Se connecterเมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที
“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ
“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง
“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ทั้งโรงงานมีใจให้เขา ฉันจะบอกอะไรให้นะถ้าไม่ใช่เพราะเฟยเฟย ฉันคนหนึ่งล่ะที่อยากจะเข้าไปร่วมวงแย่งชิงตำแหน่งพี่สะใภ้ของเธอ” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงพยักหน้า
“นั่นน่ะสิ ถ้าไม่ใช่เพราะเฟยเฟย ฉันเองก็คงจะยุให้พี่ชายของฉันลองอาจเอื้อมแย่งชิงพี่อวี้หรานจากซ่งซีไป๋ดูสักครั้ง” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สวีเฟยส่ายหน้า
“ทุกคนอย่าพูดเหมือนฉันไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ได้ไหม และที่สำคัญฉันคิดว่าพี่หลิงเขาน่าจะได้ยินที่พวกเราพูดกันนะ” สวีเฟยพูดพลางจ้องมองรอยลักยิ้มที่กดลึกบนแก้มของเซียวหลิง แม้ว่าเขาจะยืนหันข้างแต่เธอก็คาดเดาได้ว่าเขากำลังยิ้มอยู่
“เขาได้ยินก็ดีสิ จะได้เริ่มลงมือจีบเธอได้เสียที เฟยเฟย ฉันขอบอกเธอเลยนะว่าอย่ามัวเล่นตัวมาก สาวๆ ในโรงงานของพวกเราร้ายไม่ใช่เล่น ถ้าเธอไม่รีบจับจองเซียวหลิงเอาไว้ระวังสาวอื่นจะมาช่วงชิงเขาไปนะ” คำพูดเฉียวอวี้หรานไม่ใช่แค่เพียงทำให้สวีเฟยขัดเขิน แต่คนที่ยืนรออยู่หน้าห้องก็ขัดเขินจนต้องส่งเสียงกระแอมไอดังเข้ามาในห้อง ทำให้เฉียวอวี้หรานรีบโบกมือในทันที
“ไปกันเถิด! ฉันจะได้รีบทำงานต่อ” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยก็ต่างเอ่ยถ้อยคำอำลาแล้วเดินจากไป ส่วนเซียวหลิงก็โบกมืออำลาให้เฉียวอวี้หรานแล้วจึงเดินนำหน้าสองสาวไปที่ลานจอดรถ
“วันนี้พี่จะพาพวกเธอไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยพากลับบ้าน พวกเธอยินดีจะไปกินข้าวกับพี่ไหม” เมื่อเซียวหลิงถามเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็หันไปถามสวีเฟยในทันที
“แวะไปกินข้าวด้วยกันก่อน เธอสะดวกไหม”
“ฉันไปได้ แต่เธอไปได้หรือ ไม่กลัวว่าจะบังเอิญได้เจอกับคนที่ควรเจอหรือ” สวีเฟยเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วงทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้าในทันที
“ฉันไม่สามารถหลบหน้าเขาได้ตลอดกาลหรอก เจอก็เจอสิถ้าเขากล้าหาเรื่องฉัน ฉันก็จะทำให้เขารู้สึกเสียใจที่กล้ามาหาเรื่องฉัน” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้คนที่พึ่งจะเดินมาถึงยิ้มออกมาในทันที
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกินข้าวกันนะ ชิงโจวนายเป็นคนขับก็แล้วกัน” เซียวหลิงพูดพลางโยนกุญแจรถให้กู้ชิงโจว ทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยก็ต่างหันไปมองทางเขาด้วยความประหลาดใจ
“พอดีแม่ของเขาต้องใช้รถน่ะ ก็เลยขอติดรถกลับบ้านด้วย พวกเราไปกินข้าวด้วยกันก่อนแล้วค่อยไปส่งชิงโจว เฟยเฟยเธอกลับบ้านค่ำได้ใช่ไหม” ประโยคหลังเซียวหลิงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทำให้สวีเฟยอดรู้สึกขัดเขินไม่ได้
“กลับค่ำได้ค่ะ แค่รู้ว่าฉันมากับถิงถิงทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็ไม่ห่วงฉันเลยค่ะ” สวีเฟยพูดออกมาพลางหลบตาของเซียวหลิง เขาพยักหน้าพลางเดินไปเปิดประตูให้สองสาว
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ พวกเธอนั่งเบาะหลังนะ เดี๋ยวพี่นั่งข้างหน้ากับชิงโจวเอง” เมื่อเซียวหลิงพูดเช่นนี้ทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยจึงได้ขึ้นไปนั่งบนรถด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ตอนที่รถออกจากโรงงานทั้งเซียวลี่ถิงและสวีเฟยก็ต่างหันไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าโรงงานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ จนเซียวหลิงที่นั่งอยู่ข้างหน้าอดส่งเสียงประท้วงไม่ได้
“แค่เห็นซ่งซีไป๋ก็ทำให้พวกเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ” คำพูดของพี่ชายทำให้เซียวลี่ถิงพยักหน้า
