Share

บทที่ 10 เริ่มเปลี่ยนแปลง

Author: BigM00N
last update publish date: 2026-03-16 14:07:25

สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟย

จนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย

เซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอว่าที่จริงแล้วสวีเฟยแอบชอบพี่ชายของเธอมาโดยตลอด แต่เพราะการจัดการของครอบครัวทำให้สวีเฟยจำต้องยอมตัดใจ สวีเฟยพูดว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้สวีเฟยจะไม่ยอมเชื่อฟังพ่อแม่ ลองเสี่ยงสารภาพรักกับคนดีๆ อย่างพี่ชายของเธอดู ชีวิตของสวีเฟยอาจจะไม่ต้องทนทุกข์เช่นนั้นก็ได้

ตอนนี้เมื่อเซียวลี่ถิงได้ย้อนกลับมาอีกครั้งเธอจึงอยากจะทำให้สวีเฟยได้ลองเลือกใหม่อีกสักครั้ง แม้ว่าไม่อาจจะรับประกันได้ว่าทางเลือกใหม่จะดีกว่า แต่ก็ยังดีกว่าเธอไม่คิดจะทำอะไรเลยเพื่อช่วยเหลือสวีเฟยและพี่ชายของเธอเลย

เซียวลี่ถิงเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการของคุณพ่อของเธอ เซียวจิ่งเป็นผู้จัดการโรงงานที่ได้รับความเชื่อใจจากท่านผู้อำนวยการและท่านประธานกรรมการบริหารของโรงงาน เขาไม่เพียงดูแลเรื่องการควบคุมฐานการผลิตแต่ยังรับผิดชอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอีกด้วย งานของเขาทั้งต้องละเอียดรอบคอบและต้องคอยประสานงานกับส่วนต่างๆ ของโรงงานอย่างสม่ำเสมอ ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการของเขาจึงแทบจะไม่มีเวลาได้หยุดพัก ถือว่าเป็นการฝึกทำงานที่ทรหดมากกว่าที่เซียวลี่ถิงคิด

“ถ้าคุณเซียวทำไม่ไหวก็บอกได้นะคะ ฉันจะได้นำเอกสารเหล่านี้มาทำเอง” เฉียวอวี้หรานพูดพลางจ้องมองกองเอกสารที่อยู่ตรงหน้าของเซียวลี่ถิง เฉียวอวี้หรานเป็นเลขานุการที่มีประสิทธิภาพของเซียวจิ่ง เธอไม่เพียงประสานงานเก่งแต่ยังมีความจำที่ดีเซียวจิ่งต้องการให้เซียวลี่ถิงเรียกรู้งานให้มากที่สุดจึงให้เซียวลี่ถิงเริ่มต้นการทำงานด้วยการเข้ามาเป็นผู้ช่วยของเฉียวอวี้หรานก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ งานเอกสารเหล่านี้คุณพ่อมอบหมายให้ฉันทำโดยตรง คงเพราะเห็นว่าคุณเฉียวมีงานในมือมากแล้ว” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดจบก็ลงมือพิมพ์เอกสารอย่างคล่องแคล่ว เสียงพิมพ์ดีดที่ดังรัวเร็วของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานยิ้มออกมา

“ถ้าคุณเซียวไม่รังเกียจจะเรียกฉันว่าพี่อวี้หรานก็ได้นะคะ” น้ำเสียงที่อ่อนโยนของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงหยุดมือที่กำลังพิมพ์บนแป้นพิมพ์แล้วหันมาส่งยิ้มให้แก่เฉียวอวี้หราน

“จะรังเกียจได้อย่างไรล่ะคะ ได้เรียนรู้งานกับพี่อวี้หรานถือว่าเป็นความโชคดีของฉัน ต่อไปพี่ก็เรียกฉันว่าลี่ถิงเถิดค่ะ หากมีอะไรต้องการชี้แนะพี่ก็บอกฉันได้เลยนะคะ” เซียวลี่ถิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองแตกต่างจากที่เฉียวอวี้หรานเคยจินตนาการเอาไว้

