LOGIN“อื้อ...” เอวารินส่งเสียงครางสั่นสะท้าน สองแขนโอบรัดอยู่รอบลำตัวหนา ปลายเล็บจิกลงบนผิวเนื้อด้วยแรงทั้งหมดที่มีเพื่อบรรเทาความเสียวซ่าน ความสุขที่ได้รับมันท่วมท้นจนเธอแทบจมดิ่ง ความเจ็บปวดที่มีใครตอนแรกอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
“แรงขึ้นอีกได้มั้ย” เขาวิงวอนเสียงแหบห้าว
“ค่ะ”
มาร์คัสเร่งจังหวะให้เร็วและแรงมากขึ้น ลมหายใจถี่กระชั้นที่มาพร้อมกับเสียงครางทุ้มต่ำด้วยความสุขสมในลำคอของเขาปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาวให้พลุ่งพล่านตามไปด้วย เธอขยับสะโพกสอดรับกับจังหวะการเข้าออกของเขาได้แบบพอดิบพอดีทำให้การเติมเต็มกันและกันล้ำลึกมากยิ่งขึ้น
“ผมจะคลั่งเพราะคุณอยู่แล้ว” เขาคำรามเสียงสั่นพร่าแล้วแนบริมฝีปากจูบเธออย่างเร่าร้อนดูดดื่ม สะโพกเพรียวยังคงถาโถมเข้าสู่ความคับแน่นอันอ่อนนุ่มเป็นจังหวะรุนแรงโดยไม่มีการผ่อนปรน
“อื้อ...มาร์คคะ...” หญิงสาวครางเรียกชื่อเขาเสียงแผ่วหวาน ร่างกายสั่นระริก เหงื่อผุดพรายไปทั่วร่างจนผิวหนังเปียกชื้น กล้ามเนื้อภายในส่วนที่ลึกลับที่สุดเต้นตุบตับบีบรัดความเป็นชายร้อนจัดซึ่งเสียดแทรกเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นจังหวะหฤหรรษ์ การเสียดสีกันอยู่ภายในของเนื้อแท้ที่เปิดเปลือยก่อให้เกิดความร้อนผ่าวกระจายไปทั่วร่างจนผิวหนังของทั้งคู่แทบจะลุกไหม้
“ร้องออกมาดังๆ เลยที่รัก ปลดปล่อยมันออกมา ผมชอบเสียงกรีดร้องเวลามีความสุขของคุณ” เขาพร่ำบอกขณะที่เร่งจังหวะการเข้าออกให้เร็วและแรงมากขึ้นเพื่อส่งเธอให้ทะยานไปสู่จุดสูงสุด
“อร้าย!!!” เอวารินกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายที่บิดเกร็งกระตุกเฮือกอย่างรุนแรงแล้วนอนนิ่งหายใจหอบสะท้านอย่างสิ้นเรี่ยวแรง แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงการโจนจ้วงเข้ามาอย่างหนักแน่นและเต็มลึกอีกสองถึงสามครั้งและตามมาด้วยเสียงคำรามลั่นอย่างสุขสมของชายหนุ่มก่อนที่เขาจะทิ้งกายลงนอนซบบนทรวงอกเปลือยเปล่าของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาซุกอยู่บริเวณซอกคอพร้อมกับพร่ำบอกพึมพำ
“คุณทำให้ผมมีความสุขมาก”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วหวิวคล้ายกำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน “ไม่รู้ว่าฉันลืมความรู้สึกที่แสนวิเศษแบบนี้ไปได้ยังไง ฉันอยากจำทุกอย่างให้ได้เร็วๆ จัง ฉันอยากรู้ว่าเมื่อก่อนเรามีความสุขกันมากแค่ไหน...จะมากเท่าที่ฉันกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้มั้ย”
มาร์คัสชะงักไปด้วยความรู้สึกผิดที่ไปโกหกว่าเธอเป็นภรรยาของเขาจนเธอต้องสูญเสียพรหมจรรย์ไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวอย่างนี้
“ฉันรักคุณจัง” เอวารินบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะเอียงหน้าไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่
“ถ้าความทรงจำของคุณกลับคืนมาแล้วคุณจะยังรักผมอยู่มั้ย”
“คุณเป็นสามีของฉัน ฉันก็ต้องรักคุณสิคะ”
“ใช่...ผมเป็นสามีของคุณ” เขาทวนคำหนักแน่นก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยนแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ทรงอำนาจกว่าที่เคย “และคุณก็เป็นผู้หญิงของผมแล้ว วันข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณห้ามเดินออกไปจากชีวิตผมเด็ดขาด”