“หนุ่มหล่ออนาคตไกล ได้มองนานหน่อยก็ชุ่มชื่นหัวใจแล้ว” เธอหลุดปากพูดออกมาตามคำพูดของเฉียวอวี้หรานที่มักจะพูดให้เธอได้ยินทุกวันแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความเสียดายเมื่อรู้สึกว่ารถที่ตนเองนั่งอยู่เร่งความเร็วขึ้นจนทั้งเธอและสวีเฟยมองไม่เห็นซ่งซีไป๋แล้ว
“เท่าที่รู้เขามารอรับคนอื่นไม่ใช่หรือ” กู้ชิงโจวพูดออกมาเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดายของเซียวลี่ถิงทางกระจกส่องหลัง
“เขามารอรับคนอื่นก็ช่างเขาสิ พวกฉันแค่ได้มองก็พอใจแล้ว” เซียวลี่ถิงพูดพลางยิ้มออกมาส่วนสวีเฟยเองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ก็ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาสวมเครื่องแบบนายทหารก็คงจะไม่น่ามองสักเท่าไหร่หรอก ในสายตาของพี่ชิงโจวยังจะหน้าตาดีกว่าเขาอีก” คำพูดของเซียวหลิงทำให้มุมปากของกู้ชิงโจวกระตุก ส่วนเซียวลี่ถิงและสวีเฟยต่างก็พากันชะโงกหน้ามามองคนขับรถอย่างกู้ชิงโจวคนละทีสองทีแล้วพวกเธอจึงได้พูดออกมาพร้อมกัน
“จริงด้วย!” แล้วคนทั้งคู่ก็หันไปมองหน้ากันเก็บคำว่า “แต่...” เอาไว้ในใจ พวกเธอต่างก็คิดเหมือนกันว่ากู้ชิงโจวหน้าตาดีมากก็จริงแต่กลับไม่มีเสน่ห์เท่าซ่งซีไป๋ เป็นเพราะตอนนี้กู้ชิงโจวกำลังขับรถให้พวกเธอนั่งพวกเธอสองคนจึงได้ละทิ้งคำพูดที่อาจจะทำให้คนขับไม่พอใจเอาไว้
“ฮ่า ฮ่า ชิงโจวน้องสาวของฉันและเพื่อนของเธอกำลังชมนายว่าหล่ออยู่นะ” คำพูดของเซียวหลิงทำให้กู้ชิงโจวส่ายหน้า
“นายอย่าพูดมากเลยน่า ไม่อย่างนั้นฉันจะให้นายมาเป็นคนขับนะ” เมื่อเขาพูดเช่นนี้เซียวหลิงก็ส่ายหน้าในทันที
“นายขับไปเถอะ นานๆ ฉันจะได้มีโอกาสได้เป็นผู้โดยสาร ขอฉันเสพสุขกับการที่มีคนขับรถให้สักวันเถิดนะ” คำพูดของเซียวหลิงทำให้กู้ชิงโจวยิ้มออกมาส่วนสองสาวที่นั่งอยู่บริเวณเบาะหลังตอนนี้ต่างหันไปซุบซิบพูดคุยกันแค่เพียงสองคนไปแล้ว
ร้านอาหารที่กู้ชิงโจวขับรถเข้าไปจอดเป็นภัตตาคารที่พึ่งจะเปิดใหม่ ตอนที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยลงจากรถทั้งสองสาวก็ต่างจ้องมองภัตตาคารตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ
“ฉันได้ยินว่ามีภัตตาคารเปิดใหม่แถวนี้ แต่ไม่เคยได้มีโอกาสเข้ามาชิมอาหารที่นี่เสียที” สวีเฟยที่เป็นคนชอบกินอาหารรสเลิศพูดออกมาด้วยความยินดีทำให้เซียวหลิงยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถิด พี่จองโต๊ะเอาไว้แล้ว” เมื่อเซียวหลิงพูดจบก็เดินนำคนทั้งหมดเข้าไปในภัตตาคาร โต๊ะที่เซียวหลิงจองไว้อยู่บนชั้นสองของภัตตาคาร เมื่อพวกเขานั่งลงบริกรก็ยกอาหารมาวางบนโต๊ะในทันที
“พี่สั่งอาหารเอาไว้แล้ว ล้วนเป็นอาหารที่ลี่ถิงและเฟยเฟยชอบ” เซียวหลิงพูดพลางยิ้มออกมาเมื่อเห็นสายตาอันเจิดจ้ายามที่ได้เห็นอาหารของสวีเฟย
“เท่าที่ฉันเห็นมีแต่อาหารที่เฟยเฟยชอบเกือบทั้งหมดเลยนะ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้เซียวหลิงก็ขึงตาดุใส่น้องสาวในทันที เซียวลี่ถิงจึงได้สงบปากสงบคำแล้วหันไปมองทางด้านอื่นแทน แต่แล้วสายตาของเธอก็พลันสบตากับคนคนหนึ่ง และเขาคนนั้นก็น่าจะมองเธอนานแล้ว
“พี่ซีห่าว พี่เองก็รีบกินสิคะ กำลังมองอะไรอยู่...” เสียงของหม่าชิงอีพลันขาดหายไปเมื่อได้เห็นว่าเฉินซีห่าวกำลังจ้องมองใคร
“โลกช่างกลมเสียจริง” เซียวลี่ถิงพึมพำออกมาแล้วหันมาจ้องมองแค่เพียงอาหารบนโต๊ะเพียงเท่านั้น
เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ
สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม
เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท
เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็
สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟยจนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายเซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอ
เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีส







