LOGINอนุสกุลหลิว บทที่ 1
หวางชิงก้มหน้านิ่งมือประกบด้านหน้าเรียบร้อย ไม่พูดไม่จากับผู้ใดทั้งสิ้น ได้แต่ครุ่นคิดถึงชีวิตที่ผ่านมาของตน
หากนางเกิดในสกุลสูงศักดิ์ ร่ำรวยคงดีไม่น้อย นางจะได้ไม่ต้องนั่งอยู่ในเกี้ยวรถม้ารอประตูจวนเปิด
ทว่านางคงทำได้เพียงครุ่นคิด เพราะ ณ ยามนี้ ช่วงเวลาเช้าตรู่ไม่ทันฟ้าสาง พระอาทิตย์เพียงจับยอดไม้ร่ำไรสีทอง มือเรียวยาวงดงามสะบัดชายผ้าม่านลง
ขบวนอนุของหวางชิงมีเพียงบ่าวรับใช้ไม่กี่คน ไม่มีขบวนสินสอด ไม่มีขบวนข้ารับใช้ติดตาม คงเพราะนางนั้นได้ชดใช้หนี้สินรวมดอกเบี้ยด้วยเรือนร่างนี้
“คุณหนูเจ้าคะ” เสียงสาวใช้ส่วนตัว เมิ่งหลัวเอ่ยขึ้นด้านข้าง คนรับใช้สนิทใกล้ตัวที่นางนำมาเพียงคนเดียว
“อืม”
“เริ่มสายแล้ว ไยประตูจวนยังไม่เปิด”
“อาจรอฤกษ์”
“เมิ่งหลัวว่าไม่ใช่ หรือฮูหยินใหญ่จะไม่ต้อนรับ”
“เจ้าอย่าเพิ่งคิดมาก นั่นไงประตูเปิดแล้ว”
พูดคุยไม่กี่คำพลันประตูรั้วไม้ขนาดหลายคนยืนต่อกันเปิดกว้าง เกี้ยวของนางถูกยกขึ้นอีกครั้งแล้วหยุดลงหน้าบันไดหินเก้าขั้น ทางเข้าจวนสกุลหลิว
เมิ่งหลัวยกชายผ้า กระทั่งคุณหนูของนางสวมใส่อาภรณ์งดงามสีแดง สีแห่งความมงคลลงจากเกี้ยว ผมมวยต่ำประดับทอง
“เชิญอนุชิง”
เสียงผู้หญิงไม่แก่มากนักเอ่ยขึ้นด้านหน้า ทว่าหวางชิงมองไม่เห็นเพราะในมือยังถือพัดกลมปิดดวงหน้าไว้ เดินตามจนข้ามธรณีประตูจึงได้ชำเลืองมองด้านข้างซ้ายขวา ทางเข้าจวนล้วนปูด้วยหินสลับดินหินกรวดเม็ดใหญ่ เวลาเดินเกิดเสียงกุบกับแทรกต้นหญ้าบ้าง แล้วจึงข้ามสะพานไม้จำลองผ่านธารน้ำเล็กจนนางได้ยินเสียงน้ำตกจึงได้เอี้ยวไปด้านซ้าย
ภูเขาจำลองพร้อมน้ำตกขนาดใหญ่มีรูปสิงห์พ่นน้ำด้านบน อ้าปากคล้ายส่งเสียงคำรามเพียงแค่เสียงที่ออกมาคือสายน้ำใสจนเกิดเงาสะท้อนแสงดวงอาทิตย์เป็นรุ้งงดงาม
“เชิญทางนี้”
เสียงหญิงคนเดิมเอ่ยเร่งทำให้หวางชิงละสายตาออกมาจากภูเขาน้ำตก เดินตรงไปยังจวนหลักตรงกลาง ขึ้นบันไดคอนกรีตราวห้าขั้น จากนั้นจึงได้ยินเสียงประตูใหญ่ถูกผลัก
“อนุชิงมาแล้วเจ้าค่ะ”
“ให้เข้ามา”
หวางชิงก้าวเท้าข้ามธรณีแล้วเดินลงไปสามขั้นตามหลัก ฮวงจุ้ยกักเก็บเงินทอง นางมองพื้นเป็นหินขัดลงสีเข้มสลับเทาแดงงดงามลวดลายปลาแหวกว่าย
“ไหนข้าขอดูเจ้าให้เต็มตาหน่อย”
“หวางชิงคารวะฮูหยินใหญ่”
นางลดพัดลงแล้วยอบกายก่อนจะลุกขึ้นแล้วเงยหน้า พบว่าฮูหยินใหญ่สกุลหลิวตรงหน้าเป็นเพียงหญิงสาวแก่กว่านางไม่กี่ปี คงราวยี่สิบต้น ๆ เท่านั้น
น่าสงสารที่สามีรับอนุภรรยาเร็วเกินไป หวางชิงได้แต่รำพึงครุ่นคิด
“ข้าชื่อเจียเหล่ย ต่อไปเรียกข้าว่าพี่หญิง ส่วนข้าจะเรียกเจ้าน้องหญิง”
“เจ้าค่ะ”
“สกุลหวางติดหนี้สกุลหลิวมานาน จนดอกเบี้ยและต้นทบมิอาจชดใช้ได้หมดในชาติเดียว บิดาเจ้าส่งเจ้ามาชดใช้หนี้ ข้าหวังว่าน้องหญิงคงทำหน้าที่อนุภรรยาที่ดี ช่วยข้าดูแลท่านพี่อย่าให้ขาดตกบกพร่อง ส่วนงานบ้านงานเรือนดูแลบ่าวไพร่ น้องหญิงอยู่ไปก่อนแล้วหมั่นสังเกต สักวันพี่หญิงจะให้เจ้าช่วยดูแล”
“เจ้าค่ะ”
“น้องหญิงอายุเท่าไรแล้ว”
“สิบหกเจ้าค่ะ”
“กำลังดี ไม่เด็กเกินไป นายท่านไม่ชอบเด็กสาว มักพูดว่าพวกเด็กสาวทำให้เสียเวลาสั่งสอนเรื่องในมุ้งนานกว่าจะชำนาญ”
ฮูหยินพูดเรื่อยไม่ทันได้สังเกตดวงหน้าของอนุซึ่งกำลังแดงซ่าน
“เดินทางมาเหนื่อย ๆ พักผ่อนก่อน ช่วงเย็นค่อยเจอท่านพี่”
“เจ้าค่ะ”
“ป้าฉี พาอนุชิงไปเรือนเล็กด้านหลัง”
หวางชิงเอี้ยวหน้าไปมองป้าฉี คือหญิงคนที่เดินนำนางมาตลอดทาง รูปร่างผอมบางวับสามสิบกว่า ๆ เท่านั้น แต่ฮูหยินเรียกนางว่าป้าเสียแล้ว
“เชิญอนุชิง”
คำว่า อนุชิง ได้ยินแล้วหวางชิงใคร่รู้สึกแสยงอยู่ภายใน ดวงหน้ายังฝืนยิ้มรับเดินตามออกนอกเรือนหลัก อ้อมไปด้านหลังเดินบนทางเดินสะพานไม้ทอดยาวเชื่อมต่ออีกหลายหลัง
“เรือนหลักส่วนใหญ่เป็นเรือนสำหรับรับรองแขก มิมีผู้ใดใช้นอนพักผ่อน ส่วนทางด้านขวาเป็นเรือนหลิง เรือนนอนของนายท่านและนายท่านรอง”
“นายท่านรอง?”
“น้องชายฝาแฝดของนายท่านหลิวซาง ชื่อหลิวเทียน อนุชิงควรเรียกนายท่านรองอย่าได้เรียกชื่อ”
นางพยักหน้ารับ
“เรือนถัดมาเป็นเรือนฮูหยินใหญ่ ส่วนเรือนของเจ้าถัดไปอีกสองหลัง ห่างไกลหน่อยแต่ร่มรื่น ที่สำคัญใกล้โรงครัว อนุชิงน่าจะชอบ”
นางยิ้มบาง ๆ พลันแสงพระอาทิตย์แยงตาจึงได้ยกมือขึ้นป้องทำให้ใบหน้าเหลียวไปทางด้านขวาไม่ตั้งใจ ทำให้มองเห็นเรือนไม้อีกหลังไกลลิบแฝงอยู่ในแมกไม้
“แล้วเรือนหลังนั้นเล่า ของผู้ใดจึงได้สร้างเสียห่างไกล”
ป้าฉีหยุดฝีเท้านิ่งชั่วครู่ก่อนจะเดินต่อ
“เรือนทำงานของนายท่าน เขตหวงห้าม ยามปกตินายท่านมักใช้ทำงาน บางวันทำช่วงบ่าย บางวันอ่านบัญชียามดึกดื่น จึงห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้ แม้แต่ฮูหยินใหญ่”
หวางชิงสังเกตว่ามีข้ารับใช้อยู่หลายคนเดินเวียนวนไปมา แต่มองไม่ถนัดว่าเป็นหญิงหรือชาย แต่คร้านจะใส่ใจจึงออกก้าวฝีเท้าตามป้าฉี
“ถึงแล้วเจ้าค่ะอนุชิง”
เรือนหลังเล็กแต่ดูแล้วสะดวกสบายตั้งอยู่ตรงหน้ายกขั้นบันไดสามขั้น มีระเบียงหน้าไว้นั่งดื่มชา เปิดเข้าไปเป็นห้องโถงเล็กก่อน กั้นด้วยฉากตกแต่ง ด้านหลังจึงเป็นห้องนอน ขนาดกว้างพอสมควร มุมด้านหนึ่งมีฉากกั้น นางคาดว่าคงเป็นที่สำหรับอาบน้ำ
“ขอบคุณป้าฉีมาก น้ำใจนี้ข้ามิอาจทดแทนได้ด้วยเงินทอง เนื่องจากต้องจำกัดค่าใช้จ่าย แต่ได้เตรียมบุหงาที่ทำเองกับมือมาด้วย”
หวางชิงยื่นถุงหอมกลิ่นอ่อนสำหรับหญิงสูงวัย ไม่น่าเชื่อว่าป้าฉีดูคล้ายถูกใจยิ้มรับไปด้วยสีหน้ายินดี
“ขอบคุณอนุชิงมากเจ้าค่ะ มีเรื่องอะไรให้เด็กไปสอบถามได้ทุกเมื่อ ส่วนอาหารทุกมื้อให้บ่าวรับใช้ส่วนตัวไปรับได้ที่โรงครัวเจ้าค่ะ”
หวางชิงยิ้มรับรอกระทั่งป้าฉีออกจากห้องไปแล้วจึงได้นั่งลงที่โต๊ะกลางโถง
“สกุลใหญ่ขนาดนี้ เหตุใดบ่าวรับใช้จึงน้อยนัก เจ้าเห็นบ้างหรือไม่เมิ่งหลัว”
“แทบไม่เห็นเจ้าค่ะ”
“อย่าเพิ่งคิดมากดีกว่า พักผ่อนให้หายเหนื่อย เจ้าเตรียมเสื้อผ้าสำหรับมื้อเย็น ขอสีอ่อนเสียหน่อยจะได้ไม่ข่มฮูหยินใหญ่ มาใหม่ย่อมต้องเจียมตน”
“เจ้าค่ะ”
หวางชิงลุกเดินไปยังหน้าต่างห้องนอนแล้วผลักออกกว้าง เรือนเล็กหลังนี้น่าแปลกประหลาดนักที่ด้านข้างเรือนมองเห็นเรือนทำงานของนายท่านพอดี แม้ว่าจะห่างไกลทว่าพอมองเห็นว่ามีคนเคลื่อนไหวอยู่ภายใน ช่างน่าแปลกประหลาดนัก
อนุสกุลหลิว บทที่ 10กลางร่องเนื้อนิ่มแยกรอยปริอ่อนไหวและบวมช้ำ ต้องการให้เขากระแทกกระทั้นแรงขึ้น จึงโน้มกายไปด้านหน้าแล้วเป็นฝ่ายกระแทกไปด้านหลังจนนายท่านรองหัวเราะชอบใจเขาจับเอวนางไว้ส่งแรงทั้งกระทุ้งกระแทก ส่วนนางดันไปด้านหลัง จะเกิดเสียงดังแล้วอย่างไรเพราะในเวลานี้ในหัวสมองของทั้งคู่ขาวโพลน มีเพียงความซาบซ่านเสียวอวัยวะเพศเท่านั้นที่พวกเขารับรู้โยนีแดงก้ำบานออกรองรับแท่งค้ำกลางหว่างขา โหนกเนื้อราวกำลังถูกปริแยกด้วยของแข็งขนาดใหญ่ตลอดเวลาที่เขาเสียบคา ทั้งถี่รัวและบดแน่นพวงสวรรค์ใหญ่ย้อยกระแทกเสียดสีและแกว่งไกว บางคราวหลิวเทียนงัดขึ้นแล้วหยุดสูดปาก มือกำขยำนมแรงเสียวสะท้านจนยากจะอดกลั้น บางคราวกระทั้นจนถี่รัวราวต้องการทำโทษนางทั้งที่เป็นเขาเองที่ห่างหายไปหลายวัน“ซี้ดดด..”นางรู้ว่านายท่านรองอดกลั้นให้นางได้เสร็จสม เขาร้องครางกลั้นหายใจหลายครั้ง หยุดนิ่งจนท่อนเนื้อกระตุกแรงภายใน แล้วกระแทกต่อกระทุ้งจนนางกระดอนฉับพลันนายท่านรองถอดถอนแท่งสวรรค์ออกแล้วเดินถอยหลังหอบหายใจ หวางชิงหันตัวกลับมามอง
