Se connecterเซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง
“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ
“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น สวีเฟยก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้
“จะโกรธได้อย่างไร เธอไม่เห็นหรือว่าทั้งๆ ที่ฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้แต่พวกเขากลับพูดถึงฉันโดยไม่คิดจะระมัดระวัง แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่รู้จักฉันเสียด้วยซ้ำแต่แค่เพียงได้ยินคนอื่นพูดถึงก็เลยเอามาพูดต่อ แล้วฉันจะไปโกรธพวกเขาทำไม อีกทั้งยังรู้สึกดีเสียด้วยที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉันถูกนำมาใช้เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อให้คนอื่นได้เรียนรู้แล้วรู้จักระมัดระวังในการเลือกคนมาเป็นคู่ชีวิต” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้สวีเฟยก็พยักหน้าแล้วพูดออกมาตามที่ใจของเธอคิด
“ดูเหมือนว่าเธอจะเปลี่ยนไปนะ”
“หืม” เซียวลี่ถิงเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามในทันที
“ฉันรู้สึกได้ว่าเธอเปลี่ยนแปลงไปนะ พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นดูเหมือนว่าเธอจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งใจเย็นและดูสุขุมขึ้น มันทำให้ฉันยิ่งรู้สึกโกรธแค้นเจ้าบ้าเฉินนั่น มันบังอาจทำให้เพื่อนรักของฉันต้องเสียใจจนเปลี่ยนไปเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นมันจริงๆ” แม้ว่าสวีเฟยจะพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ท่าทีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของเธอก็ทำให้เซียวลี่ถิงอดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้
“วางใจเถิด ฉันลงมือแก้แค้นไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ทำให้เฉินซีห่าวทำงานในโรงงานเดียวกันกับพ่อของฉันไม่ได้แล้ว แถมผู้ช่วยที่เป็นชู้รักของเขาก็โดนไล่ออกไปด้วย พวกเขาทำให้ฉันเสียใจ ฉันก็ทำให้พวกเขาเสียงาน ก็ถือว่าพอจะชดเชยกันได้อยู่บ้าง” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สวีเฟยส่ายหน้า
“ชดเชยได้อย่างไร เขาทำให้เธอได้รับบาดเจ็บนะ” เมื่อสวีเฟยพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยิ้มออกมาแล้วก้มหน้ากินอาหารตรงหน้าจนหมดจาน
“จริงสิ! ฉันมีเรื่องอยากจะพูดกับเธอ เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จแล้วพวกเราไปหาสถานที่เงียบๆ คุยกันได้ไหม” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้สวีเฟยก็พยักหน้า
“ได้สิ! ฉันกินอิ่มแล้ว พวกเราเดินเล่นไปคุยไปก็ได้นะ” เมื่อสวีเฟยพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงจึงได้เรียกบริกรมาจัดการจ่ายค่าอาหารที่กินไป เมื่อจ่ายค่าอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจึงพาสวีเฟยไปเดินเล่นในสวนสาธารณะที่ไม่ไกลจากร้านอาหารเท่าใดนัก
“เฟยเฟย ฉันรู้แล้วว่าผู้ชายในใจเธอคือใคร” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สวีเฟยชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมองหน้าเซียวลี่ถิง เซียวลี่ถิงจึงได้พูดออกมาตามตรง
“คนที่เธอชอบคือพี่ชายของฉัน เมื่อก่อนฉันไม่เคยรู้เลย แต่ตอนนี้เมื่อได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามาก ก็ทำให้ฉันพอจะคาดเดาได้แล้ว” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สวีเฟยหัวเราะออกมาเบาๆ เธอเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วกวักมือเรียกเซียวลี่ถิงให้ไปนั่งด้วยกัน เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาแล้วเดินไปนั่งลงข้างกายสวีเฟย
“ฉันยอมรับนะว่าคนที่ฉันชอบคือพี่ชายของเธอ เพียงแต่พอเกิดเรื่องที่เฉินซีห่าวนอกใจจนต้องยกเลิกงานแต่งงานก็เลยทำให้เธอคิดได้ว่าคนที่ฉันชอบคือพี่ชายของเธอนี่นะ ไม่ว่าจะคิดในแง่ไหนฉันก็คิดว่ามันไม่เกี่ยวข้องกันเลยนะ” คำพูดของสวีเฟยทำให้เซียวลี่ถิงพยักหน้า
“เกี่ยวสิ! ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าถ้าเลือกคู่ชีวิตไม่ดีจะทำให้ชีวิตในวันข้างหน้าราวกับตกอยู่ในขุมนรก ฉันไม่อยากให้เธอต้องเลือกคู่ชีวิตผิดเหมือนฉัน ดังนั้นจึงอยากจะแนะนำเธอว่าพี่ชายของฉันเป็นคนดี อีกทั้งเธอก็ชอบเขามากดังนั้นจึงอยากจะแนะนำเธอว่าเธอเลือกพี่ชายของฉันเถอะ เขาจะต้องไม่ทำให้เธอเสียใจแน่” เซียวลี่ถิงพูดออกมาด้วยความมั่นอกมั่นใจ
ในชาติก่อนไม่ใช่แค่ตัวเธอที่เลือกคู่ชีวิตผิด แต่เพื่อนสนิทของเธออย่างสวีเฟยก็เลือกผิดเช่นเดียวกัน ส่วนพี่ชายของเธอเพราะอกหักจากสวีเฟยจึงไปคว้าเอาผู้หญิงไม่ดีมาเป็นคู่ชีวิตสุดท้ายก็ต้องตกพุ่มม่ายตั้งแต่ยังหนุ่ม เธอเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรคนที่มีจิตใจตรงกันจึงได้คลาดกันไปได้ ชาตินี้เมื่อได้ย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่แล้วเธอจึงคิดว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลง เธอไม่ได้ต้องการจะเปลี่ยนแปลงแค่เพียงชีวิตของตนเองแต่เธออยากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนรอบข้างด้วย
“ขอบคุณที่เธอนึกถึงฉัน แต่ถิงถิงเรื่องบางเรื่องถึงแม้ว่าจะมีใจแต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ดังที่ใจต้องการ” คำพูดของสวีเฟยทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า
“พี่ชายของฉันชอบเธอและเธอก็ชอบเขา ฉันจึงรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาและเธอจะไม่ลองพิจารณาที่จะคบกัน” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สวีเฟยนิ่งงันไปครู่หนึ่งแล้วสุดท้ายก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“เธอคงจะเข้าใจผิดแล้ว พี่ชายของเธอนะหรือที่จะชอบฉัน ถิงถิงต่อให้เธอรักฉันมากเพียงใดแต่จะคิดเข้าข้างฉันไม่ได้นะ” น้ำเสียงของสวีเฟยเต็มไปด้วยความเก้อเขินจนทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมา
“เชื่อฉันเถอะ พี่ชายของฉันชอบเธอ เขาชอบเธอมากด้วย ฉันพูดไปเธอก็คงจะไม่เชื่อเอาไว้เวลาที่เธอได้เจอเขาก็ลองสังเกตท่าทีของเขาเอาเองก็แล้วกัน” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้สวีเฟยก็ทำได้แค่มอบรอยยิ้มอันบางเบาให้
“ฉันได้ยินมาว่าเธอกำลังจะเข้าไปทำงานในโรงงานเดียวกันกับพ่อเธอ ถิงถิงเธอเข้มแข็งมากกว่าที่ฉันคิดนะ ฉันยังหลงคิดว่าเธอจะเอาแต่หลบหน้าผู้คน รอให้คนลืมเรื่องนั้นแล้วเธอถึงค่อยออกจากบ้านเสียอีก” เมื่อสวีเฟยพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยิ้มออกมาในทันที
