แชร์

7.3 | ความจำใกล้กลับมา

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 10:23:19

มาร์คัสพาเอวารินมาพบแพทย์ตามเวลานัดหมายหลังจากครบหนึ่งเดือนที่ออกจากโรงพยาบาลครั้งก่อน

               “เท่ากับว่าตอนนี้ความทรงจำของคุณรินมีเพียงช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเท่านั้น” นายแพทย์วัยกลางคนกล่าวสรุปหลังจากซักถามอาการทั่วไปเสร็จ

               “ใช่ค่ะ”

               “มีภาพในอดีตแวบเข้ามาในหัวบ้างมั้ยครับ”

“มีค่ะ หลายวันก่อนฉันเห็นภาพในอดีตครั้งนึง แต่มันเป็นภาพที่แวบเข้ามาแบบสับสนจนจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้วก็หายไป”

               “ตอนนั้นคุณมีอาการยังไงครับ”

               “ปวดหัวจี๊ดๆ ค่ะ และที่น่าแปลกก็คือ...” หญิงสาวหันไปมองหน้ามาร์คัสด้วยสีหน้าไม่สบายใจนักแล้วตัดสินใจบอกหมอ “...อยู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนสามีฉันกลายเป็นคนแปลกหน้า”

               หมอฟังข้อมูลแล้วครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนถาม “คุณกับสามีรู้จักกันก่อนหรือหลังความจำเสื่อมครับ”

มาร์คัสที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ยื่นมือมากุมมือเอวารินเอาไว้แล้วช่วยตอบแทน “ผมเจอเธอครั้งแรกประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอจะความจำเสื่อมครับ”

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณหมอ ทำไมถึงได้ถามแบบนี้”

“จากการที่หมอรักษาคนไข้ความจำเสื่อมนับพันรายและจากการศึกษางานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ หมอคิดว่าความทรงจำของคุณรินน่าจะกลับมาในไม่ช้านี้...”

เอวารินและมาร์คัสหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยความดีใจแต่แล้วคำพูดต่อมาของแพทย์ก็ทำให้ทั้งคู่ใจคอไม่ดี

“แต่ยังมีเรื่องที่ต้องระวัง”

“เรื่องอะไรคะ”

นายแพทย์นิ่งไปครู่หนึ่งอย่างหนักใจ “หมอต้องทำความเข้าใจกับคุณทั้งสองคนก่อนว่า กรณีที่หมอกำลังจะบอกมันอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่หมอก็จำเป็นต้องบอกเพื่อที่คุณทั้งสองคนจะได้เตรียมการรับมือกับมันได้ ถ้ามันเกิดขึ้น”

ยิ่งหมอพูดเกริ่นนำสีหน้าเคร่งเครียด มาร์คัสกับเอวารินก็ยิ่งหน้าเสีย ทั้งคู่บีบมือเข้าหากันแน่นขณะรอลุ้นคำวินิจฉัย

“บอกมาเถอะครับหมอ”

นายแพทย์สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างลำบากใจก่อนบอกเรื่องที่ไม่ค่อยน่ายินดีนักสำหรับคู่สามีภรรยาที่ดูเหมือนจะรักกันมาก

“เป็นไปได้ว่า ถ้าความทรงจำเก่าของคุณรินกลับคืนมาแล้วเธออาจจะลืมทุกอย่างในช่วงเวลาที่ความจำเสื่อม”

มาร์คัสอึ้งไปเหมือนโดนหมัดน็อก มือที่กุมมือเอวาริน อยู่เย็นเฉียบขึ้นมาทันที “หมายความว่าเธอจะลืมผมเหรอครับหมอ”

“ไม่ใช่ลืมเฉพาะคุณ แต่เธอจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้”

ทั้งคู่เดินจับมือกันออกมาจากห้องตรวจด้วยสีหน้านิ่งอึ้ง ต่างฝ่ายต่างเงียบงันไปพักใหญ่ จนกระทั่งเดินมาขึ้นรถซึ่งโทนี่ขับมาจอดรออยู่ที่หน้าตึกของโรงพบาลมาร์คัสจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

               “คุณอย่าคิดมากสิ หมอบอกว่า ‘อาจจะ’ เองนะ แปลว่ามันอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้”

               “คุณไม่ต้องมาทำเป็นปลอบใจฉันหรอก ฉันเห็นตอนอยู่ในห้องหมอหน้าคุณนี่อึ้งไปเลย”

               “ใครบอกว่าผมอึ้ง ผมชิลล์มากต่างหาก เพราะผมมั่นใจว่าถึงยังไงคุณก็ไม่ลืมผมอยู่แล้ว”

               “แล้วถ้าฉันลืมล่ะ” เอวารินเอนศีรษะมาซบไหล่กว้างของสามี สีหน้าไม่สบายใจเอามากๆ

               “ถ้าคุณลืม ผมก็จะทำทุกทางให้คุณจำได้ผมให้ได้อีกครั้ง” เขายกแขนขึ้นโอบไหล่เธอเอาไว้หลวมๆ แล้วเอียงหน้ามาจูบที่หน้าผากแผ่วเบา

               “สัญญานะคะ”

               “ไม่ต้องสัญญา ไม่ต้องสาบาน เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมต้องทำอยู่แล้ว ผมทนไม่ได้หรอกที่จะให้คุณลืมผม”

               “ถ้าคุณไม่ทำตามที่พูดฉันจะแช่งคุณ” เธอขู่เขาเสียงเข้ม

               “คุณจะแช่งอะไรผม”

               “ฉันจะแช่งให้คุณเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ กามตายด้าน ไร้ความรู้สึก”

               “แช่งกันแบบนี้ฆ่าผมเลยดีกว่า” ชายหนุ่มพูดขำๆ

               “นี่เรากำลังจะไปไหนกันคะ” เธอถามเมื่อเห็นโทนี่ขับรถออกนอกเส้นทางที่จะกลับบ้าน

               “ไปฮันนีมูนไง”

               “ที่...?”

               “ที่ที่มีแค่เราสองคน”

               เอวารินยิ้มให้กับคำตอบของเขาอย่างอ่อนหวานแต่ในแววตาแอบมีความกังวลว่า ถ้าวันหนึ่งเธอลืมทุกอย่างตามที่หมอบอกจริง คนที่ต้องเจ็บปวดที่สุดก็คือคนที่ยังจำทุกอย่างได้

               นั่นก็คือมาร์คัสเพียงคนเดียวเท่านั้น

              

กว่าจะมาถึง ‘ที่ที่มีแค่เราสองคน’ ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย เอวารินก็ต้องนั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวมาต่อรถและลงเรือ รวมเวลาเดินทางหลายชั่วโมง

               “คุณเดินเล่นแถวนี้ก่อนนะ ผมขอไปสั่งงานโทนี่แป๊บนึง”

               “โทนี่จะไม่อยู่ที่นี่กับเราเหรอคะ”

               “โทนี่ต้องกลับไปทำงานสำคัญให้ผม คุณรออยู่ตรงนี้แป๊บนะเดี๋ยวผมมา” มาร์คัสจุ๊บที่ริมฝีปากเธอเหมือนที่ชอบทำเป็นประจำแล้วเดินไปหาลูกน้องคนสนิทซึ่งยืนรออยู่ที่เรือห่างออกไป

               ความจริงวัตถุประสงค์หลักในการพาเอวารินมาอยู่ที่เกาะนี้ไม่ใช่เพื่อฮันนีมูนแต่เพื่อหลบการตามล่าของเซบัสเตียน

               หนึ่งเดือนที่ผ่านมาโทนี่ทำงานอย่างหนักจนได้หลักฐานชิ้นสำคัญเป็นคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือซึ่งลูกค้าคนหนึ่งบังเอิญถ่ายติดจังหวะที่เซบัสเตียนลั่นไกยิงเจสันพอดี และของที่เจสันฝากไว้กับเอวารินก็น่าจะเป็นไฟล์รายชื่อเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติของมันนั่นเอง ถ้าไฟล์นี้หลุดไปถึงมือตำรวจ บัลลังก์ราชายาเสพติดต้องถูกโค่นแบบถอนรากคอนโคนแน่นอน

               “ให้ผมเก็บมันเลยมั้ยครับ” โทนี่ถามด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น

               “ไม่ต้อง” ถึงแม้มาร์คัสจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจที่โหดและเหี้ยมมากที่สุดคนหนึ่ง แต่เขาไม่ใช่มาเฟียที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย เขาไม่เคยฆ่าใคร มือเขาไม่เคยเปื้อนเลือด “กลับไปหาไฟล์นั้นให้เจอแล้วส่งหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจ”

               “นายเคยบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองไม่ใช่เหรอครับ”

               “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย” มาร์คัสตอบพลางมองไปยังเอวารินที่เดินเล่นอยู่บนชายหาด เธอคือเหตุผลที่ทำให้เขาลดความบ้าระห่ำลงและใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น

               “มาร์คคะ เรามาฮันนีมูนกันนะคะ พักงานไว้บ้างก็ได้” หญิงสาวตะโกนบอกพร้อมโบกมือให้อย่างร่าเริง

               ชายหนุ่มโบกมือตอบแล้วหันกลับมาสั่งให้ลูกน้องคนสนิทรีบกลับไปจัดการงานให้เรียบร้อย จากนั้นรีบวิ่งเข้าไปกอดและหอมแก้มคนที่เป็นทั้งหมดในชีวิตของเขาฟอดใหญ่

               “ชอบที่นี่มั้ยครับ” เขากอดเธอไว้พลางโยกตัวเบาๆ

               “ชอบมากค่ะ ได้กลิ่นทะเลแล้วสดชื่นมากเลย”

               “กลิ่นทะเลกับกลิ่นผม คุณชอบกลิ่นไหนมากกว่ากัน”

               “ก็ต้องกลิ่นคุณอยู่แล้ว ฉันหลวมตัวเชื่อว่าคุณเป็นสามีของฉันจริงๆ ก็เพราะกลิ่นน้ำหอมจากตัวคุณนี่แหละ” เธอใช้ปลายนิ้วจิ้มที่หน้าอกเขาด้วยความหมั่นไส้

               “ผมคงต้องไปขอบคุณเจ้าของน้ำหอมกลิ่นนี้ซะหน่อยแล้วที่ทำให้ผมได้ภรรยาที่น่ารักมาแบบไม่คาดฝัน”

               “ขอบคุณความเจ้าเล่ห์ของตัวเองดีกว่ามั้ยคะ” เธอแกล้งว่า

               “เข้าบ้านกันดีกว่า ผมอยากนอนนิ่งๆ ให้คุณดมกลิ่นผมทั้งตัวจะแย่แล้ว” อยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องไปหน้าตาเฉย

               “หือ...?” เธอหรี่ตามองเขาทำนองว่า ‘อยาก’ อีกแล้วเหรอ

               “ไม่ต้องหือ...ต้องหา...อะไรทั้งนั้น เข้าบ้านกันเดี๋ยวนี้เลย” เขายกตัวเธออุ้มพาดบ่าแล้วรีบพาเดินเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status