อนุสกุลหลิว บทที่ 9กึก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจของนางที่รัวแรงดั่งกลองศึก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต คิดหาวิธีแก้ตัว คำพูดที่จะใช้เพื่อเอาตัวรอด“อนุชิง”ทว่า...เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากลำคอหนาของบุรุษตรงหน้าคือ นายท่านรองหวางชิงมิรู้ว่าตนเองจะถอนหายใจโล่งอกดีหรือหวั่นเกรงมากกว่ากัน“นายท่านรอง!”ครืด.... ตึง!ประตูห้องเก็บฟืนถูกปิดลงพร้อมเงาทะมึนด้านหลังจางหายจึงทำให้หวางชิงมองเห็นดวงหน้าคมสันของนายท่านรองถนัดชัดตา“ทะ ท่าน กลับมาแล้ว” นางทำเสียงอึกอักในลำคอ“วันนี้อนุชิงทำเสียงตะกุกตะกัก ทำอะไรผิดไว้หรือ”บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มสวมกว้านหยกสีเขียวรวบผมตึง ใบหน้าเหมือนนายท่านหลิวซาง ทว่าความเข้มข้นแห่งบุรุษเพศชัดเจนยิ่งกว่า“ขะ ข้า หลงทาง”ดวงตานางล่อกแล่กกลอกไปด้านซ้ายที่ซึ่งจะมองไม่เห็นใบหน้าคมสัน ลมหายใจยังส่งเสียงฟืดฟาดระงับอาการตื่นเต้น
อนุสกุลหลิว บทที่ 8ร่างเล็กอรชรของหวางชิงบอบช้ำจากบทรักในทุกค่ำคืนจนนางจับไข้จริง นางนอนซมหนาวสั่น“เมิ่งหลัว แค่ก ๆ”“เจ้าคะ คุณหนูนอนก่อนนะเจ้าคะ นายท่านให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าหนาวยิ่งนัก แต่สักพักกลับร้อนดั่งไฟ”เสียงแหบแห้งพร้อมไอโคลกดังจนตัวโยนทำให้เมิ่งหลัวรีบถลาเข้าไปประคอง“คุณหนูดื่มชาเสียหน่อยนะเจ้าคะ ป้าฉีกำลังให้เด็กต้มโจ๊กคงอีกสักประเดี๋ยว”“ข้าไม่หิว อยากนอน”“โธ่ คุณหนู แล้วนี่นายท่านรองก็ไม่อยู่เสียด้วย”“เกี่ยวอันใดกับเขากัน แค่ก ๆ”“คุณหนูเจ้าคะ เมิ่งหลัวไปสืบความมา ยังไม่ทันได้เล่าให้คุณหนูฟัง”“สืบความเรื่องนายท่านรองใช่หรือไม่ เกือบสามอาทิตย์แล้วนะ ข้านึกว่าเจ้าลืมไปเสียแล้ว”“โธ่! คุณหนู คนรับใช้ในเรือนล้วนกลัวนายท่านรองทั้งสิ้น ข้าทะเล่อทะล่าโพล่งถามออกไปคงไม่เหมาะ จึงตะล่อมมาเรื่อย ๆ แล้วจับความสำคัญเอา”
อนุสกุลหลิว บทที่ 7“เมื่อครู่เจ้าว่าไม่อาบน้ำใช่หรือไม่”“ใช่ ท่านพี่เป็นอะไรไป เมื่อหัวค่ำท่านยังอ่อนโยนต่อข้า”หลิวซางไม่ตอบซ้ำยังลากนางไปทางอ่างน้ำ จับนางเปลื้องผ้าด้วยแรงชายจนอาภรณ์ขาดวิ่นแล้วโยนนางลงน้ำโครม! ซ่า! แค่ก ๆ ๆนางทะลึ่งตัวพรวดขึ้นสำลักน้ำ ลูบน้ำออกจากใบหน้า“ข้าอาบน้ำมาแล้ว เตรียมพร้อมสมสู่เสพกาม แต่ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าอาบอีกครั้ง ย่อมได้”“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น ท่านพี่”หลิวซางกระชากเสื้อคลุมตนเองออกโยนทิ้ง แล้วก้าวลงไปในอ่าง แต่ยังไม่ลืมหยิบของบางอย่างมาด้วย สร้อยกระดิ่งร้อยเป็นตุ้มเล็ก ๆ ราวเจ็ดแปดตุ้ม ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งคล้ายกระดิ่ง“อะไร ท่านพี่เอาอะไรมา”“เหมี่ยนหลิง”“เหมี่ยนหลิง?”หลิวซางชูสูงตรงหน้าแล้วแกว่งจนเกินเสียงกังวานด้วยรอยยิ้มที่นางเห็นว่าช่างเหมือนกับหลิวเทียนไม่มีผิด อาจเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกันใช่หรือไม่ทว่านางยังไม่กระจ่างข้อกังขา ท่านพี่พลันจับนางหั
อนุสกุลหลิว บทที่ 6มือนางครูดแผ่นหิน รวมไปถึงใบหน้าและนางคาดว่าคงแดงเห่อ“ซี้ดดด ร่องเจ้าดูดลำ อ่า อนุน้อย ข้าจะแตกใส่เจ้า”“อยะ อย่านะ อย่า”ดวงตาหวานดอกท้อเริ่มหวั่นเกรง เมื่อคืนนี้นายท่านมิได้หลั่งน้ำพิสุทธิ์ในกาย หากนางตั้งครรภ์นายท่านย่อมต้องรู้แน่ว่านางมีชู้กับชายอื่น“ซี้ดด อ่า เสียว อา ดี เด้าให้แรงเลย อ่า”นายท่านร่องย่อเข่าลงแล้วเฝ้าเอาแต่กระทุ้งสะโพกเสือกใส่ลำเอ็นเข้าถ้ำรัก จับขานางข้างหนึ่งขึ้นสูงเปิดอ้า เลื่อนมือลงด้านล่างถูบี้ติ่งเนื้อ“ตรงนี้ อ่า ซี้ดด แตกเลย อนุน้อย แตกน้ำให้ข้าได้เห็น”“อื้อออ อย่า ไม่ อ่า”ปากว่าไม่ แต่กายกลับเรียกร้อง ร่างของนางเคลื่อนไหวสอดรับนายท่านรอง เขากระทุ้งนางกดลงรับ เขาถอยห่าง นางดึงตัวยืดให้คล้ายหลุดแต่ไม่แล้วกระแทกลงตับ ตับ ตับเสียงเนื้อสองเนื้อกระทบแรงทุกคราวยามบรรจบกัน น้ำในร่องเปียกไหลลงนิ้วแกร่ง เขาส่งลิ้นชอนไชในรูหูบี้ติ่งแล้วซอยถี่“ซี้ดด อ่
อนุสกุลหลิว บทที่ 5“อ้าปาก”นางทำตามอย่างว่าง่าย รับเนื้อใหญ่เข้าปากเลียกินน้ำพิสุทธิ์จนหมดเกลี้ยง“น้องชิงชิงช่างร่านสมเป็นอนุ พี่ชอบ”“ปลดน้องได้หรือยังเจ้าคะ”“ยัง”“ยัง!”“อีกน้ำ”“แต่น้องช้ำไปหมด เจ็บแสบ”“พี่มีขี้ผึ้ง”พูดจบนายท่านกระโดดลงจากเตียงตรงไปยังสิ่งของที่เตรียมมาด้วยบนโต๊ะเล็ก หยิบตลับยาอันเล็กออกมาแล้วบางสิ่งที่ทำให้นางตื่นตระหนก“ท่านพี่ นั่นคือสิ่งใด”ในมือของหลิวซางคือห่วงหยกอันหนึ่งมีเชือกผูกปลายทั้งสองข้าง“แหวนหยก” เขายกชูพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย รอยยิ้มที่ทำให้นางเข่าอ่อนจนตัวยวบยาบ“ท่านพี่” น้ำเสียงสั่นเครือระคนสะท้าน“เวลาพี่สวมใส่ท่อนลึงค์ยาวนี้ ผูกเชือกไว้กับเอวจนแน่น ยามพี่กระแทกรูชิงชิง ตรงส่วนนี้” นิ้วชี้ยังเปื้อนน้ำวางลงตรงกลางแหวนหยก “จะกระแทกติ่งเม็ดกระสัน จุดที่ทำให้น้องชิงชิงแตกน้ำ”“ไม่ ไม่”นายท่านหลิวซางไม่ฟังเสียงทัดทาน ผูกเชือกรัดคาดเอวแล้วเข้าไปซ้อนด้านหลัง แต่ไม่ได้นั่งลง กลับดึงจนนางก้นโด่งขึ้นคล้ายท่า