“ฉันอยากทำงานหาเงิน ฉันอยากจะมีความสามารถเพียงพอที่จะเลี้ยงดูตนเอง ฉันจึงได้ขอให้คุณพ่อฝากฉันเข้าไปทำงานในโรงงานแห่งนั้น นอกจากจะหาประสบการณ์ในการทำงานแล้วฉันยังจะได้ใกล้ชิดกับคุณพ่อให้มากขึ้นอีกด้วย” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้สวีเฟยก็มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึงอีกครั้ง เซียวลี่ถิงจึงได้พูดออกมาตามตรง
“ยืนด้วยขาของตนเองจึงจะมั่นคงมากที่สุด ชีวิตนี้ของฉันจะไม่อาศัยแรงกำลังของคนอื่น อีกทั้งฉันตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะใช้เวลากับคนที่ฉันรักและรักฉันให้มากที่สุด พ่อแม่และพี่ชายคือคนที่รักฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข ฉันเองก็อยากจะตอบแทนความรักของพวกเขาด้วยแรงกำลังทั้งหมดที่ฉันมี” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สวีเฟยพยักหน้าพลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
“เป็นความคิดที่ดีนะ สงสัยฉันคงจะต้องเริ่มวางแผนชีวิตของตนเองบ้างแล้ว ชีวิตนี้จะคิดถึงแค่เรื่องแต่งงานแล้วเอาชีวิตทั้งชีวิตไปฝากฝังไว้กับผู้ชายที่ไม่รู้ว่าจะจริงใจกับฉันหรือเปล่าไม่ได้” สวีเฟยพูดออกมาพลางคิดว่าเด็กสาวที่จบมัธยมปลายเช่นเธอจะสามารถทำงานอะไรได้บ้าง
“หรือว่าฉันควรจะเรียนต่อดี “เมื่อสวีเฟยพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็พยักหน้า
” เป็นความคิดที่ดี ฉันก็คงจะต้องหาที่เรียนเอาไว้บ้าง ฉันจะสามารถทำได้ไหมนะ ทำงานไปเรียนไป…” เซียวลี่ถิงพูดพลางทอดถอนใจออกมาแต่เมื่อคิดได้ว่าอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้การศึกษาจะเปิดกว้างมากขึ้นเธอไปลงเรียนเพิ่มตอนนั้นก็ยังไม่สายเธอจึงได้ยิ้มออกมา
“ตอนนี้ทำงานไปก่อนก็แล้วกัน แล้วเธอเล่า! ถ้าเธอไม่เรียนต่อเธอสนใจจะไปทำงานกับฉันไหม พี่ชายของฉันก็ทำงานที่นั่น เธอจะได้มีเวลาที่จะพิจารณาเขาได้มากขึ้น” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้สวีเฟยก็รีบพูดเพื่อขัดขวางจินตนาการอันบรรเจิดของเซียวลี่ถิงในทันที
“ถ้าฉันจะไปทำงานกับเธอก็เพราะฉันอยากจะพัฒนาตนเอง ฉันไม่ได้อยากไปทำงานเพียงเพราะพี่ชายของเธอทำงานอยู่ที่นั่นเสียหน่อย” เมื่อสวีเฟยพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็พยักหน้า
“ใช่ๆ พวกเราไปพัฒนาตนเองด้วยการทำงานกัน” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สวีเฟยหัวเราะออกมาแล้วจึงได้ถามเธอด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“ว่าแต่แผนกที่พี่ชายของเธอทำงานอยู่จะรับเสมียนตัวเล็กๆ อย่างฉันเข้าทำงานได้หรือเปล่านะ” คำถามประโยคนี้ของสวีเฟยทำให้เซียวลี่ถิงชะงักแล้วสุดท้ายก็หัวเราะออกมาในทันที
เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ
สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม
เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท
เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็
สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟยจนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายเซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอ
เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีส







