แชร์

10.2 | แค่จูบกลัวอะไร

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 10:34:22

               เอวารินยอมรับกับตัวเองในใจ เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน แล้วทำไมกับผู้ชายคนนี้เธอถึงต้านทานพลังงานอันทรงอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขาไม่ได้

“ว่าไง คุณอยากรู้เรื่องอะไร ถามสิครับ” เขาโอบแขนอีกข้างไปด้านหลังแล้วรั้งร่างบางเข้ามาชิดมากยิ่งขึ้น แววตาที่ก้มมองเต็มไปด้วยประกายความปรารถนาอันร้อนแรง

               “ฉะ...ฉัน...ฉันอยากรู้ว่า...” หญิงสาวพูดตะกุกตะกัก แล้วสมองก็ตายกะทันหัน เสน่ห์อันล้นเหลือของเขาทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองและถึงกับลืมไปชั่วขณะว่าจะถามอะไร

               “ถ้าคุณไม่ถาม ผมจะทำละนะ”

“จะทำอะไรคะ” เอวารินถามเสียงแผ่วทั้งที่พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าเขาจะทำอะไร

               “ทบทวนความทรงจำให้คุณไง”

               หญิงสาวหลับตาลงอย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อเขากระซิบตอบเสียงเซ็กซี่ที่ข้างหูแล้วขบเม้มไปตามสันใบหู เธออยากห้ามเขาแต่ไม่รู้ว่าเสียงหายไปไหนหมด ฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างที่วางทาบอยู่บนแผงอกกว้างกลายเป็นขยุ้มแรง ริมฝีปากเม้มแน่นปิดสนิท ปลายเท้าจิกเกร็ง

               “นี่คุณกลัวผมขนาดนี้เลยเหรอ” มาร์คัสกลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่ ตอนแรกเขาคิดจะทำเนียนมีอะไรกับเธอสักยกหลังอาหารแต่เมื่อเห็นอาการแบบนี้ของเธอแล้วจึงคิดว่าน่าจะให้เวลาเธอทบทวนความรู้สึกของตัวเองสักนิด เพราะถ้าฝืนทำตอนนี้เธออาจจะเกร็งมากจนเป็นลมไปเลยก็ได้ “ไปเดินเล่นกันดีกว่า”

               “คะ?” เอวารินงงที่เขาเปลี่ยนโหมดกะทันหันจนเธอตั้งตัวไม่ติดอีกแล้ว

               “หรือว่าคุณอยากนอนเล่น” เขาแกล้งถามยั่ว

               “ไม่ค่ะ ฉันอยากไปเดินเล่นมากกว่า” หญิงสาวรีบตอบก่อนที่เขาจะเปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นสายหื่น และทั้งที่ลึกๆ แล้วเธอต้องการเขา แต่ลึกลงไปกว่านั้นกลับมีคำถามหนึ่งดังก้องอยู่ในใจว่า ที่เธอรู้สึกต้องการเขา มันเป็นแค่ความรู้สึกทางเพศหรือเป็นเพราะความรักและความผูกพันที่เธอกับเขาเคยมีต่อกันกันแน่

เอวารินปล่อยให้มาร์คัสจูงมือเดินมาตามชายหาดที่ทอดยาวอย่างเงียบเชียบเพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นในห้องครัวยังคั่งค้างอยู่ในหัว

               “เงียบเชียว คิดอะไรอยู่เหรอครับ”

               “เราจะอยู่ที่นี่กันอีกนานแค่ไหนคะ” เธอย้อนถามแทนการพูดถึงเรื่องที่กำลังทำให้สับสน

               ร่างสูงที่เดินเคียงข้างกันมาตลอดก้าวขึ้นไปยืนตรงหน้าแล้วถามพลางมองสบตาแบบยังไม่อยากกลับ “คุณอยากกลับแล้วเหรอ”

               “ฉันอยากกลับไปทำงาน หายตัวไปตั้งเดือนนึง ป่านนี้เจ้าของงานที่ฉันเคยรับไว้ด่าฉันยับไปหมดแล้วมั้ง” นางแบบสาวนึกกังวล ทั้งกลัวเสียเครดิตการทำงาน อีกทั้งผู้ว่าจ้างทั้งหลายต่างก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนิทสนมและเคารพนับถือกันทั้งสิ้น

               “ผมไม่ให้คุณกลับไปเป็นนางแบบแล้ว” ชายหนุ่มเริ่มออกอาการ ‘หวงเมีย’ ใครจะอยากให้ภรรยาตัวเองไปเดินโชว์ให้ชายอื่นเชยชม แถมงานส่วนใหญ่ของเธอยังออกแนวเซ็กซี่อีกต่างหาก

               “มันเป็นงานของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์ห้าม”

               “ผมเป็นสามี ผมมีสิทธิ์”