“จอมบงการ” เธอต่อว่าเขาด้วยรอยยิ้มน่ารักโดยไม่เอะใจสักนิดเลยว่าคำพูดเชิงออกคำสั่งของเขามีความนัยอะไรซ่อนอยู่
“ผมไม่ใช่แค่จอมบงการนะ แต่ผมจะกักขัง หน่วงเหนี่ยวและผูกมัดคุณไว้ทุกทางเลย” เขาพูดพลางกระชับวงแขนกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดอย่างแน่นหนา
“จำเป็นจะต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เธอยิ้มขำ
“แน่นอน มีเมียน่ารักขนาดนี้ผมไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ หรอก ว่าแต่คุณเถอะ พูดแล้วนะว่ารักผม จำคำพูดของตัวเองเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
“ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณ ฉันจะจำไว้ในนี้ค่ะ” เอวารินจับมือใหญ่มาวางทาบไว้ที่อกข้างซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจ “ต่อให้ความจำเสื่อมอีกกี่ครั้ง ฉันก็จะยังจำได้ด้วยหัวใจว่า ฉันรักคุณ”
มาร์คัสทนฟังคำพูดที่ทำให้รู้สึกผิดอีกต่อไปไม่ไหวจึงโน้มใบหน้าลงไปจูบปิดปากเธอเอาไว้ก่อนจะผละออกแล้วเดินเปลือยกายหายเข้าไปในห้องน้ำพักใหญ่แล้วกลับออกมาพร้อมกับผู้ขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่นบิดหมาดในมือ เอวารินไม่รู้ว่าเขาเอาผ้าผืนนั้นมาทำอะไร จนกระทั่งคนตัวโตคลานขึ้นเตียงมาทางปลายเท้าแล้วจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้ตั้งชันขึ้นแล้วขยับแยกให้กว้างออกก่อนจะแทรกตัวเข้ามาแล้วแตะผ้าขนหนูเนื้อนุ่มลงบนเนินเนื้อกึ่งกลางร่างกาย
“ผมทำความสะอาดให้นะ” ชายหนุ่มก้มหน้าบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไม่แพ้น้ำหนักมือที่กดปลายผ้ากรีดไล้ขึ้นลงตามรอยแยก
“ฉันทำเองค่ะ” ร่างบางไหวสะท้านแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยใช้สองแขนยันกับที่นอนเอาไว้
“ให้ผมดูแลคุณเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำคุณเจ็บเถอะนะ” เขาจับไหล่เธอกดให้นอนลงแล้วหันกลับมาก้มหน้าจดจ่อกับการเช็ดร่องรอยแห่งความสุขทั้งของเขาและของเธอซึ่งผสมปนเปเปรอะเปื้อนอยู่ตามซอกหลืบลึกลับและต้นขาด้านในทั้งสองข้างอย่างตั้งอกตั้งใจ
รอยคราบเหล่านั้นทำให้มาร์คัสอดใจหายไม่ได้ที่เขาสูญเสียการควบคุมตัวเองถึงขั้นลืมป้องกัน แต่ก็นับว่าโชคดีที่เธอสะอาดหมดจดและการได้สอดประสานกับเธอโดยเนื้อแท้ที่เปิดเปลือยก็ทำให้เขายิ่งหลงใหลในตัวเธอมากขึ้น
“ผมทำให้คุณเจ็บมากมั้ย” ชายหนุ่มถามเสียงทุ้มแผ่วเบาเมื่อเห็นชัดด้วยสายตาตัวเองว่าเธอบอบช้ำไม่น้อย
“นิดหน่อยค่ะ” เมื่อเทียบกับความสุขมากมายที่ได้รับ ความเจ็บนี้ก็กลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย “การที่ฉันความจำเสื่อมมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งเคยมีอะไรกับคุณเป็นครั้งแรกเลย”
มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”
“ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ
นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ
ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ
หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช







