให้แก่ตนเอง ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดเพื่อหาคำพูดอยู่เซียวลี่ถิงก็พูดจาทำร้ายเธอและเฉินซีห่าวต่ออย่างไม่คิดจะเห็นแก่หน้าใคร

“น่าสงสารคนที่คิดจะทำธุรกิจร่วมกับพวกคุณจริงๆ แค่ความซื่อตรงระหว่างคู่รักพวกคุณยังไม่สามารถทำได้เลย แล้วความซื่อตรงในการทำธุรกิจร่วมกันจะมีใครกล้าเชื่อใจพวกคุณ ยิ่งถ้าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณีที่ต้องการความน่าเชื่อถือมากที่สุดจะมีใครกล้าไว้วางใจร่วมลงทุนกับพวกคุณ” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้หลี่ฉยงเลิกคิ้วขึ้นพลางจ้องมองเซียวลี่ถิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ ส่วนเซียวลี่ถิงกลับไม่ได้สนใจหลี่ฉยง ตอนนี้คนที่เธอกำลังให้ความสนใจก็คือเฉินซีห่าวต่างหาก

“ลี่ถิง! กรุณาระมัดระวังคำพูดของคุณด้วย” เมื่อเฉินซีห่าวพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็พลันโต้ตอบกลับในทันที

“ฉันระมัดระวังคำพูดของตนเองอยู่แล้ว แต่คู่รักของคุณกลับไม่คิดจะระมัดระวัง ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงมากที่สุดก็คือคำว่า นอกใจ แต่คู่รักของคุณกับตั้งใจจะยัดเยียดคำว่านอกใจมาให้ฉัน มันทำให้ฉันทนรับไม่ได้จริงๆ” เซียวลี่ถิงพูดพลางหันไปมองหม่าชิงอีอีกครั้ง

“คุณหม่า! คุณอยากจะสวมหมวกเขียวให้คนรักของคุณสักกี่ใบก็ตามแต่ใจของคุณ แต่อย่าพยายามยัดเยียดการกระทำอันต่ำช้าของคุณให้แก่ฉัน” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดจบก็หันไปทางพี่ชาย เพื่อนของพี่ชายและเพื่อนของเธอ

“พวกเรากลับกันเถอะ ฝืนกินต่อไปก็คงจะไม่อร่อยแล้ว” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้เซียวหลิงก็เรียกบริกรมารับชำระค่าอาหาร พอชำระค่าอาหารเสร็จเขาก็ส่งเสียงเตือนน้องสาวในทันที

“พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ อย่ามัวเสียเวลาให้กับคนที่ไม่คู่ควรอีกเลย” เมื่อเซียวหลิงพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็พยักหน้าแล้วพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“นั่นสิคะ ทำไมพวกเราจะต้องมัวเสียเวลาให้กับคนที่ไม่คู่ควรด้วย” เมื่อพูดจบเซียวลี่ถิงก็เดินผ่านหน้าของเฉินซีห่าวไปโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าของเขา

“เซียวลี่ถิง ผม...” เฉินซีห่าวยังอยากจะพูดจาแก้ต่างให้แก่ตนเองอีกครั้ง แต่เมื่อเซียวลี่ถิงหันมาแล้วใช้สายตาแบบเดียวกับวันที่เธอใส่ร้ายเขาจนทำให้เขาต้องติดคุก เฉินซีห่าวก็เก็บงำคำพูดของตนเองคืนกลับไปในทันที

“เธอเกลียดผมแล้ว” เฉินซีห่าวพึมพำออกมาพลางหันไปทางหลี่ฉยงตั้งใจจะพูดคุยเพื่อทำให้อีกฝ่ายไว้วางใจ แต่หลี่ฉยงกลับส่ายหน้าแล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย

“เรื่องการตกลงทำธุรกิจของพวกเรา ผมคิดว่าพวกเราค่อยมาหารือกันใหม่วันหลังดีกว่า ผมพึ่งจะคิดได้ว่าที่อดีตว่าที่เจ้าสาวของคุณพูดเมื่อครู่นี้ก็มีส่วนที่ถูกต้อง ความไว้วางใจคือสิ่งสำคัญในการร่วมมือกันทางธุรกิจ ถ้าหากคุณไม่สามารถทำให้ผมเชื่อใจคุณได้ พวกเราอย่างลงทุนทำธุรกิจร่วมกันจะดีกว่า” เมื่อพูดจบหลี่ฉยงก็เดินจากไปทิ้งให้เฉินซีห่าวยืนตะลึงอยู่กับที่

“อะไรกันคะ เมื่อครู่นี้เขารับปากกับพวกเราแล้วว่าจะเซ็นสัญญาร่วมลงทุนกับพวกเราไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้กลับคำเช่นนี้กันเล่า” เมื่อหม่าชิงอีพูดเช่นนี้เฉินซีห่าวก็หันมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจในทันที

“ก็ใครบอกให้คุณพูดจาหาเรื่องลี่ถิงเขาเล่า ทำให้เขาตอบโต้ด้วยคำพูดที่เจ็บแสบยังไม่พอ ยังทำให้เธอโกรธแค้นจนพูดจาทำลายความน่าเชื่อถือของพวกเราต่อหน้าคนที่พวกเราอยากจะลงทุนด้วย หม่าชิงอีผมคิดผิดจริงๆ ที่มีความสัมพันธ์เกินเลยกับคนอย่างคุณ” เมื่อพูดจบเฉินซีห่าวก็เดินจากไปทิ้งให้หม่าชิงอียืนหน้าชาท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชของคนในภัตตาคาร

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 14 เซี่ยเหวินหยาง

    เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 13 คิดผิด

    สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 12 โลกกลม

    เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 11 ประธานเฉียว

    เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 10 เริ่มเปลี่ยนแปลง

    สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟยจนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายเซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอ

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 9 สวีเฟย

    เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status