               “แต่จะให้ฉันเกาะคุณกินไปตลอดชีวิตฉันทำไม่ได้หรอกนะ”

               “เมียคนเดียวผมเลี้ยงได้ ออกจากเกาะแล้วคุณเตรียมตัวไปอยู่นิวยอร์กกับผม แล้วถ้าคุณอยากทำงานจริงๆ ผมจะยกบริษัทให้คุณบริหารสักบริษัท หรือถ้าคุณอยากเปิดบริษัทใหม่ก็ได้ เอาที่คุณสบายใจเลย” เขาบอกเสียงเรียบอย่างทรงอำนาจจนฟังเหมือนเป็นการออกคำสั่งมากกว่า

               “คุณมีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตฉันแบบนี้เนี่ย”

               “สิทธิ์ของความเป็นสามี” เขายืนยันเสียงเข้ม “ไปอยู่นิวยอร์กด้วยกันนะ ผมทิ้งงานที่โน่นมานานมากแล้ว หลังจบคดีเจสันคงต้องรีบกลับ”

               “ฉันยังจำไม่ได้เลยว่าเรื่องระหว่างเราที่คุณเล่าให้ฉันฟังมันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าแล้วจะให้ฉันไปอยู่กับคุณได้ยังไง”

               “คุณไม่ต้องสนใจว่าจะจำได้หรือจำไม่ได้ได้มั้ย!” มาร์คัสโพล่งออกมาด้วยความอึดอัดใจ “คุณลองฟังเสียงหัวใจตัวเองดูสิว่าตอนนี้คุณรู้สึกยังไงกับผม ผมรู้นะว่าตอนที่อยู่ในครัวคุณก็ต้องการผมเหมือนกัน แล้วคุณจะฝืนความรู้สึกตัวเองทำไม ต่อให้เราไม่ใช่สามีภรรยากัน แต่ถ้าคุณอยากมีเซ็กซ์กับผมคุณมีสิทธิ์ที่จะทำได้ คุณเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ อยากทำก็ทำ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย”

               เอวารินเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าด้วยความกรุ่นโกรธระคนเสียใจกับคำพูดที่ดูถูกศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของเธออย่างร้ายแรง “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงสำส่อนที่คิดจะนอนกับผู้ชายคนไหนก็นอนได้แบบไม่ต้องคิดนะ”

               “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเมื่อเห็นว่าดวงตากลมโตสีน้ำตาเข้มของเธอมีน้ำตาคลออยู่เต็มเบ้า

               “ฉันจะกลับกรุงเทพฯ” เอวารินเบี่ยงตัวออกจากมือของเขาแล้วถอยหลังห่างออกมาหนึ่งก้าว

               “อีกสามวันผมจะพาคุณกลับ”

               “ฉันจะกลับวันนี้”

               “ไม่ได้”

               “ฉันจะกลับวันนี้และเดี๋ยวนี้” เธอย้ำด้วยน้ำเสียงกดต่ำ

               มาร์คัสถอนหายใจแบบยอมจำนอน แต่เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าก็ต้องคิดหนักเพราะท้องฟ้าเริ่มมีเมฆสีเทาทะมึนลอยมารวมตัวกันอย่างหนาแน่น เขาไม่แน่ใจว่าฝนกำลังจะตกธรรมดาหรือจะมีพายุเข้า แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรเสี่ยง

               “รอพรุ่งนี้นะ วันนี้ฝนจะตกออกเรือไม่ได้”

               “ไม่ต้องมาโกหกเลย”

               “ถ้าไม่เชื่อคุณก็ลองแหงนหน้ามองฟ้าดูสิ เมฆดำลอยมาขนาดนั้นคืนนี้ฝนคงตกหนัก” ชายหนุ่มบอกพลางใช้สองมือประคองใบหน้าของหญิงสาวให้เงยขึ้นมองฟ้า

               เอวารินเห็นสภาพอากาศแล้วจึงยอมอ่อนลง “ฉันยอมอยู่ที่นี่ต่ออีกวันนึงก็ได้”

               “พูดง่ายๆ แบบนี้สิถึงจะน่ารัก”

               “ปล่อยฉันได้แล้ว” เอวารินพยายามจะดึงสองมือใหญ่ที่โอบอยู่ที่แก้มออกแต่เขาไม่ยอมปล่อย

               “ขอจูบทีนึงก่อนแล้วจะปล่อย”

               “ม่ายยย” หญิงสาวอยากจะถอยหนีแต่ใบหน้าถูกล็อกไว้แน่นจนขยับตัวไปไหนไม่ได้ ได้แต่เบิกตากว้างมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ “อย่านะ”

               “แค่จูบ กลัวอะไร”

               “กลัวคุณทำมากกว่าจูบ” เธอตอบไปตามตรง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status