เข้าสู่ระบบพิชชาตื่นเช้ามาในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของร่างสูงที่กอดเธอเอาไว้แน่น ตอนนี้เขายังหลับอยู่ ใบหน้าของลุคเวลาหลับมันดูมีเสน่ห์จนร่างเล็กอดมองไม่ได้ พอเห็นพิชชาเริ่มขยับตัว ลุคก็ตื่นขึ้นมาทันที เขาลูบหัวสาวน้อยเบาๆ ก่อนจะดึงเธอไปจูบที่หน้าผาก ขณะท่อนล่างของทั้งคู่ยังแนบชิดกัน “สายยัง?” ชายหนุ่มถามขึ้นขณะที่ดึงร่างบางเข้าไปกอด พลางจูบซับจนทั่วใบหน้าหวาน “ยังค่ะ ชาว่าจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว” “อื้ม พี่ขอนอนกอดอีกหน่อย” เขาพูดพร้อมกับหลับตาลง ทั้งสองกอดกันอยู่พักใหญ่ๆ เลือดในกายอุ่นแผ่ไปทั่วร่าง ตอนนี้เขารักพิชชาอย่างเต็มหัวใจ ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนสาวน้อยที่นอนอยู่ข้างเขาได้อีกแล้ว จู่ๆ ลุคก็พลิกตัวร่างเล็กขึ้นมาไว้บนตัวของเขา พิชชาตกใจได้แต่มองหน้าเขาอย่างงงๆ ลุคเลยถือโอกาสนั้นฝังปลายจมูกสูดดมความหอมจากซอกคอเก็บไว้ในอกลึก “อื้อ~ พี่ลุค” “อื้ม ไปอาบน้ำกันครับ” ชายหนุ่มกระซิบเบาๆ ก่อนจะยิ้มให้เธอ พิชชาหน้าแดงชมพูระเรื่อขึ้นมาเพราะความเขิน เธอไม่คิดเลยว่าคนที่โกรธให้กันวันนั้น จะเป็นผู้ชายที่น่ารักมากขนาดนี้ #07.46 น. พิชชารีบจัดการแต่งตัวให้ตัวเองเรียบร้อยก่อนที่ลุคจะอาบน้ำ
อีกฟากของมหาลัย เปียแอบเข้ามาซุกตัวอยู่ในห้องน้ำ ไม่กล้าออกไปเจอหน้าใคร ไม่กล้าแม้กระทั่งเข้าเรียน เพราะทนแรงกดดันไหวไหวทุกคนจ้องมองมาที่เธอ ทั้งโดนโพสต์ด่าในกลุ่มที่เธอสร้างเฟคนิวส์ทำลายชื่อเสียงคนอื่น หญิงสาวเลื่อนดูเม้นอย่างมือไม้สั่น มันยิ่งทำให้เธอเกลียดพิชชาเข้าไส้ ทำไมคนๆนั้นไม่เป็นแก เปียได้แต่แค้นร้อนรุ่มในใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงนักศึกษากลุ่มหนึ่งเดินมาเข้าห้องน้ำ “พี่เปียนี่ก็ใสๆนะมึง กูเข้าใจมาตลอดว่าเธอเป็นคนดี แต่แม่งร้ายสุดๆ!!” “เอออจริงสร้างข่าวทำลายคนอื่น แต่ย้อนเข้าตัวซะงั้น” “แต่ตอนอยู่ปีสองทุกคนก็เข้าใจว่าพี่เปียคบกับพี่ลุคนะ ไม่แน่เขาอาจจะสร้างภาพขึ้นมาเองก็ได้” “เออจริง ก็เผลอเข้าใจว่าเป็นคนเรียบร้อยมาตลอด” หญิงสาวได้ยินทุกอย่างที่คนพวกนั้นพูด เธอยืนกำหมัดแน่นในห้องน้ำด้วยความโกรธเกลียด พร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมา เธอเกลียดพิชชาที่ทำชีวิตเธอพังได้ถึงขนาดนี้ เปียน้ำตาคลอด้วยความเจ็บปวดต่อคำพูดที่ได้รับ ช่างเชือดเฉือนหัวใจเหลือเกิน เวลานี้เธอพยายามจนถึงที่สุด ทำไมต้องพบกับเรื่องที่นำพาต่อความเจ็บปวดขนาดนี้ด้วย เปียร
หลังจากที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในช่วงวันหยุดตลอดเจ็ดวัน ก็ทำให้รู้ถึงความชอบ ความไม่ชอบ และความเคยชินของกันและกัน ทว่าเขาและเธอเกือบจะเลิกกันไปแล้ว ถ้าไม่ได้พูดคุยและปรับความเข้าใจกันก่อนเปิดเทอม ทั้งสองตกลงกลับมาคบหาดูใจกันเหมือนเดิม พิชชาสัญญาว่าจะไม่มีความลับอะไรกับลุคอีก ขณะที่ลุคเองก็สัญญาว่าจะรับฟังพิชชาให้มากขึ้นเช่น “อยากอยู่แบบนี้ตลอดไปจัง” ร่างเล็กเอ่ยขึ้น ขณะที่ลุคกำลังขับรถเลี้ยวออกจากรีสอร์ท พิชชาหันหน้าไปมองใบหน้าด้านข้างของเขาอย่างอบอุ่นหัวใจ ก่อนร่างสูงจะหันมายิ้มให้และโน้มไปหอมแก้มฟอดใหญ่ “พี่ก็อยากอยู่แบบนี้ตลอดไป อยากแต่งงานกับพี่ไหม?” “ถามอะไรคะ ชาทำตัวไม่ถูกเลยเนี้ย” “ถ้าอยากแต่งเมื่อไหร่..บอกพี่นะ” เขาพูดก่อนจะยิ้มอ่อนๆแล้วหันหน้ามาหาเธอ นั่นยิ่งทำให้ร่างเล็กหน้าแดงออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ในความรู้สึกของพิชชามันเป็นรอยยิ้มที่น่ารักมาก มองยังไงก็ไม่เคยเบื่อเลย เมื่อเดินทางเข้ามาถึงกรุงเทพก็มืดพอสมควร เขาเลี้ยวรถไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มองเห็นผู้คนมากมายกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ ลุคจอดรถดับสนิท ก่อนจะรีบลงจากรถมาเปิดประตูให้เธอ ร่างเล็กเดินตาม
“ทะ ทำอะไร อื้อ~” “อื้ม อยู่นิ่งๆ” แอลกอฮอล์ในกายของเขากำลังเดือดพล่าน ยิ่งได้กลิ่นหอมๆออกมาจากตัวของเธอ ลุคก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่อยู่ หัวใจพิชชาเต้นแรงแทบหลุดออกมาข้างนอก ภายนอกเอาแต่ปฏิเสธเขา แต่ร่างกายกลับไม่รักดี เพราะร่างเล็กกำลังเคลิ้บกับสัมผัสที่เขากำลังมอบให้ “พี่ลุค อื้อ~ ชายัง” ไม่ทันได้พูดจบ เขาก็เลื่อนมาประกบจูบอย่างรวดร็ว จนเสียงกลืนหายลงไปในลำคอ มีเพียงเสียงครางอื้อในลำคอดังขึ้นเป็นระยะ มือแกร่งเลื่อนขึ้นมาตามขาอ่อนลูบไล้ไปมาอย่างเบามือ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาหาอกอวบแล้วปลดถอนมันออกไป โดยที่คนร่างเล็กไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่รับจูบที่เขามอบให้ ไม่นาน ลุคก็ผละออก ดวงตากลมมองสำรวจทุกซอกทุกมุมของร่างเล็ก พิชชาหน้าแดงก่ำพูดอะไรไม่ออก เพราะไม่ออกก็รู้ว่าหลังจากนี้เขาจะทำอะไร เธอจึงเลือกปิดเปลือกตาลงช้าๆ “สวยจังครับ..” “….” พูดจบ ลุคก็จูบบนกลีบปาก เธอยอมเผยอริมฝีปากอิ่มออก ก่อนเขาจะแทรกปลายลิ้มอุ่นๆเข้ามาจุมพิตอย่างหนักๆ ความกลัวตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความสั่นซ่านเข้ามาแทน “อื้ม ยะ อย่า~” “อื้ม” พิชชาดึงมือของลุคเอาไว้ ขณะหยอกเย้าอยู่กับปลายยอดสีหวาน มันเป็นความ
