Share

3.5 | อย่าตายนะ

last update Last Updated: 2026-01-25 10:06:28

               “ผมขอโทษ” เขาแนบริมฝีปากอุ่นจัดลงบนเนินเนื้อที่ถูกมังกรยักษ์รุกรานจนบวมแดงแล้วดูดเบาๆ ด้วยความรู้สึกผิดซึ่งเขารู้อยู่คนเดียวในอก หากเขารู้สักนิดว่าเธอยัง ‘ไม่เคย’ เขาจะทะนุถนอมเธอให้มากกว่านี้

               “อื้อ...อย่าค่ะมาร์ค” หญิงสาวปรามเสียงสั่นพร่า กล้ามเนื้อส่วนนั้นหดรัดตอบสนองขึ้นมาทันที

               “ผมรู้ว่าคุณชอบ” ริมฝีปากหยักสวยที่ยังคงฝังอยู่เบื้องล่างคลี่ออกเป็นรอยยิ้มเมื่อจับความรู้สึกพึงพอใจในน้ำเสียงและปฏิกิริยาตอบรับของเธอได้ ผู้หญิงคนนี้จุดติดง่ายเหลือเกิน “แต่คืนนี้หมดเวลาของคุณแล้ว คุณเจ็บอยู่ คุณต้องนอนพัก”

เขายืดตัวขึ้นไปดึงผ้าห่มคลุมร่างให้เธอจนมิดถึงหน้าอกเปลือยเปล่าและอดไม่ได้ที่จะจุ๊บริมฝีปากของเธอครั้งหนึ่ง

               “ฉันยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย” เธอปัดมือควานหาชุดนอนที่ไม่รู้ว่าถูกเขาเหวี่ยงไปตกลงตรงไหนของเตียง

               “ไม่ต้องใส่” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วสอดร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเข้าไปนอนกอดเธอภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน “ผมอยากนอนกอดคุณแบบเนื้อแนบเนื้อแบบนี้”

               “แบบนี้ก็อุ่นดีเหมือนกันนะคะ” เธอยิ้มให้เขาในความมืดพร้อมเบียดตัวเข้าซุกแผงอกอบอุ่น เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งจนแทบลืมตาไม่ขึ้นแต่ก็มีบางเรื่องที่อยากถามเขา “คุณเล่าเรื่องของฉันให้ฟังหน่อยได้มั้ย”

               “คุณอยากรู้เรื่องอะไร?”

               “ทุกเรื่องค่ะ”

               มาร์คัสครุ่นคิดอย่างหนักใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้เธอฟังยกเว้นเรื่องที่เขาโกหกว่าเป็นสามีของเธอ

               “ฉันเนี่ยนะเสี่ยงตายช่วยชีวิตน้องชายคุณ” เอวารินอึ้ง

               “ใช่ คุณเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญและจิตใจดีมาก เพราะอย่างนี้ผมถึงได้ตกหลุมรักคุณตั้งแต่ยังไม่เจอหน้าคุณ”

               “ฉันจำไม่ได้เลย” เธอพึมพำแนบซบอยู่กับอกเขา

               “ไม่เป็นไรที่รัก อย่าคิดมาก ผมจะค่อยๆ ช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้คุณเอง” มาร์คัสจูบหน้าผากให้กำลังใจและปลอบโยน

               “คุณจะทำยังไงคะ ขนาดหมอยังบอกได้แค่ให้รอเวลา”

               “ทำแบบเมื่อกี้” เขาตอบกรุ้มกริ่มแววตาเป็นประกาย

               “ฉันว่าไม่ได้ผลหรอกค่ะ ทำแล้วฉันก็ยังจำอะไรไม่ได้อยู่ดี”

               “คุณอย่าเพิ่งถอดใจสิ ถ้าเราทำทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง เดี๋ยวคุณก็จำได้เอง”

               “ไม่ต้องมาหาข้ออ้างเลย” เธอแกล้งว่า

               “ไม่อยากให้ผมทำแล้วเหรอ?” เขาถามเสียงละห้อย

               “ถึงไม่มีข้ออ้างฉันก็ให้คุณทำอยู่แล้ว มีแต่คุณนั่นแหละที่ใจร้าย ปล่อยให้ฉันนอนเหงาอยู่คนเดียวเป็นอาทิตย์”

               “แล้วคุณคิดว่าผมไม่ทรมานหรือไง ผมเกือบตบะแตกตั้งหลายครั้ง” พูดจบเขาก็ประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเธออย่างลุ่มหลง

               “เมื่อกี้คุณบอกให้ฉันนอนพักไม่ใช่เหรอคะ” เอวารินพูดทั้งที่มี ริมฝีปากร้อนผ่าวเคลื่อนไหวแผ่วเบาอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ

               “แค่กู๊ดไนท์คิส” ชายหนุ่มตอบพึมพำขณะขบเม้มและดูดดึงไปตามขอบโค้งของกลีบปากอ่อนนุ่ม ปลายลิ้นสากชื้นลากไล้อย่างแช่มช้าแล้วขยับลึกเข้าไปพัวพันกับปลายลิ้นเรียวเล็ก การตอบสนองอย่างดีเยี่ยมจากเธอทำให้ลมหายใจของเขาหอบสะท้าน จากนั้นเหตุการณ์ก็เลยเถิดเกินคำว่า ‘กู๊ดไนท์คิส’ ไปมากและดำเนินไปอย่างยาวนานจนเกือบรุ่งเช้า

ถ้าเลือกได้ เขาไม่อยากให้ความทรงจำของเธอกลับคืนมาเลย เขาอยากให้เอวารินจำได้แค่ช่วงเวลาที่เธอและเขามีความสุขร่วมกันเท่านั้น หากแต่มีความลับบางอย่างที่เจสันฝากไว้ก่อนเสียชีวิตได้เลือนหายไปพร้อมกับความทรงจำของเธอซึ่งเขาต้องกอบกู้มันกลับคืนมาให้ได้โดยเร็วและนั่นก็เป็นเรื่องที่ทำให้เขาลำบากใจมาก เพราะไม่สามารถเลือกให้เธอจำเฉพาะเรื่องที่เขาต้องการได้

“อย่าตายนะมาร์ค!!!”

               มาร์คัสสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเอวารินดังก้องอยู่ข้างหู “รินเป็นอะไร” เขาเขย่าตัวคนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นทั้งที่ยังหลับอยู่เบาๆ เธอไม่ตื่นแถมยังกอดเขาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก “รินตื่นๆ”

               เอวารินลืมตาขึ้นมาเห็นว่ามาร์คัสยังมีลมหายใจอยู่ก็ผวาเข้ากอดเขาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม

               “คุณฝันร้ายเหรอ” เขาลุกขึ้นนั่งแล้วโน้มตัวลงเหนือร่างเธอเพื่อเช็ดน้ำตาและเหงื่อเม็ดบางที่ผุดขึ้นตามไรผมให้ “ฝันว่าอะไร ทำไมถึงร้องไห้หนักขนาดนี้”

               “ฉันเห็นคุณถูกยิง” หญิงสาวโผเข้ากอดเขา จังหวะหัวใจยังเต้นถี่รัวไม่หาย

               “ก็แค่ความฝัน” เขากอดร่างที่สั่นเทาไว้แน่นพลางลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าเพื่อปลอบขวัญ “ผมยังต้องอยู่เป็นสามีคุณอีกนาน ไม่ตายง่ายๆ หรอก”

“ฝันแบบนี้ฉันใจคอไม่ดีเลย”

“ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก มันก็แค่ความฝัน” ชายหนุ่มแนบแก้มลงบนเส้นผมนุ่มสลวยของคนในอ้อมกอดแล้วโยกตัวเบาๆ ปลอบโยน

               “คุณมีศรัตรูที่ไหนหรือเปล่าคะ”

               “ไม่มี” เขาไม่ได้โกหก เพราะศรัตรูโดยตรงของเขาไม่มีจริงๆ จะมีก็แต่เซบัสเตียนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าฆ่าเจสัน ซึ่งเขาเป็นฝ่ายตามล่ามันอยู่

               “แล้วรอยแผลถูกยิงนี่คุณได้มายังไง” เอวารินใช้ปลายนิ้วลูบไปบนรอยแผลที่เกือบจะแห้งสนิทบนไหล่ขวาของเขา

ทันใดนั้น รอยแผลก็กระตุ้นความทรงจำบางส่วนของเธอให้กลับมา หญิงสาวเห็นภาพมาร์คัสพาเธอวิ่งหนีการไล่ล่าของคนร้ายจากลานจอดรถในโรงแรมมาจนถึงกลางสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางดึกคืนหนึ่ง จากนั้นเขาก็ถูกยิงเข้าที่ไหล่ขวาก่อนจะพาเธอกระโดดสะพานหนีตาย

ภาพที่เห็นทำให้เอวารินตัวสั่นมากขึ้นจนมาร์คัสตกใจ

               “ยังไม่หายตกใจอีกเหรอ ตัวสั่นเชียว”

“ฉันเห็นภาพเราสองคนวิ่งหนีคนร้ายด้วยกัน แล้วคุณก็ถูกยิงตรงนี้” เธอชี้รอยแผลบนไหล่หนา “ทำไมความทรงจำของฉันถึงได้มีแต่เรื่องน่ากลัวแบบนี้”

“เหตุการณ์พวกนั้นมันผ่านไปแล้วที่รัก ตอนนี้คุณไม่เป็นอะไรแล้ว และผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำอันตรายคุณได้อีกเด็ดขาด” มาร์คัสรั้งร่างเปลือยเปล่าให้ขึ้นมานั่งคร่อมบนหน้าตักเพื่อจะได้กอดปลอบเธอได้แนบแน่นมากขึ้น แต่ดูเหมือนเขาจะทำพลาดไปเสียแล้วเพราะทันทีที่เนินเนื้ออ่อนนุ่มของเธอสัมผัสถูกเจ้ามังกรยักษ์ของเขา มันก็เริ่มขยับตัวยุกยิกอย่างอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันที

มันใช่เวลามั้ย!

มาร์คัสด่าตัวเองในใจที่มีอารมณ์กับเธอได้ทุกที่ทุกเวลา แม้แต่เวลาที่เธอกำลังเสียขวัญอยู่แบบนี้ก็ยังไม่ละเว้น

“แล้วคุณจำได้มั้ยว่าคืนนั้นไปทำอะไรในลานจอดรถในโรงแรมนั่น” ชายหนุ่มกัดฟันข่มความรู้สึกแล้ววกกลับเข้าเรื่องเดิม

เอวารินคิดนิดหนึ่งแล้วส่ายหน้า “ไม่รู้ค่ะ ฉันจำได้แค่ว่าเดินอยู่ในลานจอดรถแล้วก็มีชาวต่างชาติสามคนมาขู่จะเอาของที่เจสันฝากไว้ที่ฉัน แต่ฉันไม่ให้ พวกมันก็เลยจะฆ่าฉัน แล้วคุณกับโทนี่ก็มาช่วย”

“แล้วตอนนี้ของนั่นอยู่ที่ไหน”

หญิงสาวคิดย้อนถึงเหตุการณ์คืนนั้น เธอจำได้ว่าตัวเองมองไปที่กระเป๋าเป้ซึ่งตกอยู่ข้างตัวคนร้าย ความรู้สึกลึกๆ ของเธอในตอนนั้นคือหวงกระเป๋าใบนั้น แต่ตอนนี้เธอยังนึกไม่ออกว่าในกระเป๋านั้นมีของสำคัญที่ทุกคนกำลังตามหากันอยู่หรือไม่และที่สำคัญ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้กระเป๋าใบนั้นอยู่ที่ไหนจึงเลือกที่จะยังไม่พูด

“ฉันรู้สึกคุ้นๆ แต่ยังไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า เอาไว้ฉันจำได้แน่ชัดเมื่อไหร่จะบอกนะคะ”

“คุณจำอะไรได้อีก บอกผมมาให้หมดเดี๋ยวนี้นะ!” มาร์คัสเค้นถามด้วยน้ำเสียงดุดันพลางบีบต้นแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น

“ฉันจำได้แค่นี้จริงๆ ค่ะ”

เมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้าเบ้ด้วยความเจ็บ ชายหนุ่มถึงได้รู้ตัวว่าเผลอทำรุนแรงกับเธอลงไป เขารีบปล่อยมือและนึกโกรธตัวเองที่ทำให้ผิวขาวละเอียดของเธอเกิดรอยแดงเป็นปื้นเพราะน้ำหนักมือของเขา

“ผมขอโทษ ผมคงเครียดเรื่องเจสันมากเกินไป”

นั่นเป็นเพียงข้อแก้ตัว ความจริงเรื่องที่ทำให้เขาเครียดมากที่สุดก็คือ เรื่องที่ความทรงจำของเอวารินที่เริ่มกลับคืนมาทีละนิดต่างหาก ถ้าคราวหน้าเธอจำได้อีก เขาแน่ใจว่าจะต้องเป็นเหตุการณ์ก่อนที่เขาจะไปช่วยเธอที่ลานจอดรถในโรงแรม นั่นหมายความว่าเธอกำลังจะจำตัวเองได้ และเธอก็จะรู้ว่า เขาสวมรอยมาเป็นสามีของเธอ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status