เซียวลี่ถิงก็เป็นลูกสาวของผู้จัดการโรงงานอีกทั้งยังมีข่าวลือเรื่องของเธอกับอดีตรองผู้จัดการอีก การที่อดีตรองผู้จัดการและผู้ช่วยของเขาถูกไล่ออกพร้อมกันทำให้เฉียวอวี้หรานไม่กล้าทำตัวสนิทสนมเท่าใดนัก แต่เมื่อได้ทำงานร่วมกันมาแล้วหลายวันเฉียวอวี้หรานจึงได้รู้ว่าเซียวลี่ถิงคนนี้แตกต่างไปจากที่เธอเคยคิดเอาไว้

“ได้ค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรหรือติดขัดที่ตรงไหนก็บอกฉันได้นะคะ หรือว่าถ้ามีใครที่มาพูดหรือแสดงกิริยาที่ทำให้คุณไม่พอใจก็บอกฉันได้เลย ฉันจะไปจัดการให้ค่ะ” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาในทันที

“ขอบคุณพี่อวี้หรานมากค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่คนอื่นพูดถึงฉันหรอกค่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดคนที่ผิดคือคนอื่นต่างหาก ดังนั้นฉันไม่คิดจะเก็บคำพูดของคนอื่นมาใส่ใจ ตอนนี้สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญก็คือทำอย่างไรจึงจะเรียนรู้จากคนเก่งอย่างพี่ให้ได้มากที่สุดเท่านั้นค่ะ” เซียวลี่ถิงพูดออกมาจากใจจริง เธอรู้ดีว่าคนในโรงงานมองเธอเช่นไร แต่เธอไม่คิดจะสนใจและไม่คิดจะให้ความสำคัญ ตอนนี้สิ่งสำคัญก็คือการเรียนรู้เพื่อที่จะพัฒนาตนเอง วันข้างหน้าเมื่อเธอทำงานเก่งขึ้นทั้งพ่อ แม่และพี่ชายของเธอจะได้มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเลิกกังวลเพราะความเป็นห่วงเธอได้เสียที

ในขณะที่เซียวลี่ถิงกำลังฝึกทำงานในโรงงาน เฉินซีห่าวก็กำลังเดินทางกลับบ้านด้วยสีหน้าอมทุกข์ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่านอกจากเขาจะถูกยกเลิกงานแต่งและถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว เขายังถูกไล่ออกจากโรงงานด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาทำให้เขาตั้งตัวไม่ติด เขาไม่เคยคิดเลยว่าการที่เขาเผลอกายเผลอใจไปกับผู้ช่วยของเขาอย่างหม่าชิงอี จะทำให้เขาต้องสูญเสียคนที่เขารักและสูญเสียหน้าที่การงานไปเช่นนี้

“หม่าชิงอี คุณมาทำอะไรที่บ้านของผม” เฉินซีห่าวถามออกมาในทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าบ้านแล้วพบว่าหม่าชิงอีกำลังนั่งแทะเมล็ดแตงอยู่ในห้องนั่งเล่น

“พี่ซีห่าว ในที่สุดพี่ก็กลับมาแล้ว อ้าว! แล้วทำไมพี่ถึงกลับมาคนเดียวล่ะคะ พ่อกับแม่และน้องๆ ของพี่ล้วนพากันไปรับพี่ พี่ไม่ได้พบกับพวกเขาหรือคะ” คำถามของหม่าชิงอีทำให้เฉินซีห่าวนิ่วหน้าแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“ก็แค่พ้นโทษออกจากคุก ทำไมต้องไปรับกันอย่างเอิกเกริก” คำพูดของเฉินซีห่าวทำให้หม่าชิงอีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความไม่พอใจ

“ถ้าไม่ใช่เพราะเซียวลี่ถิงมีหรือที่พี่จะต้องไปทนใช้ชีวิตอยู่ในคุกตั้งหลายเดือน พี่ซีห่าวผู้หญิงคนนั้นมีจิตใจชั่วร้ายต่อไปพี่ก็อย่าไปยุ่งกับเธออีกเลย” คำพูดของหม่าชิงอีทำให้เฉินซีห่าวพ่นลมหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจ

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม ชิงอี! คุณยังไม่ตอบคำถามของผมเลยว่าคุณมาทำอะไรที่นี่” คำถามที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของเฉินซีห่าวทำให้หม่าชิงอีพลันขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปเกาะท่อนแขนของเขาด้วยความออดอ้อน

“พี่ซีห่าว ฉันตั้งท้องลูกของพี่แล้วพี่ยังจะให้ฉันไปอยู่ที่อื่นอีกหรือคะ” คำพูดของหม่าชิงอีทำให้เฉินซีห่าวนิ่วหน้าแล้วจึงได้เอ่ยคำถามที่ติดค้างในใจออกมา

“คุณแน่ใจหรือว่าเป็นลูกของผม เท่าที่ผมรู้เสิ่นหลางเองก็เข้าใจว่าลูกในท้องของคุณเป็นลูกของเขาไม่ใช่หรือ ผมได้ยินมาว่าเขาไปขอคุณกับพ่อแม่ของคุณแล้วทำไมคุณจึงไม่ยอมแต่งงานกับเขากันเล่า” คำถามของเฉินซีห่าวทำให้สีหน้าของหม่าชิงอีเขียวคล้ำเธอจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้พูดออกมาตามตรง

“ฉันตั้งท้องลูกของคุณ แต่ตอนนั้นคุณกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น ฉันก็เลยต้องบอกกับเสิ่นหลางว่าลูกในท้องเป็นของเขา ไม่อย่างนั้นคุณจะปล่อยให้ฉันท้องโตโดยไม่มีพ่อหรือ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันคุณไม่ได้แต่งกับคนอื่นแล้ว ดังนั้นลูกในท้องของฉันก็ควรจะเป็นคุณที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบ” คำพูดของหม่าชิงอีทำให้เฉินซีห่าวนิ่วหน้า เขาชอบพอในตัวของหม่าชิงอีมากก็จริงแต่ถ้าจะให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นอีกทั้งในท้องของเธอเขาก็ไม่มั่นใจว่าใช่ลูกของเขาหรือเปล่ามันทำให้เขาทำใจแต่งงานกับเธอไม่ได้จริงๆ

“ชิงอี ผมตกงานแล้ว ผมไม่มั่นใจว่าจะสามารถเลี้ยงดูคุณกับลูกได้” เมื่อเฉินซีห่าวพูดเช่นนี้หม่าชิงอีก็พลันปล่อยมือจากท่อนแขนของเขาแล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ไปด้วยความไม่พอใจ

“คุณหมายความว่าอย่างไร คุณไม่คิดจะรับผิดชอบฉันกับลูกเช่นนั้นหรือ” คำถามของหม่าชิงอีทำให้เฉินซีห่าวโบกมือแล้วจึงได้ยกมือขึ้นมากุมศีรษะเอาไว้

“ผมอยากพักผ่อนคุณอย่าพึ่งมาเซ้าซี้ผมตอนนี้ ชิงอีถ้าคุณอยากจะอยู่ที่นี่ก็เชิญเลยตามสบาย แต่คุณอย่าได้มารบกวนผมช่วงนี้ผมกำลังต้องใช้ความคิดว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตตอนนี้ดี” เมื่อเฉินซีห่าวพูดจบก็เดินกลับเข้าห้องของตนเอง ข้าวของเครื่องใช้ของผู้หญิงที่วางอยู่ทุกมุมห้องทำให้เฉินซีห่าวรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรชีวิตของเขาจึงได้ประสบกับปัญหาอันหนักหน่วงเช่นนี้ทั้งที่จริงๆ แล้วเขามีความรู้สึกว่าตนเองไม่ควรจะต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้เลย

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 14 เซี่ยเหวินหยาง

    เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 13 คิดผิด

    สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 12 โลกกลม

    เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 11 ประธานเฉียว

    เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 10 เริ่มเปลี่ยนแปลง

    สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟยจนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายเซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอ

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 9 สวีเฟย

    เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status