ตลอดเส้นทางที่ลุคขับรถพามา ในรถเงียบกริบไม่มีเสียงพูดคุยกัน ร่างเล็กมองออกไปนอกหน้าต่างรถ พลางครุ่นคิดว่าเขาจะพาไปที่ไหน พิชชาไม่อยากทะเลาะกันอีก จึงเลือกปิดปากเงียบไม่ได้ถามอะไรต่อ ไม่นาน รถหรูก็เลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใบหน้าหล่อหันมองคนข้างๆ ก่อนจะเอ่ยสั่งเสียงทุ้มเย็น “ลงไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ” “คะ?” “หูหนวกหรือไง?” “พี่ลุคจะพาชาไปไหนคะ” “ไม่ต้องถาม ทำตามที่สั่งก็พอ” ร่างสูงพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ พลางเมินหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้นแล้วล้วงหยิบมือถือขึ้นโทรออกหาคนปลายสาย พิชชาเดินลงจากรถอย่างงวยงง ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อ ดวงตากลมมองตามแผ่นหลังที่กำลังยกหูขึ้นคุยโทรศัพท์ ร่างเล็กถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปเข้าห้องน้ำตามที่เขาบอก หลังจากทำธุระส่วนตัวกันเสร็จก็ออกเดินทางต่อ ภายในรถยังคงเงียบไม่มีเสียงปริปากพูดจากฝ่ายใด จนพิชชาก็นอนหลับไปกับเบาะ ร่างเล็กงัวเงียตื่นขึ้นหลังจากที่รถเคลื่อนเข้ามาจอดในบ้านพักหลังหนึ่ง มันไม่ใช่ทะเลแบบที่พาไปก่อนหน้า แต่มันคือรีสอร์ตหรูใจกลางป่า พิชชาทำหน้างงขณะรถดับสนิท เธอเห็นแม่บ้านยืนรอต้อ
คอนโด เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนที่ลุคหายออกไปจากชีวิตของพิชชา ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความรู้สึกเย็นชาเวลาเดินผ่าน ลุคทำราวกับว่าไม่เคยรู้จักเธอเลยแม้แต่น้อย ร่างเล็กถอนหายใจออกมาหนักๆอยู่ริมระเบียง สายตาคู่สวยเหม่อมองไปยังท้องฟ้ากำลังมืดลง ระหว่างปิดเทอมหน้าร้อน พิชชากำลังคิดว่าอาจจะบินไปหาครอบครัวเพื่อพักผ่อน เพราะกว่าจะเปิดเทอมก็ปาเป็นเดือน ไม่อยากให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านมากเกินไป ขณะสมองคิดวกวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ทว่า โทรศัพท์อยู่ในมือก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย เธอจึงได้สติและรีบก้มลงมอง มือเรียวแตะเข้าไปในช่องแชตของเพื่อนสนิท เมื่อเห็นข้อความแปลกๆ พิชชาจึงรีบกดเข้าไปอ่าน แชต : โบว์ โบว์ : กำลังให้คนไปรับ เตรียมตัวนะ พิชชา : หมายความว่ายังไง? โบว์ : ที่เราเคยวางแผนกันเอาไว้ จำได้ไหม ใบหน้าสวยร้อนผ่าว ความวูบวาบแผ่ซ่านจนรู้สึกขนลุก เธอมัวแต่คิดถึงเรื่องอื่นจนลืมเรื่องสำคัญอย่างการง้อเขาไปเลย เพราะตลอดเวลาที่ห่างกัน ลุคดูเฉยชาขึ้นมาก มากจนพิชชาคิดว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้วก็ได้ หลังจากตอบกลับเพื่อนสนิท ร่างเล็กก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัว หัวใจของเธอ







